บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

กินยาลดไขมันแล้วเป็นเบาหวานจริงไหม ควรกินต่อหรือเปล่า

คำตอบสั้น: จริงบางส่วน ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเล็กน้อย และเพิ่มโอกาสได้รับการวินิจฉัยเบาหวานใหม่ งานรวมการทดลองพบว่าเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 10 กับยาขนาดต่ำถึงปานกลาง และราวร้อยละ 36 กับยาขนาดสูง โดย ส่วนใหญ่เกิดในคนที่น้ำตาลใกล้เกณฑ์เบาหวานอยู่แล้ว ผู้วิจัยสรุปว่าผลนี้รวมอยู่ในประโยชน์สุทธิของยาที่ลดโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว จึงไม่ควรหยุดยาเองเพราะกลัวเบาหวาน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • งานรวม 13 การทดลอง 91,140 คน พบความเสี่ยงเบาหวานใหม่เพิ่มราวร้อยละ 9 ต้องให้ยา 255 คนนาน 4 ปี จึงมีเบาหวานเพิ่ม 1 คน
  • ค่า HbA1c (น้ำตาลสะสม) เพิ่มเฉลี่ยเพียงราว 0.06–0.08 จุดเปอร์เซ็นต์
  • ราวร้อยละ 62 ของเบาหวานรายใหม่ อยู่ในกลุ่มที่น้ำตาลตั้งต้นสูงที่สุดหนึ่งในสี่อยู่แล้ว
  • ผู้ป่วยเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป แนวทางไทยแนะนำยาสแตตินร่วมกับปรับพฤติกรรม
  • ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย และกินอาหารลดพลังงาน ช่วยชะลอหรือลดโอกาสเกิดเบาหวานในคนที่เป็นภาวะก่อนเบาหวาน

งานวิจัยพบว่ายาสแตตินเพิ่มน้ำตาลในเลือดแค่ไหน

มี 2 งานใหญ่ที่ตอบคำถามนี้

งานรวม 13 การทดลอง (วารสาร Lancet ปี 2553)

  • ผู้เข้าร่วม 91,140 คน ติดตามเฉลี่ย 4 ปี
  • กลุ่มที่ได้ยาสแตตินมีโอกาสเป็นเบาหวานใหม่มากขึ้นราวร้อยละ 9
  • คิดเป็นตัวเลขจริงคือ ให้ยา 255 คนนาน 4 ปี จะมีเบาหวานเพิ่ม 1 คน
  • ความเสี่ยงสูงสุดในการทดลองที่ผู้เข้าร่วมอายุมาก

งานรวมข้อมูลรายบุคคลของกลุ่ม CTT (วารสาร Lancet Diabetes & Endocrinology ปี 2567)

  • 19 การทดลองเทียบยาหลอก 123,940 คน ติดตามราว 4 ปี
  • ยาขนาดต่ำถึงปานกลาง เบาหวานใหม่ร้อยละ 1.3 ต่อปี เทียบร้อยละ 1.2 ต่อปีในกลุ่มยาหลอก (เพิ่มขึ้นเชิงสัดส่วนราวร้อยละ 10)
  • ยาขนาดสูง เพิ่มขึ้นเชิงสัดส่วนราวร้อยละ 36
  • ในคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน น้ำตาลเพิ่มเฉลี่ย 0.04 มิลลิโมล/ลิตร (คำนวณเป็นราว 0.7 มก./ดล.) และ HbA1c เพิ่ม 0.06–0.08 จุดเปอร์เซ็นต์

ตัวเลขเปลี่ยนเล็กน้อยมาก แต่คนที่น้ำตาลอยู่ตรงเส้นแบ่งพอดี การขยับนิดเดียวก็ทำให้ข้ามเกณฑ์วินิจฉัยได้

ใครเสี่ยงมากที่สุด

คนที่น้ำตาลใกล้เกณฑ์เบาหวานอยู่แล้ว งาน CTT พบว่าราวร้อยละ 62 ของเบาหวานรายใหม่ เกิดในผู้ที่มีระดับน้ำตาลตั้งต้นสูงที่สุดหนึ่งในสี่ของกลุ่ม

กลุ่มที่มักมีน้ำตาลใกล้เกณฑ์คือคนที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (prediabetes) MedlinePlus ระบุว่าพบบ่อยในคนที่

  • น้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • อายุ 45 ปีขึ้นไป
  • มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน
  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย
  • มีความดันสูงหรือไขมันสูง
  • มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (อ้วนลงพุงร่วมกับความดัน น้ำตาล หรือไขมันผิดปกติ)

ข้อมูลยาโรสุวาสแตตินของ MedlinePlus จึงให้แจ้งแพทย์ก่อนเริ่มยา ถ้ามีภาวะก่อนเบาหวานหรือเป็นเบาหวาน อ่านเรื่องภาวะก่อนเบาหวานเพิ่มที่ ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร

ทำไมแพทย์ยังให้กินต่อ ประโยชน์เทียบกับความเสี่ยง

เพราะสิ่งที่ยาป้องกันได้รุนแรงกว่าการขยับของน้ำตาล

  • งาน Lancet ปี 2553 สรุปว่าความเสี่ยงเบาหวาน ต่ำทั้งในตัวเลขจริงและเมื่อเทียบกับการลดเหตุการณ์หลอดเลือดหัวใจ และไม่ควรเปลี่ยนแนวทางในคนที่เสี่ยงหัวใจปานกลางถึงสูงหรือเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว
  • งาน CTT ปี 2567 สรุปว่าผลเสียทางทฤษฎีจากน้ำตาลที่สูงขึ้นเล็กน้อย ถูกนับรวมไปแล้ว ในผลลดโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวมที่เห็นในการทดลอง
  • แนวทางไทย พ.ศ. 2567 สรุปว่าในคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจ ยาสแตตินราว 6 ปี ลดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ราวร้อยละ 33 และสโตรกราวร้อยละ 22

แนวทางไทยเองก็ระบุ "เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน" ไว้ในข้อควรระวังของยา แพทย์จึงรู้เรื่องนี้และชั่งมาแล้วก่อนสั่งยา

คนเป็นเบาหวานอยู่แล้วต้องกินยาลดไขมันไหม

แนวทางไทยแนะนำในผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป

  • เบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป มีปัจจัยเสี่ยงอื่นไม่เกิน 1 ข้อ แนะนำให้เริ่มยาสแตตินร่วมกับปรับพฤติกรรม เป้า LDL ต่ำกว่า 100 มก./ดล. และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 30
  • เบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อ เช่น เป็นเบาหวานนานเกิน 10 ปี อ้วน สูบบุหรี่ ความดันสูง ไตวายเรื้อรัง หรือมีอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ เป้า LDL ต่ำกว่า 70 มก./ดล. และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 50
  • เบาหวานอายุน้อยกว่า 40 ปี เน้นปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อน แล้วพิจารณายาตามค่า LDL

งาน CTT พบว่าในผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ยาสแตตินเพิ่มโอกาสที่น้ำตาลคุมยากขึ้นเล็กน้อย (ราวร้อยละ 10 กับยาขนาดต่ำถึงปานกลาง และร้อยละ 24 กับขนาดสูง) แพทย์จึงติดตามน้ำตาลควบคู่ไปด้วย ดูตัวเลขเบาหวานที่ควรรู้ได้ที่ ตัวเลขเบาหวานที่ต้องรู้

ค่า HbA1c ขึ้นหลังเริ่มยาควรทำอย่างไร

  1. อย่าหยุดยาลดไขมันเอง การหยุดยาไม่ได้ทำให้เบาหวานหาย แต่ทำให้ไขมันกลับขึ้น
  2. นำผลเลือดก่อนและหลังเริ่มยาไปให้แพทย์ดู เพราะ HbA1c ขยับได้จากอาหาร น้ำหนัก และยาอื่นด้วย
  3. ถามแพทย์ว่าค่าตอนนี้อยู่ช่วงไหน ปกติ ภาวะก่อนเบาหวาน หรือเบาหวาน และต้องตรวจซ้ำเมื่อไร
  4. ปรับพฤติกรรมจริงจัง ตามหัวข้อถัดไป

แพทย์เป็นคนตัดสินว่าจะคงยาเดิม ปรับขนาด หรือเพิ่มการดูแลเรื่องน้ำตาล ดูวิธีอ่านค่าน้ำตาลได้ที่ FBS และ HbA1c คืออะไร

ลดความเสี่ยงเบาหวานระหว่างกินยาได้อย่างไร

MedlinePlus ระบุว่าคนที่มีภาวะก่อนเบาหวานอาจชะลอหรือหลีกเลี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ด้วย 3 อย่าง

  • ลดน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักเกิน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • กินอาหารที่ลดพลังงานลง

ในชีวิตจริงของคนไทย ตัวอย่างที่ทำได้ เช่น ลดน้ำหวาน ชาเย็น กาแฟเย็นใส่นมข้น ลดข้าวเหนียวและขนมหวานลงทีละน้อย เดินเร็วหลังมื้อเย็น ซึ่งเป็นพฤติกรรมเดียวกับที่ช่วยคุมไขมันและความดัน

ได้ยินว่ายาลดไขมันทำให้เป็นเบาหวาน หยุดยาไปเลยดีกว่า จริงไหม

ไม่จริง ข้อมูลข้างต้นชี้ว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ถูกหักลบไปแล้วในประโยชน์สุทธิของยา และเบาหวานรายใหม่ส่วนใหญ่เกิดในคนที่น้ำตาลใกล้เกณฑ์อยู่แล้ว ซึ่งดูแลได้ด้วยการคุมอาหาร ออกกำลังกาย และติดตามผลเลือด

การหยุดยาเองทำให้เสียทั้งการคุมไขมันและโอกาสลดหัวใจขาดเลือดและสโตรก ถ้ากังวลให้คุยกับแพทย์ตรง ๆ และอย่าหาอาหารเสริมมาใช้แทนยา อ่านเหตุผลได้ที่ ทำไมอาหารเสริมใช้แทนยาไม่ได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. วิตามินซี 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

หลักฐานของน้ำมันทั้ง 3 ชนิดเป็นงานในคนที่ใช้ปริมาณระดับอาหาร

  • น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานรวมผลของคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ในผู้มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม รวมรำข้าวทุกรูปแบบ พบค่า HbA1c ต่ำลงเล็กน้อย (ราว 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์) แต่น้ำมันรำข้าวในงานเหล่านั้นใช้วันละ 3.9–56 กรัม ผู้วิจัยระบุว่าหลักฐานราวครึ่งหนึ่งมีคุณภาพต่ำมาก และติดตามไม่เกิน 90 วัน
  • น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวมในคนพบ LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.4 มก./ดล. เมื่อใช้เป็นน้ำมันหลักในอาหารทั้งวัน ปริมาณหลายสิบกรัม
  • น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวม 34 การทดลองพบว่าการกินเพิ่มทุก 10 กรัมต่อวัน เปลี่ยนค่าไขมันในเลือดน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญ

ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ช่วยลดผลของยาสแตตินต่อน้ำตาลในเลือด และไม่มีข้อมูลว่าทำให้ค่า HbA1c เปลี่ยน ปริมาณน้ำมันในแคปซูลรวมราวครึ่งกรัม น้อยกว่าในงานวิจัยมาก

ข้อควรระวัง: วิตามินอีในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และงานวิจัย VINTAGE MI พบว่าแอล-อาร์จินีนวันละ 9 กรัมในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย มีผู้เสียชีวิตมากกว่ากลุ่มยาหลอกจนต้องยุติงานก่อนกำหนด ฉลากระบุให้ผู้ใช้ยาประจำตัวปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน อ่านเรื่องประกาศ อย. เกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์นี้ได้ที่ คำเตือนของ อย. เรื่องโฆษณาเบต้าออยล์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

ยาลดไขมันทำให้เป็นเบาหวานจริงไหม

ยาสแตตินเพิ่มโอกาสได้รับการวินิจฉัยเบาหวานใหม่เล็กน้อย งานรวม 13 การทดลองพบว่าต้องให้ยา 255 คนนาน 4 ปี จึงมีเบาหวานเพิ่ม 1 คน และส่วนใหญ่เกิดในคนที่น้ำตาลใกล้เกณฑ์อยู่แล้ว

กลัวเป็นเบาหวาน หยุดยาลดไขมันได้ไหม

ไม่ควรหยุดเอง งานวิจัยสรุปว่าความเสี่ยงนี้ถูกนับรวมในประโยชน์สุทธิของยาที่ลดโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว ถ้ากังวลให้คุยกับแพทย์และติดตามค่าน้ำตาล

เป็นเบาหวานต้องกินยาลดไขมันไหม

แนวทางไทยแนะนำยาสแตตินร่วมกับปรับพฤติกรรมในผู้ป่วยเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนคนที่อายุน้อยกว่า 40 ปี เน้นปรับพฤติกรรมก่อนแล้วพิจารณาตามค่า LDL

กินยาลดไขมันแล้ว HbA1c ขึ้น ควรทำอย่างไร

นำผลเลือดไปให้แพทย์ดู อย่าหยุดยาเอง แพทย์จะประเมินว่าค่าอยู่ช่วงไหน และแนะนำการคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือการติดตามที่เหมาะสม

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม

มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร

หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า

หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 629 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท