บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

ค่าตับสูงเท่าไหร่ถึงอันตราย 60 100 300 หรือ 1000 ต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น: แพทย์ไม่ได้ดูตัวเลขดิบอย่างเดียว แต่ดูว่า สูงกี่เท่าของค่าสูงสุดปกติ เอกสารของโรงพยาบาลรามาธิบดีแบ่ง ALT และ AST เป็น สูงเล็กน้อย (ต่ำกว่า 2–3 เท่า) ปานกลาง (2–3 ถึง 20 เท่า) และสูงมาก (เกิน 20 เท่า) ถ้าใช้เพดาน 40 ค่า 60 คือสูงเล็กน้อย 300 คือปานกลาง และ 1,000 คือสูงมาก กลุ่มสูงมากมักเป็นภาวะเฉียบพลันที่ต้องรีบหาสาเหตุ แต่ ตัวเลขสูงไม่ได้แปลว่าตับเสียหายถาวรมากกว่าเสมอไป

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เทียบผลกับ “ค่าสูงสุดปกติ” ในใบผลของโรงพยาบาลที่ตรวจ แล้วดูว่าเป็นกี่เท่า
  • สูงเกิน 20 เท่าหรือเกิน 1,000 มักพบในไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบจากยาหรือสารพิษ และตับขาดเลือด
  • สูงปานกลางพบได้ทั้งตับอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ส่วนสูงเล็กน้อยมีสาเหตุได้หลายอย่าง
  • MedlinePlus ระบุว่าระดับ ALT ไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงของความเสียหายในตับ
  • ห้ามหยุดยาประจำเอง แม้สงสัยว่ายาเป็นสาเหตุ ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน

ค่าตับสูงแบ่งเป็นกี่ระดับ

ใช้ “จำนวนเท่าของค่าสูงสุดปกติ” ไม่ใช่ตัวเลขดิบ เพราะแต่ละโรงพยาบาลใช้เพดานต่างกัน ตารางในเอกสารรามาธิบดีแบ่งไว้ดังนี้

  • ALT และ AST: สูงเล็กน้อย ต่ำกว่า 2–3 เท่า · ปานกลาง 2–3 ถึง 20 เท่า · สูงมาก เกิน 20 เท่า
  • ALP: สูงเล็กน้อย ต่ำกว่า 1.5–2 เท่า · ปานกลาง 1.5–2 ถึง 5 เท่า · สูงมาก เกิน 5 เท่า
  • GGT: สูงเล็กน้อย ต่ำกว่า 2–3 เท่า · ปานกลาง 2–3 ถึง 10 เท่า · สูงมาก เกิน 10 เท่า

วิธีคิดง่าย ๆ: เอาผลของเราหารด้วยค่าสูงสุดในช่องค่าอ้างอิง เช่น ALT 120 ในโรงพยาบาลที่ใช้เพดาน 40 คือ 120 ÷ 40 = 3 เท่า

ค่าตับ 60 100 300 1000 อยู่ระดับไหน

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้เพดาน 40 U/L ซึ่งเอกสารรามาธิบดีระบุว่าเป็นค่าที่ส่วนใหญ่ใช้ ถ้าโรงพยาบาลของคุณใช้เพดานต่างจากนี้ ตัวเลขเท่าจะเปลี่ยนตาม

  • 60 = 1.5 เท่า → สูงเล็กน้อย
  • 100 = 2.5 เท่า → อยู่รอยต่อระหว่างสูงเล็กน้อยกับปานกลาง
  • 300 = 7.5 เท่า → สูงปานกลาง
  • 1,000 = 25 เท่า → สูงมาก
  • ค่าหลายพันขึ้นไป อยู่ในกลุ่มสูงมาก ต้องให้แพทย์ประเมินโดยเร็ว

ตัวเลขเหล่านี้บอกแค่ “ระดับ” ไม่ได้บอกโรค แพทย์ต้องดูว่าตัวไหนสูงเด่น ALT, AST หรือ ALP และดูประวัติร่วมด้วย

สูงเล็กน้อย ไม่เกิน 2–3 เท่า มักเกิดจากอะไร

กลุ่มนี้มีสาเหตุได้หลายอย่างและไม่จำเพาะ เอกสารรามาธิบดีระบุว่าเกิดได้จากตับอักเสบเรื้อรังทั้งจากไวรัสและไม่ใช่ไวรัส รวมถึงตับแข็งระยะแรก ซึ่งมักพบ AST สูงกว่า ALT

สาเหตุที่พบได้ในกลุ่มนี้ ตามที่เอกสารรามาธิบดีและ MedlinePlus ระบุ

  • ไขมันพอกตับ มักพบในคนอ้วนหรือมีภาวะเมแทบอลิกซินโดรม โดย ALT มักสูงกว่า AST
  • ไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง ค่าอาจสูงตลอดหรือสูงเป็นบางช่วง
  • ยาบางชนิด MedlinePlus ยกตัวอย่างยาลดไขมันและยาแก้ปวด
  • ปัจจัยชั่วคราว เช่น ออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ หรือเพิ่งป่วย

สาเหตุแต่ละกลุ่มอ่านละเอียดที่ ค่าตับสูงเกิดจากอะไรได้บ้าง

สูงหลายร้อยถึงหลักพัน บอกถึงภาวะอะไร

สูงปานกลาง (2–3 ถึง 20 เท่า) เอกสารรามาธิบดีระบุว่าเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลันที่เอนไซม์ขึ้นไม่มาก หรือตับอักเสบเรื้อรังถ้าสูงนานเกิน 6 เดือน

  • ตับอักเสบจากสุรา: AST สูงกว่า ALT 2 เท่าขึ้นไป แต่ AST มักไม่เกิน 500 และ ALT มักไม่เกิน 300 IU/L
  • ท่อน้ำดีอุดตันเฉียบพลันจากนิ่ว: ใน 24–48 ชั่วโมงแรก ALT และ AST อาจสูงเกิน 300 แล้วลดลงเร็ว จากนั้น ALP และบิลิรูบินจึงค่อยสูงตาม

สูงมาก (เกิน 20 เท่า หรือเกิน 1,000) เอกสารรามาธิบดีระบุสาเหตุหลักไว้ดังนี้

  • ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน เอ บี ซี ดี และอี อ่านเพิ่มที่ ตับอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากอะไร
  • ยาหรือสารพิษ เช่น พาราเซตามอลเกินขนาด ซึ่งเกิดได้กับทุกคนถ้ากินมากพอ ยาบางกลุ่มที่เกิดเฉพาะบางคน เช่น ยาวัณโรค และยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs รวมถึงสมุนไพรบางชนิดและเห็ดพิษ อ่านที่ ตับอักเสบจากยา และ พาราเซตามอล ห้ามกินเกินกี่เม็ด
  • ตับขาดเลือด เช่น หลังหัวใจหยุดเต้นหรือหัวใจล้มเหลวรุนแรง ถ้าแก้ไขการไหลเวียนเลือดได้เร็ว ค่าตับมักกลับมาปกติภายในไม่เกินสัปดาห์
  • ตับอักเสบจากภูมิคุ้มกัน ที่มาแบบรุนแรง พบไม่บ่อยแต่พยากรณ์โรคไม่ดี

ความเชื่อ: ตัวเลขยิ่งสูง ตับยิ่งพังมาก

ไม่จริงเสมอไป MedlinePlus ระบุว่า ปริมาณ ALT ในเลือดไม่ได้สัมพันธ์กับว่าตับเสียหายมากเท่าไร แต่ช่วยแยกได้ว่าเป็นปัญหาเฉียบพลันหรือเรื้อรัง

  • ตับขาดเลือดอยู่ในกลุ่มที่ค่าสูงเกิน 20 เท่า แต่ค่ามักกลับมาปกติในไม่เกินสัปดาห์ถ้าแก้สาเหตุได้เร็ว
  • ในทางกลับกัน ตับแข็งระยะแรกอาจมีค่าตับปกติหรือสูงเล็กน้อย ตามที่เอกสารรามาธิบดีระบุ

ค่าที่บอกว่า “ตับยังทำงานไหวไหม” คือ อัลบูมิน บิลิรูบิน และค่าการแข็งตัวของเลือด อ่านต่อที่ ค่าตับปกติเท่าไหร่ อ่านใบผลเลือด

ค่าตับสูงแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลวันนี้

ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอวันนัด

  • อาเจียนเป็นเลือด
  • สับสน ซึมผิดปกติ พูดไม่รู้เรื่อง หรือนอนผิดปกติไปจากเดิม
  • เลือดออกง่ายผิดปกติ หรือมีจ้ำเลือดตามตัว
  • ปวดท้องขวาบนรุนแรงไม่หาย
  • มีไข้สูงหนาวสั่นในคนที่ตาเหลืองหรือเป็นนิ่ว

อาการทางสมองและเลือดออกอยู่ในรายการอาการของตับแข็งระยะหลังของ NIDDK ส่วนไข้และปวดท้องเป็นอาการของท่อน้ำดีอุดตันที่ MedlinePlus ระบุว่าถ้าไม่แก้ไขอาจติดเชื้อรุนแรงถึงชีวิต

ถ้าไม่มีอาการ แต่ผลเลือดสูงเกิน 20 เท่า ให้ติดต่อแพทย์โดยเร็ว เพราะสาเหตุในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นภาวะเฉียบพลัน

ถ้ามีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ เบื่ออาหาร โดยยังไม่มีอาการรุนแรงข้างบน ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว อ่านที่ ตาเหลืองเกิดจากอะไร

ต้องตรวจซ้ำเมื่อไร

ระยะเวลาตรวจซ้ำขึ้นกับระดับที่สูงและสาเหตุที่แพทย์สงสัย ไม่มีตัวเลขเดียวใช้กับทุกคน

  • MedlinePlus ระบุว่า ถ้าเพิ่งป่วยมา ผลผิดปกติอาจเป็นชั่วคราว แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำเพื่อดูว่ากลับมาปกติหรือไม่
  • เอกสารรามาธิบดีระบุว่า ถ้าเอนไซม์สูง นานเกิน 6 เดือน จัดเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งต้องหาสาเหตุ เช่น ไวรัสตับอักเสบบีหรือซี
  • ถ้าแพทย์สงสัยว่ายาเป็นสาเหตุ แพทย์จะพิจารณาว่าจะหยุดหรือเปลี่ยนยาตัวไหน แล้วติดตามค่า ALT และ AST ผู้ป่วยห้ามหยุดยาประจำเอง เพราะการหยุดยาบางตัวอันตรายกว่าค่าตับที่สูง

ระหว่างรอตรวจซ้ำ สิ่งที่ทำได้คือ งดสุรา ไม่เริ่มสมุนไพรหรืออาหารเสริมตัวใหม่ และนำทุกอย่างที่กินอยู่ไปให้แพทย์ดู อ่านเพิ่มที่ ค่าตับสูง กินอาหารเสริมและสมุนไพรได้ไหม และ ค่าตับ SGOT SGPT สูง หมายความว่าอะไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด

ผู้ที่ค่าตับสูงหลายเท่า ควรให้แพทย์หาสาเหตุก่อน ไม่ควรเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดเอง รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้ ส่วนประกอบที่ผู้มีค่าตับสูงควรรู้มีดังนี้

  • สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. (ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณเคอร์คูมิน และไม่ได้ระบุว่าเป็นสูตรดูดซึมพิเศษ) — การวิเคราะห์รวม 14 งานในผู้ป่วยไขมันพอกตับพบว่าเคอร์คูมินไม่ได้ลด ALT และ AST อย่างมีนัยสำคัญ ด้านความปลอดภัย เครือข่าย DILIN ของสหรัฐรายงานผู้ป่วยตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย นอนโรงพยาบาล 5 ราย เสียชีวิตจากตับวาย 1 ราย มักเกิดหลังเริ่มกิน 1–4 เดือน และ NCCIH (สถาบันการแพทย์ผสมผสานของสหรัฐ) แนะนำให้หยุดทันทีและพบแพทย์ถ้ามีอาการของตับ
  • สารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก. — งานทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วยไขมันพอกตับ 100 คนในอิหร่าน ใช้สารสกัดใบอาร์ทิโชก 600 มก. ต่อวัน นาน 2 เดือน พบ ALT และ AST ลดลงมากกว่ากลุ่มยาหลอก แต่งานยังน้อยและสั้น และปริมาณในเม็ด 20 มก. น้อยกว่าในงานวิจัย 30 เท่า

ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และ ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ค่าตับที่สูงเปลี่ยนแปลง

ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (วิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนรับประทานเสมอ
  • ผู้มีค่าตับสูง ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับอื่น: ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อนทุกครั้ง
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตับสูง 60 อันตรายไหม

ถ้าโรงพยาบาลใช้เพดาน 40 ค่า 60 คือ 1.5 เท่า จัดเป็นสูงเล็กน้อย มักยังไม่ฉุกเฉิน แต่ควรให้แพทย์หาสาเหตุและนัดตรวจซ้ำ

ค่าตับสูง 100 ต้องทำอย่างไร

เทียบกับเพดาน 40 คือราว 2.5 เท่า อยู่รอยต่อระหว่างสูงเล็กน้อยกับปานกลาง ควรพบแพทย์เพื่อซักประวัติยา สุรา และตรวจหาสาเหตุ เช่น ไวรัสตับหรือไขมันพอกตับ

ค่าตับสูง 1000 เกิดจากอะไร

ค่าที่สูงเกิน 20 เท่าหรือเกิน 1,000 มักพบในไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบจากยาหรือสารพิษ เช่น พาราเซตามอลเกินขนาด และตับขาดเลือด ควรพบแพทย์โดยเร็ว

ค่าตับยิ่งสูง ตับยิ่งเสียหายมากใช่ไหม

ไม่เสมอไป ระดับ ALT ไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงของความเสียหาย ตับขาดเลือดอาจมีค่าสูงเกิน 20 เท่าแต่กลับมาปกติเร็ว ส่วนตับแข็งระยะแรกอาจมีค่าตับปกติ

สงสัยว่ายาทำให้ค่าตับสูง หยุดยาเองได้ไหม

ห้ามหยุดยาประจำเอง ให้นำยาทั้งหมดไปให้แพทย์ดู แพทย์จะพิจารณาว่าจะหยุดหรือเปลี่ยนยาตัวไหนและติดตามค่าตับ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท