บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ยากระดูกพรุนมีอะไรบ้าง ยากินรายสัปดาห์ ยาฉีด ต้องกินอย่างไร

คำตอบสั้น: ตามแนวทางของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF 2021) ผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูงใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก มีทั้งชนิดกินวันละครั้งหรือสัปดาห์ละครั้ง และชนิดหยดเข้าหลอดเลือดทุก 1–2 ปี ทางเลือกอื่นคือยาฉีดเดโนซูแมบทุก 6 เดือน ส่วนผู้ที่เสี่ยงสูงมากอาจได้ยาสร้างกระดูก เช่น เทอริพาราไทด์หรือโรโมโซซูแมบ แล้วตามด้วยยาต้านการสลายกระดูก ยากินกลุ่มบิสฟอสโฟเนตต้องกินตอนท้องว่างหลังตื่นนอน ดื่มน้ำเปล่าเต็มแก้ว และห้ามนอนลงอย่างน้อย 30 นาที ระยะเวลาใช้ยาและการพักยาเป็นการตัดสินของแพทย์ ห้ามหยุดยาหรือเลื่อนนัดฉีดเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ยากระดูกพรุนช่วยลดโอกาสกระดูกหัก ในผู้ที่เป็นกระดูกพรุน ตามข้อมูลของ NIAMS
  • ยาแรกตามแนวทางไทยคือบิสฟอสโฟเนต ส่วนหนึ่งเพราะมียาสามัญ ทำให้คุ้มค่า
  • ยากิน: ตื่นนอนแล้วกินทันที ก่อนอาหาร เครื่องดื่ม และยาอื่น ดื่มน้ำเปล่าเต็มแก้ว ยืนหรือนั่งตัวตรงอย่างน้อย 30 นาที
  • ยาฉีดเดโนซูแมบต้องฉีดตรงนัดทุก 6 เดือน การหยุดยาอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสันหลังหักในหลายเดือนถึงหลายปีต่อมา
  • ยาสร้างกระดูกใช้ช่วงสั้น แล้วต้องต่อด้วยยาอีกกลุ่ม
  • แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานร่วมกับยา ไม่ใช่ตัวแทนยา และต้องกินห่างจากยาบางชนิด

ใครต้องใช้ยากระดูกพรุน

ไม่ใช่ทุกคนที่มวลกระดูกต่ำต้องใช้ยา แนวทาง TOPF แบ่งตามระดับความเสี่ยง

  • เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง ไม่แนะนำยากระดูกพรุน ให้ได้แคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ ปรับพฤติกรรม และประเมินซ้ำใน 2–5 ปี
  • เสี่ยงสูง เช่น เคยกระดูกสันหลังหรือสะโพกหักจากแรงน้อย หรือ T-score −2.5 หรือต่ำกว่า หรือ T-score ช่วงกระดูกบางร่วมกับ FRAX โอกาสสะโพกหักใน 10 ปีตั้งแต่ 3% → แนะนำบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก และเดโนซูแมบเป็นทางเลือก
  • เสี่ยงสูงมาก เช่น สะโพกหรือกระดูกสันหลังหักภายใน 12 เดือนในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่ T-score ต่ำ หรือกระดูกหักหลายตำแหน่ง → พิจารณายาสร้างกระดูกก่อน แล้วตามด้วยยาต้านการสลาย

อ่านวิธีแปลผลตรวจได้ที่ อ่านผลตรวจมวลกระดูก T-score Z-score และภาพรวมโรคที่ กระดูกพรุนในวัย 50 ปีขึ้นไป

ยากระดูกพรุนมีกี่กลุ่ม ทำงานต่างกันอย่างไร

แบ่งง่าย ๆ เป็น 2 แบบใหญ่

  1. ยาต้านการสลายกระดูก ชะลอการสลายกระดูก ได้แก่ บิสฟอสโฟเนต เดโนซูแมบ ราลอกซิเฟน และฮอร์โมนวัยหมดประจำเดือน
  2. ยาสร้างกระดูก กระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่ ได้แก่ เทอริพาราไทด์ และโรโมโซซูแมบ (โรโมโซซูแมบมีฤทธิ์ทั้งสร้างและลดการสลาย)

ทั้งหมดนี้แพทย์เป็นผู้เลือกตามความเสี่ยง โรคร่วม การทำงานของไต สุขภาพช่องปาก และสิทธิการรักษา

ยาบิสฟอสโฟเนตชนิดกิน กินอย่างไรให้ถูก

ยากลุ่มนี้มีทั้งแบบกินวันละครั้งและสัปดาห์ละครั้ง ตัวอย่างที่ใช้บ่อยคืออะเลนโดรเนต (alendronate) วิธีกินตาม MedlinePlus (ปรับปรุง 15 พ.ค. 2026) มีดังนี้

  1. กินทันทีหลังลุกจากเตียงตอนเช้า ก่อนกินอาหาร ก่อนดื่มเครื่องดื่มใด ๆ
  2. กลืนพร้อมน้ำเปล่าเต็มแก้ว (ราว 180–240 มล.) ไม่ใช้เครื่องดื่มอื่นแทนน้ำเปล่า
  3. ห้ามนอนลงอย่างน้อย 30 นาที หลังกินยา ให้นั่งตัวตรงหรือยืน
  4. รออย่างน้อย 30 นาที ก่อนกินอาหาร ดื่มเครื่องดื่มอื่น หรือกินยา วิตามิน และอาหารเสริมใด ๆ รวมถึงแคลเซียม
  5. กินต่อเนื่องแม้รู้สึกสบายดี จนกว่าแพทย์จะบอกให้เปลี่ยน

ยาแบบสัปดาห์ละครั้ง ให้เลือกวันเดียวกันทุกสัปดาห์ และจดไว้ในปฏิทิน ถ้าลืมกิน ให้ถามเภสัชกรว่าควรทำอย่างไร

ขั้นตอนเหล่านี้สำคัญ เพราะ MedlinePlus เตือนว่ายาอาจทำอันตรายต่อหลอดอาหาร ถ้ามีอาการแสบร้อนกลางอกใหม่หรือแย่ลง กลืนลำบาก กลืนเจ็บ หรือเจ็บหน้าอก ให้รีบบอกแพทย์ อ่านเรื่องผลข้างเคียงทั้งหมดได้ที่ ยากระดูกพรุนมีผลข้างเคียงอะไร

ยาฉีดรายปี (กรดโซเลโดรนิก) คืออะไร

กรดโซเลโดรนิก (zoledronic acid) คือบิสฟอสโฟเนตชนิดหยดเข้าหลอดเลือดดำ MedlinePlus ระบุว่าสำหรับกระดูกพรุนให้ทุก 1–2 ปี หยดนานอย่างน้อย 15 นาที

ข้อเตรียมตัวตาม MedlinePlus คือดื่มน้ำหรือของเหลวอย่างน้อย 2 แก้วภายในไม่กี่ชั่วโมงก่อนรับยา (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) หลังรับยา 3 วันแรกอาจมีอาการคล้ายไข้หวัด ไข้ ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดกระดูก ข้อ หรือกล้ามเนื้อ

MedlinePlus ให้แจ้งแพทย์ถ้าเคยเป็นโรคไต มีภาวะขาดน้ำ หรือเคยมีแคลเซียมในเลือดต่ำ แพทย์มักตรวจระดับแคลเซียมในเลือดก่อนเริ่มยา และอาจไม่ให้ยานี้ในโรคไตบางชนิด

ยาฉีดทุก 6 เดือน (เดโนซูแมบ) ต่างอย่างไร

เดโนซูแมบ (denosumab) เป็นยาฉีดใต้ผิวหนังทุก 6 เดือน ที่ต้นขา หน้าท้อง หรือต้นแขน ตามเอกสารของ NICE สหราชอาณาจักร แนวทาง TOPF ใช้เป็นทางเลือกในผู้ที่เสี่ยงสูง

ข้อสำคัญมากของยานี้คือห้ามขาดนัด MedlinePlus (ปรับปรุง 15 มิ.ย. 2026) เตือนว่ายานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสันหลังหักในหลายเดือนถึงหลายปีหลังหยุดยา และแพทย์มักให้ยาตัวอื่นต่อหลังหยุด แนวทาง TOPF ก็ย้ำให้อธิบายผู้ป่วยเรื่องการฉีดตรงนัดเพื่อป้องกันภาวะสลายกระดูกย้อนกลับ (rebound) และแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้บิสฟอสโฟเนตเมื่อหยุดเดโนซูแมบ

MedlinePlus ยังระบุว่าแพทย์อาจให้กินแคลเซียมและวิตามินดีระหว่างใช้ยานี้ เพราะยาอาจทำให้แคลเซียมในเลือดต่ำ

ยาสร้างกระดูกคืออะไร ใช้กับใคร

ใช้ในผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูงมาก ตามแนวทาง TOPF 2021

  • เทอริพาราไทด์ (teriparatide) ฉีดใต้ผิวหนังวันละครั้ง MedlinePlus ระบุว่าใช้ได้นานไม่เกิน 2 ปี ส่วน TOPF ให้ใช้ 1–2 ปี อาการข้างเคียงที่พบได้คือเวียนศีรษะหรือหน้ามืดเวลาลุกเร็ว ตะคริวที่ขา และคลื่นไส้ เข็มแรก ๆ ควรฉีดในที่ที่นั่งหรือนอนลงได้
  • โรโมโซซูแมบ (romosozumab) TOPF ให้ใช้ 1 ปี ไม่แนะนำในผู้ที่เป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมองภายใน 1 ปี และต้องหยุดถ้าเกิดภาวะเหล่านี้ระหว่างใช้ยา

หลังครบคอร์สยาสร้างกระดูก ต้องใช้ยาต้านการสลายกระดูกต่อ (TOPF เรียกว่าการรักษาแบบต่อเนื่อง หรือ sequential therapy) แพทย์จะวางแผนยาตัวต่อไปไว้ให้

TOPF ยังให้พิจารณายาสร้างกระดูกในผู้ที่ใช้บิสฟอสโฟเนตอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 2 ปีแล้วตอบสนองไม่ดี

ยาอื่น: ราลอกซิเฟนและฮอร์โมนวัยหมดประจำเดือน

  • ราลอกซิเฟน (raloxifene) TOPF ให้เป็นทางเลือกในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ T-score ของกระดูกสันหลังส่วนเอว −2.5 หรือต่ำกว่า เพื่อลดโอกาสกระดูกสันหลังหัก และอาจเหมาะกับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านมร่วม
  • ฮอร์โมนวัยหมดประจำเดือน TOPF ให้พิจารณาในหญิงที่เสี่ยงสูง อายุต่ำกว่า 60 ปี และหมดประจำเดือนมาไม่ถึง 10 ปี และใช้ป้องกันการสูญเสียกระดูกในผู้ที่หมดประจำเดือนเร็ว NIAMS ระบุว่าถ้าใช้ ให้ใช้ขนาดต่ำและระยะสั้นตามที่แพทย์กำหนด การจะใช้ฮอร์โมนหรือไม่ต้องคุยกับแพทย์ถึงประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายคน

เรื่องกระดูกในวัยทองอ่านต่อได้ที่ วัยทองกับกระดูกพรุน

ต้องกินยานานแค่ไหน ทำไมบางคนได้พักยา

ระยะเวลาเป็นการตัดสินของแพทย์ตามความเสี่ยงที่ประเมินใหม่ แนวทาง TOPF 2021 วางกรอบไว้ดังนี้

  • บิสฟอสโฟเนตชนิดกิน ประเมินความเสี่ยงใหม่เมื่อครบ 5 ปี ชนิดหยดเข้าหลอดเลือด ประเมินเมื่อครบ 3 ปี
  • ถ้าไม่เคยกระดูกหักจากแรงน้อย และ T-score ขึ้นมาสูงกว่า −2.5 แพทย์อาจพิจารณาพักยา (drug holiday) เพื่อลดความเสี่ยงกระดูกต้นขาหักผิดแบบ
  • ถ้ายังเสี่ยงสูง เช่น เคยกระดูกหัก หรือ T-score ยังต่ำ อาจใช้ต่อได้ถึง 10 ปี (ชนิดกิน) หรือ 6 ปี (ชนิดหยด) หรือเปลี่ยนยา
  • ระหว่างพักยา ISCD ให้ตรวจมวลกระดูกติดตาม และ TOPF ให้พิจารณากลับมาใช้ยาถ้า T-score ลดลงถึง −2.5 หรือกระดูกหัก
  • เดโนซูแมบไม่มีการพักยาแบบเดียวกัน TOPF ให้ประเมินเมื่อใช้ 5–10 ปี และเมื่อหยุดต้องเปลี่ยนไปใช้บิสฟอสโฟเนตต่อ

"พักยา" จึงไม่ใช่ "หยุดยาเอง" แต่เป็นแผนที่แพทย์ตัดสินหลังตรวจซ้ำ และยังต้องนัดติดตาม

กินแคลเซียมและวิตามินดีร่วมกับยาอย่างไร

แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานที่ใช้ร่วมกับยา แต่ต้องกินให้ถูกเวลา

  • ยาบิสฟอสโฟเนตชนิดกิน MedlinePlus ระบุให้รออย่างน้อย 30 นาทีหลังกินยา จึงกินอาหาร เครื่องดื่ม วิตามิน หรืออาหารเสริมอื่น ส่วนสถาบันไลนัส พอลลิง (LPI) แนะนำโดยรวมให้กินยากลุ่มนี้ 2 ชั่วโมงก่อนแคลเซียม หรือ 4–6 ชั่วโมงหลังแคลเซียม ให้เภสัชกรกำหนดเวลาที่เหมาะกับยาที่ท่านใช้
  • ยาฉีดเดโนซูแมบ MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจให้กินแคลเซียมและวิตามินดีร่วมด้วย
  • กรมอนามัยแนะนำแคลเซียมวันละ 1,000 มก. และวิตามินดีวันละ 600 IU สำหรับอายุ 51–70 ปี (800 IU เมื่ออายุ 71 ปีขึ้นไป) นับรวมจากอาหารและทุกแหล่ง ถ้าแพทย์สั่งวิตามินดีหรือแคลเซียมอยู่แล้ว ห้ามเพิ่มหรือเปลี่ยนเอง

อ่านต่อที่ แคลเซียมกินพร้อมยาได้ไหม และ วิตามินดีกับแคลเซียม

ห้ามหยุดยาเองเพราะอะไร

การหยุดยาเองมีผลเสียต่างกันตามชนิดยา และไม่มีใครรู้ว่าปลอดภัยหรือไม่จนกว่าแพทย์จะประเมินใหม่

  • เดโนซูแมบ MedlinePlus เตือนว่าการหยุดยาอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสันหลังหักในหลายเดือนถึงหลายปีต่อมา และ TOPF ย้ำให้ฉีดตรงนัดเพื่อป้องกันการสลายกระดูกย้อนกลับ
  • บิสฟอสโฟเนต การพักยาต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์ ถ้ายังเสี่ยงสูงแล้วหยุดเอง กระดูกที่บางอยู่ก็ยังหักได้
  • ยาสร้างกระดูก ต้องต่อด้วยยาอีกกลุ่มตามแผน

เหตุผลที่คนมักหยุดยาเอง และสิ่งที่ควรทำแทน

  • รู้สึกสบายดี ไม่มีอาการ กระดูกพรุนเป็นโรคเงียบ การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าหายแล้ว MedlinePlus ให้กินยาต่อแม้รู้สึกสบายดี
  • มีผลข้างเคียง ให้บอกแพทย์ แพทย์อาจปรับวิธีกินหรือเปลี่ยนชนิดยาได้ อ่านต่อที่ ยากระดูกพรุนมีผลข้างเคียงอะไร
  • จะทำฟัน ถอนฟัน ผ่าตัดช่องปาก ให้แจ้งทันตแพทย์ว่าใช้ยากระดูกพรุน ห้ามหยุดยาเองก่อนทำฟัน อ่านต่อที่ ยากระดูกพรุนกับการทำฟัน
  • ค่าใช้จ่าย ให้บอกแพทย์ตรง ๆ เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะกับสิทธิ อ่านต่อที่ ยากระดูกพรุนราคาและสิทธิ
  • อยากเปลี่ยนไปใช้อาหารเสริมแทน แนวทางไทยไม่ได้วางอาหารเสริมไว้ในฐานะแทนยากระดูกพรุน

นอกจากยา ต้องทำอะไรอีก

แนวทาง TOPF ให้ทุกคนที่เป็นกระดูกพรุนออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและฝึกกล้ามเนื้อต้านแรง เลิกบุหรี่ จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และประเมินความเสี่ยงหกล้ม เพราะยาลดโอกาสกระดูกหักได้ แต่การไม่ล้มเลยปลอดภัยกว่า อ่านวิธีจัดบ้านกันล้มได้ที่ ผู้สูงอายุหกล้ม ป้องกันที่บ้านอย่างไร

ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อไร

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บหน้าอกมากหลังกินยา หรือกลืนแล้วเจ็บมากจนกินอะไรไม่ได้
  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ หรือขาผิดรูปหรือสั้นลง
  • ปวดหลังหลังล้มหรือถูกกระแทกแรง
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ขึ้นมาทันที หรือขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที
  • มีอาการชา เป็นเหน็บ หรือกล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง หลังฉีดยากระดูกพรุน (อาการของแคลเซียมในเลือดต่ำที่ MedlinePlus ระบุว่าอาจรุนแรงถึงชีวิต)

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณแคลเซียมที่ผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับต่อวัน 1,000 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร ส่วนแคลเซียมจากคีเลตและเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลพอจะคำนวณได้ วิตามินดีในผลิตภัณฑ์คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) น้อยกว่าปริมาณที่คนไทยอายุ 51–70 ปีควรได้รับต่อวัน (600 IU) หลายเท่า

เรื่องยากระดูกพรุน: ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนยาบิสฟอสโฟเนต เดโนซูแมบ หรือยาสร้างกระดูก และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดโอกาสกระดูกหักหรือช่วยให้ยาได้ผลดีขึ้น ผู้ใช้ยากระดูกพรุนห้ามหยุดหรือลดยาเอง ถ้าต้องการรับประทานร่วม ให้นำฉลากไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน เพราะแคลเซียมในแคปซูลอาจลดการดูดซึมยาบิสฟอสโฟเนตชนิดกินถ้ากินใกล้กัน

หลักฐานของส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. — งานเภสัชจลนศาสตร์ในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดีพบว่าดูดซึมดีขึ้นเมื่อกินพร้อมอาหาร ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงในระยะสั้น 4 วัน แต่ไม่ได้ศึกษาในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้ยากระดูกพรุน และไม่พบงานทดลองที่วัดกระดูกหัก
  • แคลเซียมกับยา — แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาบางชนิด เช่น ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม และยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ควรให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • แคลเซียมเสริมโดยรวม — แนวทาง TOPF วางแคลเซียมและวิตามินดีไว้เป็นพื้นฐานร่วมกับยาในผู้ที่เสี่ยงสูง ไม่ใช่แทนยา งานรวมที่ใช้แคลเซียมวันละ 500–1,200 มก. (มากกว่าส่วนที่คำนวณได้จากแคปซูลราว 6–13 เท่า) พบผลต่อกระดูกหักอ่อนและไม่สอดคล้อง
  • วิตามินดีราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ) — ต่ำกว่าค่าแนะนำไทยหลายเท่า ผู้ที่แพทย์ตรวจพบว่าขาดวิตามินดีควรรักษาตามที่แพทย์สั่ง และต้องนับรวมกับวิตามินดีจากยาที่แพทย์ให้

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ระยะห่างขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดผลิตภัณฑ์และพบแพทย์
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: ให้นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมากหรือลงน้ำหนักเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ขึ้นมาทันที ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ยากระดูกพรุนกินยังไง

ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตชนิดกิน เช่น อะเลนโดรเนต ให้กินทันทีหลังลุกจากเตียงตอนเช้า ก่อนอาหารและเครื่องดื่ม กลืนพร้อมน้ำเปล่าเต็มแก้ว ห้ามนอนลงอย่างน้อย 30 นาที และรออย่างน้อย 30 นาทีจึงกินอาหาร ยา วิตามิน หรืออาหารเสริมอื่น ตามคำแนะนำของ MedlinePlus

กระดูกพรุนกินยาอะไร

แนวทางไทย TOPF 2021 ให้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรกในผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูง ทางเลือกคือยาฉีดเดโนซูแมบ ส่วนผู้ที่เสี่ยงสูงมากอาจได้ยาสร้างกระดูก เช่น เทอริพาราไทด์หรือโรโมโซซูแมบ แล้วตามด้วยยาต้านการสลายกระดูก แพทย์เป็นผู้เลือกยา

ยากระดูกพรุนแบบฉีดมีแบบไหนบ้าง

มีกรดโซเลโดรนิกแบบหยดเข้าหลอดเลือดทุก 1–2 ปี เดโนซูแมบแบบฉีดใต้ผิวหนังทุก 6 เดือน และยาสร้างกระดูก เช่น เทอริพาราไทด์ที่ฉีดใต้ผิวหนังวันละครั้งไม่เกิน 2 ปี เดโนซูแมบต้องฉีดตรงนัด เพราะการหยุดยาอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสันหลังหักในหลายเดือนถึงหลายปีต่อมา

ต้องกินยากระดูกพรุนไปตลอดชีวิตไหม

ไม่เสมอไป แนวทาง TOPF ให้ประเมินความเสี่ยงใหม่เมื่อใช้บิสฟอสโฟเนตชนิดกินครบ 5 ปี หรือชนิดหยดครบ 3 ปี บางคนแพทย์อาจให้พักยาถ้าไม่เคยกระดูกหักและ T-score สูงกว่า −2.5 แล้ว แต่การพักยาต้องเป็นการตัดสินของแพทย์ ห้ามหยุดเอง

กินแคลเซียมพร้อมยากระดูกพรุนได้ไหม

อย่ากินพร้อมกันกับยาบิสฟอสโฟเนตชนิดกิน MedlinePlus ระบุให้รออย่างน้อย 30 นาทีหลังกินยาจึงกินอาหารหรืออาหารเสริมอื่น และแคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรกำหนดเวลาที่เหมาะกับยาที่ท่านใช้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท