บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

มวลกระดูกบนเครื่องชั่งน้ำหนักควรมีกี่กิโล ใช้แทนการตรวจจริงได้ไหม

คำตอบสั้น: ตัวเลข "มวลกระดูก" หรือ bone mass บนเครื่องชั่งวัดไขมันเป็นค่าประมาณจากการส่งไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านร่างกาย (BIA) ไม่ได้ถ่ายภาพกระดูกจริง งานที่เทียบกับเครื่อง DXA พบว่าค่าแร่ธาตุกระดูกจาก BIA คลาดเคลื่อนได้มาก แนวทางวินิจฉัยกระดูกพรุนทั้งของไทยและนานาชาติไม่มีเกณฑ์ว่ามวลกระดูกควรมีกี่กิโลกรัม แต่ใช้ค่า T-score จากเครื่อง DXA ที่กระดูกสันหลังและสะโพก ถ้ากังวลเรื่องกระดูก ให้ดูว่าเข้าเกณฑ์ตรวจหรือไม่ แล้วปรึกษาแพทย์เรื่องตรวจ DXA

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เครื่องชั่งวัดไขมันใช้หลัก BIA (bioelectrical impedance analysis) วัดความต้านทานไฟฟ้าของร่างกาย แล้วใช้สูตรคำนวณองค์ประกอบร่างกาย
  • ค่า bone mass บนเครื่องชั่งคือน้ำหนักแร่ธาตุกระดูกโดยประมาณทั้งตัว เป็นกิโลกรัม
  • การวินิจฉัยกระดูกพรุนใช้ความหนาแน่นกระดูก (g/cm²) และ T-score จาก DXA ที่สันหลังและสะโพก เป็นคนละค่ากัน
  • งานในเด็กญี่ปุ่น 443 คนพบว่า BIA ประมาณค่าแร่ธาตุกระดูกสูงกว่า DXA ราว 63–67%
  • ตัวเลขเปลี่ยนได้ตามน้ำในร่างกาย จึงควรชั่งในสภาพเดียวกันทุกครั้งถ้าจะดูแนวโน้ม
  • ตัวเลขบนเครื่องชั่งปกติ ไม่ได้แปลว่ากระดูกไม่พรุน

เครื่องชั่งวัดไขมันประมาณค่ามวลกระดูกอย่างไร

เครื่องชั่งแบบนี้ไม่ได้ "มองเห็น" กระดูก หลักการคือส่งกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กมากผ่านฝ่าเท้า (และฝ่ามือในบางรุ่น) แล้ววัดว่าร่างกายต้านไฟฟ้าแค่ไหน

เนื้อเยื่อที่มีน้ำมาก เช่น กล้ามเนื้อ นำไฟฟ้าได้ดี ส่วนไขมันนำไฟฟ้าได้น้อย เครื่องจึงนำค่าความต้านทานนี้ไปรวมกับน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศที่เรากรอก แล้วใช้สมการของผู้ผลิตคำนวณออกมาเป็นไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำ และมวลกระดูก

คณะทำงานของสมาคมโภชนาการคลินิกยุโรป (ESPEN) ทบทวนเรื่อง BIA ไว้ตั้งแต่ปี 2004 ว่าวิธีนี้ใช้ประเมินมวลไร้ไขมัน ไขมัน และน้ำในร่างกาย ได้ดีในคนสุขภาพดีที่สมดุลน้ำและเกลือแร่คงที่ เมื่อใช้สมการที่ผ่านการตรวจสอบแล้วและเหมาะกับอายุ เพศ และเชื้อชาติ ค่ามวลกระดูกไม่ได้อยู่ในรายการผลที่ ESPEN สรุปไว้ในบทคัดย่อ

แปลง่าย ๆ คือ ค่ามวลกระดูกบนเครื่องชั่งเป็นการประมาณซ้อนการประมาณ และสมการของแต่ละยี่ห้อไม่ได้เปิดเผยหรือเหมือนกันเสมอไป

มวลกระดูกควรมีกี่กิโลกรัม มีค่ามาตรฐานไหม

ไม่มีเกณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้ "กิโลกรัมของกระดูก" วินิจฉัยกระดูกพรุน แนวทางของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF 2021) และสมาคม ISCD ใช้ค่าความหนาแน่นกระดูกต่อพื้นที่ที่ตำแหน่งเฉพาะ คือกระดูกสันหลังส่วนเอว สะโพก และบางกรณีปลายแขน แล้วแปลงเป็น T-score

ตารางค่า "มวลกระดูกที่เหมาะสม" ที่เห็นในคู่มือเครื่องชั่งหรือบนอินเทอร์เน็ต เป็นค่าอ้างอิงของผู้ผลิตหรือผู้เขียนแต่ละราย ไม่ใช่เกณฑ์ในแนวทางเวชปฏิบัติที่เราเปิดตรวจ จึงไม่ควรใช้บอกว่ากระดูกพรุนหรือไม่

คำถามว่า "มวลกระดูกควรมีกี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว" ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีเกณฑ์วินิจฉัยแบบนี้ในแนวทาง อ่านเกณฑ์จริงที่แพทย์ใช้ได้ที่ อ่านผลตรวจมวลกระดูก T-score Z-score

ทำไมตัวเลขบนเครื่องชั่งใช้วินิจฉัยกระดูกพรุนไม่ได้

เหตุผลหลักมี 3 ข้อ

1. วัดคนละอย่างกัน

ค่าบนเครื่องชั่งคือน้ำหนักแร่ธาตุกระดูกทั้งตัวโดยประมาณ ส่วนการวินิจฉัยใช้ความหนาแน่นกระดูกที่สันหลังและสะโพก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่หักแล้วอันตราย คนตัวใหญ่จะมีกระดูกรวมหนักกว่าคนตัวเล็กเสมอ แม้กระดูกสะโพกจะบางก็ตาม

2. ค่าที่ได้คลาดเคลื่อนจาก DXA มาก

  • งานในเด็กญี่ปุ่นอายุ 10–14 ปี 443 คน (ตีพิมพ์ปี 2023) เทียบเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายแบบ BIA ที่ขายทั่วไปกับ DXA พบว่าค่าไขมันและมวลไร้ไขมันสอดคล้องกันดี แต่ BIA ประมาณค่าแร่ธาตุกระดูกสูงกว่า DXA ราว 62.7–66.5% ผู้วิจัยสรุปว่า BIA ให้ค่าไม่เท่า DXA ในบางตัวชี้วัด แต่พอใช้ติดตามแนวโน้มของคนคนเดียวในชีวิตประจำวันได้
  • งานในผู้ใหญ่เวียดนาม 456 คน (ตีพิมพ์ปี 2026) ใช้เครื่อง BIA แบบหลายความถี่ พบว่าค่าแร่ธาตุกระดูกจาก BIA สัมพันธ์กับ DXA ต่ำกว่าค่าอื่นทั้งหมด (r = 0.81 เทียบกับ 0.95–0.97 ของมวลไร้ไขมัน) และความคลาดเคลื่อนต่างกันตามส่วนของร่างกาย

งานทั้งสองไม่ได้ทำในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยกระดูกพรุน แต่ก็แสดงว่าค่าแร่ธาตุกระดูกจากเครื่องชั่งไม่ใช่ค่าเดียวกับที่ DXA วัด และไม่มีเกณฑ์ที่ใช้ค่านี้แยกคนปกติกับคนกระดูกพรุน

3. ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวินิจฉัย

เกณฑ์ T-score ขององค์การอนามัยโลกพัฒนาขึ้นจากเครื่อง DXA ที่ตำแหน่งกำหนด สมาคม ISCD ยังระบุว่าเกณฑ์นี้ใช้กับเครื่องชนิดอื่น เช่น อัลตราซาวด์ส้นเท้า ไม่ได้ เครื่องชั่ง BIA ยิ่งห่างจากมาตรฐานนี้ออกไปอีก

ตัวเลขเปลี่ยนตามน้ำหนักตัวและน้ำในร่างกายอย่างไร

BIA อาศัยน้ำในร่างกายเป็นตัวนำไฟฟ้า ค่าที่ได้จึงแกว่งตามสภาพน้ำในร่างกายขณะชั่ง

  • แนวทาง ESPEN ระบุว่า BIA ใช้ได้ดีในคนที่สมดุลน้ำและเกลือแร่คงที่ และไม่แนะนำให้ใช้ประเมินเป็นประจำในคนที่ดัชนีมวลกายสูงหรือต่ำมาก หรือมีภาวะน้ำในร่างกายผิดปกติ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าสมการแม่นในกลุ่มนี้
  • การติดตามแนวโน้มด้วย BIA ทำได้ในผู้ที่ดัชนีมวลกาย 16–34 กก./ตร.ม. ที่ไม่มีภาวะน้ำผิดปกติ แต่ ESPEN เตือนให้แปลผลอย่างระวัง
  • งานในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ชาวเม็กซิโก 309 คน ระบุในบทนำว่า BIA อาจไม่น่าเชื่อถือในภาวะที่กระทบสมดุลน้ำของร่างกาย และพบว่าค่าไขมันแม่นในระดับกลุ่ม แต่ไม่แม่นในระดับรายคน

ในชีวิตจริง ผู้สูงอายุที่บวมน้ำ เป็นโรคไต โรคหัวใจ กินยาขับปัสสาวะ หรือดื่มน้ำน้อย อาจได้ตัวเลขขึ้นลงมากโดยที่กระดูกไม่ได้เปลี่ยน ส่วนคนที่ลดน้ำหนักได้มาก ตัวเลขมวลกระดูกบนเครื่องอาจลดตามน้ำหนัก ซึ่งไม่ได้บอกว่ากระดูกบางลงจริงหรือไม่

ถ้าอยากใช้เครื่องชั่งดูแนวโน้มของตัวเอง ให้ชั่งเวลาเดิม สภาพเดิม เช่น ตอนเช้าหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินอาหาร และดูแนวโน้มน้ำหนักและไขมันเป็นหลัก ไม่ต้องกังวลกับตัวเลขมวลกระดูกที่ขยับขึ้นลง

ผู้หญิงควรมีมวลกระดูกเท่าไร ต่างจากผู้ชายไหม

ผู้หญิงมีโอกาสเป็นกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย ข้อมูลไทยจาก TOPF พบความชุกราวร้อยละ 20 ในผู้หญิง และร้อยละ 10 ในผู้ชาย สถาบัน NIAMS ระบุว่าผู้หญิงหลายคนเริ่มสูญเสียกระดูกตั้งแต่ 1–2 ปีก่อนหมดประจำเดือน

แต่คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขกิโลกรัมบนเครื่องชั่ง ค่า T-score จาก DXA ของผู้หญิงแต่ละคนเทียบกับค่าอ้างอิงของคนหนุ่มสาว สิ่งที่ผู้หญิงควรรู้คือเกณฑ์อายุและปัจจัยเสี่ยงที่ควรตรวจ อ่านต่อที่ วัยทองกับกระดูกพรุน

ถ้ากังวลเรื่องกระดูก ควรตรวจแบบไหน

การตรวจมาตรฐานคือ DXA ที่กระดูกสันหลังส่วนเอวและสะโพก ตามแนวทาง TOPF 2021 ผู้ที่เข้าเกณฑ์ตรวจ ได้แก่

  • ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
  • หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี
  • อายุน้อยกว่าเกณฑ์แต่เคยกระดูกหักจากแรงน้อย ตัวเตี้ยลง ใช้ยาสเตียรอยด์ ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 20 หรือพ่อแม่เคยสะโพกหัก

ถ้ายังไม่เข้าเกณฑ์ ลองคำนวณ FRAX ฉบับไทย (เครื่องมือประเมินโอกาสกระดูกหักใน 10 ปี) แบบไม่ใส่ค่ามวลกระดูก แล้วนำผลไปคุยกับแพทย์ อ่านรายละเอียดเกณฑ์ได้ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก และขั้นตอนการตรวจที่ ตรวจมวลกระดูกคืออะไร ทำอย่างไร

สิ่งที่ไม่ควรทำ คือใช้ตัวเลขบนเครื่องชั่งตัดสินว่าไม่ต้องตรวจ หรือใช้ตัวเลขนี้ตัดสินใจหยุด เริ่ม หรือเปลี่ยนยากระดูกพรุนเอง

เครื่องชั่งวัดไขมันยังมีประโยชน์ไหม

มีประโยชน์ในการดูแนวโน้มน้ำหนักตัวและไขมันของตัวเองเมื่อชั่งในสภาพเดียวกัน ซึ่งช่วยเรื่องการคุมน้ำหนักและการออกกำลังกาย สิ่งที่ช่วยกระดูกจริงในชีวิตประจำวันตามแนวทาง TOPF คือ

  • ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและฝึกกล้ามเนื้อต้านแรง
  • เลิกบุหรี่ จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ได้แคลเซียมจากอาหารเพียงพอ เช่น นม เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม คะน้า ตำลึง ดูปริมาณที่ แคลเซียมวันละเท่าไรถึงพอ
  • ป้องกันการหกล้ม

ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อไร

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • ปวดหลังหลังล้มหรือถูกกระแทกแรง
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ขึ้นมาทันที
  • ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณแคลเซียมที่ผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับต่อวัน 1,000 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร ส่วนแคลเซียมจากคีเลตและเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลพอจะคำนวณได้ วิตามินดีในผลิตภัณฑ์คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) น้อยกว่าปริมาณที่คนไทยอายุ 51–70 ปีควรได้รับต่อวัน (600 IU) หลายเท่า

เรื่องตัวเลขมวลกระดูกบนเครื่องชั่ง: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ตัวเลขมวลกระดูกบนเครื่องชั่ง ค่ามวลกระดูกจาก DXA หรือค่า T-score เปลี่ยนไป และตัวเลขบนเครื่องชั่งก็ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ประเมินผลของอาหารเสริมใด ๆ ผู้ที่กังวลเรื่องกระดูกควรใช้เกณฑ์การตรวจ DXA ตามแนวทาง

หลักฐานของส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. — ฉลากไม่ระบุว่า 50 มก. คือน้ำหนักผงเปลือกหรือน้ำหนักแคลเซียม จึงคำนวณปริมาณแคลเซียมไม่ได้ งานนำร่องในเซอร์เบียใช้ผงมุกที่ให้แคลเซียมธาตุวันละ 260 มก. ในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มวลกระดูกต่ำ 30 คน เทียบกับแคลเซียมคาร์บอเนต 20 คน นาน 6 เดือน ผลมวลกระดูกไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และผู้วิจัยสรุปว่ายังสนับสนุนอย่างหนักแน่นไม่ได้ ข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวและโลหะหนักของผงมุกยังจำกัด
  • แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. — งานในคนที่พบมีเพียงการวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน (ราวร้อยละ 26.5) โดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ไม่พบงานทดลองที่วัดมวลกระดูกหรือกระดูกหัก
  • แคลเซียมเสริมโดยรวม — งานรวมในผู้อายุเกิน 50 ปีที่ใช้แคลเซียมวันละ 500–1,200 มก. (มากกว่าส่วนที่คำนวณได้จากแคปซูลราว 6–13 เท่า) พบมวลกระดูกเพิ่มเพียง 0.6–1.8% ในปีแรก และผู้วิจัยสรุปว่าไม่น่าลดกระดูกหักได้อย่างมีความหมาย

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ระยะห่างขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดผลิตภัณฑ์และพบแพทย์
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: ให้นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมากหรือลงน้ำหนักเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ขึ้นมาทันที ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

มวลกระดูกบนเครื่องชั่งควรมีกี่กิโลกรัม

ไม่มีเกณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้กิโลกรัมของกระดูกวินิจฉัยกระดูกพรุน ค่าบนเครื่องชั่งเป็นการประมาณจากความต้านทานไฟฟ้าตามสมการของผู้ผลิต แนวทางไทยและนานาชาติใช้ค่า T-score จากเครื่อง DXA ที่กระดูกสันหลังและสะโพกแทน

เครื่องชั่งวัดมวลกระดูกแม่นไหม

ไม่แม่นพอจะใช้วินิจฉัย งานในเด็กญี่ปุ่น 443 คนพบว่าเครื่อง BIA ประมาณค่าแร่ธาตุกระดูกสูงกว่า DXA ราว 63–67% และงานในผู้ใหญ่เวียดนาม 456 คนพบว่าค่าแร่ธาตุกระดูกเป็นค่าที่สอดคล้องกับ DXA น้อยกว่าค่าอื่น

ตัวเลขมวลกระดูกบนเครื่องชั่งลดลง แปลว่ากระดูกพรุนไหม

ไม่ได้แปลอย่างนั้น ตัวเลขอาจขยับตามน้ำหนักตัวและน้ำในร่างกายขณะชั่ง แนวทาง ESPEN ระบุว่า BIA ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะน้ำในร่างกายผิดปกติ ถ้ากังวลเรื่องกระดูก ให้ดูว่าเข้าเกณฑ์ตรวจ DXA หรือไม่แล้วปรึกษาแพทย์

ตัวเลขบนเครื่องชั่งปกติ ไม่ต้องตรวจมวลกระดูกใช่ไหม

ไม่ใช่ ตัวเลขบนเครื่องชั่งปกติไม่ได้ยืนยันว่ากระดูกไม่พรุน ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ชาย 70 ปีขึ้นไป หรือมีปัจจัยเสี่ยงตามแนวทางไทย ควรปรึกษาแพทย์เรื่องตรวจ DXA

ถ้าอยากรู้ว่ากระดูกบางไหม ควรตรวจแบบไหน

การตรวจมาตรฐานคือเครื่อง DXA ที่กระดูกสันหลังส่วนเอวและสะโพก ไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่นาน ส่วนอัลตราซาวด์ส้นเท้าใช้คัดกรองได้แต่ใช้วินิจฉัยไม่ได้ และเครื่องชั่งวัดไขมันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวินิจฉัย

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท