เกี่ยวกับ MEMORA
MMSE คืออะไร คะแนนเท่าไรถึงสงสัยสมองเสื่อม แปลผลอย่างไร
คำตอบสั้น: MMSE คือแบบทดสอบสั้น ๆ ที่บุคลากรสุขภาพใช้คัดกรองความจำและการคิด ฉบับภาษาไทยที่ใช้กันคือ MMSE-Thai 2002 คะแนนเต็ม 30 แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม ฉบับ 2557 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ซึ่งอ้างข้อมูลของสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ ใช้จุดตัดตามระดับการศึกษา คือ ไม่ได้เรียนหนังสือ 14 คะแนนหรือต่ำกว่า (จากเต็ม 23) · จบประถมศึกษา 17 หรือต่ำกว่า · สูงกว่าประถม 22 หรือต่ำกว่า ถือว่าสงสัยภาวะสมองเสื่อม แต่คะแนนนี้เป็นเพียงการคัดกรอง ไม่ใช่คำวินิจฉัย คนที่คะแนนต่ำต้องให้แพทย์ประเมินต่อและตรวจหาสาเหตุที่แก้ไขได้ก่อนเสมอ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- MMSE-Thai 2002 มี 11 หัวข้อ ถามเรื่องวันเวลา สถานที่ การจำของ 3 อย่าง การคิดเลขหรือสะกดย้อนหลัง การเรียกชื่อสิ่งของ การพูดตาม การทำตามคำสั่ง การอ่าน การเขียน และการวาดภาพ
- จุดตัดขึ้นกับระดับการศึกษา คนไม่ได้เรียนหนังสือจะตัดบางข้อออก คะแนนเต็มจึงเหลือ 23
- คะแนนต่ำได้จากหลายเหตุที่ไม่ใช่สมองเสื่อม เช่น หูตึง สายตาไม่ดี อ่านเขียนไม่คล่อง ซึมเศร้า ป่วยไม่สบาย หรือง่วงจากยา
- แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าแบบคัดกรองช่วยบอกความรุนแรง อัตราการถดถอย และใช้ติดตามผลการรักษา แพทย์จึงมักทำซ้ำเป็นระยะ
- ไม่มีแบบทดสอบใดที่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ได้ ถ้าคะแนนต่ำ ขั้นต่อไปคือซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และพิจารณาสแกนสมองตามที่แพทย์เห็นสมควร
MMSE คืออะไร ย่อมาจากอะไร
MMSE ย่อมาจาก Mini-Mental State Examination แปลตรงตัวว่าแบบตรวจสภาพจิตแบบย่อ เป็นแบบทดสอบความสามารถของสมองด้านปริชาน (cognition หมายถึง ความจำ ความใส่ใจ ภาษา การคิด และการรับรู้มิติ) ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ
ในไทยมีการปรับคำถามให้เข้ากับบริบทคนไทย ฉบับที่ใช้แพร่หลายเรียกว่า MMSE-Thai 2002 ยุทธศาสตร์สมองเสื่อมประเทศไทย ฉบับที่ 1 ของกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2561–2570) จัดให้ MMSE-Thai 2002 อยู่ในกลุ่มเครื่องมือที่ใช้ประเมินภาวะสมองเสื่อม คู่กับ TMSE ส่วน MoCA เป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI)
สิ่งที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ MMSE เป็นการคัดกรอง แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม ฉบับสมบูรณ์ 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ระบุว่าการวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายทั่วไปและระบบประสาท ร่วมกับแบบทดสอบ และต้องไม่มีภาวะสับสนเฉียบพลัน โรคซึมเศร้า โรคจิตเวชเรื้อรัง หรือวิตกกังวลรุนแรงในขณะที่วินิจฉัย
MMSE-Thai 2002 มีกี่ข้อ ถามเรื่องอะไรบ้าง
แบบทดสอบ MMSE-Thai 2002 ที่พิมพ์ไว้ในภาคผนวกของแนวทางเวชปฏิบัติฉบับ 2557 มี 11 หัวข้อ รวม 30 คะแนน ดังนี้
- การรับรู้วันเวลา (5 คะแนน) — ถามวันที่ วันในสัปดาห์ เดือน ปี และฤดู
- การรับรู้สถานที่ (5 คะแนน) — ถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน โดยเลือกชุดคำถามตามว่าทดสอบที่สถานพยาบาลหรือที่บ้าน
- การจำของใหม่ (3 คะแนน) — ให้ฟังชื่อสิ่งของ 3 อย่างแล้วพูดตาม
- ความใส่ใจหรือการคิดเลข (5 คะแนน) — ให้เลือกทำข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ลบเลขทีละ 7 ต่อกันไป
- การนึกทวน (3 คะแนน) — ถามของ 3 อย่างที่ให้จำไว้ก่อนหน้า
- การเรียกชื่อสิ่งของ (2 คะแนน)
- การพูดตาม (1 คะแนน)
- การทำตามคำสั่ง 3 ขั้นตอน (3 คะแนน)
- การอ่านแล้วทำตาม (1 คะแนน)
- การเขียนประโยค (1 คะแนน) — เขียนอะไรก็ได้ที่มีความหมาย 1 ประโยค
- การวาดภาพตามแบบ (1 คะแนน)
จะเห็นว่าแบบทดสอบนี้ไม่ได้วัดแค่ความจำ แต่วัดหลายด้านพร้อมกัน คะแนนรวมจึงบอกภาพรวม ไม่ได้บอกว่าสมองส่วนไหนผิดปกติ แพทย์มักดูด้วยว่าเสียคะแนนในหมวดไหน เช่น เสียมากในข้อนึกทวน หรือเสียมากในข้อวาดภาพ เพราะลักษณะแบบนี้ช่วยให้คิดถึงสาเหตุต่างกันได้
MMSE แปลผลอย่างไร คะแนนเท่าไรถึงสงสัยสมองเสื่อม
ตารางแปลผล MMSE-Thai 2002 ในแนวทางเวชปฏิบัติฉบับ 2557 (อ้างที่มาว่าสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์) ใช้จุดตัดตามระดับการศึกษา ดังนี้
- ไม่ได้เรียนหนังสือ (อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้): คะแนน 14 หรือต่ำกว่า จากคะแนนเต็ม 23 ถือว่าสงสัยภาวะสมองเสื่อม คะแนนเต็มลดลงเพราะไม่ต้องทำข้อ 4 ข้อ 9 และข้อ 10 ซึ่งต้องคิดเลข อ่าน และเขียน
- จบประถมศึกษา: คะแนน 17 หรือต่ำกว่า จากเต็ม 30
- เรียนสูงกว่าประถมศึกษา: คะแนน 22 หรือต่ำกว่า จากเต็ม 30
เหตุที่ต้องแยกตามการศึกษา คือคนที่เรียนน้อยมักเสียคะแนนในข้อคิดเลข อ่าน และเขียน แม้สมองจะปกติ ถ้าใช้จุดตัดเดียวกับคนเรียนสูง คนเรียนน้อยจำนวนมากจะถูกตีว่าผิดปกติเกินจริง
ตารางเดียวกันยังรายงานความไว (sensitivity คือ ความสามารถจับคนที่เป็นจริงได้) ไว้ด้วย กลุ่มไม่ได้เรียนหนังสือมีความไวเพียงราวร้อยละ 35 กลุ่มจบประถมราวร้อยละ 57 และกลุ่มเรียนสูงกว่าประถมราวร้อยละ 92 แปลว่าในคนที่เรียนน้อย คะแนนที่ผ่านเกณฑ์ไม่ได้รับประกันว่าปกติ ถ้าครอบครัวยังเห็นอาการชัดในชีวิตประจำวัน ควรเล่าให้แพทย์ฟังแม้คะแนนจะผ่าน
คะแนนต่ำเพราะเหตุอื่นได้ไหม เช่น หูตึง สายตา ซึมเศร้า
ได้ และพบบ่อยในผู้สูงอายุ แนวทางเวชปฏิบัติฉบับ 2563 เขียนไว้ว่าการให้คะแนนแบบทดสอบควรคำนึงถึง อายุ ระดับการศึกษา อาชีพเดิม และภาวะทางกายหรือทางใจที่ทำให้ทำแบบทดสอบได้ไม่เต็มที่ เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือมองไม่เห็น
ตัวอย่างที่ลูกหลานควรนึกถึงก่อนตกใจกับคะแนน
- หูตึง: ฟังคำถามไม่ชัด ตอบผิดเพราะไม่ได้ยิน ไม่ใช่เพราะจำไม่ได้ อ่านเพิ่มเรื่อง ผู้สูงอายุหูตึง
- สายตาไม่ดีหรือลืมแว่น: ทำข้ออ่านและวาดภาพไม่ได้
- ซึมเศร้า: ตอบช้า ไม่อยากตอบ ตอบว่าไม่รู้ แนวทางเวชปฏิบัติไทยแยกซึมเศร้าออกจากสมองเสื่อมไว้ชัด และยุทธศาสตร์สมองเสื่อมฯ ระบุแบบประเมินซึมเศร้า เช่น 2Q 9Q และ TGDS ไว้คู่กัน ดูสัญญาณได้ที่ ซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
- ป่วยเฉียบพลัน: ไข้ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ขาดน้ำ หรือหลังผ่าตัด ทำให้สับสนเฉียบพลัน (delirium) ได้ ช่วงนี้ไม่ควรใช้คะแนนตัดสินว่าสมองเสื่อม และการสับสนที่เกิดเร็วเป็นเหตุที่ต้องพบแพทย์ทันที
- ยา: ยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือยาแก้แพ้รุ่นเก่าบางชนิดทำให้ง่วงและคิดช้า ห้ามหยุดยาเอง ให้นำยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน
- ตื่นเต้น เหนื่อย นอนไม่พอ หรือภาษาที่ใช้ทดสอบไม่ใช่ภาษาที่ถนัด
ทางกลับกัน คะแนนปกติก็ไม่ได้ตัดสมองเสื่อมทิ้งเสมอไป โดยเฉพาะคนที่เคยเรียนสูงหรือทำงานใช้ความคิดมาก ซึ่งอาจทำแบบทดสอบผ่านได้ทั้งที่ชีวิตประจำวันเริ่มติดขัดแล้ว แนวทางเวชปฏิบัติฉบับ 2563 ระบุว่า MoCA ช่วยคัดกรองภาวะ MCI ได้ดี แพทย์อาจเลือกใช้แบบทดสอบอื่นเพิ่ม
ทำไมแพทย์ทำ MMSE ซ้ำเป็นระยะ
แนวทางเวชปฏิบัติฉบับ 2563 เขียนประโยชน์ของแบบคัดกรองไว้ว่า ช่วยวินิจฉัย บ่งบอกความรุนแรง บอกอัตราการเสื่อมถอยของโรค และติดตามผลการรักษา คะแนนครั้งเดียวจึงบอกได้น้อยกว่าคะแนนที่วัดซ้ำหลายครั้งด้วยวิธีเดียวกัน
เหตุผลที่แพทย์นัดทดสอบซ้ำ ได้แก่
- ดูทิศทาง ว่าคงที่ ถดถอย หรือดีขึ้นหลังแก้สาเหตุ เช่น หลังรักษาไทรอยด์ ปรับยา หรือรักษาซึมเศร้า
- ติดตามคนที่เป็น MCI เพราะ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ แนะนำให้ผู้ที่เป็น MCI พบแพทย์ทุก 6–12 เดือน
- ประเมินผลของยาสมองเสื่อม เพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องการรักษาต่อ ซึ่งเป็นการตัดสินใจของแพทย์ ห้ามญาติหยุดหรือปรับยาเองเพราะเห็นคะแนนเปลี่ยน
เคล็ดลับเวลาพาไปทดสอบซ้ำ คือให้ผู้สูงอายุใส่แว่นและเครื่องช่วยฟังที่ใช้ประจำ พักผ่อนให้พอ ไม่ไปตอนหิวหรือเพิ่งป่วย และอย่าซ้อมคำถามกับผู้สูงอายุที่บ้าน เพราะการซ้อมทำให้คะแนนสูงเกินจริงและแพทย์จะติดตามได้ไม่แม่น
คะแนนลดลงเท่าไรต่อปีถึงควรกังวล
คำถามนี้คนค้นมาก แต่ในแหล่งข้อมูลที่เราตรวจ ไม่มีตัวเลขเดียวที่บอกว่าคะแนนลดลงกี่คะแนนต่อปีจึงผิดปกติ แนวทางเวชปฏิบัติไทยบอกเพียงว่าแบบคัดกรองใช้บอกอัตราการเสื่อมถอยและติดตามผล ความหมายของการลดลงจึงต้องให้แพทย์ที่เห็นผลทุกครั้งตีความ
สิ่งที่ช่วยให้เห็นภาพว่าคะแนนเปลี่ยนเล็กน้อยได้ง่าย คือการทบทวนของ Cochrane เรื่องยาโดเนเพซิล (Birks 2018) ซึ่งพบว่ายาให้ประโยชน์เล็ก คะแนน MMSE ต่างจากยาหลอกราว 1 คะแนน ตัวเลขนี้ไม่ใช่เกณฑ์ความผิดปกติ แต่บอกว่าความต่าง 1–2 คะแนนอาจเกิดจากการรักษา วันที่ทดสอบ หรือความเหนื่อยในวันนั้นได้ จึงไม่ควรตกใจหรือดีใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งเดียว
สิ่งที่ควรกังวลมากกว่าตัวเลขคือ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริง เช่น เริ่มจัดยาเองไม่ได้ ใช้โทรศัพท์ไม่ได้ จัดการเงินผิดพลาด หลงทางในที่คุ้นเคย หรือบุคลิกเปลี่ยน ซึ่งแนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่ากิจวัตรที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้มักเสียตั้งแต่ระยะแรก จดสิ่งที่เห็นพร้อมวันที่ไปเล่าให้แพทย์ฟัง ดูสัญญาณเตือนเพิ่มเติมที่ สัญญาณเตือนสมองเสื่อมระยะแรก
ข้อจำกัดของ MMSE ที่ควรรู้
- ความไวต่ำในคนที่เรียนน้อย ตามตารางที่ยกไว้ข้างต้น
- ไม่ไวพอสำหรับอาการระยะเริ่มต้นมาก แนวทางเวชปฏิบัติไทยจึงแนะนำ MoCA สำหรับคัดกรอง MCI และมี MoCA-B สำหรับผู้ที่เรียนน้อยกว่า ป.4 หรืออ่านไม่ออก อ่านเปรียบเทียบได้ที่ แบบทดสอบสมองเสื่อม MMSE TMSE MoCA ต่างกันอย่างไร
- บอกไม่ได้ว่าเป็นสมองเสื่อมชนิดไหน อัลไซเมอร์ หลอดเลือดสมอง หรือสาเหตุที่แก้ได้ ต้องอาศัยประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และภาพสมอง
- ผลขึ้นกับผู้ทดสอบและสภาพแวดล้อม ห้องเสียงดัง รีบ หรืออธิบายไม่ชัด ทำให้คะแนนเพี้ยนได้
- ไม่ควรทำเองที่บ้านแล้วสรุปผล ยุทธศาสตร์สมองเสื่อมฯ ระบุว่าเครื่องมือบางประเภทต้องให้บุคลากรทางสุขภาพเป็นผู้ประเมิน
ลูกหลานควรทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าพ่อแม่ความจำแย่ลง
- จดอาการที่เห็นจริง พร้อมตัวอย่างและวันที่ ว่าเริ่มเมื่อไร เป็นเร็วหรือค่อยเป็นค่อยไป
- รวบรวมยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิดที่ผู้สูงอายุใช้ ใส่ถุงไปให้แพทย์ดู
- พาไปพบแพทย์ แจ้งว่ามาเรื่องความจำ ญาติที่อยู่ด้วยประจำควรไปด้วย เพราะแนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ามีปัญหา
- ทำแบบทดสอบตามที่แพทย์สั่ง และตรวจหาสาเหตุที่แก้ได้ ซึ่งแนวทางไทยระบุว่าพบราวร้อยละ 9 ของผู้ป่วยสมองเสื่อม เช่น ไทรอยด์ ขาดวิตามินบี 12 ผลข้างเคียงยา ซึมเศร้า หรือน้ำในโพรงสมองเกิน
- ถ้าอาการเปลี่ยนเร็วผิดสังเกต สับสนจนพูดไม่รู้เรื่อง หรือมีอาการอ่อนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอนัด
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
บทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดแทนการตรวจ ข้อมูลด้านล่างให้ไว้เพื่อความโปร่งใสสำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด ผลิตภายใต้ระบบ GHPs HACCP ISO 9001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (ให้โคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (ให้วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนประกอบอื่น: เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในคนมีน้อยและเล็ก งานในผู้มีปริชานบกพร่องเล็กน้อยชาวญี่ปุ่น 30 คน (Mori 2009) ใช้เห็ดผงแห้งวันละ 3,000 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 12 เท่า (คำนวณ) และคะแนนลดลงหลังหยุดกิน 4 สัปดาห์ งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในคนสุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน งานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า (คำนวณ) ส่วนในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การทบทวน 5 งาน (Basheer 2022) ไม่พบความต่างจากยาหลอกหรือยาโดเนเพซิล และหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์
- โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — เท่ากับราวร้อยละ 7–9 ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัม (Lippelt 2016) ไม่พบว่าความจำดีขึ้น และงานในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ก็ไม่พบประโยชน์
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ แปะก๊วยคือที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
- วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงค่าที่ผู้สูงอายุควรได้ต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับกรดโฟลิกและบี 12 และเห็นผลเฉพาะคนที่โฮโมซิสเทอีนสูง ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนการวิเคราะห์รวม 11 งานราว 22,000 คน (Clarke 2014) ไม่พบผลต่อปริชาน
ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้คะแนน MMSE หรือแบบทดสอบใดเปลี่ยนไป และไม่มีหลักฐานว่าช่วยความจำหรือชะลอภาวะสมองเสื่อม ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้ใช้แทนการตรวจประเมิน ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลให้เลื่อนการพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนเพซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมแมนทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์
- ผู้มีประวัติชักหรือใช้ยากันชัก และผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่แพ้เห็ด หรือเคยแพ้อาหารหรือสมุนไพร: มีรายงานแพ้เห็ดหัวลิงรุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือวิตามินบีรวมอยู่แล้ว: นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
- ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินแล้ว: ผู้ดูแลควรเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล คะแนนแบบทดสอบใด ๆ เป็นเพียงการคัดกรอง การวินิจฉัยต้องทำโดยแพทย์
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากผู้สูงอายุมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว ปลุกตื่นยาก หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงทันที พูดไม่ชัด เดินเซหรือทรงตัวไม่ได้ทันที ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อนทันที หกล้มศีรษะกระแทก หรือพูดถึงการทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · ต้องการคนรับฟังเรื่องความเครียดหรือซึมเศร้า โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
MMSE คะแนนเต็มเท่าไร
MMSE-Thai 2002 คะแนนเต็ม 30 สำหรับผู้ที่อ่านเขียนได้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้เรียนหนังสือจะไม่ต้องทำข้อคิดเลข ข้ออ่าน และข้อเขียน คะแนนเต็มจึงเหลือ 23 ตามตารางในแนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม ฉบับ 2557 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์
MMSE ได้ 24 คะแนน ผิดปกติไหม
ตามจุดตัดในแนวทางเวชปฏิบัติฉบับ 2557 คะแนน 24 จากเต็ม 30 สูงกว่าจุดตัดของทุกระดับการศึกษา (ประถม 17 หรือต่ำกว่า สูงกว่าประถม 22 หรือต่ำกว่า) แต่คะแนนผ่านไม่ได้แปลว่าไม่มีปัญหาเสมอ ถ้าครอบครัวเห็นอาการในชีวิตประจำวันชัด ให้เล่าให้แพทย์ฟัง แพทย์อาจใช้แบบทดสอบอื่นเพิ่ม เช่น MoCA
ทำ MMSE เองที่บ้านได้ไหม
ไม่แนะนำให้ทำเองแล้วสรุปผล ยุทธศาสตร์สมองเสื่อมประเทศไทยระบุว่าเครื่องมือบางประเภทต้องประเมินโดยบุคลากรทางสุขภาพ เพราะวิธีถาม การให้คะแนน และการตีความต้องคำนึงถึงการศึกษา การได้ยิน การมองเห็น และอารมณ์ของผู้ทดสอบ ถ้ากังวลให้พาไปพบแพทย์
ซึมเศร้าทำให้คะแนน MMSE ต่ำได้ไหม
ได้ ผู้ที่ซึมเศร้าอาจตอบช้า ไม่อยากตอบ หรือตอบว่าไม่รู้ แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าการวินิจฉัยสมองเสื่อมต้องไม่มีโรคซึมเศร้าในขณะวินิจฉัย แพทย์จึงมักประเมินซึมเศร้าควบคู่ไปด้วย
MMSE ต่างจาก TMSE อย่างไร
ทั้งสองเป็นแบบคัดกรองคะแนนเต็ม 30 ที่ใช้กว้างขวางในไทย MMSE-Thai 2002 ใช้จุดตัดแยกตามระดับการศึกษา ส่วน TMSE เป็นแบบทดสอบที่พัฒนาในไทย แนวทางเวชปฏิบัติฉบับ 2563 ใช้จุดตัดน้อยกว่า 23 คะแนน ทั้งสองแบบเป็นเพียงการคัดกรอง การวินิจฉัยต้องทำโดยแพทย์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
- แผนแม่บทหรือแนวทางการดำเนินงานเรื่องสมองเสื่อม (ยุทธศาสตร์สมองเสื่อมประเทศไทย) ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2561–2570กระทรวงสาธารณสุข
- Mild Cognitive ImpairmentMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Donepezil for dementia due to Alzheimer's disease (Birks 2018, Cochrane)PubMed
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2557) — ภาคผนวกแบบทดสอบ MMSE-Thai 2002 และตารางแปลผลสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ (ไฟล์เผยแพร่ซ้ำโดยชมรมพยาบาลโรคระบบประสาทแห่งประเทศไทย)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
