เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
ปวดเข่า ปวดหลัง ปวดข้อ กินยาอะไรได้ พาราเซตามอล ยาแก้อักเสบ ต้องระวังอะไร
คำตอบสั้น: ยาแก้ปวดข้อทุกชนิดใช้คู่กับการออกกำลังกายและการลดน้ำหนัก ไม่ใช่ใช้แทน และควรใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผลในเวลาสั้นที่สุด (NICE) สำหรับข้อเข่าเสื่อม แนวทางปัจจุบันให้ลองยาแก้อักเสบชนิดทา (เจลกลุ่มเอ็นเสด) ก่อน ถ้าไม่ได้ผลแพทย์อาจพิจารณายาแก้อักเสบชนิดกิน โดยชั่งความเสี่ยงต่อกระเพาะ ไต ตับ และหัวใจ พาราเซตามอล แนวทางใหม่ระบุว่าได้ผลน้อยในข้อเสื่อม และผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต หรือดื่มสุราหนักอาจใช้ไม่ได้ ยาชุดและยาลูกกลอนที่อ้างแก้ปวดข้อ อย. เตือนว่าพบปนเปื้อนสเตียรอยด์ ส่วนผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องถามแพทย์ก่อนใช้ยาแก้อักเสบ ขมิ้นชัน หรือขิง และห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ข้อเข่าเสื่อม: NICE ให้เสนอยาแก้อักเสบชนิดทาก่อน ACR แนะนำอย่างยิ่งทั้งชนิดทา (เข่า) และชนิดกิน และระบุว่าควรลองชนิดทาก่อนชนิดกิน
- พาราเซตามอล: NICE ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำในข้อเสื่อม และให้แจ้งผู้ป่วยว่าไม่มีหลักฐานชัดว่าได้ประโยชน์ ACR แนะนำแบบมีเงื่อนไขสำหรับใช้ระยะสั้นในคนที่ใช้ยาแก้อักเสบไม่ได้
- ยาแก้อักเสบชนิดกิน (เอ็นเสด): เสี่ยงแผลและเลือดออกในกระเพาะ ปัญหาไต และอาจทำให้ความดันสูงหรือหัวใจล้มเหลว (NHS, แนวทางไทย พ.ศ. 2553) อย่ากินยาแก้อักเสบสองชนิดพร้อมกัน
- ยาชุด ยาลูกกลอน: อย. เตือนว่าพบปนเปื้อนสเตียรอยด์และยาเอ็นเสด ถ้ากินอยู่ อย่าหยุดทันทีเอง ให้พบแพทย์
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: NHS ระบุว่ายาแก้อักเสบเข้ากับยากลุ่มนี้ได้ไม่ดี MSKCC มีรายงานเลือดออกจากขิงและระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟาริน
ปวดเข่ากินยาอะไรได้ แนวทางว่าอย่างไร
ยาไม่ใช่การรักษาหลักของข้อเข่าเสื่อม NICE ระบุว่าถ้าจำเป็นต้องใช้ยา ให้ใช้ควบคู่กับการรักษาที่ไม่ใช้ยาและเพื่อช่วยให้ออกกำลังกายได้ ใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผลและในเวลาสั้นที่สุด
ลำดับที่แนวทางใหม่วางไว้สำหรับข้อเข่าเสื่อม
- NICE 2022: เสนอยาแก้อักเสบชนิดทาก่อน ถ้าไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะ ให้พิจารณาชนิดกิน โดยคำนึงถึงพิษต่อทางเดินอาหาร ไต ตับ และหัวใจหลอดเลือด รวมถึงอายุ ยาที่ใช้อยู่ และโรคร่วม และให้ยาป้องกันกระเพาะ (เช่น ยากลุ่มลดกรด PPI) ระหว่างใช้ยาแก้อักเสบ
- ACR 2019: แนะนำอย่างยิ่งยาแก้อักเสบชนิดทาในข้อเข่าเสื่อม โดยให้เหตุผลว่ายาที่ร่างกายได้รับน้อยกว่า (ยาเฉพาะที่) ดีกว่า จึงควรพิจารณาชนิดทาก่อนชนิดกิน และแนะนำอย่างยิ่งยาแก้อักเสบชนิดกิน โดยใช้ขนาดต่ำที่สุดและสั้นที่สุด
- แนวทางไทย พ.ศ. 2553 (ฉบับเก่า): ในขณะนั้นให้พาราเซตามอลเป็นยากินชนิดแรก และพิจารณายาแก้อักเสบเมื่อไม่ตอบสนอง แนวทางใหม่ของต่างประเทศจึงต่างจากฉบับนี้ ควรถามแพทย์ว่าแบบใดเหมาะกับตัวเอง
ยาที่แพทย์สั่งแล้วได้ผลดี ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนเอง แม้จะอ่านเจอว่าแนวทางเปลี่ยนไป ให้นำข้อมูลไปคุยกับแพทย์ในนัดครั้งถัดไป NHS ระบุว่าควรใช้ยาตามที่สั่ง แม้จะเริ่มรู้สึกดีขึ้น
พาราเซตามอล กินอย่างไรให้ปลอดภัย คนเป็นโรคตับกินได้ไหม
พาราเซตามอลปลอดภัยเมื่อใช้ถูกขนาด แต่ได้ผลน้อยในข้อเสื่อม ACR ระบุว่าในงานทดลอง ผลของพาราเซตามอลเล็กมาก การใช้ระยะยาวไม่ดีกว่ายาหลอกสำหรับคนส่วนใหญ่ และเหมาะกับการใช้ระยะสั้นเป็นครั้งคราวในคนที่ใช้ยาแก้อักเสบไม่ได้ NHS ก็ระบุว่าหลายคนพบว่าพาราเซตามอลช่วยข้อเสื่อมได้ไม่มาก
ข้อควรรู้จาก NHS (ทบทวน 24 มี.ค. 2569)
- ใช้ตามขนาดบนกล่องหรือเอกสารกำกับยาเสมอ ไม่เกินขนาดสูงสุดต่อวันที่ระบุ
- อย่าใช้เกิน 3 วัน เว้นแต่แพทย์สั่ง
- อย่ากินพร้อมยาอื่นที่มีพาราเซตามอลอยู่แล้ว เช่น ยาแก้หวัดบางชนิด เพราะอาจได้ยาเกินขนาด
- อาจไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคไตหรือโรคตับ หรือคนที่ติดสุราหรือดื่มหนักในเวลาสั้น
- พาราเซตามอลอาจเข้ากับยาบางชนิดได้ไม่ดี เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างวาร์ฟาริน
- ถ้ากินเกินขนาดที่ระบุบนกล่อง ต้องรีบขอคำแนะนำทางการแพทย์ทันที (NHS จัดเป็นเรื่องเร่งด่วน) เพราะบางครั้งอาจทำลายตับได้ ให้นำกล่องยาไปด้วย
แนวทางไทย พ.ศ. 2553 ระบุว่าผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังหรือดื่มสุราเสี่ยงพิษต่อตับมากขึ้น และไม่ควรใช้ขนาดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ACR ระบุให้ติดตามพิษต่อตับในผู้ที่ใช้เป็นประจำ คนที่เป็นโรคตับให้ถามแพทย์ที่ดูแลเรื่องขนาดที่เหมาะกับตัวเอง อ่านเพิ่มที่ ยาแก้ปวดกับคนเป็นโรคตับ และ พาราเซตามอลกินได้สูงสุดเท่าไร
ยาแก้อักเสบ (เอ็นเสด) กับไต ความดัน และกระเพาะ
ยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน ไดโคลฟีแนค เซเลค็อกซิบ ช่วยลดปวดและบวม แต่มีผลข้างเคียงสำคัญ NHS ระบุว่าผลข้างเคียงร้ายแรงพบไม่บ่อย ได้แก่
- แผลหรือเลือดออกในกระเพาะ อาการ เช่น ปวดท้อง หายใจเหนื่อย ซีด อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระดำเหนียวเหมือนยางมะตอย
- ปัญหาที่ไต อาการ เช่น หายใจเหนื่อย ปัสสาวะเป็นเลือด ข้อเท้า เท้า หรือมือบวม
- แพ้ยารุนแรง เช่น คอหรือลิ้นบวม ผื่นนูนคัน หายใจลำบาก
ใครต้องระวังเป็นพิเศษ NHS ระบุว่าไอบูโพรเฟนอาจไม่เหมาะกับคนที่เคยแพ้ยาแก้อักเสบหรือแอสไพริน เป็นหรือเคยเป็นแผลในกระเพาะ เป็นหอบหืด เป็นโรคหัวใจ ตับ หรือไต มีปัญหาเลือดแข็งตัว หรือเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แนวทางไทย พ.ศ. 2553 ระบุเพิ่มว่า
- ผู้ที่ไตทำงานบกพร่องควรหลีกเลี่ยง ถ้าจำเป็นต้องใช้ให้แพทย์ติดตามการทำงานของไตใกล้ชิด
- ยากลุ่มนี้อาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจล้มเหลว และหลอดเลือดหัวใจและสมองอุดตัน
- ผู้ที่เสี่ยงแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหารสูง ได้แก่ อายุเกิน 65 ปี เคยเป็นโรคกระเพาะหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร มีโรคร่วม เช่น ตับแข็ง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคไต หรือใช้สเตียรอยด์หรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ควรหลีกเลี่ยง ถ้าจำเป็นแพทย์จะพิจารณายาป้องกันกระเพาะร่วมด้วย
อย่ากินยาแก้อักเสบสองชนิดพร้อมกัน NHS ระบุว่าไม่ควรกินไอบูโพรเฟนพร้อมยาแก้อักเสบอื่น เช่น นาพรอกเซน หรือแอสไพริน เพราะเพิ่มความเสี่ยงแผลในกระเพาะ และยากลุ่มนี้อาจเข้ากับยาต้านการแข็งตัวของเลือด สเตียรอยด์ ยาต้านซึมเศร้า และยาลดความดันบางชนิดได้ไม่ดี ผู้ป่วยโรคไตอ่านเพิ่มที่ ยาแก้ปวดเอ็นเสดกับไต
ยาทาภายนอกเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าไหม
สำหรับข้อเข่า ยาทาเป็นตัวเลือกแรกในแนวทางใหม่ ACR ระบุว่ายาที่ร่างกายได้รับน้อยกว่าดีกว่า จึงควรพิจารณายาแก้อักเสบชนิดทาก่อนชนิดกิน NHS ระบุว่าโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากไอบูโพรเฟนชนิดเจลหรือสเปรย์น้อยกว่าชนิดกิน และยาทาอาจได้ผลดีเป็นพิเศษในคนที่ข้อเสื่อมที่เข่าหรือมือ
ข้อควรรู้เวลาใช้เจลแก้ปวด (NHS)
- ทาบริเวณที่ปวดแล้วถูเบา ๆ ตามปริมาณบนฉลาก
- อย่าให้เข้าตา ปาก หรือทาบนแผลเปิด ล้างมือหลังทา
- อย่าสูบบุหรี่หรือเข้าใกล้เปลวไฟ เพราะเสื้อผ้าที่โดนเจลติดไฟง่ายขึ้น
ข้อจำกัด ACR ระบุว่าข้อสะโพกอยู่ลึกใต้ผิว ยาทาจึงไม่น่าจะช่วย คนที่ปวดสะโพกจึงควรให้แพทย์ประเมินหาสาเหตุ อ่านเพิ่มที่ ปวดสะโพกเกิดจากอะไร ส่วนครีมพริก (แคปไซซิน) ACR แนะนำแบบมีเงื่อนไขในข้อเข่าเสื่อม NHS เตือนให้ระวังไม่ให้โดนตา ปาก จมูก และล้างมือหลังทา
ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาชุด ยาลูกกลอน อันตรายอย่างไร
ยาคลายกล้ามเนื้อ: ไม่พบในคำแนะนำการรักษาข้อเข่าเสื่อมของ ACR 2019, NICE 2022 และแนวทางไทย พ.ศ. 2553 ที่เราตรวจ ถ้าแพทย์สั่งเพราะเหตุอื่น ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องอาการง่วงซึมและการหกล้ม
ยาชุดและยาลูกกลอน: Thai PBS รายงานคำเตือนของ อย. (16 พ.ย. 2565) ว่าพบยาชุดที่ฉลากอ้างสรรพคุณเกินจริงและปนเปื้อนสเตียรอยด์และยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด รองเลขาธิการ อย. อธิบายในรายงานเดียวกันว่า
- มีผู้ลักลอบใส่สเตียรอยด์ในยาชุด ยาลูกกลอน ยาแผนโบราณ และยาผงสมุนไพร
- ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ขายมักอ้างว่าเป็นสมุนไพรปลอดภัย รักษาได้หลายโรค เช่น ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดเข่า เกาต์
- กินแล้วเห็นผลเร็วช่วงแรก แต่ถ้าใช้นานจะเริ่มมีหน้ากลมบวม มีหนอกที่คอ ตัวบวม และเริ่มมีไตวาย
- ถ้าหยุดยาทันทีอาจเกิดภาวะช็อกได้
- สเตียรอยด์เป็นยาควบคุมพิเศษ ร้านยาขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งแพทย์
ถ้าเคยกินหรือกินยาชุดอยู่ อย่าหยุดเองทันที ให้นำยาทั้งหมดไปพบแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อวางแผนเลิกอย่างปลอดภัย สเตียรอยด์ยังทำให้กระดูกบางลงได้ NHS ระบุว่าการใช้สเตียรอยด์ขนาดสูงหรือนานอาจทำให้กระดูกพรุน และแนวทางกระดูกพรุนไทยนับการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นข้อบ่งชี้ให้ตรวจมวลกระดูก อ่านที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก
ปวดหลัง ปวดสะโพก ไหล่ติด ใช้ยาหลักเดียวกันไหม
ข้อควรระวังของยาแต่ละตัวเหมือนกัน แต่สาเหตุของปวดต่างกัน จึงต้องหาสาเหตุก่อน MedlinePlus (ทบทวน 27 มิ.ย. 2569) ระบุอาการปวดหลังที่ควรติดต่อแพทย์ทันที เช่น
- ปวดหลังหลังล้มหรือถูกกระแทกแรง
- ปวดร้าวลงขาต่ำกว่าเข่า
- ปวดมากขึ้นเวลานอนหรือปวดจนตื่นกลางคืน
- มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
- เคยเป็นมะเร็ง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือใช้สเตียรอยด์
ผู้สูงอายุที่ปวดหลังขึ้นมาหลังยกของหรือล้มเล็กน้อย อาจเป็นกระดูกสันหลังยุบจากกระดูกพรุน อ่านเพิ่มที่ กระดูกสันหลังยุบ ส่วนไหล่ติด อ่านที่ ไหล่ติด และปวดหลังทั่วไปที่ ปวดหลังเกิดจากอะไร
ขมิ้นชันและขิงกับยาละลายลิ่มเลือด
คนที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ต้องระวังทั้งยาแก้ปวดและสมุนไพร
- ยาแก้อักเสบ: NHS ระบุว่ายาแก้อักเสบเข้ากับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ได้ไม่ดี และแนวทางไทย พ.ศ. 2553 จัดผู้ที่ใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดเป็นกลุ่มเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร
- ขมิ้นชัน: MSKCC ระบุว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น หลักฐานมาจากงานพรีคลินิกและรายงานผู้ป่วย 1 ราย
- ขิง: MSKCC มีรายงานผู้ป่วยสูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดแล้วเลือดกำเดาไหล และอีกรายเลือดออกในทางเดินอาหารถึงแก่ชีวิตหลังดื่มน้ำต้มขิงผสมอบเชย และระบุว่าผู้ที่มีความผิดปกติเรื่องเลือดออกควรหลีกเลี่ยงขิงเสริม
ห้ามหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดเองเพื่อจะกินสมุนไพรหรือยาแก้ปวด ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่าใช้อะไรอยู่ อ่านเพิ่มที่ ขมิ้นชันกับยา และ ขิงกับยาตีกัน
เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ระบุว่าเป็นอาการที่ต้องไปห้องฉุกเฉิน)
- อาเจียนเป็นเลือด หรืออาเจียนเป็นสีดำหรือน้ำตาลเข้มคล้ายกากกาแฟ (NHS ให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทุกครั้งที่อาเจียนเป็นเลือด และระบุว่ายาแก้อักเสบและยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นสาเหตุหนึ่ง)
- ปวดหลังแล้วชาบริเวณอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
- ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- ขาสองข้างอ่อนแรงหรือชาที่แย่ลง
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ใช้ยาแก้อักเสบแล้วอุจจาระดำเหนียวเหมือนยางมะตอย ปวดท้อง หรือซีด (NHS จัดเป็นผลข้างเคียงร้ายแรง ต้องขอคำแนะนำเร่งด่วน)
- ข้อปวดรุนแรงขึ้นมาทันที บวม ผิวเปลี่ยนสี หรือปวดข้อแล้วมีไข้ (NHS ระบุว่าอาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ)
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)
ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ให้กินอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
เรื่องยาแก้ปวด: ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยาแก้ปวด ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดเข่า ปวดหลัง หรือปวดข้อ และห้ามใช้แทนหรือใช้เพื่อลดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้มีขมิ้นชันและขิง ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
หลักฐานของส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน เปรียบเทียบสารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน กับยาไอบูโพรเฟน 1,200 มก. ต่อวัน นาน 4 สัปดาห์ พบว่าคะแนนปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน และกลุ่มขมิ้นชันมีอาการปวดหรือไม่สบายท้องน้อยกว่า งานนี้ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดที่ศึกษามากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) และฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ ผลนี้จึงนำมาเทียบกับยาแก้ปวดสำหรับแคปซูลนี้ไม่ได้
- สารสกัดขิง 10 มก. (20 มก. ต่อวัน คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 593 คน พบว่าขิงชนิดกินลดปวดได้เล็กน้อย แต่ผู้ที่ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ากลุ่มยาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาดที่ใช้ และฉลากไม่ระบุอัตราสกัด จึงเทียบปริมาณกับในแคปซูลไม่ได้
ด้านความปลอดภัย มีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 รายในเครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐฯ และ MSKCC ระบุว่าพบตับเสียหายได้ทั้งในผลิตภัณฑ์เคอร์คูมินขนาดต่ำและสูตรดูดซึมสูง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
- ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน สเตียรอยด์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ ยาเบาหวาน ยาความดัน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- หายใจลำบาก
- เจ็บหน้าอก
ถ้าข้อหรือเข่าปวดมากขึ้นมาทันที บวม แดง ร้อน ขยับหรือลงน้ำหนักไม่ได้ หรือปวดข้อแล้วมีไข้หรือหนาวสั่น อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ต้องไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
ปวดเข่ากินยาอะไรดี
สำหรับข้อเข่าเสื่อม NICE ให้เสนอยาแก้อักเสบชนิดทาก่อน ถ้าไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณายาแก้อักเสบชนิดกินโดยดูความเสี่ยงต่อกระเพาะ ไต ตับ และหัวใจ ยาทุกชนิดใช้ควบคู่กับการออกกำลังกาย ขนาดต่ำที่สุดในเวลาสั้นที่สุด คนที่มีโรคประจำตัวควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ปวดหลังกินยาพาราได้ไหม
ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ใช้พาราเซตามอลได้ตามขนาดบนกล่อง NHS ระบุว่าไม่ควรใช้เกิน 3 วันถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง ห้ามกินพร้อมยาอื่นที่มีพาราเซตามอล และอาจไม่เหมาะกับคนเป็นโรคตับ โรคไต หรือดื่มสุราหนัก ถ้าปวดหลังร้าวลงขา มีไข้ หรือปวดจนตื่นกลางคืน ให้พบแพทย์
กินยาแก้อักเสบบ่อย ๆ อันตรายไหม
ยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสดอาจทำให้เกิดแผลหรือเลือดออกในกระเพาะ ปัญหาไต และแนวทางไทย พ.ศ. 2553 ระบุว่าอาจทำให้ความดันสูงและหัวใจล้มเหลว ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อใช้ขนาดสูงหรือนาน อายุเกิน 65 ปี หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือสเตียรอยด์ร่วมด้วย
ยาทาแก้ปวดเข่าปลอดภัยกว่ายากินไหม
ACR ระบุว่ายาที่ร่างกายได้รับน้อยกว่าดีกว่า จึงให้พิจารณายาแก้อักเสบชนิดทาก่อนชนิดกินในข้อเข่าเสื่อม และ NHS ระบุว่าโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากเจลหรือสเปรย์น้อยกว่า แต่ยาทาไม่น่าช่วยข้อสะโพกเพราะข้ออยู่ลึก
ยาชุดแก้ปวดข้ออันตรายอย่างไร
อย. เตือนว่าพบยาชุดปนเปื้อนสเตียรอยด์และยาแก้อักเสบ ใช้นานอาจหน้ากลมบวม มีหนอกที่คอ ตัวบวม และไตวาย และถ้าหยุดทันทีอาจเกิดภาวะช็อก คนที่กินอยู่ไม่ควรหยุดเอง ให้นำยาไปพบแพทย์หรือเภสัชกร
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Osteoarthritis in over 16s: diagnosis and management (NG226) — RecommendationsNICE
- 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and KneeAmerican College of Rheumatology / Arthritis Foundation (Arthritis Care & Research, PMC)
- Paracetamol for adultsNHS
- Ibuprofen for adultsNHS
- NSAIDsNHS
- แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม พ.ศ. 2553 (ภาคผนวกการใช้ยา)สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
- เตือนลอบใส่สเตียรอยด์ในยาชุด อันตรายเสี่ยงร่างกายพัง (16 พ.ย. 2565)Thai PBS (รายงานคำเตือนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)
- SteroidsNHS
- Osteoarthritis — Living withNHS
- Summary of the Thai Osteoporosis Foundation (TOPF) Clinical Practice Guideline on the Diagnosis and Management of Osteoporosis 2021Thai Osteoporosis Foundation (Osteoporosis and Sarcopenia, PubMed)
- Low back pain – acuteMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
- SciaticaNHS
- Vomiting bloodNHS
- Turmeric (About Herbs)Memorial Sloan Kettering Cancer Center
- Ginger (About Herbs)Memorial Sloan Kettering Cancer Center
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
