บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

ให้คีโมกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ก่อนและหลังให้ยาควรกินอย่างไร

คำตอบสั้น: ช่วงให้เคมีบำบัด (คีโม) เป้าหมายหลักคือ กินให้พอจนน้ำหนักไม่ลด และได้โปรตีนพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพอรับยาได้ตามนัด สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (NCI) แนะนำให้กินโปรตีนและพลังงานให้มากเมื่อกินได้ แบ่งเป็นมื้อเล็ก 5–6 มื้อ และเข้มงวดเรื่องความสะอาดของอาหาร ส่วนสิ่งที่ควรเลี่ยงคือ อาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารค้างนาน ของหมักดอง และนมหรือน้ำผลไม้ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ความเชื่อว่าห้ามกินไข่หรือเนื้อสัตว์ไม่ตรงกับคำแนะนำของ NCI และอาหารเสริมทุกชนิดต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • กินโปรตีนและพลังงานให้พอ ถ้ากินไม่ได้เลยเกิน 2 วัน ให้บอกแพทย์
  • ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรดื่มของเหลววันละ 8–12 แก้ว ตามคำแนะนำของ NCI ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ
  • ไข่ต้องสุกจนแข็ง เนื้อสัตว์ต้องไม่มีสีชมพูข้างใน ไม่กินปลาดิบ หอยดิบ
  • นม น้ำผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากไข่ ต้องผ่านการฆ่าเชื้อ (พาสเจอร์ไรซ์หรือ UHT)
  • เลี่ยงของหมักดอง เช่น ผักดอง แหนม กุนเชียง ตามคำแนะนำของโรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ส้มโอและเกรปฟรุตอาจเปลี่ยนระดับยาชนิดกินบางตัว ให้ถามเภสัชกรว่ายาของคุณมีข้อห้ามไหม
  • ก่อนให้ยา บางคนสบายตัวกว่าเมื่อกินมื้อเบา บางคนสบายกว่าเมื่องดอาหารไม่กี่ชั่วโมง
  • NCI ระบุว่ากินน้ำตาลไม่ได้ทำให้มะเร็งแย่ลง
  • อาหารเสริม สมุนไพร วิตามิน ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนทุกชนิด

ทำไมช่วงคีโมต้องกินให้พอ

คู่มือ Eating Hints ของ NCI อธิบายว่าการกินอาหารที่ดีและรักษาน้ำหนักไว้ก่อนเริ่มการรักษา ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ รับมือกับผลข้างเคียงได้ดีขึ้น และมีโอกาสได้รับการรักษาครบตามแผนโดยไม่ต้องหยุดพักกลางคัน

ระหว่างการรักษา NCI แนะนำว่า

  • กินโปรตีนและพลังงานให้มากในวันที่กินได้ เพราะช่วยรักษากำลังและซ่อมเนื้อเยื่อที่ถูกยากระทบ
  • กินมื้อใหญ่ขึ้นในช่วงที่รู้สึกสบายตัวและได้พักเต็มที่ หลายคนกินได้ดีตอนเช้าหลังนอนหลับเต็มอิ่ม
  • ถ้ากินได้แค่ไม่กี่อย่าง กินอย่างเดิมซ้ำ ๆ ก็ไม่เป็นไร ดีกว่าไม่กิน
  • บางวันกินไม่ได้เลยไม่ต้องกังวลเกินไป แต่ ถ้ากินไม่ได้เกิน 2 วัน ให้บอกแพทย์
  • ดื่มของเหลวให้พอ โดยเฉพาะวันที่กินอาหารไม่ได้ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรได้วันละ 8–12 แก้ว ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยโรคไตหรือหัวใจบางราย

NCI แนะนำให้ขอพบนักกำหนดอาหาร (dietitian) ของโรงพยาบาล โดยเฉพาะผู้ที่น้ำหนักลดหรือกินได้น้อยลง วิธีประเมินภาวะขาดสารอาหารในผู้ป่วยมะเร็งอ่านต่อที่ ภาวะขาดสารอาหารในผู้ป่วยมะเร็ง และถ้าเบื่ออาหารมาก อ่าน ผู้ป่วยมะเร็งเบื่ออาหาร กินไม่ลง

ก่อนให้คีโมควรกินอะไร กินมื้อเบาหรืองดอาหาร

ไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน NCI ระบุว่าบางคนรู้สึกดีกว่าเมื่อกินมื้อเบาหรือของว่างก่อนให้ยา ขณะที่บางคนรู้สึกดีกว่าเมื่อไม่กินอะไรสักสองสามชั่วโมงก่อนให้ยา ลองสังเกตตัวเองในรอบแรก ๆ แล้วปรับ

ถ้าโรงพยาบาลสั่งงดน้ำงดอาหารเพื่อทำหัตถการหรือตรวจบางอย่าง ให้ทำตามคำสั่งนั้น

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มรักษา ตามคำแนะนำของ NCI

  • ไปหาทันตแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา เพราะช่องปากที่แข็งแรงลดปัญหาแผลในปากระหว่างให้ยา
  • เตรียมอาหารที่แทบไม่ต้องปรุงไว้ในบ้าน และทำอาหารแช่แข็งแบ่งเป็นมื้อไว้ล่วงหน้า
  • ขอให้ญาติหรือเพื่อนช่วยซื้อของและทำอาหารในสัปดาห์ที่ให้ยา
  • ถามแพทย์เรื่องยาแก้คลื่นไส้ไว้ก่อน NCI ระบุว่าบางคนต้องกินยาแก้อาเจียน 1 ชั่วโมงก่อนให้ยาแต่ละครั้งและต่อเนื่องอีกไม่กี่วัน

หลังให้คีโมกินอะไรดี

ช่วงไม่กี่วันหลังให้ยา หลายคนคลื่นไส้หรือเบื่ออาหาร NCI แนะนำว่า

  • แบ่งเป็นมื้อเล็ก 5–6 มื้อต่อวัน แทน 3 มื้อใหญ่
  • อย่าปล่อยท้องว่าง เพราะท้องว่างทำให้คลื่นไส้มากขึ้นในหลายคน
  • เลือกอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ขนมปังปิ้ง กล้วย
  • อาหารที่อุณหภูมิห้องมักมีกลิ่นน้อยกว่าอาหารร้อนจัด
  • อย่ากินอาหารจานโปรดในวันที่คลื่นไส้ เพราะอาจทำให้เกลียดอาหารนั้นไปเลย
  • จิบน้ำทีละน้อยตลอดวัน และดื่มน้อย ๆ ระหว่างมื้อเพื่อไม่ให้อิ่มเร็ว

วิธีรับมือคลื่นไส้ แผลในปาก ท้องเสีย และท้องผูกแบบละเอียด อ่านต่อที่ ผลข้างเคียงคีโม ดูแลตัวเองที่บ้าน

แหล่งโปรตีนที่หาง่ายในบ้านคนไทย ได้แก่ ไข่ต้มสุก ปลานึ่ง ไก่ต้ม เต้าหู้ นมกล่อง UHT และโจ๊กใส่หมูสับ ผู้สูงอายุที่กินได้น้อยอาจใช้อาหารทางการแพทย์ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร อ่านเรื่องโปรตีนเพิ่มที่ โปรตีนสำหรับผู้สูงอายุ และความต่างของอาหารทางการแพทย์แต่ละแบบที่ อาหารทางการแพทย์ต่างกันอย่างไร

ช่วงคีโมห้ามกินอะไร

ยาเคมีบำบัดหลายชนิดทำให้เม็ดเลือดขาวลดลง ร่างกายจึงติดเชื้อจากอาหารได้ง่ายกว่าปกติ NCI แนะนำแนวทางความปลอดภัยของอาหารดังนี้

ควรทำ

  • ของร้อนกินตอนร้อน ของเย็นเก็บให้เย็น อาหารเหลือเข้าตู้เย็นทันทีหลังกินเสร็จ
  • ขัดล้างผักผลไม้ดิบด้วยแปรงและน้ำ รวมถึงผลไม้เปลือกหนาอย่างแตงโมหรือส้ม ก่อนหั่นหรือปอก
  • ล้างมือ มีด และเขียงก่อนและหลังเตรียมอาหาร แยกเขียงเนื้อสัตว์กับเขียงผักผลไม้
  • ไข่ต้องสุกจนแข็ง ไม่เป็นยางมะตูม เนื้อสัตว์ต้องไม่มีสีชมพูข้างใน
  • น้ำผลไม้ ไข่ และนม ต้องผ่านการฆ่าเชื้อ
  • กินข้าวที่หุงใหม่

ไม่ควรทำ

  • กินปลาดิบ หอยดิบ หรือหอยนางรมสด
  • กินผลไม้ที่ขัดล้างยาก เช่น องุ่น และผลไม้ตระกูลเบอร์รี
  • กินถั่วดิบ (ถั่วที่กะเทาะเปลือกและคั่วแล้วกินได้)
  • กินอาหารจากบุฟเฟต์ สลัดบาร์ หรือร้านที่ตักเอง
  • กินอาหารที่ขึ้นรา หรือเลยวันหมดอายุ
  • กินอาหารที่ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หรืออาหารเหลือที่อยู่ในตู้เย็นเกิน 3 วัน
  • กินข้าวค้าง หรืออาหารเหลือที่มีข้าวผสม

นิตยสาร @Rama ของโรงพยาบาลรามาธิบดี เขียนสำหรับผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ไว้ในทางเดียวกัน คือ กินอาหารปรุงสุกใหม่ทุกครั้ง อาหารควรผ่านความร้อนเกิน 60 องศาเซลเซียส เลี่ยงอาหารที่ตั้งทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมง และเลี่ยงของหมักดอง เช่น ผักดอง แหนม กุนเชียง ส่วนนม UHT หรือพาสเจอร์ไรซ์กินได้

สำหรับคนไทย อาหารที่ควรเลี่ยงจึงรวมถึง ลาบดิบ ก้อย กุ้งแช่น้ำปลา ยำหอยแครงลวก ส้มตำใส่ปูดองหรือปลาร้าดิบ ไข่ลวก และน้ำผลไม้คั้นสดจากรถเข็น

ผักผลไม้สดกินได้ไหม

ข้อนี้แหล่งข้อมูลแนะนำต่างกัน NCI ให้ขัดล้างผักผลไม้ดิบให้สะอาดแล้วกินได้ ส่วนบทความของโรงพยาบาลรามาธิบดีแนะนำให้ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ งดผักผลไม้สด ความต่างนี้เกิดเพราะความเสี่ยงขึ้นกับระดับเม็ดเลือดขาวของแต่ละคน จึงควรทำตามคำแนะนำของทีมรักษาของคุณ ซึ่งรู้ผลเลือดล่าสุด ช่วงที่เม็ดเลือดขาวต่ำมาก ทีมรักษาอาจให้กินเฉพาะผักผลไม้ที่ปอกเปลือกได้หรือที่ผ่านความร้อนแล้ว อ่านเรื่องช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำต่อที่ เม็ดเลือดขาวต่ำจากคีโม ป้องกันการติดเชื้ออย่างไร

ให้คีโมกินสับปะรดได้ไหม

ยังไม่พบแหล่งข้อมูลทางการที่ห้ามสับปะรดเป็นการเฉพาะ สิ่งที่ต้องดูคือความสะอาดตามหลักข้างต้น เช่น ปอกเองที่บ้านแล้วกินทันที ดีกว่าซื้อชิ้นที่หั่นวางขายไว้นาน และถ้ามีแผลในปาก NCI แนะนำให้เลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยวและอาหารรสจัดที่ทำให้แสบ

ให้คีโมห้ามกินผลไม้อะไร ส้มโอกับเกรปฟรุตเกี่ยวไหม

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) อธิบายว่า เกรปฟรุตและน้ำเกรปฟรุตเปลี่ยนการทำงานของยาชนิดกินบางตัว ส่วนใหญ่ทำให้ยาเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้นจนผลข้างเคียงมากขึ้น และ FDA ระบุว่า ส้มโอ ส้มเซวิลล์ และส้มแทนเจโล อาจมีผลแบบเดียวกัน

FDA ยกตัวอย่างยาที่มีข้อห้ามนี้ เช่น ยาลดไขมันบางตัว ยาความดันบางตัว ยาป้องกันการปฏิเสธอวัยวะ และยาหัวใจเต้นผิดจังหวะบางตัว และย้ำว่า ไม่ใช่ยาทุกตัวในกลุ่มเดียวกันจะมีปัญหา

ผู้ป่วยมะเร็งหลายคนได้ยากินที่บ้านร่วมด้วย ทั้งยาเคมีบำบัดชนิดกิน ยามุ่งเป้าชนิดกิน ยาแก้คลื่นไส้ และยาโรคประจำตัว วิธีที่ปลอดภัยคือ ถามเภสัชกรที่จ่ายยาว่ายาแต่ละตัวห้ามกินกับส้มโอหรือเกรปฟรุตไหม และระหว่างรอคำตอบ ให้งดส้มโอกับเกรปฟรุตไว้ก่อน

ความเชื่อว่าห้ามกินไข่ เนื้อสัตว์ น้ำตาล จริงไหม

ห้ามกินไข่ ห้ามกินเนื้อสัตว์ เพราะเป็นของแสลง ข้อนี้ไม่ตรงกับคำแนะนำของ NCI ซึ่งให้กินโปรตีนให้มากเพื่อรักษากำลังและซ่อมเนื้อเยื่อ สิ่งที่ NCI เน้นคือ ไข่และเนื้อสัตว์ต้องสุกทั่วถึง ไม่ใช่ห้ามกิน การงดโปรตีนเองทำให้น้ำหนักและกล้ามเนื้อลด ซึ่งเป็นผลเสียต่อการรักษา

กินน้ำตาลแล้วมะเร็งโตเร็ว NCI ระบุในหน้าความเชื่อผิดเรื่องมะเร็งว่า กินน้ำตาลไม่ได้ทำให้มะเร็งแย่ลง มีงานวิจัยที่ไม่พบความเชื่อมโยงนี้ แต่อาหารหวานมากทำให้น้ำหนักเกินได้ ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยที่กินได้น้อยไม่จำเป็นต้องกลัวขนมหรือน้ำหวานจนไม่กินอะไร ส่วนผู้ป่วยเบาหวานต้องคุยกับแพทย์เรื่องการคุมน้ำตาลควบคู่ไปด้วย

อดอาหารให้เซลล์มะเร็งอดตาย ยังไม่มีหลักฐานรองรับในแหล่งทางการที่ตรวจแล้ว และขัดกับเป้าหมายของ NCI ที่ต้องการให้ผู้ป่วยรักษาน้ำหนักไว้

ความเชื่ออื่น ๆ เช่น อาหารทะเลหรือไก่เป็นของแสลง อ่านรายละเอียดต่อที่ ผู้ป่วยมะเร็งห้ามกินอะไร จริงหรือแค่ความเชื่อ ถ้าเป็นมะเร็งตับ มีเรื่องเฉพาะที่ต้องดูเพิ่มใน มะเร็งตับควรกินอย่างไร

อาหารเสริม สมุนไพร วิตามิน กินได้ไหมช่วงคีโม

คู่มือ Eating Hints ของ NCI เขียนไว้ชัดว่า ไม่มีงานวิจัยที่พิสูจน์ว่าอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ อาหารเสริม หรือสมุนไพรใด ชะลอ รักษา หรือป้องกันมะเร็งกลับมาได้ และบางชนิดอาจเปลี่ยนการทำงานของการรักษา NCI จึงให้บอกแพทย์ พยาบาล หรือนักกำหนดอาหาร ถึงทุกตัวที่กินอยู่หรือคิดจะกิน

ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่าสมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ยาเคมีบำบัดได้ผลน้อยลง และผลของวิตามินหรือสารต้านอนุมูลอิสระเสริมระหว่างรักษามะเร็งยังไม่แน่นอน

ห้ามซื้ออาหารเสริมมากินเองระหว่างคีโม ให้นำกล่องหรือฉลากไปให้แพทย์ผู้รักษาดูก่อนทุกชนิด รายละเอียดว่าทำไมต้องถามก่อนทุกตัวอยู่ที่ ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารเสริมได้ไหม

เมื่อไรต้องติดต่อทีมรักษาหรือไปโรงพยาบาล

  • มีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ช่วงที่ได้รับคีโม ให้ติดต่อทีมรักษาทันทีหรือไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการ NCI ระบุว่าการติดเชื้อระหว่างรักษามะเร็งอาจถึงชีวิต และไม่ควรกินยาลดไข้เองก่อนปรึกษา เพราะอาจบังอาการ
  • อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ หรือท้องเสียเกิน 24 ชั่วโมง ให้ติดต่อทีมรักษาวันนั้น
  • มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ซึมลงหรือสับสน เลือดออกไม่หยุด ปัสสาวะน้อยมาก หน้ามืดจะเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ฉายแสง ยามุ่งเป้า หรือยาอิมมูโนเทอราพี (immunotherapy) ห้ามกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้ เว้นแต่แพทย์ผู้รักษามะเร็งอนุญาต ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยารักษามะเร็ง ไม่มีหลักฐานว่าช่วยรักษา ต้าน หรือป้องกันมะเร็ง และไม่มีหลักฐานว่าช่วยลดผลข้างเคียงของคีโม

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ทำไมต้องให้แพทย์ผู้รักษาตัดสิน

  • งานวิจัย SWOG S0221 ศึกษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 1,134 คนที่ได้เคมีบำบัดในสหรัฐ พบว่า การใช้อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระทั้งก่อนและระหว่างเคมีบำบัด สัมพันธ์กับความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำที่สูงขึ้น (ผลก้ำกึ่งนัยสำคัญทางสถิติ) และ การใช้วิตามินบี 12 ทั้งก่อนและระหว่างเคมีบำบัด สัมพันธ์กับการรอดชีวิตที่แย่ลง ขณะที่วิตามินรวมไม่สัมพันธ์กับผลการรักษา งานนี้เป็นงานสังเกต ไม่ใช่การทดลองแบบสุ่ม จึงบอกได้แค่ความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นสาเหตุ และบทคัดย่อไม่ได้ระบุขนาดที่ใช้ ผู้วิจัยแนะนำให้ระมัดระวังการใช้อาหารเสริมระหว่างเคมีบำบัด
  • ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบที่จัดเป็นสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ เช่น เควอซิทิน 50 มก. สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. และผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. และมี วิตามินบี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) ศูนย์มะเร็งเมมโมเรียล สโลน เคทเทอริง (MSKCC) ระบุว่าเควอซิทินอาจรบกวนการทำงานของยาเคมีบำบัดบางชนิด และมีรายงานตับเสียหายเมื่อใช้โสมร่วมกับยามุ่งเป้า imatinib
  • สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. — งานในคนพบว่าไพเพอรีน 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดในเลือดสูงขึ้น และในหลอดทดลองยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ซึ่งใช้กำจัดยาหลายชนิด ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้ในผู้ป่วยมะเร็ง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้กินได้มากขึ้น น้ำหนักไม่ลด หรือเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น

ข้อควรระวังอื่น

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออก ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ขิงเพิ่มระดับยา tacrolimus ตามข้อมูลของ MSKCC และไม่พบข้อมูลความปลอดภัยของยีสต์เบต้ากลูแคนในกลุ่มนี้
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

ให้คีโมกินอะไรได้บ้าง

กินได้เกือบทุกอย่างที่ปรุงสุกใหม่และสะอาด เน้นโปรตีน เช่น ไข่ต้มสุก ปลา ไก่ เต้าหู้ นม UHT แบ่งเป็นมื้อเล็ก 5–6 มื้อต่อวัน ดื่มของเหลวให้พอยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ ถ้ากินไม่ได้เกิน 2 วันให้บอกแพทย์

ให้คีโมห้ามกินอะไร

เลี่ยงอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ปลาดิบ หอยดิบ ไข่ลวก อาหารที่ตั้งทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมง ของหมักดอง นมหรือน้ำผลไม้ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ บุฟเฟต์และสลัดบาร์ และถามเภสัชกรว่ายาของคุณห้ามกินกับส้มโอหรือเกรปฟรุตไหม

ผู้ป่วยคีโมกินไข่ได้ไหม

กินได้ NCI แนะนำให้กินโปรตีนให้พอ แต่ไข่ต้องสุกจนแข็ง ไม่เป็นยางมะตูมหรือไข่ลวก เพราะช่วงคีโมร่างกายติดเชื้อจากอาหารได้ง่าย

กินน้ำตาลแล้วมะเร็งโตเร็วจริงไหม

NCI ระบุว่ากินน้ำตาลไม่ได้ทำให้มะเร็งแย่ลง แต่อาหารหวานมากทำให้น้ำหนักเกินได้ ผู้ป่วยที่กินได้น้อยไม่ควรงดอาหารจนน้ำหนักลด ส่วนผู้ป่วยเบาหวานควรคุยกับแพทย์เรื่องการคุมน้ำตาล

ช่วงคีโมกินอาหารเสริมได้ไหม

ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนทุกชนิด NCI ระบุว่าไม่มีอาหารเสริมหรือสมุนไพรใดพิสูจน์ว่ารักษามะเร็ง และบางชนิดอาจเปลี่ยนการทำงานของการรักษา งานสังเกต SWOG S0221 พบว่าการใช้สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินบี 12 ระหว่างคีโมสัมพันธ์กับผลการรักษาที่แย่ลง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท