บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

อ่านผลตรวจมวลกระดูก T-score Z-score ค่าเท่าไรปกติ

คำตอบสั้น: ค่า T-score เทียบมวลกระดูกของเรากับคนหนุ่มสาวสุขภาพดี ใช้กับหญิงวัยหมดประจำเดือนและชายอายุ 50 ปีขึ้นไป เกณฑ์คือ ตั้งแต่ −1.0 ขึ้นไปถือว่าปกติ ต่ำกว่า −1.0 แต่สูงกว่า −2.5 คือมวลกระดูกต่ำหรือกระดูกบาง และ −2.5 หรือต่ำกว่าคือกระดูกพรุน ส่วน Z-score เทียบกับคนวัยเดียวกัน ใช้กับผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุต่ำกว่า 50 ปี แพทย์ไทยยังนำ T-score ไปพิจารณาร่วมกับประวัติกระดูกหักและคะแนน FRAX ก่อนสรุปว่าเป็นกระดูกพรุนและต้องใช้ยาหรือไม่

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • T-score ตั้งแต่ −1.0 ขึ้นไป = อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • T-score ระหว่าง −1.0 ถึง −2.5 = มวลกระดูกต่ำ (กระดูกบาง)
  • T-score −2.5 หรือต่ำกว่า = เข้าเกณฑ์กระดูกพรุน
  • ยิ่งติดลบมาก กระดูกยิ่งบาง เช่น −3.0 บางกว่า −2.0
  • Z-score −2.0 หรือต่ำกว่า = ต่ำกว่าที่คาดสำหรับวัย ใช้กับคนอายุน้อย
  • แพทย์ใช้ค่าที่ต่ำระหว่างกระดูกสันหลังส่วนเอว คอกระดูกสะโพก และสะโพกรวม
  • กระดูกบางร่วมกับเคยกระดูกหักบางตำแหน่ง หรือคะแนน FRAX สูง แนวทางไทยก็ถือเป็นกระดูกพรุนได้

มวลกระดูกคืออะไร ทำไมใบผลมีหลายตัวเลข

มวลกระดูก (bone mineral density หรือ BMD) คือความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก เครื่อง DXA วัดออกมาเป็นหน่วยกรัมต่อตารางเซนติเมตร (g/cm²) ของแต่ละตำแหน่ง

ตัวเลข g/cm² อย่างเดียวแปลผลยาก เพราะแต่ละยี่ห้อเครื่องและแต่ละตำแหน่งมีค่ามาตรฐานต่างกัน เครื่องจึงแปลงเป็นคะแนนมาตรฐานสองแบบ คือ T-score และ Z-score ซึ่งบอกว่าเราห่างจากค่าอ้างอิงกี่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

บางใบผลมีตัวเลขเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าเฉลี่ยของคนหนุ่มสาวหรือคนวัยเดียวกันพิมพ์มาด้วย เกณฑ์วินิจฉัยที่แนวทางใช้คือ T-score และ Z-score จึงไม่ต้องกังวลกับตัวเลขเปอร์เซ็นต์มากนัก

ถ้ายังไม่เคยตรวจ อ่านขั้นตอนการตรวจได้ที่ ตรวจมวลกระดูกคืออะไร ทำอย่างไร

T-score กับ Z-score ต่างกันอย่างไร ใช้กับใคร

T-score เทียบความหนาแน่นกระดูกของเรากับคนหนุ่มสาวสุขภาพดี ตามคำอธิบายของ MedlinePlus ค่ายิ่งติดลบมาก แปลว่ายิ่งต่ำกว่าค่าอ้างอิงของคนหนุ่มสาว

Z-score เทียบกับคนที่อายุ เพศ และเชื้อชาติเดียวกับเรา

สมาคมการวัดความหนาแน่นกระดูกนานาชาติ (ISCD 2023) กำหนดว่าใช้ค่าไหนกับใคร

  • หญิงวัยหมดประจำเดือน และชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ใช้ T-score และใช้เกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก
  • หญิงก่อนหมดประจำเดือน และชายอายุต่ำกว่า 50 ปี ใช้ Z-score แทน
  • Z-score −2.0 หรือต่ำกว่า เรียกว่า "ต่ำกว่าช่วงที่คาดไว้สำหรับวัย" ส่วนสูงกว่า −2.0 เรียกว่า "อยู่ในช่วงที่คาดไว้สำหรับวัย"
  • ผู้ชายอายุต่ำกว่า 50 ปี วินิจฉัยกระดูกพรุนจากค่ามวลกระดูกอย่างเดียวไม่ได้

ถ้าคนอายุน้อยมี Z-score ต่ำ แพทย์จะพิจารณาหาสาเหตุรอง เช่น ฮอร์โมนผิดปกติ ยาสเตียรอยด์ หรือโรคการดูดซึม ตามรายการสาเหตุรองในแนวทาง TOPF

ค่าเท่าไรคือปกติ กระดูกบาง กระดูกพรุน

เกณฑ์ T-score ตามองค์การอนามัยโลกที่ MedlinePlus และแนวทางไทยใช้

  • −1.0 ขึ้นไป (เช่น 0.5, 0, −0.8) อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ต่ำกว่า −1.0 แต่สูงกว่า −2.5 (เช่น −1.3, −2.0, −2.4) มวลกระดูกต่ำ หรือที่เรียกกันว่ากระดูกบาง (osteopenia)
  • −2.5 หรือต่ำกว่า (เช่น −2.5, −3.1) เข้าเกณฑ์กระดูกพรุน

ISCD ยังใช้คำว่า osteopenia ได้ แต่แนะนำคำว่า "มวลกระดูกต่ำ" มากกว่า และย้ำว่าคนที่มวลกระดูกต่ำไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกระดูกหักสูงทุกคน อ่านความต่างของสองภาวะนี้ได้ที่ กระดูกบางกับกระดูกพรุนต่างกันอย่างไร

แนวทางไทยวินิจฉัยกระดูกพรุนกว้างกว่าตัวเลข T-score

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF 2021) ให้วินิจฉัยกระดูกพรุนเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  1. กระดูกสันหลังหรือสะโพกหักจากแรงกระแทกน้อย (ไม่ต้องดูค่า T-score)
  2. T-score −2.5 หรือต่ำกว่า
  3. T-score ระหว่าง −1.0 ถึง −2.5 และ FRAX ฉบับไทยคำนวณโอกาสสะโพกหักใน 10 ปีได้ตั้งแต่ 3% ขึ้นไป
  4. T-score ระหว่าง −1.0 ถึง −2.5 และเคยหักกระดูกต้นแขน เชิงกราน หรือปลายแขนจากแรงน้อย

TOPF อธิบายเหตุผลว่าผู้ที่กระดูกหักจากแรงน้อยส่วนใหญ่มีค่า T-score อยู่ในช่วงกระดูกบาง ไม่ใช่ช่วงกระดูกพรุน ถ้าดูแค่ตัวเลขจะพลาดคนที่เสี่ยงจริงไปมาก

ทำไมผลกระดูกสันหลังกับสะโพกไม่เท่ากัน

กระดูกแต่ละตำแหน่งบางลงไม่เท่ากัน จึงเป็นเรื่องปกติที่สันหลังได้ −1.5 แต่สะโพกได้ −2.6 หรือกลับกัน

กติกาที่ ISCD ใช้แปลผล

  • วินิจฉัยจาก T-score ของกระดูกสันหลังส่วนเอว สะโพกรวม หรือคอกระดูกสะโพก ถ้าตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งถึง −2.5 ก็เข้าเกณฑ์
  • ที่สะโพก ให้ใช้ค่าที่ต่ำกว่าระหว่างคอกระดูกสะโพกกับสะโพกรวม
  • ที่สันหลัง ให้ใช้กระดูกสันหลังส่วนเอวข้อที่ 1–4 และตัดข้อที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเฉพาะที่หรือมีสิ่งรบกวนภาพออก ถ้าเหลือข้อที่แปลผลได้ข้อเดียว ให้ไปใช้ตำแหน่งอื่น
  • ปลายแขน ใช้ตำแหน่งกระดูกเรเดียสหนึ่งในสามของแขนข้างที่ไม่ถนัด

ดังนั้นในใบผล ให้ดูว่าแพทย์สรุปจากตำแหน่งใด ไม่ใช่เลือกดูเฉพาะตัวเลขที่ดูดีแล้วสบายใจ

ค่า T-score จากเครื่องวัดส้นเท้า ใช้เกณฑ์เดียวกันได้ไหม

ใช้ไม่ได้ เครื่องอัลตราซาวด์ส้นเท้าตามงานต่าง ๆ มักพิมพ์ค่า T-score ออกมาด้วย แต่ ISCD (2019) ระบุชัดว่าเกณฑ์วินิจฉัยขององค์การอนามัยโลกใช้กับค่า T-score จากอัลตราซาวด์ เครื่อง CT วัดกระดูก หรือเครื่อง DXA แบบวัดอวัยวะส่วนปลาย ไม่ได้ ยกเว้นการวัดกระดูกปลายแขนตำแหน่งหนึ่งในสามด้วย DXA

ดังนั้นตัวเลข −2.5 จากเครื่องวัดส้นเท้า ไม่ได้แปลว่าเป็นกระดูกพรุน และตัวเลข −0.5 ก็ไม่ได้แปลว่ากระดูกปกติ ให้นำผลไปปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจ DXA ที่สันหลังและสะโพก

ผลตรวจครั้งต่อไปเปลี่ยนเท่าไรจึงมีความหมาย

ตัวเลขที่ขยับเล็กน้อยอาจไม่ใช่การเปลี่ยนจริง เพราะการวัดซ้ำบนเครื่องเดิมก็คลาดเคลื่อนได้จากการจัดท่าและตัวเครื่อง

ISCD (2023) กำหนดให้แต่ละศูนย์ตรวจต้องคำนวณ "ค่าการเปลี่ยนแปลงขั้นต่ำที่มีนัยสำคัญ" (least significant change หรือ LSC) ของตัวเอง และกำหนดเพดานความคลาดเคลื่อนขั้นต่ำที่ยอมรับได้ของเจ้าหน้าที่ตรวจ ซึ่งคิดเป็น LSC ไม่เกินราว

  • กระดูกสันหลังส่วนเอว 5.3%
  • สะโพกรวม 5.0%
  • คอกระดูกสะโพก 6.9%

แปลว่า ถ้ามวลกระดูกเปลี่ยนน้อยกว่าค่า LSC ของศูนย์นั้น ยังสรุปไม่ได้ว่ากระดูกบางลงหรือหนาขึ้นจริง ค่า LSC จริงของแต่ละศูนย์อาจต่ำกว่าเพดานนี้ ให้ถามแพทย์หรือเจ้าหน้าที่

ข้อควรรู้อีกสองข้อจาก ISCD

  • ควรตรวจซ้ำที่เครื่องเดิม ห้ามเทียบการเปลี่ยนแปลงระหว่างเครื่องที่ไม่ได้ปรับเทียบกัน
  • ถ้าผลเปลี่ยนมากผิดคาด และยืนยันแล้วว่าภาพตรวจมีคุณภาพดี แพทย์ควรประเมินผู้ป่วยและแผนการดูแลใหม่

เรื่องความถี่ในการตรวจซ้ำ อ่านได้ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก ตรวจซ้ำทุกกี่ปี

ผลตรวจแบบนี้ควรถามแพทย์อะไรต่อ

คำถามที่ช่วยให้เข้าใจผลของตัวเองมากขึ้น

  1. ผลนี้สรุปจากตำแหน่งไหน ค่า T-score (หรือ Z-score) เท่าไร
  2. ถือว่าเป็นกระดูกพรุนตามเกณฑ์ข้อไหน หรือเป็นมวลกระดูกต่ำ
  3. คะแนน FRAX ของผม/ดิฉันเท่าไร โอกาสสะโพกหักใน 10 ปีถึง 3% หรือไม่
  4. ความเสี่ยงอยู่ระดับไหน ต่ำ ปานกลาง สูง หรือสูงมาก
  5. ต้องตรวจเลือดหาสาเหตุอื่นไหม เช่น แคลเซียม การทำงานของไต วิตามินดี
  6. ควรตรวจกระดูกสันหลังด้านข้างเพื่อหากระดูกยุบที่ไม่มีอาการไหม (TOPF แนะนำในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่ T-score ต่ำกว่า −1.0 และตัวเตี้ยลงชัดเจนหรือใช้สเตียรอยด์นาน)
  7. ต้องเริ่มยาหรือยัง ถ้ายังไม่ต้อง จะนัดตรวจซ้ำเมื่อไร
  8. ยาที่ใช้อยู่ตอนนี้มีตัวไหนที่ทำให้กระดูกบางหรือไม่ (ถามได้ แต่ ห้ามหยุดยาเอง)

ถ้าแพทย์แนะนำให้เริ่มยา อ่านต่อที่ ยากระดูกพรุนมีอะไรบ้าง และภาพรวมการดูแลที่ กระดูกพรุนในวัย 50 ปีขึ้นไป

มวลกระดูกบาง ควรทำอะไรระหว่างนี้

ทุกระดับความเสี่ยง แนวทาง TOPF ให้ดูแลพื้นฐานเหมือนกัน

  • ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว และฝึกกล้ามเนื้อต้านแรง
  • เลิกบุหรี่ และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ผู้หญิงไม่เกิน 1 หน่วยต่อวัน ผู้ชายไม่เกิน 2 หน่วยต่อวัน)
  • ได้แคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ กรมอนามัยแนะนำแคลเซียมวันละ 1,000 มก. สำหรับผู้อายุ 51 ปีขึ้นไป ดูแหล่งอาหารได้ที่ แคลเซียมวันละเท่าไรถึงพอ
  • ประเมินความเสี่ยงหกล้ม และจัดบ้านให้ปลอดภัย

ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อไร

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • ปวดหลังหลังล้มหรือถูกกระแทกแรง
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ขึ้นมาทันที
  • ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณแคลเซียมที่ผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับต่อวัน 1,000 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร ส่วนแคลเซียมจากคีเลตและเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลพอจะคำนวณได้ วิตามินดีในผลิตภัณฑ์คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) น้อยกว่าปริมาณที่คนไทยอายุ 51–70 ปีควรได้รับต่อวัน (600 IU) หลายเท่า

เรื่องค่า T-score: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ค่า T-score หรือมวลกระดูกดีขึ้น ผู้ที่ผลตรวจเข้าเกณฑ์กระดูกพรุนหรือเสี่ยงสูง ควรคุยกับแพทย์เรื่องยาตามแนวทาง และไม่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทนยา

หลักฐานของส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. — ฉลากไม่ได้บอกว่า "40%" หมายถึงร้อยละของอะไร จึงคำนวณปริมาณแคลเซียมจริงไม่ได้ และไม่พบงานทดลองในคนที่วัดมวลกระดูกจากสารชนิดนี้
  • แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. — งานในคนที่พบมีเพียงการวัดการดูดซึม (ราวร้อยละ 26.5 ในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน) ไม่พบงานทดลองที่วัดมวลกระดูกหรือกระดูกหัก
  • แคลเซียมเสริมโดยรวม — งานรวม 59 งานทดลองในผู้อายุเกิน 50 ปี พบว่าแคลเซียมจากอาหารหรือเม็ดเสริม (ขนาดส่วนใหญ่ 500–1,200 มก. ต่อวัน มากกว่าส่วนที่คำนวณได้จากแคปซูลราว 6–13 เท่า) เพิ่มมวลกระดูกได้เพียง 0.6–1.8% และไม่เพิ่มต่อหลังปีแรก ผู้วิจัยสรุปว่าไม่น่าจะลดกระดูกหักได้อย่างมีความหมาย
  • วิตามินดีราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ) — งานรวม 81 งานทดลอง (53,537 คน) พบว่าวิตามินดีเสริมไม่ทำให้มวลกระดูกต่างอย่างมีความหมายทางคลินิก

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ระยะห่างขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดผลิตภัณฑ์และพบแพทย์
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: ให้นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมากหรือลงน้ำหนักเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ขึ้นมาทันที ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

T-score เท่าไรถือว่าปกติ

T-score ตั้งแต่ −1.0 ขึ้นไปถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ต่ำกว่า −1.0 แต่สูงกว่า −2.5 คือมวลกระดูกต่ำหรือกระดูกบาง และ −2.5 หรือต่ำกว่าเข้าเกณฑ์กระดูกพรุน เกณฑ์นี้ใช้กับหญิงวัยหมดประจำเดือนและชายอายุ 50 ปีขึ้นไป

T-score กับ Z-score ต่างกันอย่างไร

T-score เทียบกับคนหนุ่มสาวสุขภาพดี ใช้กับหญิงวัยหมดประจำเดือนและชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วน Z-score เทียบกับคนอายุ เพศ และเชื้อชาติเดียวกัน ใช้กับหญิงก่อนหมดประจำเดือนและชายอายุต่ำกว่า 50 ปี Z-score −2.0 หรือต่ำกว่าถือว่าต่ำกว่าที่คาดสำหรับวัย

ทำไมผลกระดูกสันหลังกับสะโพกไม่เท่ากัน

กระดูกแต่ละตำแหน่งบางลงไม่เท่ากัน และกระดูกสันหลังบางข้ออาจมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ต้องตัดออก แพทย์จะดูค่าต่ำของกระดูกสันหลังส่วนเอว สะโพกรวม และคอกระดูกสะโพก ถ้าตำแหน่งใดถึง −2.5 ก็เข้าเกณฑ์กระดูกพรุน

T-score −2.0 เป็นกระดูกพรุนไหม

ตามตัวเลขอย่างเดียวยังเป็นช่วงมวลกระดูกต่ำ แต่แนวทางไทยให้ถือเป็นกระดูกพรุนได้ ถ้าเคยกระดูกสันหลังหรือสะโพกหักจากแรงน้อย เคยหักกระดูกต้นแขน เชิงกราน หรือปลายแขนจากแรงน้อย หรือ FRAX คำนวณโอกาสสะโพกหักใน 10 ปีได้ตั้งแต่ 3% ขึ้นไป ควรถามแพทย์

ตรวจซ้ำแล้วค่าลดลงนิดหน่อย น่ากังวลไหม

อาจยังไม่ใช่การเปลี่ยนจริง ISCD กำหนดให้แต่ละศูนย์คำนวณค่าการเปลี่ยนแปลงขั้นต่ำที่มีนัยสำคัญ (LSC) ซึ่งเพดานที่ยอมรับได้ราว 5% ที่สันหลังและสะโพกรวม ถ้าเปลี่ยนน้อยกว่าค่านี้ยังสรุปไม่ได้ และควรตรวจที่เครื่องเดิมทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท