บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ปวดหลังเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง ปวดหลังข้างซ้าย ข้างขวา อันตรายไหม

คำตอบสั้น: ปวดหลังส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็นยึดหลัง และมักดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ แต่ MedlinePlus ระบุว่าปวดหลังเกิดได้จากโรคอื่นด้วย เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน ช่องกระดูกสันหลังตีบ กระดูกสันหลังยุบจากกระดูกพรุน การติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง มะเร็ง และจากอวัยวะภายใน เช่น กรวยไตอักเสบ นิ่วในไต ถุงน้ำดี ตับอ่อน และหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพองที่รั่ว แหล่งที่เราอ่านไม่ได้แบ่งโรคตามข้างซ้ายหรือขวาแบบตายตัว สิ่งที่ช่วยแยกคืออาการร่วม ถ้าขาสองข้างชาอ่อนแรง กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ เจ็บหน้าอก หรือปวดท้องหรือหลังรุนแรงขึ้นมาทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สาเหตุที่พบบ่อยกว่าสาเหตุอื่น: กล้ามเนื้อหรือเอ็นยึดหลังตึง ฉีก หรือหดเกร็ง (NHS, MedlinePlus)
  • สาเหตุจากกระดูกสันหลัง: หมอนรองกระดูกเคลื่อน เส้นประสาทถูกกด ช่องกระดูกสันหลังตีบ กระดูกสันหลังยุบ (MedlinePlus)
  • สาเหตุจากอวัยวะภายใน: ไต นิ่ว ถุงน้ำดี ตับอ่อน หลอดเลือดแดงใหญ่ในท้อง (MedlinePlus)
  • โรคร้ายแรงพบน้อยมาก แต่ต้องรู้สัญญาณอันตราย (NHS)
  • ผู้สูงอายุปวดหลังทันทีหลังก้มยกของ อาจเป็นกระดูกสันหลังยุบจากกระดูกพรุน ให้แพทย์ตรวจ

ปวดหลังเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง

NHS (ทบทวน 5 มี.ค. 2569) ระบุว่าปวดหลังมีหลายสาเหตุ ไม่ชัดเจนเสมอไปว่าเกิดจากอะไร และมักดีขึ้นเอง สาเหตุที่พบบ่อยคือการบาดเจ็บอย่างกล้ามเนื้อตึง บางครั้งเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน เส้นประสาทไซอาติกถูกกด หรือโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบติดยึด และน้อยมากที่จะเป็นสัญญาณของกระดูกหัก มะเร็ง หรือการติดเชื้อ

MedlinePlus (ทบทวน 27 มิ.ย. 2569) แบ่งสาเหตุของปวดหลังส่วนล่างเฉียบพลันไว้เป็นสองกลุ่ม

กลุ่มที่มาจากกล้ามเนื้อ เอ็น และกระดูกสันหลัง

  • กล้ามเนื้อหรือเอ็นที่พยุงหลังตึงหรือฉีกขาด (MedlinePlus ระบุว่าเป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่าสาเหตุอื่นของปวดหลังเฉียบพลัน)
  • กล้ามเนื้อหดเกร็ง
  • หมอนรองกระดูกแตกหรือเคลื่อน
  • เส้นประสาทไซอาติกถูกกด (ปวดร้าวลงขา)
  • ช่องกระดูกสันหลังตีบ
  • กระดูกสันหลังยุบ ซึ่งมักเกิดจากกระดูกพรุน
  • กระดูกสันหลังหัก
  • กระดูกสันหลังคดหรือค่อม
  • มะเร็งที่ลามมาที่กระดูกสันหลัง

กลุ่มที่มาจากโรคอื่นหรืออวัยวะภายใน

  • หลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพองที่กำลังรั่ว
  • โรคข้อ เช่น ข้อเสื่อม ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน รูมาตอยด์
  • การติดเชื้อที่กระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก หรือฝีที่กระดูกสันหลัง
  • กรวยไตอักเสบหรือนิ่วในไต
  • ปัญหาที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์
  • โรคของถุงน้ำดีหรือตับอ่อน
  • โรคของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ถุงน้ำรังไข่ มะเร็งรังไข่ เนื้องอกมดลูก
  • ปวดรอบข้อต่อกระดูกเชิงกรานด้านหลัง

ผู้หญิงที่ปวดหลังช่วงเอว อ่านสาเหตุเฉพาะเพิ่มที่ ปวดหลังส่วนล่างในผู้หญิง

ปวดหลังข้างซ้าย ข้างขวา บอกอะไรได้บ้าง

แหล่งข้อมูลที่เราเปิดอ่านไม่ได้แบ่งโรคตามข้างซ้ายหรือข้างขวาของหลังไว้แบบตายตัว จึงไม่ควรเดาโรคจากข้างที่ปวดอย่างเดียว ข้อมูลตำแหน่งที่แหล่งระบุไว้มีดังนี้

  • นิ่วในไต: NHS (หน้านิ่วในไต) ระบุว่ามักเริ่มปวดที่สีข้างท้องหรือหลังส่วนล่าง อาจร้าวไปขาหนีบ อัณฑะ หรือรอบปากช่องคลอด และปวดเป็นพัก ๆ บางช่วงปวดมาก บางช่วงปวดน้อยหรือหายไป อาจมีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะขุ่น
  • ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน: NHS ระบุว่าปวดท้องขึ้นมาทันทีและไม่หาย รุนแรงเหมือนมีดแทง อาจปวดท้องส่วนบน ข้างเดียว หรือทั้งท้อง และร้าวไปสีข้างและหลัง ปวดมากขึ้นหลังกินอาหาร ขยับตัว หรือนอนราบ และดีขึ้นเมื่อโน้มตัวไปข้างหน้าหรืองอเข่าชิดอก
  • หลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพอง: NHS ระบุว่ามักไม่มีอาการ ถ้าโตขึ้นอาจปวดท้องหรือปวดหลัง หรือรู้สึกเต้นตุบในท้อง
  • ปวดหลังส่วนบนระหว่างสะบัก มากกว่าหลังส่วนล่าง NHS จัดเป็นเหตุให้ไปพบแพทย์

ปวดหลังที่มาจากกล้ามเนื้อมักสัมพันธ์กับการขยับ เช่น MedlinePlus ระบุว่ามักเริ่มหลังยกของหนัก ขยับตัวทันที หรือนั่งท่าเดิมนาน ส่วนหน้า NHS ของนิ่วในไตและตับอ่อนอักเสบที่ยกมาข้างต้น ระบุอาการอื่นที่พบร่วมได้ เช่น ไข้ คลื่นไส้ ปัสสาวะผิดปกติ หรือปวดท้อง

ผู้สูงอายุปวดหลังทันทีหลังก้มยกของ อาจเป็นกระดูกยุบ

MedlinePlus ระบุว่ากระดูกสันหลังยุบ ซึ่งมักเกิดจากกระดูกพรุน เป็นสาเหตุหนึ่งของปวดหลังส่วนล่างที่เกิดขึ้นทันที และระบุให้ติดต่อแพทย์ทันทีถ้าปวดหลังหลังหกล้มหรือถูกกระแทกแรง แหล่งที่เราอ่านในบทความนี้ไม่ได้ระบุอาการที่แยกกระดูกยุบออกจากกล้ามเนื้อตึงได้เองที่บ้าน ผู้สูงอายุหรือผู้หญิงวัยทองที่ปวดหลังขึ้นมาทันทีหลังก้ม ยกของ หรือล้มเบา ๆ จึงควรให้แพทย์ตรวจ อ่าน กระดูกสันหลังยุบ และ สัญญาณอันตรายของปวดกระดูก

ปวดหลังส่วนล่าง อันตรายไหม สัญญาณอันตรายมีอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย MedlinePlus ระบุว่าคนส่วนใหญ่ดีขึ้นหรือหายภายใน 4–6 สัปดาห์ และแพทย์มักยังไม่สั่งตรวจภาพกระดูกสันหลังในช่วง 4–6 สัปดาห์แรก เว้นแต่มีอาการบางอย่าง

นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS · MedlinePlus)

  • ดูแลเองหลายสัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดนานเกิน 4 สัปดาห์
  • ปวดจนทำกิจวัตรไม่ได้
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • มีก้อนหรือบวมที่หลัง หรือหลังเปลี่ยนรูป
  • พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดมากขึ้นตอนกลางคืน
  • ปวดมากขึ้นเวลาจาม ไอ หรือเบ่งถ่าย
  • ปวดหลังส่วนบนระหว่างสะบัก
  • ปวดท้องหรือปวดหลังที่ไม่หายหรือเป็นซ้ำ หรือคลำพบก้อนในท้อง (NHS หน้าหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพอง)
  • ใช้ยาสเตียรอยด์

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้ขอนัดแพทย์เร่งด่วนหรือติดต่อ 111 · MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ทันที)

  • รู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น หรือไม่สบายทั้งตัว
  • ปวดรุนแรงขึ้นมาทันที หรือปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ปวดหลังหลังหกล้มหรือถูกกระแทกแรง
  • ปัสสาวะแสบ หรือปัสสาวะมีเลือด
  • เคยเป็นมะเร็ง
  • ปวดร้าวลงขาต่ำกว่าเข่า
  • ปวดมากขึ้นเวลานอนราบ หรือปวดจนตื่นกลางดึก
  • หลังแดงหรือบวม
  • ปวดรุนแรงจนหาท่าสบายไม่ได้
  • มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ก้น ต้นขา ขา หรือเชิงกรานอ่อนแรงหรือชา
  • เดินลำบากหรือทรงตัวไม่ได้
  • สงสัยนิ่วในไต และปวดรุนแรง หรือมีไข้ หนาวสั่น (NHS หน้านิ่วในไต)

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน)

  • ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
  • ปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • สมรรถภาพทางเพศหรือความรู้สึกที่อวัยวะเพศระหว่างมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไป
  • เจ็บหน้าอก
  • ปวดหลังที่เริ่มหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน
  • ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นมาทันที
  • ปวดท้องรุนแรงทันทีและร้าวไปหลัง
  • ท้องอืดที่ไม่หายหรือเป็นซ้ำ หลังปวดท้องรุนแรงทันที
  • ปวดท้องรุนแรงทันทีและใจเต้นเร็ว
  • หายใจลำบาก หรือหยุดหายใจ
  • ผิวรอบสะดือ เอว หรือต้นขาด้านนอกเป็นสีน้ำเงินหรือเหมือนรอยช้ำ
  • ผิวซีดหรือเทา
  • หมดสติ

NHS ระบุว่าปวดท้องหรือหลังรุนแรงทันที ผิวซีด หรือหมดสติ อาจเป็นสัญญาณของหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพองแตก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต และ NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

แหล่งข้อมูลจัดบางอาการต่างกัน NHS หน้าตับอ่อนอักเสบ (ทบทวน 11 มี.ค. 2569) จัด "ปวดท้องรุนแรงทันทีที่ไม่หาย เป็นซ้ำ หรือมีไข้หนาวสั่น" ไว้ในกลุ่มขอนัดแพทย์เร่งด่วนหรือติดต่อ 111 และจะโทร 999 เมื่อปวดร้าวไปหลัง ท้องอืดไม่หาย ใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก หรือผิวรอบสะดือเป็นรอยช้ำ แต่ NHS หน้าหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพอง (ทบทวน 14 มิ.ย. 2566) จัด "ปวดท้องหรือหลังรุนแรงขึ้นมาทันที" ไว้ในกลุ่มโทร 999 บทความนี้จึงใช้การจัดกลุ่มที่ปลอดภัยกว่า คือปวดท้องหรือหลังรุนแรงขึ้นมาทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ปวดหลังควรพบแพทย์แผนกไหน

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุแผนกสำหรับระบบโรงพยาบาลไทย MedlinePlus ระบุว่าถ้าปวดนานเกิน 1 เดือน แพทย์ที่ดูแลอาจส่งต่อแพทย์เวชศาสตร์ด้านการกายภาพ (physiatrist) หรือแพทย์ออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) ถ้าไม่แน่ใจ ให้สอบถามจุดคัดกรองของโรงพยาบาล และถ้ามีอาการในรายการ 1669 ข้างต้น ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

ความเชื่อที่พบบ่อย

  • "ปวดหลังข้างขวาคือตับ ข้างซ้ายคือไต" แหล่งที่เราอ่านไม่ได้แบ่งแบบนี้ นิ่วในไตและตับอ่อนอักเสบปวดได้ทั้งสีข้างและหลัง ต้องดูอาการร่วมและให้แพทย์ตรวจ
  • "ปวดหลังต้องเอกซเรย์ทุกครั้ง" MedlinePlus ระบุว่าแพทย์มักยังไม่สั่งตรวจภาพในช่วง 4–6 สัปดาห์แรก เว้นแต่มีอาการบางอย่าง
  • "ปวดหลังเป็นนิ่วในไตแน่ ๆ" MedlinePlus ระบุว่าปวดหลังเฉียบพลันส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็น นิ่วในไตเป็นเพียงสาเหตุหนึ่ง อ่าน นิ่วแคลเซียมออกซาเลต

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องปวดหลังจากโรคต่าง ๆ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดหลัง รักษาสาเหตุของปวดหลัง หรือป้องกันกระดูกสันหลังยุบ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่ปวดหลังต้องให้แพทย์หาสาเหตุก่อน โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณอันตรายข้างต้น

ผู้ที่ปวดหลังจากนิ่วในไต: ฉลากระบุว่า "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" งานทดลองใหญ่ WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน (แคลเซียมมากกว่าส่วนที่คำนวณได้ในแคปซูลราว 11 เท่า คำนวณ) พบนิ่วในไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 และ MSKCC ระบุว่าผู้มีแนวโน้มเกิดนิ่วในไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ขมิ้นชันเสริม ส่วน NIDDK ระบุว่าแคลเซียมจากอาหารในปริมาณเหมาะสมเป็นคนละเรื่องกับเม็ดเสริม ให้คุยกับบุคลากรสุขภาพเรื่องปริมาณ

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่อปวด เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. ต่อแคปซูล (32 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน เทียบกับยาไอบูโพรเฟน 1,200 มก. ต่อวัน 4 สัปดาห์ พบผลไม่ด้อยกว่ากัน ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดที่ใช้มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ งานรวมเรื่องขมิ้นชันในข้อเสื่อมถูกประเมินว่าคุณภาพหลักฐานต่ำมาก และไม่มีงานใดในนี้ศึกษาปวดหลัง
  • สารสกัดขิง 10 มก. ต่อแคปซูล (20 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 593 คน พบว่าขิงลดปวดได้เล็กน้อย แต่ผู้ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ายาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาด จึงเทียบกับในแคปซูลไม่ได้ และไม่ได้ศึกษาปวดหลัง

ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิงกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด: MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ (แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล): MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยา (ข้อมูลจากหลอดทดลอง) ให้ถามเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดยาแก้ปวดเอง
  • ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
  • ส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปหรือบิดเป็นมุมแปลก
  • ขาทั้งสองข้างชา อ่อนแรง หรือปวด
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นมาทันที
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก
  • หมดสติ

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ปวดหลังเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง

ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็นยึดหลัง แต่ MedlinePlus ระบุสาเหตุอื่น เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน ช่องกระดูกสันหลังตีบ กระดูกสันหลังยุบจากกระดูกพรุน การติดเชื้อ มะเร็ง กรวยไตอักเสบ นิ่วในไต ถุงน้ำดี ตับอ่อน และหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพอง

ปวดหลังข้างซ้าย ข้างขวา เป็นโรคอะไร

แหล่งที่เราอ่านไม่ได้แบ่งโรคตามข้างซ้ายหรือขวาแบบตายตัว NHS ระบุว่านิ่วในไตมักปวดที่สีข้างท้องหรือหลังส่วนล่างและปวดเป็นพัก ๆ ส่วนตับอ่อนอักเสบปวดท้องรุนแรงร้าวไปสีข้างและหลัง ต้องดูอาการร่วมและให้แพทย์ตรวจ

ปวดหลังส่วนล่างอันตรายไหม

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย MedlinePlus ระบุว่าคนส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 4–6 สัปดาห์ แต่ถ้าขาสองข้างชาอ่อนแรง ชารอบอวัยวะเพศหรือทวารหนัก กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือปวดท้องหรือหลังรุนแรงทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ผู้สูงอายุปวดหลังทันทีหลังยกของเป็นอะไร

อาจเป็นกล้ามเนื้อตึง หรือกระดูกสันหลังยุบ ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่ามักเกิดจากกระดูกพรุน แยกเองที่บ้านไม่ได้ ควรให้แพทย์ตรวจ

ปวดหลังควรพบแพทย์แผนกไหน

แหล่งที่เราอ่านไม่ได้ระบุแผนกสำหรับโรงพยาบาลไทย MedlinePlus ระบุว่าถ้าปวดเกิน 1 เดือน แพทย์อาจส่งต่อแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามจุดคัดกรองของโรงพยาบาล ถ้ามีสัญญาณอันตรายให้ไปห้องฉุกเฉิน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท