เกี่ยวกับ MEMORA
อะเซทิลโคลีนคืออะไร เกี่ยวกับความจำและยาอัลไซเมอร์อย่างไร
คำตอบสั้น: อะเซทิลโคลีน (acetylcholine) คือสารสื่อประสาทที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณ สถาบันไลนัส พอลลิง (LPI) ระบุว่าสารนี้เกี่ยวข้องกับการควบคุมกล้ามเนื้อ จังหวะการหลับตื่น ความจำ และการทำงานอื่นของระบบประสาท ร่างกายสร้างอะเซทิลโคลีนจากโคลีน และมีเอนไซม์คอยสลายทิ้ง ยาอัลไซเมอร์กลุ่มหนึ่งออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ตัวนี้ ส่วนยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก เช่น ยาแก้แพ้รุ่นเก่า อาจทำให้ผู้สูงอายุสับสนหรือหลงลืมได้ แต่การกินโคลีนเสริมไม่ได้แปลว่าความจำจะดีขึ้น งานทดลองในคนให้ผลเป็นกลางหรือผลลบ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- อะเซทิลโคลีนเป็นสารสื่อประสาท เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ การหลับตื่น และความจำ
- ร่างกายสร้างจากโคลีน และมีเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรสสลายกลับเป็นโคลีน
- ยาอัลไซเมอร์กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส เช่น โดเนพีซิล ช่วยให้มีสารนี้ในสมองมากขึ้น ให้ประโยชน์เล็กแต่มีหลักฐาน และไม่ได้ทำให้หาย
- ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกทำให้ผู้สูงอายุสับสนได้ แนวทางไทยแนะนำให้หลีกเลี่ยงหลายตัว แต่ห้ามหยุดยาเอง
- กินโคลีนเสริมแล้วความจำไม่ดีขึ้นในงานทดลองที่มีอยู่
- ผู้ใหญ่ควรได้โคลีนวันละ 425–550 มก. จากอาหาร เช่น ไข่ ตับ ไก่ ปลา บรอกโคลี
อะเซทิลโคลีนทำหน้าที่อะไร
อะเซทิลโคลีนเป็นตัวส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท สถาบัน LPI อธิบายว่าเซลล์ประสาทกลุ่มที่เรียกว่า "โคลิเนอร์จิก" เป็นผู้สร้างสารนี้ และสารนี้เกี่ยวข้องกับ
- การควบคุมกล้ามเนื้อ
- จังหวะการหลับและตื่น
- ความจำ
- การทำงานอื่นของระบบประสาท
นอกจากในสมอง เซลล์ในอวัยวะอื่นก็สร้างและใช้อะเซทิลโคลีนเช่นกัน ยาที่ไปเพิ่มหรือลดฤทธิ์ของสารนี้จึงมีผลได้หลายระบบ ไม่ใช่เฉพาะสมอง
ร่างกายสร้างและสลายอะเซทิลโคลีนอย่างไร
วงจรอย่างง่ายมี 2 ขั้น ตามที่ LPI อธิบาย
- สร้าง: เอนไซม์โคลีนอะเซทิลทรานส์เฟอเรส (choline acetyltransferase) นำโคลีนมาต่อกับหมู่อะเซทิล กลายเป็นอะเซทิลโคลีน
- สลาย: เอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส (acetylcholinesterase) ตัดอะเซทิลโคลีนกลับเป็นโคลีนและอะซิเตต
ฟังดูเหมือนว่า "ถ้ากินโคลีนมาก ๆ ก็จะได้อะเซทิลโคลีนมาก" แต่ร่างกายไม่ได้ทำงานตรงไปตรงมาแบบนั้น ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป
ทำไมยาอัลไซเมอร์กลุ่มหนึ่งออกฤทธิ์ผ่านอะเซทิลโคลีน
ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส (cholinesterase inhibitors) ไปชะลอการสลายอะเซทิลโคลีน ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ โดเนพีซิล (donepezil) ริวาสติกมีน (rivastigmine) และกาแลนตามีน (galantamine)
- ข้อมูลยาของ MedlinePlus อธิบายว่าโดเนพีซิลทำงานโดยเพิ่มปริมาณสารธรรมชาติในสมองที่มีบทบาทต่อการทำงานด้านความคิด และควบคุมอาการ แต่ไม่ได้รักษาให้หาย
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 (สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์) ระบุว่ายากลุ่มนี้เป็นยามาตรฐานสำหรับอัลไซเมอร์ระยะน้อยถึงปานกลาง ส่วนเมแมนทีน (memantine) ใช้ในระยะปานกลางถึงรุนแรง และมีเพียงโดเนพีซิลที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
- งานทบทวน Cochrane เรื่องโดเนพีซิล (2018) รวม 30 งาน 8,257 คน พบประโยชน์เล็กต่อความคิด กิจวัตรประจำวัน และภาพรวม คะแนน MMSE ต่างจากยาหลอกราว 1 คะแนน และมีผลข้างเคียงมากกว่ายาหลอก (72% เทียบกับ 65%)
- ผลข้างเคียงที่แนวทางไทยระบุ เช่น คลื่นไส้ ฝันร้าย นอนไม่หลับ ชีพจรช้า และวูบ
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาสมองเสื่อมเอง และห้ามใช้อาหารเสริมแทนยา ถ้าสงสัยผลข้างเคียง ให้กลับไปคุยกับแพทย์ อ่านภาพรวมยาได้ที่ ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง และ โดเนพีซิลคือยาอะไร
ยากลุ่มต้านโคลิเนอร์จิกกระทบความจำอย่างไร
ยาต้านโคลิเนอร์จิก (anticholinergic) คือยาที่ไปขัดฤทธิ์ของอะเซทิลโคลีน ยาหลายตัวที่ใช้กันทั่วไปมีฤทธิ์นี้ร่วมด้วย
แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2563 แนะนำให้หลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ในผู้สูงอายุ ตัวอย่างที่ระบุไว้ ได้แก่
- ยาแก้แพ้รุ่นแรก เช่น คลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ไฮดรอกซีซีน (hydroxyzine) ไดเมนไฮดริเนต (dimenhydrinate)
- ยาต้านซึมเศร้าบางตัว เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) อิมิพรามีน (imipramine) พาร็อกซีทีน (paroxetine)
- ยาคลายกล้ามเนื้อออร์เฟนาดรีน (orphenadrine)
- ยาพาร์กินสันบางตัว เช่น เบนซ์โทรปีน (benztropine) ไตรเฮกซีเฟนิดิล (trihexyphenidyl)
- ยาลดเกร็งบางตัว เช่น อะโทรปีน (atropine) ไฮออสไซยามีน (hyoscyamine)
แนวทางไทยยังระบุว่ายาต้านโคลิเนอร์จิกลดประโยชน์ของยากลุ่มยับยั้งโคลีนเอสเทอเรส และทำให้สับสนหรือเพ้อได้ ส่วนงานสังเกตขนาดใหญ่ในอังกฤษ (Coupland 2019, 284,343 คน) พบว่าการใช้ยาต้านโคลิเนอร์จิกสะสมสูงสัมพันธ์กับสมองเสื่อม (OR 1.49 ในกลุ่มที่ใช้สะสมสูงสุดเมื่อเทียบกับไม่ใช้) งานสังเกตบอกความสัมพันธ์ได้ แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่ายาเป็นสาเหตุ
สิ่งที่ควรทำ: นำยาทุกตัว รวมยาแก้แพ้ ยานอนหลับ และยาซื้อเอง ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน ห้ามหยุดยาเอง เพราะบางตัวต้องค่อย ๆ ลด อ่านเพิ่มที่ ยาที่ควรระวังในผู้สูงอายุ และ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว
กินโคลีนแล้วร่างกายได้อะเซทิลโคลีนเพิ่มตรง ๆ ไหม
งานทดลองในคนที่มีอยู่ไม่พบว่ากินโคลีนเสริมแล้วความจำดีขึ้น แม้โคลีนจะเป็นวัตถุดิบสร้างอะเซทิลโคลีนก็ตาม
- Thal 1981: ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ 7 คน ได้โคลีนคลอไรด์ 50–200 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน แม้ระดับโคลีนในเลือดเพิ่มกว่าเท่าตัว แต่ไม่มีใครดีขึ้นในทุกขนาด
- Lippelt 2016: ผู้ใหญ่หนุ่มสาวสุขภาพดีใน 3 การทดลอง (28, 26 และ 40 คน) กินโคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัมครั้งเดียว ไม่เพิ่มความจำใช้งานหรือความจำระยะยาวในทุกแบบทดสอบ
- Deuster 2002: ชาย 13 คน ได้โคลีน 50 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ระดับโคลีนในเลือดเพิ่ม แต่ไม่มีผลต่อเวลาตอบสนอง การใช้เหตุผล และความจำ
สถาบัน LPI สรุปว่ายังต้องมีงานวิจัยในคนเพิ่มเติมเพื่อบอกว่าการเสริมโคลีนช่วยป้องกันความจำถดถอยในผู้สูงอายุหรือไม่ และงานในผู้สูงอายุที่มีอยู่เป็นงานภาคตัดขวาง LPI ยังระบุว่างานทบทวนเรื่องเลซิทิน (ฟอสฟาทิดิลโคลีน) ขนาดสูงไม่พบว่าดีกว่ายาหลอกในผู้มีปัญหาความคิดหรือสมองเสื่อม ในขณะที่ยากลุ่มยับยั้งโคลีนเอสเทอเรสมีผลบวก
สรุปคือ การเพิ่มวัตถุดิบไม่ได้แปลว่าสมองจะผลิตสารสื่อประสาทเพิ่มหรือความจำดีขึ้น ส่วนซิติโคลีน (citicoline) เป็นสารอีกชนิดที่ต่างจากโคลีนในอาหารเสริม อ่านได้ที่ ซิติโคลีนต่างจากโคลีนอย่างไร
ร่างกายต้องการโคลีนวันละเท่าไร ได้จากอาหารอะไร
ค่าปริมาณที่ควรได้รับ (AI) ตาม LPI: ผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ชายวันละ 550 มก. หญิงวันละ 425 มก. และยังไม่มีหลักฐานว่าผู้สูงอายุควรต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไป ขนาดสูงสุดที่รับได้ (UL) คือวันละ 3,500 มก.
ตัวอย่างปริมาณโคลีนในอาหารจากตารางของ LPI
- ตับวัวผัด 3 ออนซ์ ราว 355 มก.
- ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟอง ราว 151 มก.
- อกไก่สุก 3 ออนซ์ ราว 62 มก.
- บรอกโคลีต้ม 1 ถ้วย ราว 62 มก.
- นม 1% 1 ถ้วย ราว 43 มก.
- ถั่วลิสง 1 ออนซ์ ราว 15 มก.
LPI ระบุว่าอาหารหลากหลายควรให้โคลีนพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือแพทย์ให้จำกัดอาหารบางชนิด เช่น จำกัดไข่แดงหรือเครื่องในเพราะไขมันในเลือดสูง ให้ถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร อ่านบทบาทของโคลีนต่อตับได้ที่ โคลีนช่วยอะไร และวิธีคำนวณโคลีนจากฉลากที่ โคลีน ไบทาร์เทรต คือสารอะไร
ข้อจำกัดของหลักฐานเรื่องอาหารเสริมโคลีน
- งานทดลองที่ให้โคลีนเสริมส่วนใหญ่เล็กมาก และหลายงานให้ครั้งเดียว
- หลักฐานเชิงบวกส่วนใหญ่มาจากงานสังเกตที่ดูปริมาณโคลีนจากอาหาร ซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ว่าโคลีนเป็นสาเหตุ เช่น งานรวมปี 2026 จาก 9 กลุ่มประชากร 218,378 คน พบว่าโคลีนจากอาหารสูงสัมพันธ์กับความคิดถดถอยน้อยกว่า แต่ความสัมพันธ์กับสมองเสื่อมไม่มีนัยสำคัญ
- โคลีนขนาดสูงมาก (ตั้งแต่ 7,500 มก. ต่อวัน) สัมพันธ์กับความดันต่ำ เหงื่อออก กลิ่นตัวคาวปลา และอาการทางเดินอาหาร (LPI)
ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อไร
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- สับสนหรือเพ้อขึ้นมาทันที โดยเฉพาะหลังเริ่มยาใหม่
- หน้ามืด วูบ เป็นลม หรือชีพจรช้ามากในผู้ใช้ยาสมองเสื่อม
- ซึมลง ปลุกยาก หรือชัก
- แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ขึ้นมาทันที
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
เรื่องโคลีนในแคปซูลนี้: ฉลากระบุโคลีน ไบทาร์เทรต 90 มก. ซึ่งเทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) หรือราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) น้อยกว่าไข่ไก่ 1 ฟองที่มีโคลีนราว 151 มก. ตามตาราง LPI งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 22–28 เท่า คำนวณ) ก็ไม่พบผลต่อความจำ ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มอะเซทิลโคลีนในสมอง ช่วยความจำ หรือใช้แทนยาสมองเสื่อมได้
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้านใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก มีรายงานผู้ป่วย 1 รายที่สงสัยอาการโคลิเนอร์จิกเกินเมื่อใช้ร่วมกับยากระตุ้นโคลิเนอร์จิก
- โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมแมนทีน) หรือยากระตุ้นโคลิเนอร์จิก: ไม่มีงานในคนเรื่องใช้ร่วมกับพรมมิ แจ้งแพทย์ก่อน ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
- ผู้เป็นลมชัก ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หมดสติแม้ชั่วครู่ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
อะเซทิลโคลีนคืออะไร ทำหน้าที่อะไร
อะเซทิลโคลีนเป็นสารสื่อประสาทที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณ สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าเกี่ยวข้องกับการควบคุมกล้ามเนื้อ จังหวะการหลับตื่น ความจำ และการทำงานอื่นของระบบประสาท ร่างกายสร้างจากโคลีน
ยาอัลไซเมอร์เกี่ยวกับอะเซทิลโคลีนอย่างไร
ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส เช่น โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน ชะลอการสลายอะเซทิลโคลีน งานทบทวนพบประโยชน์เล็กแต่มีหลักฐาน ยาควบคุมอาการแต่ไม่ได้ทำให้หาย ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง
ยาแก้แพ้ทำให้ผู้สูงอายุหลงลืมได้ไหม
ยาแก้แพ้รุ่นแรก เช่น คลอร์เฟนิรามีน มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้หลีกเลี่ยงในผู้สูงอายุเพราะทำให้สับสนได้ ควรนำยาทุกตัวให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
กินโคลีนเสริมแล้วความจำดีขึ้นไหม
งานทดลองในคนที่มีอยู่ไม่พบผล ทั้งในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ได้โคลีนคลอไรด์ขนาดสูง และในคนหนุ่มสาวที่ได้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัม สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่ายังต้องมีงานวิจัยในคนเพิ่มเติม
ผู้ใหญ่ต้องการโคลีนวันละเท่าไร
ตามสถาบันไลนัส พอลลิง ผู้ใหญ่ชายควรได้วันละ 550 มก. หญิง 425 มก. ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟองมีโคลีนราว 151 มก. และอาหารหลากหลายควรให้โคลีนพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ขนาดสูงสุดที่รับได้คือวันละ 3,500 มก.
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- CholineLinus Pauling Institute, Oregon State University
- DonepezilMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- Donepezil for dementia due to Alzheimer's disease (2018)Cochrane Database of Systematic Reviews (PubMed)
- Anticholinergic Drug Exposure and the Risk of Dementia: A Nested Case-Control Study (2019)JAMA Internal Medicine (PubMed)
- No Acute Effects of Choline Bitartrate Food Supplements on Memory in Healthy, Young, Human Adults (2016)PLoS One (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
