บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

แบบทดสอบสมองเสื่อม MMSE TMSE MoCA ต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น: MMSE, TMSE และ MoCA เป็น แบบทดสอบคัดกรอง ที่ช่วยบอกว่าความจำและความคิดอาจบกพร่องหรือไม่ ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าเป็นสมองเสื่อม แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แนะนำให้ใช้แบบคัดกรองอย่างน้อยหนึ่งชนิด เช่น TMSE หรือ MoCA และระบุว่าในไทยนิยมใช้ TMSE และ Thai MMSE ส่วน MoCA ช่วยคัดกรองภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI) ได้ดี คะแนนต้องแปลผลร่วมกับระดับการศึกษา อาการ และการตรวจอื่นโดยแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แบบทดสอบคัดกรองบอกได้ว่า "ควรตรวจต่อ" ไม่ได้บอกว่า "เป็นโรคอะไร"
  • TMSE (แบบทดสอบสภาพสมองของไทย) คะแนนเต็ม 30 แนวทางไทยใช้เกณฑ์ต่ำกว่า 23 คะแนนสำหรับภาวะสมองเสื่อม
  • MoCA คะแนนเต็ม 30 ผู้ที่เรียนไม่เกิน ป.6 บวกเพิ่ม 1 คะแนน แนวทางไทยใช้ต่ำกว่า 25 คะแนนเป็นผิดปกติ ช่วยจับ MCI ได้ดี
  • MMSE ใช้แพร่หลายทั่วโลก ในไทยมีฉบับ Thai MMSE 2002 รายละเอียดการแปลผลอ่านแยกที่บทความ MMSE
  • ผู้ที่เรียนน้อยหรืออ่านไม่ออก มีแบบทดสอบเฉพาะ เช่น MoCA-B และ MTMSE
  • ทำเองที่บ้านเพื่อความสบายใจได้ แต่ห้ามใช้วินิจฉัยตัวเอง ถ้ากังวลให้ไปพบแพทย์
  • คะแนนผิดปกติแล้ว ขั้นต่อไปคือซักประวัติจากญาติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และอาจตรวจภาพสมอง เพื่อหาสาเหตุที่แก้ไขได้

แบบทดสอบคัดกรองคืออะไร ทำไมยังไม่ใช่การวินิจฉัย

แบบทดสอบคัดกรองคือชุดคำถามและงานสั้น ๆ เช่น ถามวันเดือนปี ให้จำของ 3 อย่าง ให้คิดเลข หรือให้วาดภาพ เพื่อดูว่าความจำและความคิดด้านต่าง ๆ ทำงานได้ตามที่ควรหรือไม่

แนวทางไทย (เล่ม 33) ระบุว่าแบบคัดกรอง ช่วยในการวินิจฉัย บอกความรุนแรงของภาวะสมองเสื่อม บอกอัตราการเสื่อมถอย และใช้ติดตามผลการรักษา แต่การวินิจฉัยสมองเสื่อมต้องใช้ข้อมูลอีกหลายอย่างร่วมกัน

  • ประวัติจากญาติ อาการเริ่มเมื่อไร เร็วหรือช้า กระทบชีวิตประจำวันแค่ไหน อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่าแพทย์จะวินิจฉัยสมองเสื่อมเมื่อมีอาการผิดปกติอย่างน้อย 6 เดือน
  • ความสามารถทำกิจวัตรประจำวัน แนวทางไทย (เล่ม 33) ระบุว่ากิจวัตรที่ต้องใช้อุปกรณ์ เช่น ใช้โทรศัพท์ ทำอาหาร จัดการเงิน จัดยา จะเสียไปตั้งแต่ระยะแรก
  • การตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และภาพสมอง เพื่อหาสาเหตุอื่น

MedlinePlus ระบุว่าการวินิจฉัยอัลไซเมอร์ทำเมื่อมีอาการที่เข้าได้ และได้ตัดสาเหตุอื่นออกแล้ว คะแนนต่ำจึงอาจมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่สมองเสื่อมได้ เช่น ภาวะสับสนเฉียบพลันหรือซึมเศร้า ซึ่งแนวทางไทยให้แยกออกก่อน ปัญหาความจำจากความวิตกกังวล การนอนไม่พอ หรือผลข้างเคียงยา (NIA) และการเรียนมาน้อย ซึ่งแนวทางไทยมีวิธีปรับคะแนนไว้ การได้ยินหรือการมองเห็นที่ไม่ดีก็อาจทำให้ทำแบบทดสอบได้ไม่เต็มที่

MMSE TMSE MoCA วัดอะไร ต่างกันอย่างไร

TMSE (Thai Mental State Examination) แนวทางไทย ภาคผนวก 10 (เล่ม 273) แบ่งเป็น 6 หมวด รวม 30 คะแนน

  • การรับรู้วัน เวลา สถานที่ บุคคล (6 คะแนน)
  • การรับจำ บอกของ 3 อย่างให้พูดตาม (3 คะแนน)
  • ความใส่ใจ ให้ไล่วันในสัปดาห์ย้อนหลัง (5 คะแนน)
  • การคิดคำนวณ ลบเลขทีละ 7 จาก 100 สามครั้ง (3 คะแนน)
  • ภาษา เรียกชื่อสิ่งของ พูดตาม ทำตามคำสั่ง 3 ขั้นตอน อ่านแล้วทำตาม วาดภาพ และบอกความเหมือน (10 คะแนน)
  • การระลึก ถามของ 3 อย่างที่ให้จำไว้ (3 คะแนน)

แนวทางไทยระบุเกณฑ์ภาวะสมองเสื่อมที่ ต่ำกว่า 23 คะแนน อ่านรายละเอียดที่ TMSE คะแนนเท่าไรต้องตรวจต่อ

MMSE (Mini-Mental State Examination) เป็นแบบทดสอบที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก ยุทธศาสตร์สมองเสื่อมประเทศไทยของกระทรวงสาธารณสุขระบุฉบับ MMSE-Thai 2002 ไว้เป็นเครื่องมือคัดกรองหนึ่ง แนวทางไทยระบุว่า TMSE และ Thai MMSE เป็นสองแบบที่ใช้กว้างขวางในประเทศไทย เกณฑ์คะแนนของ MMSE อ่านแยกที่ MMSE คืออะไร แปลผลอย่างไร

MoCA (Montreal Cognitive Assessment) คะแนนเต็ม 30 แนวทางไทย (ภาคผนวก 10 เล่ม 289) ใช้เกณฑ์ว่า

  • ผู้ที่เรียนไม่เกินชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้บวกเพิ่ม 1 คะแนน
  • มากกว่า 25 คะแนนถือว่าปกติ ต่ำกว่า 25 คะแนนถือว่าผิดปกติ ซึ่งเข้าได้กับ MCI
  • ตารางในแนวทางระบุค่าความไวและความจำเพาะของเกณฑ์ผิดปกติไว้ราวร้อยละ 80 ทั้งสองค่า หมายความว่ายังมีทั้งคนที่ผิดปกติแต่ทำคะแนนผ่าน และคนปกติที่ได้คะแนนต่ำ

ใช้เวลานานแค่ไหน แหล่งที่เราตรวจสอบไม่ได้ระบุเวลาที่ใช้ทำแบบทดสอบแต่ละชนิด ระยะเวลาจริงขึ้นกับผู้ทดสอบและตัวผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญคือไม่ควรเร่งผู้สูงอายุระหว่างทำ

MoCA กับการคัดกรองภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI)

แนวทางไทย (เล่ม 33) ระบุว่า MoCA ช่วยคัดกรองภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI) ได้ดี ขณะที่ TMSE และ Thai MMSE เป็นแบบที่นิยมใช้กันกว้างขวางในประเทศไทย

MCI คือภาวะที่ความจำหรือความคิดบกพร่องมากกว่าคนวัยและการศึกษาเดียวกัน แต่ยังไม่ทำให้สูญเสียการทำงานหรือการเข้าสังคมชัดเจน (แนวทางไทย เล่ม 29) อาการจึงเล็กน้อยกว่าสมองเสื่อม ในตารางแปลผลของแนวทางไทย (เล่ม 289) คะแนน MoCA ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ระบุว่าเข้าได้กับ MCI ส่วนเกณฑ์ TMSE ที่ระบุไว้ (ต่ำกว่า 23 คะแนน) เป็นเกณฑ์ของภาวะสมองเสื่อม แหล่งที่เราตรวจสอบไม่ได้เปรียบเทียบความแม่นยำของแบบทดสอบทั้งสองโดยตรง

ข้อควรรู้: ผลผิดปกติไม่ได้แปลว่าเป็น MCI หรือสมองเสื่อมเสมอไป และ NIA, MedlinePlus ย้ำว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เป็น MCI จะกลายเป็นสมองเสื่อม อ่านต่อที่ MCI คืออะไร

การศึกษาและการอ่านออกเขียนได้มีผลต่อคะแนนอย่างไร

แบบทดสอบหลายข้อต้องอ่าน เขียน คิดเลข หรือวาดภาพ คนที่เรียนน้อยหรืออ่านไม่ออกอาจทำคะแนนได้ต่ำทั้งที่ความจำปกติ แนวทางไทยจึงมีวิธีปรับไว้

  • MoCA: เรียนไม่เกิน ป.6 บวกเพิ่ม 1 คะแนน (เล่ม 289)
  • MoCA-B: สำหรับคนที่จบการศึกษาน้อยกว่า ป.4 หรืออ่านหนังสือไม่ออก และผู้ที่เรียนไม่เกิน ป.4 บวกเพิ่ม 1 คะแนน (เล่ม 33 และ 289)
  • MTMSE: สำหรับคนอ่านหนังสือไม่ออก คะแนนเต็ม 29 เกณฑ์สมองเสื่อมต่ำกว่า 15 คะแนน (เล่ม 275)
  • RUDAS: แบบคัดกรองอีกชนิดที่แนวทางไทยระบุไว้
  • IQCODE: แบบสอบถามที่ใช้ข้อมูลจากญาติ ใช้เมื่อผู้ป่วยทำแบบทดสอบอื่นไม่ได้หรือไม่ร่วมมือ (เล่ม 33)

ก่อนทดสอบ ให้บอกผู้ทดสอบว่าผู้สูงอายุเรียนถึงชั้นไหน อ่านเขียนได้คล่องแค่ไหน ใส่แว่นหรือเครื่องช่วยฟังหรือไม่ และพาไปในวันที่ไม่ป่วย ไม่อดนอน จะได้ผลที่สะท้อนความจริงมากขึ้น

ทำแบบทดสอบเองที่บ้านได้ไหม ข้อควรระวัง

แบบทดสอบบางชนิดหาได้ทางออนไลน์ แต่มีข้อควรระวังดังนี้

  • ไม่ใช่การวินิจฉัย ผลปกติไม่ได้แปลว่าไม่มีปัญหา ผลผิดปกติก็ไม่ได้แปลว่าเป็นสมองเสื่อม
  • วิธีให้คะแนนต้องตรงตามคู่มือ การทดสอบในห้องตรวจทำโดยบุคลากรที่ได้รับการฝึก การให้คะแนนเองอาจคลาดเคลื่อน
  • ผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว แนวทางไทย (ตาราง 1 เล่ม 31) ระบุไว้ การให้ผู้สูงอายุทำเองแล้วบอกว่า "ผ่าน" อาจทำให้ครอบครัวชะล่าใจ
  • อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกถูกจับผิด จนไม่ยอมไปหาหมอในภายหลัง อ่านวิธีพูดคุยที่ พ่อแม่ไม่ยอมไปหาหมอ ลูกควรพูดอย่างไร

สิ่งที่ครอบครัวทำได้ดีกว่าที่บ้าน คือจดสิ่งที่สังเกตเห็นจริง เช่น ถามซ้ำบ่อยแค่ไหน หลงทางในที่คุ้นเคยหรือไม่ จ่ายเงินผิดหรือไม่ จัดยาเองได้ไหม เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไร แล้วนำไปเล่าให้แพทย์ฟัง สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุสัญญาณที่ควรพบแพทย์ เช่น ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ หลงทางในที่ที่เคยรู้จักดี ทำตามสูตรอาหารหรือคำแนะนำไม่ได้ สับสนเวลา คน สถานที่ และไม่ดูแลตัวเอง ดูสัญญาณเพิ่มที่ สัญญาณเตือนสมองเสื่อม

คะแนนผิดปกติแล้วขั้นต่อไปคืออะไร

แนวทางไทยวางขั้นตอนการประเมินไว้ (เล่ม 29–41) โดยสรุปคือ

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย รวมทั้งระบบประสาท และประเมินกิจวัตรประจำวัน
  2. แยกภาวะสับสนเฉียบพลันและซึมเศร้า แนวทางไทย (ตาราง 3 เล่ม 34) ระบุว่าภาวะสับสนเฉียบพลันเริ่มทันที ระดับความรู้สึกตัวแปรปรวน ส่วนซึมเศร้าค่อยเป็นค่อยไปและมีความรู้สึกผิดหรือสิ้นหวัง
  3. ตรวจเลือดพื้นฐาน (เล่ม 36) เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เกลือแร่ ไทรอยด์ การทำงานของไตและตับ วิตามินบี 12 ในผู้มีความเสี่ยง และการตรวจซิฟิลิสหรือเอชไอวีตามความเสี่ยงหลังให้คำปรึกษา
  4. ตรวจภาพสมอง ด้วย CT หรือ MRI ตามข้อบ่งชี้ เพื่อหาสาเหตุที่รักษาได้ (เล่ม 40–41) อ่านที่ CT scan สมองกับ MRI ต่างกันอย่างไร
  5. ทบทวนยา ที่อาจทำให้หลงลืม เช่น ยาแก้แพ้รุ่นเก่า ยานอนหลับ อ่านที่ ยาที่ทำให้หลงลืมในผู้สูงอายุ

แนวทางไทย (เล่ม 29) ระบุว่า สมองเสื่อมราวร้อยละ 9 มีสาเหตุที่อาจแก้ไขได้ เช่น ไทรอยด์ผิดปกติ ขาดวิตามินบี 12 ผลข้างเคียงยา น้ำในโพรงสมองเกิน การหาสาเหตุจึงสำคัญกว่าตัวเลขคะแนน อ่านที่ สมองเสื่อมหายได้ไหม สาเหตุที่รักษาได้

หลังวินิจฉัย แพทย์มักใช้แบบทดสอบเดิมติดตามเป็นระยะ NIA แนะนำให้ผู้มีปัญหาความจำตรวจติดตามทุก 6–12 เดือน สถานที่ตรวจอ่านที่ ตรวจอัลไซเมอร์ที่ไหน และวิธีเตรียมตัวไปพบแพทย์อ่านที่ เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอ

ถ้าหลงลืมหรือสับสนเกิดขึ้นทันที ไม่ต้องทำแบบทดสอบ มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669: สับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที ซึมลง มีไข้ร่วมกับสับสน แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก

ได้คะแนนก้ำกึ่ง ควรกินอะไรบำรุงไหม

คะแนนก้ำกึ่งควรนำไปสู่การตรวจหาสาเหตุและนัดติดตาม ไม่ใช่การซื้อผลิตภัณฑ์มากิน NIA เตือนให้ระวังยาเม็ด อาหารเสริม และเกมฝึกสมองที่สัญญาว่าช่วยความจำ เพราะอาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือทั้งสองอย่าง และ NCCIH ระบุว่า อย่าใช้แนวทางเสริมเป็นเหตุผลให้เลื่อนการพบแพทย์เรื่องความจำ เพราะภาวะที่รักษาได้ เช่น ซึมเศร้า ผลข้างเคียงยา ไทรอยด์ ก็ทำให้คะแนนต่ำได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. ซึ่งให้โคลีนราว 37 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. ซึ่งให้วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · ส่วนประกอบอื่น: เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่

งานวิจัยของส่วนประกอบบางตัวใช้แบบทดสอบความจำเป็นตัววัดผล ซึ่งต้องอ่านพร้อมขนาดที่ใช้และข้อจำกัด ดังนี้

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานทดลองในญี่ปุ่นกับผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้เห็ดหัวลิงผงวันละ 3,000 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 12 เท่า (คำนวณ) คะแนนแบบทดสอบสูงกว่ากลุ่มยาหลอกระหว่างกิน แต่หลังหยุด 4 สัปดาห์คะแนนลดลง เป็นงานเล็กที่ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิตเห็ด งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในคนสุขภาพดีที่พบผลเล็กเฉพาะบางด้าน ส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. ราว 2 เท่าของในแคปซูล (คำนวณ) และฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ งานในผู้มี MCI 62 คนที่ใช้สารสกัด 160 มก. นาน 2 เดือน บทคัดย่อรายงานผลคะแนน MoCA รวมขัดกันเอง จึงสรุปผลไม่ได้ และในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การทบทวนงานทดลอง 5 งานพบว่าไม่ต่างจากยาหลอกหรือยาโดเนเพซิล โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก
  • โคลีน ไบทาร์เทรต 90 มก. — ให้โคลีนราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัมไม่เพิ่มความจำในทุกแบบทดสอบ และงานเล็กในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ใช้โคลีนขนาดสูงไม่พบผู้ใดดีขึ้น
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ และไม่ชะลอความจำถดถอย การทบทวนของ Cochrane สรุปว่าหลักฐาน "ไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้" ใบแปะก๊วยคือที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้าบนฉลาก
  • ไพริดอกซิน 2 มก. — ให้วิตามินบี 6 ใกล้เคียงค่าแนะนำต่อวันของผู้สูงอายุ งานที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. ราว 12 เท่า (คำนวณ) ร่วมกับกรดโฟลิกและบี 12 ซึ่งไม่มีในผลิตภัณฑ์นี้ และเห็นผลเฉพาะคนที่มีโฮโมซิสเทอีนสูง ส่วนการวิเคราะห์รวม 11 งานราว 22,000 คน พบว่าวิตามินบีไม่มีผลต่อปริชาน

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้คะแนน MMSE TMSE หรือ MoCA ดีขึ้น ช่วยความจำ หรือป้องกันสมองเสื่อม ไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุหรือการนัดติดตามกับแพทย์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้ที่เลือดออกง่าย หรือกำลังจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม เช่น donepezil rivastigmine galantamine memantine: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และยังไม่มีงานในคนเรื่องใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติชักหรือใช้ยากันชัก และผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือเคยแพ้สมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ต้องนับวิตามินบี 6 รวมทุกแหล่ง
  • ก่อนไปตรวจความจำ: แจ้งแพทย์ถึงยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้อยู่ ผู้ดูแลควรเป็นคนจัดยาให้ผู้สูงอายุที่หลงลืม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากผู้สูงอายุมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก สำลักจนหายใจลำบาก ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

แบบทดสอบสมองเสื่อมมีอะไรบ้าง

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 แนะนำให้ใช้แบบคัดกรองอย่างน้อยหนึ่งชนิด เช่น TMSE หรือ MoCA ในไทยนิยมใช้ TMSE และ Thai MMSE ส่วนผู้ที่เรียนน้อยหรืออ่านไม่ออกมี MoCA-B และ MTMSE และถ้าผู้ป่วยทำแบบทดสอบไม่ได้ อาจใช้แบบสอบถามจากญาติชื่อ IQCODE

MoCA ได้กี่คะแนนถึงผิดปกติ

MoCA คะแนนเต็ม 30 แนวทางเวชปฏิบัติไทยใช้เกณฑ์ว่ามากกว่า 25 คะแนนถือว่าปกติ ต่ำกว่า 25 คะแนนถือว่าผิดปกติ ซึ่งเข้าได้กับภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย ผู้ที่เรียนไม่เกิน ป.6 ให้บวกเพิ่ม 1 คะแนน คะแนนนี้ใช้เพื่อคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัย ต้องให้แพทย์ประเมินร่วมกับข้อมูลอื่น

TMSE ได้คะแนนเท่าไรสงสัยสมองเสื่อม

TMSE คะแนนเต็ม 30 แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ใช้เกณฑ์ภาวะสมองเสื่อมที่ต่ำกว่า 23 คะแนน ส่วนฉบับดัดแปลงสำหรับคนอ่านหนังสือไม่ออก (MTMSE) คะแนนเต็ม 29 ใช้เกณฑ์ต่ำกว่า 15 คะแนน คะแนนต่ำต้องตรวจต่อเพื่อหาสาเหตุ ไม่ได้แปลว่าเป็นสมองเสื่อมทันที

ทำแบบทดสอบความจำเองที่บ้านได้ไหม

ทำได้เพื่อความสบายใจ แต่ห้ามใช้วินิจฉัยตัวเอง เพราะการให้คะแนนต้องตรงตามคู่มือ และผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว ผลที่ดูปกติอาจทำให้ชะล่าใจ ถ้าครอบครัวสังเกตว่าถามซ้ำบ่อย หลงทางในที่คุ้นเคย หรือจัดการเงินและยาผิดพลาด ควรพาไปพบแพทย์

คะแนนแบบทดสอบผิดปกติ ต้องตรวจอะไรต่อ

แพทย์จะซักประวัติจากญาติ ตรวจร่างกาย ประเมินกิจวัตรประจำวัน แยกภาวะสับสนเฉียบพลันและซึมเศร้า ตรวจเลือด เช่น ไทรอยด์ ไต ตับ วิตามินบี 12 ตามความเสี่ยง และอาจตรวจ CT หรือ MRI สมอง เพราะสมองเสื่อมราวร้อยละ 9 มีสาเหตุที่อาจแก้ไขได้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท