เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ไวรัสตับอักเสบซี ติดต่อทางไหน เกิดจากอะไร ใครเสี่ยงบ้าง
คำตอบสั้น: ไวรัสตับอักเสบซี ติดต่อทางเลือดเป็นหลัก เช่น รับเลือดที่ไม่ได้ตรวจคัดกรอง ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์สักที่ไม่สะอาด ส่วนเพศสัมพันธ์และแม่สู่ลูกเกิดได้แต่พบน้อยกว่า การกินข้าวร่วมกัน กอด หรือใช้ช้อนร่วมกัน ไม่ทำให้ติด
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าไวรัสซีเป็นไวรัสที่ติดต่อทางเลือด
- แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 ระบุกลุ่มเสี่ยงสำคัญคือผู้ที่รับเลือดก่อนปี พ.ศ. 2534 และผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด
- ไม่ติดทางอาหาร น้ำ นมแม่ การกอด จูบ หรือกินข้าวดื่มน้ำร่วมกัน (WHO)
- มีดโกน แปรงสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ ไม่ควรใช้ร่วมกับผู้ติดเชื้อ (NIDDK)
- ยังไม่มีวัคซีนไวรัสซี และคนที่รักษาหายแล้วติดซ้ำได้
ไวรัสตับอักเสบซี เกิดจากอะไร
ไวรัสตับอักเสบซีเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง (hepatitis C virus) ที่เข้าไปในเซลล์ตับ ทำให้ตับอักเสบ WHO ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเรื้อรังทั่วโลกราว 47 ล้านคน และติดใหม่ราว 0.9 ล้านคนต่อปี
ในไทย กรมควบคุมโรคประมาณว่ามีผู้ติดเชื้อเรื้อรังราวร้อยละ 1–2 หรือประมาณ 3–8 แสนคน พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ และในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป
ไวรัสซีติดต่อทางเลือดอย่างไร
ไวรัสต้องเข้าสู่กระแสเลือดของอีกคนจึงจะติด WHO ระบุช่องทางที่พบบ่อยที่สุด 3 ทาง
- เครื่องมือแพทย์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำหรือทำให้ปราศจากเชื้อไม่ดีพอ โดยเฉพาะเข็มและกระบอกฉีดยา
- การรับเลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือดที่ไม่ได้ตรวจคัดกรอง
- การใช้อุปกรณ์ฉีดยาเสพติดร่วมกัน
NIDDK (สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไตของสหรัฐ) เพิ่มช่องทางอื่นที่เกิดได้ เช่น ถูกเข็มที่ใช้กับผู้ติดเชื้อตำโดยอุบัติเหตุ สักหรือเจาะหูด้วยเครื่องมือไม่สะอาด สัมผัสเลือดหรือแผลเปิดของผู้ติดเชื้อ และใช้มีดโกน แปรงสีฟัน หรือกรรไกรตัดเล็บร่วมกับผู้ติดเชื้อ
เคยรับเลือด ใช้เข็มร่วม สัก หรือฟอกไต เสี่ยงอย่างไร
รับเลือดก่อนปี พ.ศ. 2534: แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 ระบุว่ากลุ่มนี้เสี่ยงสูง เพราะช่วงนั้นยังไม่มีการตรวจไวรัสซีในเลือดและส่วนประกอบของเลือด คนที่เคยผ่าตัดใหญ่ คลอดลูกเสียเลือดมาก หรือเกิดอุบัติเหตุแล้วได้เลือดก่อนปีนั้น ควรตรวจ
ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน: เป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญตามแนวทางไทย และเป็น 1 ใน 5 กลุ่มที่ตรวจฟรีได้ทุกปี
สักหรือเจาะ: NIDDK ระบุว่าความเสี่ยงอยู่ที่เครื่องมือไม่สะอาดที่เคยใช้กับผู้ติดเชื้อ ควรเลือกร้านที่ใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อและหมึกที่เพิ่งเปิดใหม่
ฟอกไต: NIDDK จัดคนที่เคยฟอกไตเป็นกลุ่มที่พบไวรัสซีมากกว่าคนทั่วไป ผู้ป่วยฟอกไตควรคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจ
บุคลากรทางการแพทย์: แนวทางไทยจัดเป็น 1 ใน 5 กลุ่มเสี่ยงที่ตรวจฟรีได้ทุกปี และ NIDDK จัดคนที่ทำงานสัมผัสเลือด เข็ม และกระบอกฉีดยาเป็นกลุ่มที่พบไวรัสซีมากกว่าคนทั่วไป
ไวรัสซีติดทางเพศสัมพันธ์และจากแม่สู่ลูกได้แค่ไหน
เกิดได้ แต่พบน้อยกว่าทางเลือดโดยตรง WHO ระบุว่าไวรัสซีส่งจากแม่สู่ลูกได้ และติดผ่านเพศสัมพันธ์ที่มีโอกาสสัมผัสเลือด แต่ช่องทางเหล่านี้พบไม่บ่อย
NIDDK ระบุว่าโอกาสติดทางเพศสัมพันธ์ต่ำ แต่สูงขึ้นในบางกลุ่ม เช่น ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย คนที่มีคู่นอนหลายคน ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น และ WHO แนะนำการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยด้วยการใช้ถุงยางอนามัย
เรื่องนมแม่: WHO ระบุว่าไวรัสซีไม่ติดทางนมแม่ แต่ NIDDK แนะนำให้งดให้นมถ้าหัวนมแตกหรือมีเลือดออก
กินข้าวร่วมกัน ติดไวรัสซีไหม
ไม่ติด WHO และ NIDDK ระบุตรงกันว่าไวรัสซีไม่ติดต่อทางเหล่านี้
- กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือกินข้าววงเดียวกัน
- ใช้ช้อน ส้อม แก้วน้ำร่วมกัน
- กอด จูบ จับมือ นั่งใกล้กัน
- ไอหรือจามใส่
ครอบครัวไทยที่กินข้าวสำรับเดียวกันจึงไม่ต้องแยกจานแยกช้อน สิ่งที่ควรแยกคือของที่อาจมีเลือดติด ได้แก่ มีดโกน แปรงสีฟัน และกรรไกรตัดเล็บ ส่วนไวรัสบีติดต่อต่างจากไวรัสซีอย่างไร อ่านที่ ไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อทางไหน
ทำไมยังไม่มีวัคซีนไวรัสซี
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ได้ผล WHO และ NIDDK ระบุตรงกัน และ NIDDK บอกว่านักวิจัยยังพัฒนาอยู่ แหล่งที่เราตรวจไม่ได้อธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมยังทำไม่สำเร็จ จึงขอไม่คาดเดา
สิ่งที่ทำได้แทนคือ เลี่ยงการสัมผัสเลือดของผู้อื่น WHO แนะนำการใช้เข็มและหัตถการทางการแพทย์อย่างปลอดภัย การตรวจเลือดบริจาค และการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
NIDDK แนะนำให้คนที่เป็นไวรัสซีคุยกับแพทย์เรื่องวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอและบี เพราะการติดไวรัสตับอักเสบชนิดอื่นซ้ำจะทำให้ตับเสียหายเพิ่ม เรื่องวัคซีนไวรัสบีในผู้ใหญ่อ่านที่ วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ผู้ใหญ่
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องการติดต่อของไวรัสซี
ได้ยินว่ารักษาหายแล้วไม่ติดอีก จริงไหม ไม่จริง แนวทางไทยและ NIDDK ระบุตรงกันว่าคนที่หายแล้วติดเชื้อซ้ำได้ ถ้ายังมีพฤติกรรมเสี่ยง
ได้ยินว่าคนในบ้านเป็นแล้วต้องแยกกันอยู่ จริงไหม ไม่จริง การใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติไม่ทำให้ติด แค่ไม่ใช้ของที่อาจมีเลือดติดร่วมกัน
คนในบ้านควรตรวจไวรัสซีไหม
แนวทางไทยไม่ได้กำหนดให้คนในบ้านเป็นกลุ่มตรวจซ้ำพิเศษ แต่ คนในบ้านที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 มีสิทธิ์ตรวจคัดกรองฟรี 1 ครั้งอยู่แล้ว ทุกสิทธิ์ ที่ รพ.สต. และโรงพยาบาลรัฐ (กรมควบคุมโรค)
คู่นอน ควรได้รับการบอกและคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจ NIDDK แนะนำให้ผู้ติดเชื้อบอกคู่นอน บอกแพทย์และทันตแพทย์ว่าตัวเองเป็นไวรัสซี และไม่บริจาคเลือด
วิธีตรวจและสถานที่ตรวจฟรีอ่านที่ ตรวจไวรัสตับอักเสบบี ซี ตรวจยังไง ภาพรวมของไวรัสบีกับซีอ่านที่ ไวรัสตับอักเสบบีและซีต่างกันอย่างไร และการดูแลตับทั่วไปอ่านที่ ดูแลตับในชีวิตประจำวัน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า) เช่น แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และแอล-กลูตาไธโอน (100%) 40.845 มก. (ฉลากพิมพ์ไว้ 2 บรรทัด) โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. และสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก.
การดูแลเรื่องไวรัสซีคือการเลี่ยงการสัมผัสเลือดและการตรวจเลือด ไม่มีส่วนประกอบใดในเม็ดนี้ที่มีงานวิจัยเรื่องการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้มีผลต่อไวรัสหรือค่าตับ
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ
- ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหรือมีค่าตับสูง: NIDDK ระบุให้ถามแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริมทุกชนิด เพราะบางชนิดทำลายตับและอาจมีปฏิกิริยากับยารักษาไวรัสซี ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อนเสมอ
- ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน มีสารสกัดขมิ้นชัน ซึ่งงานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว และเครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ที่อาจรบกวนวาร์ฟาริน ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
- ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ไวรัสตับอักเสบซีติดต่อทางไหนบ้าง
ติดทางเลือดเป็นหลัก เช่น รับเลือดที่ไม่ได้ตรวจคัดกรอง ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เครื่องมือแพทย์หรืออุปกรณ์สักที่ไม่สะอาด ส่วนเพศสัมพันธ์และแม่สู่ลูกเกิดได้แต่พบน้อยกว่า
กินข้าวร่วมกับคนเป็นไวรัสซี ติดไหม
ไม่ติด WHO และ NIDDK ระบุว่าไวรัสซีไม่ติดทางอาหาร น้ำ การใช้ช้อนแก้วร่วมกัน การกอดหรือจูบ แต่ไม่ควรใช้มีดโกน แปรงสีฟัน กรรไกรตัดเล็บร่วมกัน
ไวรัสซีติดจากแม่สู่ลูกได้ไหม
ได้ แต่ WHO ระบุว่าเป็นช่องทางที่พบไม่บ่อย และไวรัสซีไม่ติดทางนมแม่ ถ้าหัวนมแตกหรือมีเลือดออก NIDDK แนะนำให้งดให้นม
ไวรัสตับอักเสบซีมีวัคซีนไหม
ยังไม่มีวัคซีนที่ได้ผล วิธีหลีกเลี่ยงคือไม่สัมผัสเลือดของผู้อื่น ส่วนคนที่เป็นไวรัสซีควรคุยกับแพทย์เรื่องวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอและบี
ใครเสี่ยงติดไวรัสตับอักเสบซี
ผู้ที่รับเลือดก่อน พ.ศ. 2534 ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย บุคลากรการแพทย์ ผู้ต้องขัง และคนที่เคยฟอกไต
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Hepatitis C fact sheetWorld Health Organization
- Hepatitis CNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- แนวทางการตรวจคัดกรองและรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี สำหรับแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2569 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1)คณะทำงาน Cancer Warriors กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- แนวทางการดำเนินงานตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และซี สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- แกะกล่อง สิทธิประโยชน์ ด้าน HIV STIs HBV&HCV (News&Update by DAS 22)กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
