บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

อะเซทิลโคลีนคืออะไร เกี่ยวกับความจำและยาอัลไซเมอร์อย่างไร

คำตอบสั้น: อะเซทิลโคลีน (acetylcholine) คือสารสื่อประสาทที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณ สถาบันไลนัส พอลลิง (LPI) ระบุว่าสารนี้เกี่ยวข้องกับการควบคุมกล้ามเนื้อ จังหวะการหลับตื่น ความจำ และการทำงานอื่นของระบบประสาท ร่างกายสร้างอะเซทิลโคลีนจากโคลีน และมีเอนไซม์คอยสลายทิ้ง ยาอัลไซเมอร์กลุ่มหนึ่งออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ตัวนี้ ส่วนยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก เช่น ยาแก้แพ้รุ่นเก่า อาจทำให้ผู้สูงอายุสับสนหรือหลงลืมได้ แต่การกินโคลีนเสริมไม่ได้แปลว่าความจำจะดีขึ้น งานทดลองในคนให้ผลเป็นกลางหรือผลลบ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อะเซทิลโคลีนเป็นสารสื่อประสาท เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ การหลับตื่น และความจำ
  • ร่างกายสร้างจากโคลีน และมีเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรสสลายกลับเป็นโคลีน
  • ยาอัลไซเมอร์กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส เช่น โดเนพีซิล ช่วยให้มีสารนี้ในสมองมากขึ้น ให้ประโยชน์เล็กแต่มีหลักฐาน และไม่ได้ทำให้หาย
  • ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกทำให้ผู้สูงอายุสับสนได้ แนวทางไทยแนะนำให้หลีกเลี่ยงหลายตัว แต่ห้ามหยุดยาเอง
  • กินโคลีนเสริมแล้วความจำไม่ดีขึ้นในงานทดลองที่มีอยู่
  • ผู้ใหญ่ควรได้โคลีนวันละ 425–550 มก. จากอาหาร เช่น ไข่ ตับ ไก่ ปลา บรอกโคลี

อะเซทิลโคลีนทำหน้าที่อะไร

อะเซทิลโคลีนเป็นตัวส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท สถาบัน LPI อธิบายว่าเซลล์ประสาทกลุ่มที่เรียกว่า "โคลิเนอร์จิก" เป็นผู้สร้างสารนี้ และสารนี้เกี่ยวข้องกับ

  • การควบคุมกล้ามเนื้อ
  • จังหวะการหลับและตื่น
  • ความจำ
  • การทำงานอื่นของระบบประสาท

นอกจากในสมอง เซลล์ในอวัยวะอื่นก็สร้างและใช้อะเซทิลโคลีนเช่นกัน ยาที่ไปเพิ่มหรือลดฤทธิ์ของสารนี้จึงมีผลได้หลายระบบ ไม่ใช่เฉพาะสมอง

ร่างกายสร้างและสลายอะเซทิลโคลีนอย่างไร

วงจรอย่างง่ายมี 2 ขั้น ตามที่ LPI อธิบาย

  1. สร้าง: เอนไซม์โคลีนอะเซทิลทรานส์เฟอเรส (choline acetyltransferase) นำโคลีนมาต่อกับหมู่อะเซทิล กลายเป็นอะเซทิลโคลีน
  2. สลาย: เอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส (acetylcholinesterase) ตัดอะเซทิลโคลีนกลับเป็นโคลีนและอะซิเตต

ฟังดูเหมือนว่า "ถ้ากินโคลีนมาก ๆ ก็จะได้อะเซทิลโคลีนมาก" แต่ร่างกายไม่ได้ทำงานตรงไปตรงมาแบบนั้น ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

ทำไมยาอัลไซเมอร์กลุ่มหนึ่งออกฤทธิ์ผ่านอะเซทิลโคลีน

ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส (cholinesterase inhibitors) ไปชะลอการสลายอะเซทิลโคลีน ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ โดเนพีซิล (donepezil) ริวาสติกมีน (rivastigmine) และกาแลนตามีน (galantamine)

  • ข้อมูลยาของ MedlinePlus อธิบายว่าโดเนพีซิลทำงานโดยเพิ่มปริมาณสารธรรมชาติในสมองที่มีบทบาทต่อการทำงานด้านความคิด และควบคุมอาการ แต่ไม่ได้รักษาให้หาย
  • แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 (สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์) ระบุว่ายากลุ่มนี้เป็นยามาตรฐานสำหรับอัลไซเมอร์ระยะน้อยถึงปานกลาง ส่วนเมแมนทีน (memantine) ใช้ในระยะปานกลางถึงรุนแรง และมีเพียงโดเนพีซิลที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
  • งานทบทวน Cochrane เรื่องโดเนพีซิล (2018) รวม 30 งาน 8,257 คน พบประโยชน์เล็กต่อความคิด กิจวัตรประจำวัน และภาพรวม คะแนน MMSE ต่างจากยาหลอกราว 1 คะแนน และมีผลข้างเคียงมากกว่ายาหลอก (72% เทียบกับ 65%)
  • ผลข้างเคียงที่แนวทางไทยระบุ เช่น คลื่นไส้ ฝันร้าย นอนไม่หลับ ชีพจรช้า และวูบ

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาสมองเสื่อมเอง และห้ามใช้อาหารเสริมแทนยา ถ้าสงสัยผลข้างเคียง ให้กลับไปคุยกับแพทย์ อ่านภาพรวมยาได้ที่ ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง และ โดเนพีซิลคือยาอะไร

ยากลุ่มต้านโคลิเนอร์จิกกระทบความจำอย่างไร

ยาต้านโคลิเนอร์จิก (anticholinergic) คือยาที่ไปขัดฤทธิ์ของอะเซทิลโคลีน ยาหลายตัวที่ใช้กันทั่วไปมีฤทธิ์นี้ร่วมด้วย

แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2563 แนะนำให้หลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ในผู้สูงอายุ ตัวอย่างที่ระบุไว้ ได้แก่

  • ยาแก้แพ้รุ่นแรก เช่น คลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ไฮดรอกซีซีน (hydroxyzine) ไดเมนไฮดริเนต (dimenhydrinate)
  • ยาต้านซึมเศร้าบางตัว เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) อิมิพรามีน (imipramine) พาร็อกซีทีน (paroxetine)
  • ยาคลายกล้ามเนื้อออร์เฟนาดรีน (orphenadrine)
  • ยาพาร์กินสันบางตัว เช่น เบนซ์โทรปีน (benztropine) ไตรเฮกซีเฟนิดิล (trihexyphenidyl)
  • ยาลดเกร็งบางตัว เช่น อะโทรปีน (atropine) ไฮออสไซยามีน (hyoscyamine)

แนวทางไทยยังระบุว่ายาต้านโคลิเนอร์จิกลดประโยชน์ของยากลุ่มยับยั้งโคลีนเอสเทอเรส และทำให้สับสนหรือเพ้อได้ ส่วนงานสังเกตขนาดใหญ่ในอังกฤษ (Coupland 2019, 284,343 คน) พบว่าการใช้ยาต้านโคลิเนอร์จิกสะสมสูงสัมพันธ์กับสมองเสื่อม (OR 1.49 ในกลุ่มที่ใช้สะสมสูงสุดเมื่อเทียบกับไม่ใช้) งานสังเกตบอกความสัมพันธ์ได้ แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่ายาเป็นสาเหตุ

สิ่งที่ควรทำ: นำยาทุกตัว รวมยาแก้แพ้ ยานอนหลับ และยาซื้อเอง ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน ห้ามหยุดยาเอง เพราะบางตัวต้องค่อย ๆ ลด อ่านเพิ่มที่ ยาที่ควรระวังในผู้สูงอายุ และ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว

กินโคลีนแล้วร่างกายได้อะเซทิลโคลีนเพิ่มตรง ๆ ไหม

งานทดลองในคนที่มีอยู่ไม่พบว่ากินโคลีนเสริมแล้วความจำดีขึ้น แม้โคลีนจะเป็นวัตถุดิบสร้างอะเซทิลโคลีนก็ตาม

  • Thal 1981: ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ 7 คน ได้โคลีนคลอไรด์ 50–200 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน แม้ระดับโคลีนในเลือดเพิ่มกว่าเท่าตัว แต่ไม่มีใครดีขึ้นในทุกขนาด
  • Lippelt 2016: ผู้ใหญ่หนุ่มสาวสุขภาพดีใน 3 การทดลอง (28, 26 และ 40 คน) กินโคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัมครั้งเดียว ไม่เพิ่มความจำใช้งานหรือความจำระยะยาวในทุกแบบทดสอบ
  • Deuster 2002: ชาย 13 คน ได้โคลีน 50 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ระดับโคลีนในเลือดเพิ่ม แต่ไม่มีผลต่อเวลาตอบสนอง การใช้เหตุผล และความจำ

สถาบัน LPI สรุปว่ายังต้องมีงานวิจัยในคนเพิ่มเติมเพื่อบอกว่าการเสริมโคลีนช่วยป้องกันความจำถดถอยในผู้สูงอายุหรือไม่ และงานในผู้สูงอายุที่มีอยู่เป็นงานภาคตัดขวาง LPI ยังระบุว่างานทบทวนเรื่องเลซิทิน (ฟอสฟาทิดิลโคลีน) ขนาดสูงไม่พบว่าดีกว่ายาหลอกในผู้มีปัญหาความคิดหรือสมองเสื่อม ในขณะที่ยากลุ่มยับยั้งโคลีนเอสเทอเรสมีผลบวก

สรุปคือ การเพิ่มวัตถุดิบไม่ได้แปลว่าสมองจะผลิตสารสื่อประสาทเพิ่มหรือความจำดีขึ้น ส่วนซิติโคลีน (citicoline) เป็นสารอีกชนิดที่ต่างจากโคลีนในอาหารเสริม อ่านได้ที่ ซิติโคลีนต่างจากโคลีนอย่างไร

ร่างกายต้องการโคลีนวันละเท่าไร ได้จากอาหารอะไร

ค่าปริมาณที่ควรได้รับ (AI) ตาม LPI: ผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ชายวันละ 550 มก. หญิงวันละ 425 มก. และยังไม่มีหลักฐานว่าผู้สูงอายุควรต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไป ขนาดสูงสุดที่รับได้ (UL) คือวันละ 3,500 มก.

ตัวอย่างปริมาณโคลีนในอาหารจากตารางของ LPI

  • ตับวัวผัด 3 ออนซ์ ราว 355 มก.
  • ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟอง ราว 151 มก.
  • อกไก่สุก 3 ออนซ์ ราว 62 มก.
  • บรอกโคลีต้ม 1 ถ้วย ราว 62 มก.
  • นม 1% 1 ถ้วย ราว 43 มก.
  • ถั่วลิสง 1 ออนซ์ ราว 15 มก.

LPI ระบุว่าอาหารหลากหลายควรให้โคลีนพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือแพทย์ให้จำกัดอาหารบางชนิด เช่น จำกัดไข่แดงหรือเครื่องในเพราะไขมันในเลือดสูง ให้ถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร อ่านบทบาทของโคลีนต่อตับได้ที่ โคลีนช่วยอะไร และวิธีคำนวณโคลีนจากฉลากที่ โคลีน ไบทาร์เทรต คือสารอะไร

ข้อจำกัดของหลักฐานเรื่องอาหารเสริมโคลีน

  • งานทดลองที่ให้โคลีนเสริมส่วนใหญ่เล็กมาก และหลายงานให้ครั้งเดียว
  • หลักฐานเชิงบวกส่วนใหญ่มาจากงานสังเกตที่ดูปริมาณโคลีนจากอาหาร ซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ว่าโคลีนเป็นสาเหตุ เช่น งานรวมปี 2026 จาก 9 กลุ่มประชากร 218,378 คน พบว่าโคลีนจากอาหารสูงสัมพันธ์กับความคิดถดถอยน้อยกว่า แต่ความสัมพันธ์กับสมองเสื่อมไม่มีนัยสำคัญ
  • โคลีนขนาดสูงมาก (ตั้งแต่ 7,500 มก. ต่อวัน) สัมพันธ์กับความดันต่ำ เหงื่อออก กลิ่นตัวคาวปลา และอาการทางเดินอาหาร (LPI)

ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อไร

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • สับสนหรือเพ้อขึ้นมาทันที โดยเฉพาะหลังเริ่มยาใหม่
  • หน้ามืด วูบ เป็นลม หรือชีพจรช้ามากในผู้ใช้ยาสมองเสื่อม
  • ซึมลง ปลุกยาก หรือชัก
  • แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ขึ้นมาทันที

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

เรื่องโคลีนในแคปซูลนี้: ฉลากระบุโคลีน ไบทาร์เทรต 90 มก. ซึ่งเทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) หรือราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) น้อยกว่าไข่ไก่ 1 ฟองที่มีโคลีนราว 151 มก. ตามตาราง LPI งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 22–28 เท่า คำนวณ) ก็ไม่พบผลต่อความจำ ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มอะเซทิลโคลีนในสมอง ช่วยความจำ หรือใช้แทนยาสมองเสื่อมได้

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้านใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก มีรายงานผู้ป่วย 1 รายที่สงสัยอาการโคลิเนอร์จิกเกินเมื่อใช้ร่วมกับยากระตุ้นโคลิเนอร์จิก
  • โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมแมนทีน) หรือยากระตุ้นโคลิเนอร์จิก: ไม่มีงานในคนเรื่องใช้ร่วมกับพรมมิ แจ้งแพทย์ก่อน ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้เป็นลมชัก ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หมดสติแม้ชั่วครู่ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

อะเซทิลโคลีนคืออะไร ทำหน้าที่อะไร

อะเซทิลโคลีนเป็นสารสื่อประสาทที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณ สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าเกี่ยวข้องกับการควบคุมกล้ามเนื้อ จังหวะการหลับตื่น ความจำ และการทำงานอื่นของระบบประสาท ร่างกายสร้างจากโคลีน

ยาอัลไซเมอร์เกี่ยวกับอะเซทิลโคลีนอย่างไร

ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส เช่น โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน ชะลอการสลายอะเซทิลโคลีน งานทบทวนพบประโยชน์เล็กแต่มีหลักฐาน ยาควบคุมอาการแต่ไม่ได้ทำให้หาย ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง

ยาแก้แพ้ทำให้ผู้สูงอายุหลงลืมได้ไหม

ยาแก้แพ้รุ่นแรก เช่น คลอร์เฟนิรามีน มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้หลีกเลี่ยงในผู้สูงอายุเพราะทำให้สับสนได้ ควรนำยาทุกตัวให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง

กินโคลีนเสริมแล้วความจำดีขึ้นไหม

งานทดลองในคนที่มีอยู่ไม่พบผล ทั้งในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ได้โคลีนคลอไรด์ขนาดสูง และในคนหนุ่มสาวที่ได้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัม สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่ายังต้องมีงานวิจัยในคนเพิ่มเติม

ผู้ใหญ่ต้องการโคลีนวันละเท่าไร

ตามสถาบันไลนัส พอลลิง ผู้ใหญ่ชายควรได้วันละ 550 มก. หญิง 425 มก. ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟองมีโคลีนราว 151 มก. และอาหารหลากหลายควรให้โคลีนพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ขนาดสูงสุดที่รับได้คือวันละ 3,500 มก.

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท