เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
ปวดสะโพกเกิดจากอะไร ปวดสะโพกซ้าย ขวา ในผู้สูงอายุ ต้องระวังอะไร
คำตอบสั้น: ปวดสะโพกมีหลายสาเหตุ และ NHS ระบุว่าไม่ควรวินิจฉัยเอง ตำแหน่งที่ปวดช่วยบอกทางได้ ปวดที่ขาหนีบเข้าได้กับปัญหาของตัวข้อสะโพก เช่น ข้อสะโพกเสื่อม ซึ่ง AAOS ระบุว่าตำแหน่งที่ปวดบ่อยคือขาหนีบ ปวดที่ปุ่มกระดูกด้านข้างสะโพกและร้าวลงต้นขาด้านนอกเข้ากับถุงน้ำด้านข้างสะโพกอักเสบ ส่วนปวดที่ก้นร้าวลงหลังขาอาจมาจากเส้นประสาทไซแอติก ข้างซ้ายหรือขวา แหล่งที่เราตรวจไม่ได้แยกสาเหตุต่างกัน สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในผู้สูงอายุคือ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก หรือเดินและลงน้ำหนักไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นสะโพกหัก ต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- NHS (ทบทวน 20 พ.ย. 2568) ระบุว่าปวดสะโพกพบได้ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น และบางครั้งอาจเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างสะโพกหัก
- ปวดขาหนีบ เข้าได้กับข้อสะโพกเสื่อม และหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด ตามที่ AAOS บรรยาย
- ปวดปุ่มกระดูกด้านข้างสะโพก ร้าวลงต้นขาด้านนอก เข้าได้กับถุงน้ำด้านข้างสะโพกอักเสบ ซึ่ง AAOS ระบุว่าปวดมากตอนนอนตะแคงทับ
- ปวดก้นร้าวลงหลังขา NHS ระบุว่าเป็นตำแหน่งของอาการเส้นประสาทไซแอติก
- สเตียรอยด์ระยะยาวและการดื่มเหล้ามาก AAOS จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงของหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก หรือเดินหรือลงน้ำหนักไม่ได้ NHS ให้โทร 999 ในไทยคือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และอย่าขับรถไปเอง
ปวดข้อสะโพกจริง กับปวดบริเวณก้นหรือด้านข้าง ต่างกันอย่างไร
คำว่า "ปวดสะโพก" ของคนทั่วไปครอบคลุมหลายตำแหน่ง และแต่ละตำแหน่งชี้ไปคนละสาเหตุ
ขาหนีบ (ด้านหน้า ตรงรอยพับระหว่างขากับลำตัว) AAOS ระบุว่าข้อสะโพกเสื่อมปวดที่ขาหนีบเป็นตำแหน่งที่พบบ่อย หรือปวดที่ต้นขา และอาจร้าวไปก้นหรือเข่า หัวกระดูกสะโพกขาดเลือดก็ปวดตื้อ ๆ หรือปวดตุบ ๆ ที่ขาหนีบหรือก้นได้
ด้านข้างสะโพก (ปุ่มกระดูกที่คลำได้ด้านข้าง) AAOS ระบุว่าอาการหลักของถุงน้ำด้านข้างสะโพกอักเสบคือปวดที่ปุ่มกระดูกนี้ และมักลามไปต้นขาด้านนอก
ก้นร้าวลงหลังขา NHS ระบุว่าอาการเส้นประสาทไซแอติกมักเป็นที่ก้นและด้านหลังของขาข้างเดียว มักลงถึงเท้าและนิ้วเท้า อาจปวดแสบร้อน เป็นเหน็บ ชา หรืออ่อนแรง
ปวดสะโพกซ้ายหรือขวา แหล่งที่เราตรวจไม่ได้แยกสาเหตุตามข้าง สาเหตุข้างต้นเกิดได้ทั้งสองข้าง และ AAOS ระบุว่าหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดหลายรายเป็นทั้งสองข้าง ตำแหน่งและลักษณะความปวดจึงสำคัญกว่าข้าง
ปวดสะโพกเกิดจากอะไร
NHS ยกสาเหตุที่พบได้ตามลักษณะอาการไว้ดังนี้
- ปวดมากและเดินไม่ได้หลังล้มหรือบาดเจ็บ: สะโพกหัก
- ปวด บวม หรือช้ำหลังออกกำลังหนักหรือซ้ำ ๆ: เคล็ด กล้ามเนื้อหรือเอ็นบาดเจ็บ หรือเอ็นอักเสบ
- อายุเกิน 45 ปี ปวดมากขึ้นเวลาเดิน และตึงหลังขยับ: ข้อสะโพกเสื่อม
- ปวดและตึงมากขึ้นหลังไม่ได้ขยับ เช่น ตอนตื่นนอน: ข้ออักเสบรูมาตอยด์
- สะโพกร้อน บวม และมีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น: ข้อติดเชื้อ
- ปวดที่อาจลามไปต้นขา และแย่ลงเวลาขยับหรือนอนตะแคง: ถุงน้ำอักเสบ
NHS ย้ำว่าอย่าพยายามวินิจฉัยสาเหตุเอง
ข้อสะโพกเสื่อม
AAOS ระบุว่าอาการหลักคือปวด ซึ่งค่อย ๆ เป็นและแย่ลงตามเวลา แต่เริ่มทันทีก็ได้ อาการที่ AAOS ระบุเพิ่ม ได้แก่
- ปวดและตึงมากขึ้นตอนเช้า หรือหลังนั่งหรือพักนาน
- ปวดกำเริบหลังทำกิจกรรมหนัก
- ข้อสะโพกตึงจนเดินหรือก้มลำบาก
- ข้อติดหรือขัด และมีเสียงกรอบแกรบเวลาขยับ
- ขยับสะโพกได้น้อยลงจนเดินกะเผลก
- ปวดมากขึ้นช่วงฝนตก
เมื่อเวลาผ่านไป AAOS ระบุว่าอาจปวดบ่อยขึ้น รวมถึงตอนพักหรือกลางคืน
ถุงน้ำด้านข้างสะโพกอักเสบ
AAOS ระบุว่าช่วงแรกมักปวดแปลบและรุนแรง ต่อมาเป็นปวดเมื่อยที่กระจายกว้างขึ้น อาการมักแย่ลงตอนกลางคืน เวลานอนตะแคงทับข้างที่ปวด ลุกจากเก้าอี้หลังนั่งนาน เดินนาน ขึ้นบันได หรือนั่งยอง ๆ
AAOS ระบุว่าพบในผู้หญิงและคนวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุมากกว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ระบุ ได้แก่ ใช้งานซ้ำ ๆ เช่น ขึ้นบันไดหรือยืนนาน ล้มกระแทกด้านข้างสะโพก โรคกระดูกสันหลังที่ทำให้ท่าเดินเปลี่ยน ขาสองข้างยาวไม่เท่ากัน ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และเคยผ่าตัดรอบสะโพก
ปวดร้าวจากหลัง
NHS ระบุว่าอาการเส้นประสาทไซแอติกอาจเริ่มทันทีหรือค่อย ๆ เป็น ปวดมากขึ้นเวลาขยับ จาม หรือไอ และอาจปวดหลังด้วยแต่มักไม่มากเท่าปวดขา อ่านต่อได้ที่ ปวดร้าวลงขา เส้นประสาทไซแอติก และ กระดูกสันหลังเสื่อม
หัวกระดูกสะโพกขาดเลือด
เป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาไม่พอ AAOS อธิบายว่าเมื่อขาดเลือด เนื้อกระดูกที่หัวกระดูกต้นขาจะตายและค่อย ๆ ยุบ กระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อจึงยุบตาม จนเกิดข้อเสื่อมที่ทำให้ใช้งานลำบาก
AAOS ระบุว่าพบมากในคนอายุ 40–65 ปี ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง และหลายรายเป็นทั้งสองข้าง
อาการ AAOS ระบุว่าอาการแรกมักเป็นปวดสะโพก ปวดตื้อ ๆ หรือปวดตุบ ๆ ที่ขาหนีบหรือก้น เมื่อโรคดำเนินไป จะยืนและลงน้ำหนักข้างนั้นลำบากขึ้น และขยับข้อสะโพกแล้วปวด โรคอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงมากกว่า 1 ปีกว่าจะลุกลาม AAOS ระบุว่าการวินิจฉัยเร็วสำคัญ เพราะบางงานวิจัยพบว่าการรักษาเร็วสัมพันธ์กับผลที่ดีกว่า
สเตียรอยด์และเหล้า เกี่ยวกับหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดอย่างไร
AAOS ระบุปัจจัยเสี่ยงของหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดไว้ดังนี้
- การดื่มเหล้ามากเกินไปเป็นเวลานาน AAOS อธิบายว่าอาจทำให้มีไขมันสะสมในหลอดเลือดและระดับคอร์ติโซนสูงขึ้น ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกระดูกลดลง
- ยาสเตียรอยด์ (คอร์ติโคสเตียรอยด์) ใช้รักษาหลายโรค เช่น หอบหืด ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคเอสแอลอี AAOS ระบุว่ายังไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมยากลุ่มนี้จึงนำไปสู่ภาวะนี้ แต่งานวิจัยพบความเชื่อมโยงกับการใช้สเตียรอยด์ระยะยาว
- การบาดเจ็บ เช่น ข้อสะโพกหลุด สะโพกหัก ซึ่งทำลายหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวกระดูก
- โรคอื่น เช่น โรคเอสแอลอี โรคเลือดบางชนิด และโรคน้ำหนีบของนักดำน้ำ
ถ้าใช้สเตียรอยด์อยู่ ห้ามหยุดยาเอง ยาสเตียรอยด์ที่แพทย์สั่งใช้คุมโรคที่สำคัญ ถ้าใช้อยู่แล้วมีปวดขาหนีบหรือก้นที่ไม่หาย ให้แจ้งแพทย์ที่สั่งยา เพื่อพิจารณาตรวจต่อ
เรื่องเหล้า แนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF 2021) แนะนำให้จำกัดแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 หน่วยต่อวันในผู้หญิง และไม่เกิน 2 หน่วยต่อวันในผู้ชาย สำหรับการดูแลกระดูก ใครที่ดื่มเป็นประจำและอยากลด สามารถขอคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน
ผู้สูงอายุล้มแล้วปวดสะโพก ต้องทำอย่างไร
อย่ารอดูอาการที่บ้าน NHS (ทบทวน 29 ก.ค. 2569) ระบุว่าสะโพกหักเป็นเรื่องร้ายแรงและต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที มักเกิดจากการล้มหรือบาดเจ็บ และพบมากกว่าในผู้สูงอายุและคนที่เป็นกระดูกพรุน
อาการของสะโพกหักตาม NHS ได้แก่ ปวดที่สะโพก ต้นขา และขาหนีบ ยืนหรือลงน้ำหนักที่สะโพกและขาข้างนั้นไม่ได้ ขยับสะโพกและขาลำบาก ขาข้างนั้นบิดผิดมุมหรือดูสั้นกว่าอีกข้าง และบวมช้ำรอบสะโพกและต้นขา
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน)
- ปวดสะโพกมากหลังล้มหรือบาดเจ็บ
- เดินไม่ได้หรือลงน้ำหนักที่ขาไม่ได้
- เป็นเหน็บหรือไม่มีความรู้สึกที่สะโพกหรือขาหลังบาดเจ็บ
NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้โทรเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ที่โรงพยาบาล NHS ระบุว่ามักได้ยาแก้ปวดและเอกซเรย์เพื่อดูว่าสะโพกหักหรือไม่ ถ้าหักต้องผ่าตัด ซึ่งมักทำในวันเดียวกันหรือวันถัดไป และอาจไม่ได้แรงและการเคลื่อนไหวกลับมาเท่าเดิม ในไทย งานติดตามที่เชียงใหม่ที่ TOPF ยกมาพบว่าผู้อายุเกิน 50 ปีที่สะโพกหักเสียชีวิตภายใน 1 ปีราวร้อยละ 17–21 อ่านเพิ่มได้ที่ กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ และ ดูแลหลังผ่าตัดสะโพกหัก
หลังสะโพกหัก NHS ระบุว่าสำหรับคนอายุเกิน 50 ปีที่สะโพกหัก บริการดูแลหลังกระดูกหัก (fracture liaison service) ช่วยป้องกันกระดูกหักซ้ำและดูแลกระดูกได้ ในไทย แนวทาง TOPF 2021 นับสะโพกหักจากแรงกระแทกเล็กน้อยเป็นเกณฑ์วินิจฉัยกระดูกพรุน ให้คุยกับแพทย์เรื่องการตรวจมวลกระดูกและยาที่เหมาะสม อ่านได้ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก
ปวดสะโพกแบบไหนไปโรงพยาบาลวันนี้ แบบไหนนัดได้
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด NHS ให้ขอนัดแพทย์ด่วนหรือโทร NHS 111 เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง
- ปวดสะโพกรุนแรงที่เริ่มขึ้นทันที โดยไม่ได้ล้มหรือบาดเจ็บ
- สะโพกบวมและรู้สึกร้อน
- ผิวหนังรอบสะโพกเปลี่ยนสี
- ปวดสะโพก รู้สึกไม่สบายทั้งตัว และมีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
ข้อสุดท้ายเข้าได้กับข้อติดเชื้อ ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าถ้ารักษาช้า ข้ออาจเสียหายถาวร
นัดพบแพทย์ได้ NHS ให้พบแพทย์ถ้า
- ปวดสะโพกจนทำกิจวัตรปกติไม่ได้ หรือรบกวนการนอน
- ปวดแย่ลงหรือกลับมาเป็นซ้ำ
- ดูแลตัวเองที่บ้าน 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น
- สะโพกตึงนานเกิน 30 นาทีหลังตื่นนอน
ปวดสะโพก ดูแลเบื้องต้นและบริหารอย่างไร
สิ่งที่ NHS แนะนำให้ทำ
- เลี่ยงการทำให้สะโพกรับแรงมากเกินไป แต่ควรขยับตัวต่อถ้าทำได้ และอย่าหักโหม
- ประคบน้ำแข็งหรือถุงผักแช่แข็งห่อผ้าบริเวณที่ปวด ครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง
- ใส่รองเท้าพื้นนุ่มที่สบายและรองรับแรงกระแทก
- ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน
- ลองยืดสะโพกเบา ๆ
สิ่งที่ NHS แนะนำว่าไม่ควรทำ
- ยกหรือแบกของหนัก
- นั่งเก้าอี้เตี้ย เพราะเพิ่มแรงกดที่สะโพก
เรื่องยาแก้ปวด หน้า NHS เขียนว่าใช้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือเจลไอบูโพรเฟน (หรือไอบูโพรเฟนชนิดเม็ดถ้าจำเป็น) ข้อความนี้เป็นสิ่งที่ NHS เขียนสำหรับคนทั่วไปในอังกฤษ ผู้สูงอายุที่มีโรคไต โรคกระเพาะ โรคหัวใจ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรให้เภสัชกรหรือแพทย์เลือกยาให้ ห้ามปรับยาเอง และห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง
ท่าบริหาร NHS แนะนำให้ยืดสะโพกเบา ๆ และระบุว่านักกายภาพบำบัดช่วยสอนท่าบริหารและท่ายืดเพื่อลดปวดได้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดท่าในหน้านี้ เราจึงไม่ขอเขียนท่าเฉพาะ เพราะท่าที่เหมาะกับข้อสะโพกเสื่อม ถุงน้ำอักเสบ และปวดร้าวจากหลัง ต่างกัน ให้ขอนักกายภาพประเมินและสอน ส่วนการออกกำลังกายทั่วไปและการฝึกทรงตัว อ่านได้ที่ ออกกำลังกายในวัย 50 ปีขึ้นไป และ ผู้สูงอายุหกล้ม ป้องกันที่บ้าน
การรักษาที่แพทย์อาจพิจารณา NHS ระบุว่าขึ้นกับสาเหตุ เช่น ยาแก้ปวดที่แรงขึ้น กายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัดช่วยเรื่องไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน การฉีดสเตียรอยด์ และการส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจภาพและพิจารณาผ่าตัด ผู้ที่ข้อสะโพกเสียหายบางรายอาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกถ้าวิธีอื่นไม่ช่วย
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)
ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
เรื่องปวดสะโพก: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดสะโพก ชะลอข้อสะโพกเสื่อม ป้องกันหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด หรือป้องกันสะโพกหัก ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนยากระดูกพรุน การตรวจมวลกระดูก หรือการรักษาของแพทย์
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. (แคลเซียมราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในคนที่พบมีเพียงการวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน ซึ่งดูดซึมได้ราวร้อยละ 26.5 และยังไม่พบงานทดลองที่วัดมวลกระดูกหรือกระดูกหัก แคลเซียมส่วนนี้คิดเป็นราว 9% ของปริมาณที่คนไทยอายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับต่อวัน 1,000 มก. ตาม DRI ไทย 2563 (คำนวณ) ภาพรวมของแคลเซียมเสริม การวิเคราะห์รวมใน BMJ (2558) ระบุว่าหลักฐานว่าแคลเซียมเสริมป้องกันกระดูกหัก "อ่อนและไม่สอดคล้อง" และไม่ลดสะโพกหัก แนวทาง TOPF 2021 ให้ผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูงใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก
- คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทดลองที่อ้างบ่อยทำในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) 40 มก. ต่อวัน นาน 180 วัน ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบ ฉลากไม่ระบุว่าคอลลาเจนในแคปซูลเป็นชนิดไม่เสียสภาพหรือไม่ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นสารเดียวกับในงานวิจัย และไม่พบงานในข้อสะโพก
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทดลองไทยในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) นาน 4 สัปดาห์ ผลไม่ด้อยกว่ายาไอบูโพรเฟน งานนี้ไม่มีกลุ่มยาหลอก ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุว่า "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: มีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน และ NCCIH ระบุว่าถ้ามีอาการเหล่านี้ให้หยุดใช้และพบแพทย์
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
- ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล: MSKCC (ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าไม่ควรใช้ขมิ้นชันเสริมร่วมกับยาเหล่านี้ เพราะอาจลดฤทธิ์ยา ข้อมูลนี้มาจากงานในหลอดทดลอง และยังไม่ทราบความสำคัญในคน ให้ถามเภสัชกรก่อน และห้ามหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเอง
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสเตียรอยด์ ยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสเตียรอยด์ ยาเบาหวาน ยาไทรอยด์ ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
- ปากหรือหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง
- ยกแขนทั้งสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป
- เจ็บที่ร้าวไปแขนข้างใดข้างหนึ่ง คอ กราม ท้อง หรือหลัง แบบที่ NHS จัดเป็นอาการของหัวใจวาย
- หกล้มหรือบาดเจ็บแล้วปวดสะโพกมาก
- เดินหรือลงน้ำหนักที่ขาไม่ได้หลังล้ม
- ชาหรือไม่รู้สึกที่สะโพกหรือขาหลังบาดเจ็บ
NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
ปวดสะโพกเกิดจากอะไร
NHS ระบุสาเหตุหลายอย่าง เช่น สะโพกหักหลังล้ม กล้ามเนื้อหรือเอ็นบาดเจ็บ ข้อสะโพกเสื่อม ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้อติดเชื้อ และถุงน้ำอักเสบ อาการเส้นประสาทไซแอติกก็ปวดที่ก้นร้าวลงขาได้ NHS ย้ำว่าอย่าวินิจฉัยเอง
ปวดสะโพกซ้ายกับขวาต่างกันไหม
แหล่งที่เราตรวจไม่ได้แยกสาเหตุตามข้าง สาเหตุต่าง ๆ เกิดได้ทั้งสองข้าง ตำแหน่งที่ปวดสำคัญกว่า เช่น ปวดขาหนีบเข้าได้กับข้อสะโพก ปวดปุ่มกระดูกด้านข้างเข้าได้กับถุงน้ำอักเสบ และปวดก้นร้าวลงหลังขาเข้าได้กับเส้นประสาทไซแอติก
ผู้สูงอายุล้มแล้วปวดสะโพกต้องทำอย่างไร
ถ้าปวดสะโพกมากหลังล้ม เดินหรือลงน้ำหนักไม่ได้ หรือขาชาหลังบาดเจ็บ NHS ให้โทร 999 ในไทยให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อย่าขับรถไปเอง สะโพกหักต้องเอกซเรย์และมักต้องผ่าตัดในวันเดียวกันหรือวันถัดไป
ใช้สเตียรอยด์หรือดื่มเหล้าทำให้หัวกระดูกสะโพกขาดเลือดได้ไหม
AAOS ระบุว่าการดื่มเหล้ามากเป็นเวลานานและการใช้สเตียรอยด์ระยะยาวเป็นปัจจัยเสี่ยง อาการแรกมักปวดตื้อ ๆ ที่ขาหนีบหรือก้น ผู้ที่ใช้สเตียรอยด์ห้ามหยุดยาเอง ให้แจ้งแพทย์ที่สั่งยาถ้ามีปวดสะโพกที่ไม่หาย
ปวดสะโพกบริหารยังไง
NHS แนะนำให้ขยับตัวต่อแต่ไม่หักโหม ยืดสะโพกเบา ๆ ประคบน้ำแข็งห่อผ้าครั้งละไม่เกิน 20 นาที เลี่ยงยกของหนักและเก้าอี้เตี้ย ท่าบริหารเฉพาะขึ้นกับสาเหตุ ควรให้นักกายภาพประเมินและสอน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Hip pain in adultsNHS
- Broken hipNHS
- Osteonecrosis of the HipOrthoInfo — American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS)
- Hip BursitisOrthoInfo — American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS)
- Osteoarthritis of the HipOrthoInfo — American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS)
- Summary of the Thai Osteoporosis Foundation (TOPF) Clinical Practice Guideline 2021Osteoporosis and Sarcopenia 2023 (PubMed)
- SciaticaNHS
- Septic arthritisMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Current issues in evaluation and management of osteoporosis in ThailandOsteoporosis and Sarcopenia 2023 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
