บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

CT scan สมองกับ MRI ต่างกันอย่างไร ตรวจสมองเสื่อมใช้แบบไหน

คำตอบสั้น: CT scan ใช้รังสีเอกซ์ถ่ายภาพสมองเป็นแผ่น ๆ ทำเสร็จเร็วในไม่กี่นาที เหมาะกับการหาเลือดออกในสมองและภาวะเร่งด่วน ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงและคลื่นวิทยุ ไม่มีรังสี เห็นเนื้อสมองละเอียดกว่า แต่ใช้เวลานานกว่า ราว 30–60 นาที และมีข้อห้ามเรื่องโลหะในร่างกาย เมื่อสงสัยสมองเสื่อม แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม ฉบับ 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ระบุว่า CT ใช้แยกภาวะที่รักษาได้ออกจากภาวะที่รักษาไม่ได้ ส่วน MRI ใช้ได้เช่นเดียวกับ CT และแยกโรคบางกลุ่มได้ละเอียดขึ้น การเลือกเครื่องเป็นการตัดสินใจของแพทย์ตามอาการ ข้อห้าม และเครื่องที่มีในโรงพยาบาล

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • CT: เร็ว ใช้รังสีเอกซ์ เหมาะกับอุบัติเหตุที่ศีรษะ เลือดออกในสมองช่วงแรก และอาการเริ่มต้นของโรคหลอดเลือดสมอง
  • MRI: ไม่มีรังสี ละเอียดกว่าสำหรับก้อนเล็ก ๆ และเนื้อสมอง ใช้เวลานาน เสียงดัง ห้ามนำโลหะเข้าห้อง
  • ตอนสงสัยสมองเสื่อม สแกนเพื่อหาสาเหตุอื่นที่แก้ได้ เช่น เนื้องอก เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง น้ำในโพรงสมองเกิน และดูร่องรอยหลอดเลือดสมอง
  • ผลสแกนปกติไม่ได้แปลว่าไม่ได้สมองเสื่อม และการเห็นสมองฝ่อก็ไม่ได้วินิจฉัยโรคได้เพียงลำพัง
  • ผู้สูงอายุที่สับสนหรือนอนนิ่งไม่ได้ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาช่วยผ่อนคลาย อย่าให้ยานอนหลับเองก่อนไป
  • เราไม่ระบุราคา เรื่องสิทธิการเบิก ให้สอบถามกับสถานพยาบาลโดยตรง

CT และ MRI เห็นอะไรในสมองต่างกัน

CT scan (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ อธิบายว่าผู้ป่วยนอนบนเตียงแคบที่เลื่อนเข้าไปกลางเครื่อง ลำรังสีเอกซ์หมุนรอบศีรษะ คอมพิวเตอร์สร้างภาพเป็นแผ่นบาง ๆ การสแกนทั้งหมดมักใช้เวลาเพียง 30 วินาทีถึงไม่กี่นาที CT ใช้ช่วยวินิจฉัยหรือติดตามเลือดออกในหรือรอบสมอง โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอก การติดเชื้อ การบาดเจ็บ และน้ำคั่งในโพรงสมอง

MRI (ภาพคลื่นแม่เหล็ก) MedlinePlus ระบุว่าผู้ป่วยนอนบนเตียงที่เลื่อนเข้าไปในเครื่องรูปอุโมงค์ ส่วนใหญ่ใช้เวลา 30–60 นาที หรือนานกว่านั้น MRI ให้ภาพเนื้อสมองและเส้นประสาทที่ละเอียด ใช้หาเลือดออก หลอดเลือดโป่งพอง การติดเชื้อ เนื้องอก โรคปลอกประสาทเสื่อม และโรคหลอดเลือดสมอง และระบุไว้ชัดว่าใช้หาสาเหตุของความคิดหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปและภาวะสมองเสื่อมได้

ข้อเปรียบเทียบตาม MedlinePlus

  • MRI อาจไวกว่า CT ในการเห็นปัญหาบางอย่าง เช่น ก้อนขนาดเล็ก
  • CT มักดีกว่าในการหาจุดเลือดออกเล็ก ๆ และเป็นตัวเลือกเมื่อบาดเจ็บที่ศีรษะเฉียบพลัน เลือดออกในสมองช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก อาการเริ่มต้นของโรคหลอดเลือดสมอง และโรคของกระดูกกะโหลก เพราะทำได้เร็วและมักมีในห้องฉุกเฉิน
  • MRI ไม่ใช้รังสี ส่วน CT ใช้รังสีมากกว่าการเอกซเรย์ธรรมดา

ทำไมแพทย์สั่งสแกนสมองเมื่อสงสัยสมองเสื่อม

เหตุผลหลักไม่ใช่เพื่อ "ถ่ายให้เห็นอัลไซเมอร์" แต่เพื่อ หาสาเหตุอื่นที่รักษาได้ MedlinePlus ระบุว่า CT หรือ MRI อาจทำเพื่อหาสาเหตุอื่นของสมองเสื่อม เช่น เนื้องอกในสมองหรือโรคหลอดเลือดสมอง

ตารางแนวทางการเลือกการตรวจภาพสมองในแนวทางเวชปฏิบัติไทย ฉบับ 2563 สรุปได้ดังนี้

  • CT (โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไประดับจังหวัด) ใช้แยกภาวะที่รักษาได้ส่วนใหญ่ออกจากภาวะที่รักษาไม่ได้ และแยกสมองเสื่อมจากหลอดเลือดชนิดที่เกิดจากหลอดเลือดใหญ่อุดตันได้ ใช้ในกรณีอาการไม่ชัดเจนและไม่มี MRI
  • MRI (โรงพยาบาลศูนย์) ใช้ได้เช่นเดียวกับ CT และแยกรอยโรคที่แทรกในเนื้อสมอง เช่น เนื้องอก โรคอักเสบ การติดเชื้อบางชนิด โรคภูมิคุ้มกันทำลายสมอง และสมองเสื่อมจากหลอดเลือดขนาดเล็ก
  • การวัดปริมาตรสมองส่วนขมับด้วย MRI แบบละเอียด แนวทาง ไม่แนะนำให้ตรวจในไทย เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดว่ามีประโยชน์
  • การตรวจพิเศษ เช่น PET หรือ SPECT จัดไว้สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่อาการและ MRI ยังไม่ช่วยการวินิจฉัย

การมีระดับโรงพยาบาลกำกับในตาราง ไม่ได้แปลว่าทุกแห่งในระดับนั้นมีเครื่อง หรือโรงพยาบาลอื่นตรวจไม่ได้ ให้สอบถามสถานพยาบาลที่ดูแลอยู่

สแกนช่วยหาสาเหตุที่แก้ได้อะไรบ้าง

แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าสาเหตุของสมองเสื่อมที่แก้ไขได้พบราวร้อยละ 9 กลุ่มที่ภาพสมองช่วยได้มาก ได้แก่

  • น้ำในโพรงสมองเกินชนิดความดันปกติ (NPH) — MedlinePlus ระบุ 3 อาการหลัก คือ เดินลำบากเหมือนเท้าติดพื้น คิดช้าหรือขี้ลืม และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ การผ่าตัดใส่สายระบายช่วยอาการเดินได้ชัดกว่าอาการอื่น อ่านเพิ่มที่ น้ำในโพรงสมองเกินในผู้สูงอายุ
  • เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง — แนวทางไทยจัดเป็นสาเหตุที่แก้ไขได้ ถ้าผู้สูงอายุเคยหกล้มหรือศีรษะกระแทก ให้แจ้งแพทย์ด้วย
  • เนื้องอกในสมอง
  • ร่องรอยโรคหลอดเลือดสมอง — MedlinePlus ระบุว่าสมองเสื่อมจากหลอดเลือดเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบเล็ก ๆ หลายครั้ง ซึ่งบางครั้งไม่มีอาการ อ่านเพิ่มที่ สมองเสื่อมจากหลอดเลือด และ หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร
  • การติดเชื้อหรือการอักเสบในสมอง ซึ่ง MRI แยกได้ละเอียดกว่า

ผลสแกนที่เขียนว่า "สมองฝ่อ" ไม่ได้วินิจฉัยสมองเสื่อมทันที MedlinePlus ระบุการสูญเสียเนื้อสมองเป็นหนึ่งในผลผิดปกติที่เห็นได้ แต่การวินิจฉัยต้องดูร่วมกับอาการและแบบทดสอบ อ่านเพิ่มที่ สมองฝ่อคืออะไร

เตรียมตัวก่อนทำ CT และ MRI อย่างไร

ก่อนทำ CT (ตาม MedlinePlus)

  • บางครั้งต้องฉีดสารทึบรังสี และอาจให้งดน้ำงดอาหาร 4–6 ชั่วโมง ทำตามที่โรงพยาบาลนัดแนะ
  • แจ้งแพทย์ถ้าเคยแพ้สารทึบรังสี
  • แจ้งถ้ากินยาเบาหวานเมทฟอร์มิน หรือมีโรคไต เพราะสารทึบรังสีอาจทำให้ไตแย่ลง ห้ามหยุดยาเบาหวานเอง ให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์
  • ถอดเครื่องประดับ และอาจต้องเปลี่ยนชุดของโรงพยาบาล

ก่อนทำ MRI (ตาม MedlinePlus)

  • อาจให้งดน้ำงดอาหาร 4–6 ชั่วโมง
  • ต้องแจ้งแพทย์ก่อนถ้ามีโลหะหรืออุปกรณ์ในร่างกาย เช่น คลิปหนีบหลอดเลือดโป่งพองในสมอง ลิ้นหัวใจเทียม เครื่องกระตุกหัวใจหรือเครื่องกระตุ้นหัวใจ ประสาทหูเทียม ข้อเทียมที่เพิ่งใส่ ขดลวดในหลอดเลือด หรือเคยทำงานเกี่ยวกับแผ่นโลหะ
  • แจ้งถ้ามีโรคไตหรือฟอกไต เพราะอาจฉีดสารเพิ่มความชัดไม่ได้
  • ห้ามนำโลหะเข้าห้อง เช่น ปากกา แว่นตา นาฬิกา บัตรเครดิต เครื่องช่วยฟัง กิ๊บติดผม ซิปโลหะ และฟันปลอมแบบถอดได้
  • แจ้งถ้ากลัวที่แคบ เครื่องมีเสียงดังเป็นจังหวะ ขอที่อุดหูได้ และมีระบบให้พูดกับเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา

ผู้ป่วยสับสน นอนนิ่งไม่ได้ ทำอย่างไร

ทั้ง CT และ MRI ต้องนอนนิ่ง เพราะการขยับทำให้ภาพเบลอ MedlinePlus ระบุว่า ถ้านอนนิ่งยากหรือกังวลมาก อาจได้รับยาช่วยผ่อนคลาย และผู้ที่กลัวที่แคบ แพทย์อาจให้ยาช่วยให้ง่วงหรือเสนอเครื่อง MRI แบบเปิด

สิ่งที่ญาติช่วยได้

  • แจ้งแพทย์ตั้งแต่วันที่สั่งตรวจ ว่าผู้สูงอายุสับสน กระสับกระส่าย หรือเคยดึงสายน้ำเกลือ เพื่อให้วางแผนล่วงหน้า
  • ห้ามให้ยานอนหลับหรือยาแก้แพ้ที่ซื้อเองก่อนไปตรวจ เพราะยาบางกลุ่มทำให้สับสนมากขึ้นและเสี่ยงล้ม
  • อธิบายสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงสงบ เช่น "ถ่ายรูปสมองแป๊บเดียว นอนเฉย ๆ ไม่เจ็บ"
  • ถามเจ้าหน้าที่ว่าญาติอยู่ใกล้ได้หรือไม่ (สำหรับ MRI ญาติต้องไม่มีโลหะติดตัวเช่นกัน)
  • นัดช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุมักสงบ ผู้ป่วยบางคนสับสนมากขึ้นช่วงเย็น
  • MedlinePlus ระบุว่าหลัง MRI ไม่ต้องพักฟื้น ยกเว้นได้ยาช่วยผ่อนคลาย ถ้าได้ยา ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องพักนานเท่าไรและต้องมีคนพากลับบ้านหรือไม่

ค่าใช้จ่ายและการเบิกสิทธิ

เราไม่ระบุราคา CT หรือ MRI เพราะต่างกันมากตามโรงพยาบาล ชนิดการตรวจ และการฉีดสาร และเราไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิเบิกจ่ายของแต่ละสิทธิ ยุทธศาสตร์สมองเสื่อมประเทศไทยระบุเพียงว่าสิทธิรักษาพยาบาล 3 ระบบใหญ่ดูแลค่าใช้จ่ายต่างกัน

ควรทำดังนี้

  • ถามแพทย์ว่าการสแกนจำเป็นต่อการวินิจฉัยหรือไม่ และเลือก CT หรือ MRI เพราะอะไร
  • ถามห้องสิทธิหรือห้องการเงินของโรงพยาบาลก่อนตรวจ ว่าใช้สิทธิได้หรือไม่ และต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
  • เก็บแผ่นผลและรายงานผลไว้ให้แพทย์ที่ดูแลต่อดู เพื่อลดการตรวจซ้ำ

ดูขั้นตอนเริ่มตรวจได้ที่ ตรวจอัลไซเมอร์ที่ไหน และสิ่งที่ควรเตรียมก่อนพบแพทย์ที่ เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอ

ข้อห้ามและความเสี่ยงของแต่ละแบบ

CT (ตาม MedlinePlus)

  • ได้รับรังสี การทำ CT หลายครั้งในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง แต่ความเสี่ยงจากการทำครั้งเดียวน้อย ต้องชั่งกับประโยชน์ของการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
  • แพ้สารทึบรังสี ซึ่งส่วนใหญ่มีไอโอดีน อาจคลื่นไส้ จาม คัน ผื่นลมพิษ และพบน้อยมากที่แพ้รุนแรงจนหายใจลำบาก ถ้าหายใจลำบากระหว่างตรวจ ให้บอกเจ้าหน้าที่ทันที
  • สารทึบรังสีอาจทำให้ไตแย่ลง ในผู้มีโรคไต

MRI (ตาม MedlinePlus)

  • ไม่ใช้รังสี และยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงจากสนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ
  • สนามแม่เหล็กแรงสูงทำให้เครื่องกระตุ้นหัวใจและอุปกรณ์ฝังในบางชนิดทำงานผิดปกติ และทำให้โลหะในร่างกายขยับได้
  • สารเพิ่มความชัดชนิดแกโดลิเนียมปลอดภัยสูงและแพ้น้อยมาก แต่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคไตที่ฟอกไต

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงทันที พูดไม่ชัด หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วซึม ไม่ต้องรอนัดสแกน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

บทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดแทนการตรวจ ข้อมูลด้านล่างให้ไว้เพื่อความโปร่งใสสำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด ผลิตภายใต้ระบบ GHPs HACCP ISO 9001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (ให้โคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (ให้วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนประกอบอื่น: เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในคนมีน้อยและเล็ก งานในผู้มีปริชานบกพร่องเล็กน้อยชาวญี่ปุ่น 30 คน (Mori 2009) ใช้เห็ดผงแห้งวันละ 3,000 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 12 เท่า (คำนวณ) และคะแนนลดลงหลังหยุดกิน 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในคนสุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน งานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า (คำนวณ) ส่วนในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การทบทวน 5 งาน (Basheer 2022) ไม่พบความต่างจากยาหลอกหรือยาโดเนเพซิล และหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก
  • โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — เท่ากับราวร้อยละ 7–9 ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัม (Lippelt 2016) ไม่พบว่าความจำดีขึ้น และงานในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ก็ไม่พบประโยชน์
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย แปะก๊วยคือที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงค่าที่ผู้สูงอายุควรได้ต่อวัน งาน VITACOG ที่พบว่าสมองฝ่อช้ากว่ายาหลอกในผู้มีปริชานบกพร่องเล็กน้อย ใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับกรดโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และเห็นผลชัดเฉพาะคนที่โฮโมซิสเทอีนสูง ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนการวิเคราะห์รวม 11 งานราว 22,000 คน (Clarke 2014) ไม่พบผลต่อปริชาน

ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ภาพสแกนสมองเปลี่ยนไป ลดการฝ่อของสมอง หรือลดร่องรอยหลอดเลือดสมอง และไม่มีหลักฐานว่าช่วยความจำหรือชะลอภาวะสมองเสื่อม ผลงาน VITACOG ข้างต้นไม่สามารถนำมาใช้กับแคปซูลนี้ได้ เพราะสูตรและขนาดต่างกัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย ผู้ที่ผลสแกนพบเลือดออกในสมอง หรือผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนเพซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมแมนทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์
  • ผู้มีประวัติชักหรือใช้ยากันชัก และผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่แพ้เห็ด หรือเคยแพ้อาหารหรือสมุนไพร: มีรายงานแพ้เห็ดหัวลิงรุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือวิตามินบีรวมอยู่แล้ว: นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล คะแนนแบบทดสอบใด ๆ เป็นเพียงการคัดกรอง การวินิจฉัยต้องทำโดยแพทย์

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากผู้สูงอายุมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว ปลุกตื่นยาก หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงทันที พูดไม่ชัด เดินเซหรือทรงตัวไม่ได้ทันที ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อนทันที หกล้มศีรษะกระแทก หรือพูดถึงการทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · ต้องการคนรับฟังเรื่องความเครียดหรือซึมเศร้า โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

MRI สมองตรวจอะไรได้บ้าง

MedlinePlus ระบุว่า MRI สมองใช้หาเลือดออก หลอดเลือดโป่งพอง การติดเชื้อ เนื้องอก โรคปลอกประสาทเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง น้ำคั่งในโพรงสมอง และใช้หาสาเหตุของความคิดหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปรวมถึงภาวะสมองเสื่อม แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่า MRI แยกเนื้องอก การอักเสบ การติดเชื้อ และโรคหลอดเลือดขนาดเล็กได้

ตรวจสมองเสื่อม ใช้ CT หรือ MRI ดีกว่า

แนวทางเวชปฏิบัติไทย ฉบับ 2563 ระบุว่า CT ใช้แยกภาวะที่รักษาได้ออกจากภาวะที่รักษาไม่ได้ ส่วน MRI ใช้ได้เช่นเดียวกันและแยกโรคบางกลุ่มได้ละเอียดขึ้น แพทย์เลือกตามอาการ ข้อห้าม เช่น มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ และเครื่องที่มีในโรงพยาบาล

MRI สมองเบิกได้ไหม

ขึ้นกับสิทธิการรักษาและข้อบ่งชี้ที่แพทย์สั่ง เราไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดการเบิกของแต่ละสิทธิ จึงแนะนำให้สอบถามสิทธิกับสถานพยาบาลที่จะไปโดยตรงก่อนตรวจ และถามว่าต้องมีใบส่งตัวหรือไม่

ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ทำ MRI ได้ไหม

ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง MedlinePlus ระบุว่าสนามแม่เหล็กแรงสูงอาจทำให้เครื่องกระตุ้นหัวใจและอุปกรณ์ฝังในบางชนิดทำงานผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาว่าทำได้หรือควรใช้วิธีอื่น เช่น CT

ทำ CT สมองอันตรายไหม

MedlinePlus ระบุว่า CT ใช้รังสีมากกว่าเอกซเรย์ธรรมดา การทำหลายครั้งในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง แต่ความเสี่ยงจากการทำครั้งเดียวน้อย ผู้ที่แพ้สารทึบรังสี มีโรคไต หรือกินยาเมทฟอร์มินต้องแจ้งแพทย์ก่อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท