บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

พ่อแม่แก่ตัวดื้อ ไม่ยอมไปหาหมอ ลูกควรพูดอย่างไร

คำตอบสั้น: พ่อแม่ที่ไม่ยอมไปหาหมอมักมีเหตุผลของตัวเอง เช่น กลัวผลตรวจ อาย หรือไม่อยากให้ลูกลำบาก แต่ถ้าความดื้อเป็นนิสัยที่เปลี่ยนไปจากเดิม และมีหลงลืม ถามซ้ำ หรือหงุดหงิดง่ายขึ้น อาจเป็นอาการของสมองเสื่อมเอง ซึ่งแนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว วิธีที่สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำคือ เตรียมข้อมูลก่อน เลือกคนที่พ่อแม่ไว้ใจเป็นคนพูด คุยตัวต่อตัวในที่ที่สบายใจ บอกสิ่งที่เห็นด้วยความห่วงใย เสนอพาไปด้วยตัวเอง และยอมรับว่าอาจต้องคุยหลายครั้ง ส่วนอาการฉุกเฉินข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือสับสนขึ้นมาทันที ไม่ต้องรอให้ยอม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐยอมรับว่าการเปิดเรื่องนี้เป็นเรื่องยากและทำให้ประหม่าเป็นธรรมดา แต่การเปลี่ยนแปลงของความจำ ความคิด หรือพฤติกรรมเป็นเรื่องสุขภาพที่ควรให้แพทย์ประเมิน
  • นิสัยเปลี่ยน อารมณ์เปลี่ยน ระแวง หงุดหงิดง่าย อยู่ในสัญญาณเตือนสมองเสื่อม ต่างจากคนสูงวัยทั่วไปที่แค่ยึดวิธีทำของตัวเองและหงุดหงิดเมื่อกิจวัตรถูกรบกวน
  • ชวนด้วยเหตุผลที่เขาแคร์ เช่น อาการหลงลืมมีหลายสาเหตุ บางสาเหตุแก้ได้ ไปตรวจให้สบายใจทั้งสองฝ่าย
  • ให้คนที่พ่อแม่ไว้ใจเป็นคนพูด คุยตัวต่อตัวดีกว่ารุมคุยหลายคน
  • ไม่ต้องสำเร็จในครั้งแรก จดไว้ว่าครั้งนี้อะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล แล้วปรับครั้งต่อไป
  • อาการฉุกเฉินข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แม้ผู้สูงอายุจะไม่อยากไป

ทำไมผู้สูงอายุไม่ยอมไปหาหมอ

ก่อนจะหาวิธีพูด ลองเข้าใจก่อนว่าเหตุผลจริงคืออะไร เพราะวิธีชวนจะต่างกันไปตามเหตุผล ในครอบครัวไทยมักได้ยินเหตุผลเหล่านี้

  • กลัว กลัวผลตรวจออกมาไม่ดี กลัวถูกบอกว่า "เป็นอัลไซเมอร์"
  • อาย รู้สึกว่าการถูกทดสอบความจำเหมือนถูกหาว่าแก่หรือเลอะเลือน
  • ไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากให้ลูกลางาน ไม่อยากเสียเงิน ไม่อยากรอคิวนาน
  • ไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ มองว่าหลงลืมเป็นเรื่องธรรมดาของคนแก่
  • เคยมีประสบการณ์ไม่ดี กับโรงพยาบาล การรอคิว หรือการถูกพูดจาไม่ดี

ลองถามตรง ๆ แต่อ่อนโยนว่า "อะไรที่ทำให้ไม่อยากไป" แล้วฟังให้จบ หลายครั้งเหตุผลจริงคือเรื่องที่แก้ได้ เช่น ไม่อยากนั่งรอคนเดียว หรือไม่มีใครพาไป

ดื้อมากขึ้นกว่าเดิม อาจเป็นอาการของสมองเสื่อม

ความดื้อมีสองแบบที่ต้องแยกให้ออก

  • ดื้อแบบเดิม พ่อเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองมาตลอด ไม่ชอบหาหมอมาตั้งแต่หนุ่ม แบบนี้เป็นนิสัย
  • ดื้อแบบใหม่ แม่ที่เคยว่าง่าย กลับหงุดหงิด ระแวง ปฏิเสธทุกอย่าง ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ยอมกินยา ซึ่งเพิ่งเป็นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐจัดการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และบุคลิกภาพไว้ในสัญญาณเตือน 10 ข้อ ผู้ป่วยอาจสับสน ระแวง ซึมเศร้า กลัว หรือวิตกกังวล และหงุดหงิดง่ายเมื่ออยู่นอกพื้นที่ที่คุ้นเคย ขณะที่การเปลี่ยนแปลงตามวัยทั่วไปคือยึดวิธีทำของตัวเองและหงุดหงิดเมื่อกิจวัตรถูกรบกวน อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็จัดบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปไว้ในสัญญาณสมองเสื่อม 9 ข้อ

อีกเรื่องที่ทำให้ชวนยากคือ แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ระบุว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว ต่างจากภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI) ที่ส่วนใหญ่รู้ตัว การที่พ่อแม่ยืนยันว่า "ไม่ได้เป็นอะไร" จึงไม่ได้แปลว่าดื้อเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะเขามองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองจริง ๆ ถ้าบุคลิกเปลี่ยนชัดในคนอายุไม่มาก กรมการแพทย์ระบุว่าภาวะสมองส่วนหน้าเสื่อมมักพบช่วงอายุ 45–65 ปี และมักถูกสับสนกับโรคทางจิตเวช อ่านเพิ่มที่ สมองส่วนหน้าเสื่อม บุคลิกเปลี่ยน ทำตัวแปลก และสัญญาณอื่นที่ควรสังเกตที่ สัญญาณเตือนสมองเสื่อมที่ครอบครัวควรสังเกต

เตรียมตัวก่อนเปิดเรื่อง

คู่มือ "10 ขั้นตอนเมื่อกังวลเรื่องความจำของคนใกล้ตัว" ของสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้เตรียมก่อนคุย

  1. จดสิ่งที่เห็น พ่อแม่ทำอะไรหรือไม่ทำอะไรที่ผิดไปจากเดิม เช่น ลืมปิดเตา จ่ายบิลซ้ำ ถามเรื่องเดิมวันละหลายรอบ
  2. คิดถึงสาเหตุอื่น คู่มือยกตัวอย่างความเครียดในครอบครัว การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เบาหวาน หรือซึมเศร้า ที่ทำให้ความจำและพฤติกรรมเปลี่ยนได้
  3. อ่านเรื่องสัญญาณเตือน และประโยชน์ของการรู้สาเหตุเร็ว
  4. ถามคนอื่นในครอบครัวหรือเพื่อนบ้าน ว่าเห็นความเปลี่ยนแปลงเหมือนกันไหม

การจดไว้ช่วยสองทาง คือทำให้พูดได้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่กล่าวหาลอย ๆ และใช้บอกแพทย์ได้ด้วย เพราะ NIA ระบุว่าแพทย์จะถามทั้งผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวเรื่องสุขภาพ ยา กิจวัตร และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

ชวนอย่างไรให้พ่อแม่ยอมฟัง

เลือกคนพูด คู่มือของสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำว่าอาจเป็นลูก ญาติหรือเพื่อนที่ไว้ใจ และมักดีกว่าถ้าคุยตัวต่อตัว เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าถูกรุม ในบ้านไทย บางครั้งคนที่พ่อแม่ฟังมากอาจเป็นลูกคนโต พี่น้องของพ่อแม่ หรือหมอประจำตัวที่รักษาความดันอยู่แล้ว

เลือกเวลาและสถานที่ คู่มือแนะนำให้คุยโดยเร็ว ในที่ที่พ่อแม่สบายใจ

ประโยคเปิดที่คู่มือแนะนำ (ปรับเป็นภาษาไทย)

  • "ช่วงนี้หนูเห็นว่าแม่... หนูเป็นห่วง แม่สังเกตไหม แม่กังวลบ้างหรือเปล่า"
  • "ช่วงนี้พ่อรู้สึกเป็นยังไงบ้าง ดูไม่ค่อยเหมือนเดิมเลย"
  • "วันก่อนหนูเห็นแม่... หนูเลยห่วง มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกไหม"

ชวนด้วยเหตุผลที่เขาให้ความสำคัญ คู่มือแนะนำประโยคประมาณว่า

  • "อาการแบบนี้มีหลายสาเหตุ อาจเป็นสมองเสื่อมหรือไม่ใช่ก็ได้ ไปให้หมอช่วยดูกันว่าเป็นอะไร"
  • "ยิ่งรู้เร็วว่าเป็นอะไร ก็ยิ่งจัดการได้เร็ว"
  • "ไปคุยกับหมอแล้วจะได้สบายใจกันทั้งคู่"

เหตุผลเหล่านี้มีหลักฐานรองรับ NIA ระบุว่าการตรวจช่วยหาสาเหตุอื่นของปัญหาความจำ เช่น ผลข้างเคียงยา การติดเชื้อ ปัญหาการนอน ซึ่งบางภาวะรักษาได้และอาจกลับเป็นปกติ แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าสาเหตุที่แก้ไขได้พบราวร้อยละ 9 ของผู้ป่วยสมองเสื่อม อ่านเพิ่มที่ สมองเสื่อมหายได้ไหม สาเหตุที่รักษาได้ซึ่งต้องตรวจหาก่อน

ใช้สิ่งที่เขารักเป็นแรงจูงใจ บางคนห่วงหลาน บางคนอยากขับรถต่อ บางคนห่วงเรื่องเงินทองและบ้าน NIA ระบุว่าการวินิจฉัยเร็วช่วยให้ครอบครัววางแผนอนาคต จัดการเรื่องการเงินและกฎหมาย และจัดการเรื่องความปลอดภัยได้ทัน

เสนอพาไปเอง คู่มือแนะนำให้ถามว่าจะยอมไปหาหมอไหม และแสดงว่าพร้อมไปด้วย ลูกที่ลางานพาไป นั่งรอด้วย และช่วยเล่าอาการ ทำให้พ่อแม่รู้สึกไม่โดดเดี่ยว

ถ้ายังไม่ยอม มีทางเลือกอะไรอีก

คุยหลายครั้งได้ คู่มือของสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าการคุยครั้งแรกอาจไม่สำเร็จ ให้จดว่าคุยที่ไหน เวลาไหน อะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล และครั้งหน้าจะทำต่างไปอย่างไร

ฝากเรื่องไปกับนัดเดิม ถ้าพ่อแม่มีนัดตรวจโรคประจำตัว เช่น ความดันหรือเบาหวานอยู่แล้ว การไปตามนัดเดิมมักง่ายกว่าการชวนไป "ตรวจสมอง" ลูกสามารถแจ้งแพทย์เรื่องที่สังเกตเห็นได้ วิธีจดเรื่องที่จะคุยกับหมอให้ครบในเวลาสั้น ๆ อยู่ที่ เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอ

ตรวจสุขภาพประจำปี บางคนยอมไป "ตรวจสุขภาพทั่วไป" มากกว่า ซึ่งช่วยหาปัจจัยที่ทำให้ความจำแย่ลงได้ เช่น ไทรอยด์ หรือการขาดวิตามินบี 12 ตามที่แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุไว้ในการตรวจเลือดพื้นฐาน

บริการใกล้บ้าน ถ้าการเดินทางเป็นอุปสรรค ลองสอบถามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านว่ามีบริการเยี่ยมบ้านหรือคลินิกผู้สูงอายุหรือไม่ บริการแต่ละพื้นที่ต่างกัน จึงควรถามหน่วยบริการโดยตรง

ถ้าวินิจฉัยแล้วและผู้ป่วยกังวลทุกครั้งที่ต้องไปหาหมอ NIA แนะนำให้นัดในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยอารมณ์ดีและคนไม่แน่น แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อม พกของกินหรือกิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบไปด้วย และถ้าการรู้ล่วงหน้าทำให้ผู้ป่วยกังวล อาจบอกในวันนัดหรือก่อนออกจากบ้าน ด้วยท่าทีปกติและเป็นบวก

สิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง

  • รุมคุยหลายคนพร้อมกัน สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้คุยตัวต่อตัว เพื่อไม่ให้รู้สึกถูกคุกคาม
  • เถียงหรือพยายามพิสูจน์ว่าเขาจำผิด NIA แนะนำให้รับฟังความกังวลและเลี่ยงการเถียงเมื่ออยู่กับผู้ที่มีอาการสมองเสื่อม
  • กดดันหรือเร่งเร้า NIA ระบุว่าการถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ยากเกินไปเป็นเหตุหนึ่งของความกระวนกระวายและก้าวร้าว
  • ใช้คำว่า "บ้า" "เลอะเลือน" หรือล้อเลียน แม้จะพูดเล่น
  • พูดเรื่องนี้ต่อหน้าแขกหรือคนนอก ซึ่งทำให้เสียหน้า

ถ้าการคุยเรื่องอื่น ๆ ในบ้านก็ลงเอยด้วยการเถียงกันเสมอ อ่านเทคนิคการพูดเพิ่มที่ คุยกับผู้ป่วยสมองเสื่อมอย่างไรให้เข้าใจ ไม่ต้องเถียงกัน

อาการแบบไหนไม่ต้องรอให้ยอม

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซ หรือตามองไม่เห็นทันที
  • สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมขึ้นมาทันที
  • ซึมลง ปลุกยาก
  • เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
  • หกล้มศีรษะกระแทก
  • ชัก
  • พูดถึงการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น

ในกรณีฉุกเฉิน ครอบครัวโทร 1669 ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ผู้สูงอายุตกลง และบอกเจ้าหน้าที่ว่าผู้ป่วยมีปัญหาความจำหรือสับสน ถ้าพ่อแม่มีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)

เมื่อพ่อแม่ตัดสินใจเองไม่ได้แล้ว

ในช่วงที่ยังตัดสินใจได้ แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจเรื่องทรัพย์สินและการรักษาในอนาคตด้วยตัวเอง เมื่อถึงระยะที่ตัดสินใจไม่ได้ ญาติอาจต้องดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งควรปรึกษานักกฎหมาย อ่านภาพรวมที่ พ่อแม่สมองเสื่อม ทำนิติกรรมได้ไหม

ลูกก็เหนื่อยได้

การชวนซ้ำ ๆ แล้วถูกปฏิเสธทำให้ลูกเหนื่อยและรู้สึกผิด สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐย้ำว่าความประหม่าเป็นเรื่องธรรมดา แบ่งหน้าที่กับพี่น้อง และดูสัญญาณความเครียดของตัวเองที่ ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล ถ้าเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ไม่ใช้แทนการพาไปตรวจ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) เตือนว่าอย่าใช้แนวทางเสริมเป็นเหตุผลให้เลื่อนการพบแพทย์เรื่องความจำ ถ้าพ่อแม่ยังไม่ยอมไปหาหมอ การให้กินผลิตภัณฑ์นี้ไปก่อนไม่ใช่ทางเลือกแทนการตรวจ และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องความจำหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน และเมื่อพาไปพบแพทย์ ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูพร้อมยาอื่นทุกชนิด

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องความจำหรือพฤติกรรม และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก สำลักจนหายใจไม่ออก หกล้มศีรษะกระแทก หรือมีท่าทีจะทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมผู้สูงอายุไม่ยอมไปหาหมอ

เหตุผลที่พบบ่อยคือกลัวผลตรวจ อาย ไม่อยากเป็นภาระ หรือคิดว่าหลงลืมเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าดื้อมากขึ้นกว่านิสัยเดิม อาจเป็นอาการของสมองเสื่อม เพราะแนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว

นิสัยเปลี่ยน ดื้อขึ้น หงุดหงิดง่าย เป็นสมองเสื่อมไหม

อาจเป็นได้ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐจัดการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และบุคลิกภาพไว้ในสัญญาณเตือน 10 ข้อ เช่น ระแวง กลัว วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย แต่มีสาเหตุอื่นได้ เช่น ซึมเศร้า การติดเชื้อ หรือยา จึงควรให้แพทย์ประเมิน

ควรพูดอย่างไรให้พ่อแม่ยอมไปหาหมอ

คู่มือของสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้คนที่พ่อแม่ไว้ใจคุยตัวต่อตัว บอกสิ่งที่เห็นด้วยความห่วงใย อธิบายว่าอาการมีหลายสาเหตุ บางสาเหตุแก้ได้ เสนอพาไปด้วยตัวเอง และยอมรับว่าอาจต้องคุยหลายครั้ง

พ่อแม่ไม่ยอมไปหาหมอ ให้กินอาหารเสริมไปก่อนได้ไหม

ไม่ควรใช้แทนการตรวจ NCCIH เตือนว่าอย่าใช้แนวทางเสริมเป็นเหตุผลให้เลื่อนการพบแพทย์เรื่องความจำ เพราะปัญหาความจำบางส่วนมีสาเหตุที่รักษาได้ ซึ่งต้องตรวจจึงจะพบ

ถ้าฉุกเฉินแต่ผู้สูงอายุไม่ยอมไปโรงพยาบาล ทำอย่างไร

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด สับสนขึ้นมาทันที ซึมปลุกยาก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้โทร 1669 ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ตกลง และแจ้งว่าผู้ป่วยมีปัญหาความจำ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท