เกี่ยวกับ Beta Oil
ลดไขมันในเลือดภายใน 1 เดือน ทำได้จริงไหม ไม่กินยาลดได้แค่ไหน
คำตอบสั้น: ใน 1 เดือนค่าไขมันอาจเริ่มเปลี่ยน แต่ การปรับอาหารแต่ละอย่างลด LDL ได้ทีละไม่มาก เช่น แพลนท์สเตอรอลวันละ 2–2.5 กรัมลดได้ราวร้อยละ 8 ขณะที่ยาสแตตินลดได้ร้อยละ 21–55 แนวทางไทยให้ผู้ที่ความเสี่ยงต่ำปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อนพิจารณายา ส่วนคนที่ไขมันสูงจากพันธุกรรม เคยเป็นโรคหัวใจหรือสโตรก หรือเป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป มักต้องใช้ยาตั้งแต่แรก ถ้าแพทย์สั่งยาแล้ว ห้ามเลื่อนหรืองดยาเอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2567: ไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 7 ของพลังงาน งดไขมันทรานส์ เพิ่มใยอาหาร ออกกำลังกาย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์
- MedlinePlus แนะนำใยอาหารชนิดละลายน้ำวันละ 10–25 กรัม จากข้าวโอ๊ต ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้
- แพลนท์สเตอรอลต้องได้ระดับกรัมต่อวัน และใช้เวลา 2–3 สัปดาห์จึงเห็นผลเต็มที่ในงานวิจัย
- การอดอาหารหนักก่อนตรวจเลือดไม่ได้ทำให้หลอดเลือดดีขึ้น แค่ทำให้ตัวเลขไม่สะท้อนความจริง
- ไขมันสูงจากพันธุกรรมคุมอาหารเต็มที่แล้วก็อาจยังสูง ไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย
ปรับอาหารอย่างเดียวลด LDL ได้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
แต่ละวิธีลดได้ไม่มาก แต่รวมกันมีความหมาย ตัวเลขจากงานวิจัยที่เปิดตรวจแล้ว ได้แก่
- แพลนท์สเตอรอลหรือสตานอล งานรวมผล 124 การศึกษา พบว่าวันละ 2–2.5 กรัมลด LDL ได้ราวร้อยละ 8.4 และ 3–4 กรัมลดได้ราวร้อยละ 12.4
- เปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารเป็นน้ำมันคาโนลา งานรวม 27 การทดลองพบ LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.4 มก./ดล.
- น้ำมันรำข้าว งานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ใช้วันละ 30 มิลลิลิตรแทนน้ำมันถั่วเหลือง นาน 4 สัปดาห์ LDL ลดลงราวร้อยละ 8–12 แต่เป็นงานเล็ก 59 คน
ตัวเลขเหล่านี้มาจากคนละงาน จึงนำมาบวกกันตรง ๆ ไม่ได้ และผลจริงในแต่ละคนต่างกัน เปรียบเทียบกับยา แนวทางไทยระบุว่าสแตตินลด LDL ได้ร้อยละ 21–55
ต้องใช้เวลากี่สัปดาห์ค่าเลือดถึงเปลี่ยน ควรตรวจซ้ำเมื่อไร
ไม่ใช่ทุกค่าเปลี่ยนเร็วเท่ากัน
- แพลนท์สเตอรอล องค์การความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (EFSA) ระบุว่าต้องกิน 2–3 สัปดาห์จึงเห็นผลเต็มที่
- น้ำมันคาโนลา งานรวมผลพบว่าผลชัดขึ้นเมื่อกินนานกว่า 30 วัน
- แนวทางไทยให้ปรับพฤติกรรม 3–6 เดือน ก่อนพิจารณายาในผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจหรือสโตรกและไม่ใช่ไขมันสูงจากพันธุกรรม (ผู้เป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป แนวทางให้เริ่มยาควบคู่ไปเลย)
ดังนั้นการตรวจซ้ำหลัง 1 เดือนอาจเห็นแนวโน้ม แต่การตัดสินใจเรื่องยามักรอผลหลังทำต่อเนื่องหลายเดือน ให้ตรวจตามที่แพทย์นัด ส่วนคนที่เริ่มยาแล้ว แนวทางให้ตรวจไขมันซ้ำ 4–12 สัปดาห์หลังเริ่มยา
ไขมันในเลือดสูงหายขาดได้ไหม
ส่วนใหญ่ไม่ได้หายขาดถาวร แต่ควบคุมได้ ถ้าสาเหตุมาจากพฤติกรรม เมื่อปรับแล้วค่าอาจกลับมาอยู่ในเกณฑ์ แต่ถ้ากลับไปกินแบบเดิม ค่าก็มักกลับขึ้น
ถ้าสาเหตุมาจากพันธุกรรม เช่น ภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม (FH) ซึ่ง MedlinePlus Genetics ระบุว่าเกิดจากยีนที่ทำให้กำจัด LDL ได้ไม่ดี ตัวยีนเปลี่ยนไม่ได้ จึงต้องดูแลต่อเนื่อง และ NHLBI ระบุว่าเมื่ออายุมากขึ้น ตับกำจัด LDL ได้น้อยลงเองด้วย
ลดไขมันแบบเร่งด่วนก่อนตรวจสุขภาพ ได้ผลจริงหรือแค่หลอกตัวเลข
ส่วนใหญ่เป็นการหลอกตัวเลข การอดอาหารหนักหรืองดของมันแค่ไม่กี่วันก่อนเจาะเลือด อาจทำให้ไตรกลีเซอไรด์ต่ำลงชั่วคราว เพราะค่านี้ขึ้นกับอาหาร น้ำตาล และแอลกอฮอล์ แต่หลอดเลือดที่สัมผัสไขมันสูงมาหลายปีไม่ได้เปลี่ยนตาม
ผลที่ดูดีเกินจริงยังทำให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงต่ำไป ทางที่ดีคือใช้ชีวิตตามปกติก่อนตรวจ และงดอาหารเฉพาะเมื่อโรงพยาบาลแจ้ง แนวทางไทยระบุว่าไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกครั้ง
ถ้าไม่กินยา ต้องทำอะไรบ้าง
หัวข้อนี้สำหรับคนที่แพทย์ยังไม่ได้สั่งยา ถ้าแพทย์สั่งยาแล้ว ให้กินยาตามสั่งและทำข้อต่อไปนี้ควบคู่ไปด้วย ห้ามหยุดหรือเลื่อนยาเอง
ทำตามแนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 ให้ครบ ไม่ใช่เลือกทำข้อเดียว
- ลดไขมันอิ่มตัว ให้ไม่เกินร้อยละ 7 ของพลังงาน ลดหมูสามชั้น หนังไก่ ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู แกงกะทิ และของทอด
- เปลี่ยนน้ำมัน เป็นน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง และใช้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวันตามคำแนะนำของกรมอนามัย
- งดไขมันทรานส์ จากมาการีน เนยขาว และเบเกอรี่
- เพิ่มใยอาหาร MedlinePlus แนะนำใยอาหารชนิดละลายน้ำวันละ 10–25 กรัม จากข้าวโอ๊ต ถั่วแดง ถั่วเลนทิล ถั่วลูกไก่ แอปเปิล กล้วย ส้ม และลูกแพร์
- ลดน้ำตาล ให้ไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงาน และเลิกเหล้า โดยเฉพาะถ้าไตรกลีเซอไรด์สูง
- ออกกำลังกาย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์
- เลิกบุหรี่
ดูรายการอาหารไทยที่ช่วยได้ที่ ไขมันในเลือดสูงกินอะไรดี เรื่องชนิดไขมันที่ ไขมันในอาหารกับหลอดเลือด และการเลือกท่าออกกำลังที่ ออกกำลังกายสำหรับวัย 50 ขึ้นไป
ใยอาหาร ถั่ว ข้าวโอ๊ต แพลนท์สเตอรอล ช่วยได้แค่ไหนตามงานวิจัย
- ใยอาหารชนิดละลายน้ำ MedlinePlus แนะนำวันละ 10–25 กรัม ข้าวโอ๊ตและถั่วเมล็ดแห้งเป็นแหล่งที่หาง่าย อ่านเพิ่มที่ ใยอาหารคืออะไร
- แพลนท์สเตอรอลและสตานอล MedlinePlus แนะนำวันละ 2 กรัม พบในธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และน้ำมันพืช งานวิจัยที่องค์การความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรปรวบรวมใช้อาหารที่เติมสารนี้ เช่น สเปรด นม มายองเนส และน้ำสลัด แนวทางไทยแนะนำแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัมเป็นส่วนเสริม และยังไม่มีการทดลองที่พิสูจน์ว่าลดหัวใจวายหรือสโตรกโดยตรง
- ถั่วเปลือกแข็ง ในงาน PREDIMED กลุ่มที่กินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนร่วมกับถั่วรวมวันละ 30 กรัม มีเหตุการณ์หัวใจและสโตรกน้อยกว่ากลุ่มควบคุม แต่เป็นผลของการเปลี่ยนอาหารทั้งหมด
ผู้ที่เป็นโรคพันธุกรรม sitosterolemia ห้ามใช้แพลนท์สเตอรอล และผลิตภัณฑ์ที่เติมสารนี้อาจลดการดูดซึมวิตามินบางชนิด ควรถามแพทย์ก่อน
ทำไมบางคนคุมอาหารเต็มที่แล้วค่ายังสูง
เพราะอาหารเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสาเหตุ สาเหตุที่การคุมอาหารแก้ไม่ได้ ได้แก่
- พันธุกรรม เช่น FH ซึ่ง MedlinePlus Genetics ระบุว่าพบราว 1 ใน 200–250 คน
- อายุที่มากขึ้น และวัยหมดประจำเดือน
- โรคแฝง เช่น ไทรอยด์ทำงานต่ำ เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง
- ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ (ห้ามหยุดเอง)
อ่านรายละเอียดสาเหตุได้ที่ ไขมันในเลือดสูงเกิดจากอะไร
ได้ยินว่ากินอาหารเสริมลดไขมันแทนยาได้ จริงไหม
ไม่จริง มูลนิธิสมาคมไขมันแห่งชาติสหรัฐฯ (NLA) ระบุในเว็บ LearnYourLipids ว่าอาหารเสริมไม่ได้รับการอนุมัติจาก FDA ให้ใช้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ควรใช้เสริม ไม่ใช่ใช้แทนยา อาหาร หรือการออกกำลังกาย ส่วนอาหารเสริมที่มีขนาดสารต่ำกว่างานวิจัยมาก ก็ไม่ควรคาดหวังผลเท่างานวิจัย
เมื่อไรที่ควรยอมรับว่าต้องใช้ยา
ควรคุยเรื่องยากับแพทย์อย่างจริงจังเมื่อ
- ทำตามแนวทางครบ 3–6 เดือนแล้ว แต่ LDL ยังไม่ถึงเป้า
- LDL ตั้งแต่ 190 มก./ดล. หรือแพทย์สงสัยไขมันสูงจากพันธุกรรม
- เป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือความเสี่ยงโรคหัวใจใน 10 ปีตั้งแต่ร้อยละ 10
- เคยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ใส่ขดลวด หรือเป็นสโตรกจากหลอดเลือดตีบ
การใช้ยาไม่ได้แปลว่าล้มเหลว อาหารและการออกกำลังกายยังต้องทำต่อ เพราะช่วยให้ยาทำงานได้ผลดีขึ้น อ่านต่อที่ ไขมันในเลือดสูงเท่าไหร่ต้องกินยา และวิธีอ่านค่าต่าง ๆ ที่ ค่าไขมันในเลือดแต่ละตัวบอกอะไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบหลายตัวเป็นสารชนิดเดียวกับที่พูดถึงในบทความนี้ แต่ปริมาณต่างกันมาก
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — งานวิจัยที่พบว่าลด LDL ใช้วันละ 1.5–3 กรัม ส่วนในแคปซูลมี 0.002 กรัม น้อยกว่าราว 750–1,500 เท่า และงานรวมผลไม่มีข้อมูลในขนาดระดับมิลลิกรัม
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานวิจัยใช้เป็นน้ำมันหลักในอาหารทั้งวัน งานวิเคราะห์ตามขนาดพบผลดีที่สุดเมื่อคิดเป็นราวร้อยละ 15 ของพลังงาน (คำนวณได้ราว 33 กรัมต่อวันสำหรับคนที่กิน 2,000 กิโลแคลอรี) มากกว่าในแคปซูลราว 165 เท่า
- น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานของ ม.มหิดล ใช้วันละ 30 มิลลิลิตร และงานรวมผลในผู้มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมใช้น้ำมันรำข้าววันละ 3.9–56 กรัม มากกว่าในแคปซูลหลายสิบถึงหลายร้อยเท่า
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวม 34 การทดลองพบผลต่อค่าไขมันน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญ
- สารสกัดจากข้าว 10 มก. — ฉลากไม่ได้ระบุว่ามีแกมมา-โอรีซานอลเท่าไร งานที่ศึกษาสารนี้แยกเดี่ยวยังมีน้อย
ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ช่วยลดไขมันใน 1 เดือนหรือในระยะเวลาใด และไม่ใช่ทางเลือกแทนการปรับอาหาร การออกกำลังกาย หรือยาที่แพทย์สั่ง
ข้อควรระวัง: วิตามินอีในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และงานวิจัย VINTAGE MI พบว่าแอล-อาร์จินีนวันละ 9 กรัมในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย มีผู้เสียชีวิตมากกว่ากลุ่มยาหลอกจนต้องยุติงานก่อนกำหนด ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ลดไขมันในเลือดภายใน 1 เดือนได้ไหม
ค่าอาจเริ่มเปลี่ยน แต่การปรับอาหารแต่ละอย่างลด LDL ได้ไม่มาก แนวทางไทยให้ผู้ที่ความเสี่ยงต่ำปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อนพิจารณายา
ไม่กินยา ลดไขมันได้แค่ไหน
แต่ละวิธีลดได้ทีละไม่มาก เช่น แพลนท์สเตอรอลวันละ 2–2.5 กรัมลด LDL ราวร้อยละ 8 ขณะที่ยาสแตตินลดได้ร้อยละ 21–55 ผลจริงแต่ละคนต่างกัน
ไขมันในเลือดสูงหายได้ไหม
ควบคุมได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องดูแลต่อเนื่อง ถ้ากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมค่ามักกลับขึ้น และถ้าเป็นจากพันธุกรรม ยีนเปลี่ยนไม่ได้
ลดไขมันเร่งด่วนก่อนตรวจเลือดได้ผลไหม
มักเป็นแค่การทำให้ตัวเลขดูดีชั่วคราว หลอดเลือดไม่ได้ดีขึ้นตาม และทำให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงต่ำไป ควรใช้ชีวิตตามปกติและงดอาหารเฉพาะเมื่อโรงพยาบาลแจ้ง
ใยอาหารช่วยลดไขมันได้ไหม
ใยอาหารชนิดละลายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของอาหารลดไขมัน MedlinePlus แนะนำวันละ 10–25 กรัม จากข้าวโอ๊ต ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ
- How to Lower Cholesterol with DietMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Continuous dose-response association between plant sterol intake and LDL cholesterol (Ras et al., Br J Nutr 2014)PubMed Central, U.S. National Library of Medicine
- Effect of Canola Oil Consumption on Lipid Profile: A Systematic Review and Meta-Analysis (Ghobadi et al., J Am Coll Nutr 2019)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- What's the Deal with Dietary Supplements for Heart Health?LearnYourLipids, Foundation of the National Lipid Association
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน
สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร
หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า
หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง
