บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

ผู้ป่วยมะเร็งเบื่ออาหาร กินไม่ลง ทำอย่างไรให้ได้พลังงานพอ

คำตอบสั้น: การเบื่ออาหารและน้ำหนักลดพบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็ง สาเหตุมีทั้งตัวโรค ผลข้างเคียงของยา และการรับรสที่เปลี่ยนไป หลักที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (NCI) แนะนำคือกินมื้อเล็กทุก 2–3 ชั่วโมง เลือกของที่ให้พลังงานและโปรตีนสูงในทุกคำ และให้บอกแพทย์หรือนักกำหนดอาหารทันทีที่น้ำหนักเริ่มลด ถ้ากินอาหารปกติไม่พอ ทีมรักษาอาจใช้อาหารทางการแพทย์ช่วย

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ใครเป็นมะเร็งก็เบื่ออาหารได้ แต่ NCI ระบุว่ามะเร็งศีรษะและลำคอ ปอด ตับอ่อน ตับ และทางเดินอาหารส่วนบน มีโอกาสน้ำหนักลดมากกว่า
  • กินมื้อเล็กวันละ 5–6 มื้อ กินอาหารโปรตีนก่อนตอนที่ยังอยากอาหาร
  • ดื่มน้ำระหว่างมื้อ แต่จิบน้อย ๆ ระหว่างกินข้าว เพื่อไม่ให้อิ่มเร็ว
  • ลิ้นรับรสเปลี่ยน ปากแห้ง แผลในปาก แก้ได้หลายวิธี และควรบอกทีมรักษา
  • ชั่งน้ำหนักเป็นประจำ น้ำหนักเริ่มลดเมื่อไรให้แจ้งทีมรักษาทันที
  • อาหารทางการแพทย์ใช้เสริมเมื่อกินได้น้อย ผู้ที่มีโรคร่วม เช่น เบาหวาน โรคไต ควรให้นักกำหนดอาหารช่วยเลือก

ทำไมผู้ป่วยมะเร็งถึงเบื่ออาหาร

NCI อธิบายว่าการเบื่ออาหารทำให้กินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ จนน้ำหนักลด และน้ำหนักที่ลดต่อเนื่องนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งอธิบายไว้ที่ ภาวะทุพโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็ง

สาเหตุแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม

จากตัวโรค

มะเร็งบางชนิดทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากกว่าที่ได้รับ และยังมีภาวะที่เรียกว่า แคเคเซีย (cachexia) คือภาวะผอมแห้งที่สูญเสียทั้งกล้ามเนื้อและน้ำหนัก ซึ่ง NCI ระบุว่าต่างจากการน้ำหนักลดทั่วไปและรักษาต่างกัน

จากผลข้างเคียงของการรักษา

NCI ระบุผลข้างเคียงที่ทำให้กินลำบาก ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องเสีย หรือท้องผูก
  • อิ่มเร็วผิดปกติ
  • กลืนเจ็บ
  • แผลในปาก ปากแห้ง
  • ลิ้นรับรสเปลี่ยน

จากใจและร่างกายโดยรวม

ความวิตกกังวล ความเจ็บปวด ภาวะซึมเศร้า และความอ่อนเพลีย ก็ทำให้ไม่อยากอาหารได้ เรื่องความเพลียอ่านต่อที่ ผู้ป่วยมะเร็งอ่อนเพลีย

กินมื้อเล็กบ่อย ๆ ทำอย่างไรให้ได้ผล

คนที่เบื่ออาหารมักรอให้หิวก่อนค่อยกิน ซึ่งมักไม่หิวทั้งวัน NCI จึงแนะนำให้กินตามเวลาแทนตามความหิว

  1. กินทุก 2–3 ชั่วโมง ราววันละ 5–6 มื้อ ถ้าลืม ให้ตั้งนาฬิกาปลุกหรือใช้ช่วงโฆษณาทีวีเป็นตัวเตือน
  2. กินโปรตีนก่อน ตอนเริ่มมื้อที่ยังอยากอาหารอยู่ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้
  3. ดื่มน้ำระหว่างมื้อ และจิบแค่เล็กน้อยระหว่างกินข้าว เพื่อเหลือที่ในกระเพาะให้อาหาร
  4. ถ้ากินของแข็งไม่ลง ให้ดื่มแทน เช่น นมปั่น สมูทตี้ ซุป
  5. ทำของที่ชอบเก็บไว้เป็นส่วนเล็ก ๆ ให้หยิบกินได้ทันที
  6. ขยับร่างกายเท่าที่ทำได้ NCI ระบุว่าช่วยให้อยากอาหารขึ้น
  7. แปรงฟันและบ้วนปากก่อนกิน ช่วยลดรสค้างในปาก
  8. จัดบรรยากาศให้ผ่อนคลาย กินกับคนในครอบครัว

NCI ยังให้กำลังใจว่า กินของเดิมซ้ำ ๆ ได้ ถ้านั่นคือสิ่งที่อยากกิน ไม่ต้องกดดันให้ครบทุกหมู่ทุกมื้อในช่วงที่กินยาก วันไหนกินไม่ได้เลยให้เน้นดื่มน้ำให้พอ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) และ ถ้ากินไม่ได้เกิน 2 วัน ให้บอกแพทย์

เพิ่มพลังงานในทุกคำโดยไม่ต้องกินเยอะขึ้น

เมื่อกินได้น้อย แต่ละคำต้องมีค่ามากขึ้น NCI แนะนำให้เติมอาหารพลังงานและโปรตีนสูงลงในอาหารที่กินอยู่แล้ว ปรับเป็นอาหารไทยได้ เช่น

  • ข้าวต้มหรือโจ๊ก ตอกไข่ เติมหมูสับ ปลา หรือไก่ฉีก แทนกินข้าวต้มเปล่า
  • แกงจืดและซุป ใส่เต้าหู้ ถั่ว หรือเนื้อสัตว์เพิ่ม
  • นมหรือโยเกิร์ต ใช้ชนิดไม่พร่องมันเนยทำนมปั่นหรือสมูทตี้
  • ขนมปังหรือแครกเกอร์ ทาเนยถั่วหรือกินคู่ชีส
  • ของว่างพกง่าย เช่น ไข่ต้ม นมกล่อง ถั่ว

ผู้ที่มีเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคไตร่วมด้วย ไม่ควรเพิ่มน้ำตาล ไขมัน หรือโปรตีนเองตามใจ ให้คุยกับนักกำหนดอาหารเพื่อปรับให้เข้ากับโรคร่วม เพราะเป้าหมายช่วงรักษามะเร็งอาจต่างจากเวลาปกติ

ความปลอดภัยของอาหารสำคัญเท่าพลังงาน ช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ NCI ให้กินเนื้อ ปลา และไข่ที่ปรุงสุก ส่วนโรงพยาบาลรามาธิบดีแนะนำให้ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำกินอาหารปรุงสุกใหม่และงดของสุก ๆ ดิบ ๆ ให้ทำตามคำแนะนำของทีมรักษา เพราะขึ้นกับระดับเม็ดเลือดขาว อ่านเพิ่มที่ เม็ดเลือดขาวต่ำต้องระวังอะไร

ลิ้นรับรสเปลี่ยน ปากแห้ง แก้อย่างไร

NCI อธิบายว่าการฉายแสงอาจเปลี่ยนการรับรสหวาน เปรี้ยว ขม เค็ม และยาเคมีบำบัดบางชนิดทำให้รู้สึก รสขมเหมือนสารเคมีหรือรสโลหะในปาก วิธีที่ NCI แนะนำ

  • อาหารจืดชืด: หมักเนื้อสัตว์ก่อนปรุง หรือเพิ่มเครื่องเทศสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด
  • เนื้อแดงรสแปลก: เปลี่ยนเป็นโปรตีนอื่น เช่น ไก่ ไข่ ปลา ถั่ว เนยถั่ว นม
  • อาหารรสเค็ม ขม หรือเปรี้ยวเกิน: ลองเติมรสหวานเล็กน้อย
  • รสโลหะ: ใช้ช้อนส้อมพลาสติกและภาชนะที่ไม่ใช่โลหะ
  • รสค้างในปาก: อมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาล

สำหรับ ปากแห้ง ให้จิบน้ำบ่อย ๆ อมน้ำแข็งก้อนเล็ก ใช้ลิปบาล์ม และเคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล เพราะปากแห้งเพิ่มความเสี่ยงฟันผุและการติดเชื้อในปาก

ถ้า เจ็บปาก ริมฝีปาก หรือคอ จนกิน ดื่ม หรือนอนไม่ได้ NCI ให้โทรแจ้งแพทย์หรือพยาบาล เพราะอาจนำไปสู่การขาดน้ำและขาดอาหาร แพทย์มีน้ำยาบ้วนปากและยาแก้ปวดที่ช่วยได้ และควรเปลี่ยนเป็นอาหารนิ่ม

อาหารทางการแพทย์ใช้เมื่อไร

NCI แนะนำให้ จิบเครื่องดื่มเสริมโภชนาการระหว่างมื้อ เมื่อเบื่ออาหาร และเอกสารของโรงพยาบาลรามาธิบดีแนะนำให้เสริมอาหารทางการแพทย์เมื่อกินได้น้อย

อาหารทางการแพทย์ให้พลังงาน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุครบในปริมาณน้อย จึงช่วยได้เมื่อกินข้าวได้ไม่กี่คำ แต่มีหลายสูตร เช่น สูตรทั่วไป สูตรสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน สูตรสำหรับผู้ป่วยโรคไต ซึ่งเลือกผิดอาจไม่เหมาะกับโรคร่วม รายละเอียดดูที่ อาหารทางการแพทย์แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร

ส่วนแคปซูลสมุนไพรหรือวิตามินให้พลังงานแทบไม่มี จึงไม่ใช่สิ่งที่แก้ปัญหากินไม่พอ และระหว่างรักษาต้องให้แพทย์อนุญาตก่อน ดูเหตุผลที่ ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารเสริมได้ไหม

ถ้าพยายามแล้วยังกินไม่ได้ หรือน้ำหนักยังลดต่อ NCI ระบุว่าแพทย์อาจพิจารณา ยาเพิ่มความอยากอาหาร ซึ่งเป็นการตัดสินใจของแพทย์ ไม่ควรหายามากินเอง

ชั่งน้ำหนักติดตามอย่างไร

  • ชั่งด้วยเครื่องเดิม เวลาเดิม เช่น ตอนเช้าหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินข้าว ใส่เสื้อผ้าบางใกล้เคียงกัน
  • จดลงสมุด พร้อมสิ่งที่กินได้ในวันนั้นคร่าว ๆ แล้วนำไปให้ทีมรักษาดู
  • น้ำหนักเริ่มลดเมื่อไร ให้แจ้งทีมรักษาทันที ไม่ต้องรอนัด ตามคำแนะนำของ NCI
  • น้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติก็ต้องแจ้ง NCI ยกตัวอย่างน้ำหนักขึ้นราว 5 ปอนด์ (ราว 2.3 กิโลกรัม คำนวณ) ในสัปดาห์เดียว เพราะอาจเป็นน้ำคั่งหรือบวม ไม่ใช่เนื้อที่เพิ่มขึ้น

การดูแลผู้สูงอายุที่น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจอ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ และขั้นแรกเมื่อผู้สูงอายุเบื่ออาหารอยู่ที่ ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร เริ่มดูแลอย่างไร

เมื่อไรต้องพบนักกำหนดอาหาร

NCI แนะนำว่า ถ้าเริ่มเบื่ออาหาร ให้คุยกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหารวิชาชีพ และถ้าน้ำหนักเริ่มลดให้คุยทันที นักกำหนดอาหารช่วยทั้งผู้ป่วยและครอบครัววางแผนอาหาร คำนวณพลังงานและโปรตีน และปรับสูตรให้เข้ากับโรคร่วม

ควรขอพบโดยเฉพาะเมื่อ

  • กินได้น้อยกว่าปกติมากติดต่อกันหลายวัน
  • น้ำหนักลดต่อเนื่อง หรือเสื้อผ้าหลวมลงชัดเจน
  • มีโรคร่วมที่ต้องคุมอาหาร เช่น เบาหวาน โรคไต
  • เคี้ยวหรือกลืนลำบาก
  • ญาติไม่แน่ใจว่าอาหารแบบไหนปลอดภัยในช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ

ดูวิธีขอพบในโรงพยาบาลรัฐที่ เมื่อไรควรพบนักกำหนดอาหาร

อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ปัสสาวะออกน้อยมาก หรือหน้ามืด
  • สับสน ซึมลง หรือเป็นลม
  • หายใจลำบาก หรือเจ็บแน่นหน้าอก

ส่วนไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสหรือหนาวสั่นระหว่างรักษามะเร็ง ให้โทรแจ้งทีมรักษาทันที ถ้าติดต่อไม่ได้ให้ไปโรงพยาบาลทันที เพราะการติดเชื้อระหว่างรักษาอาจรุนแรงถึงชีวิต

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ฉายแสง ยามุ่งเป้า หรือยาอิมมูโนเทอราพี (immunotherapy) ห้ามกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้ เว้นแต่แพทย์ผู้รักษามะเร็งอนุญาต ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยารักษามะเร็ง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยรักษา ต้าน หรือกันการกลับมาของมะเร็ง และไม่ใช่อาหารทางการแพทย์ จึงไม่ได้ให้พลังงานหรือโปรตีนทดแทนมื้ออาหาร

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • สารสกัดขิง 20 มก. — NCCIH ระบุว่ายังไม่แน่ใจว่าขิงช่วยเพิ่มจากการรักษามาตรฐานในอาการคลื่นไส้จากเคมีบำบัด งานทดลองในผู้ป่วยมะเร็งที่พบผลบวกใช้ขิงวันละ 0.5–1.0 กรัม ร่วมกับยาแก้อาเจียนมาตรฐาน ซึ่งมากกว่าสารสกัดในแคปซูลราว 25–50 เท่าเมื่อเทียบตามน้ำหนัก (คำนวณ) ผงขิงกับสารสกัดเทียบตรงกันไม่ได้ทั้งหมด และฉลากไม่ได้ระบุปริมาณสารจินเจอรอล
  • วิตามินบี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) — งาน SWOG S0221 ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 1,134 คนที่ได้เคมีบำบัด พบว่าการใช้วิตามินบี 12 ทั้งก่อนและระหว่างเคมีบำบัดสัมพันธ์กับการรอดชีวิตที่แย่ลง และสารต้านอนุมูลอิสระสัมพันธ์กับการกลับเป็นซ้ำที่สูงขึ้นแบบก้ำกึ่งนัยสำคัญ งานนี้เป็นงานสังเกต พิสูจน์เหตุและผลไม่ได้ และบทคัดย่อไม่ได้ระบุขนาดที่ใช้
  • เควอซิทิน 50 มก. — MSKCC ระบุว่าด้วยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ อาจรบกวนการทำงานของยาเคมีบำบัดบางชนิด

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มความอยากอาหาร ช่วยให้น้ำหนักขึ้น หรือบรรเทาคลื่นไส้ และไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาแก้อาเจียน อาหารทางการแพทย์ หรือการพบนักกำหนดอาหาร

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้ที่เกล็ดเลือดต่ำ หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี ยาเคมีบำบัดชนิดกิน: ไพเพอรีนในพริกไทยดำเพิ่มระดับยาบางชนิด และขิงเพิ่มระดับยาทาโครลิมัสตามข้อมูลของ MSKCC
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น ยิ่งช่วงกินได้น้อยยิ่งต้องระวังน้ำตาลต่ำ
  • ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดี: MSKCC แนะนำให้เลี่ยงขิงชนิดเสริม
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วยมะเร็งเบื่ออาหาร กินไม่ลง ทำอย่างไรดี

NCI แนะนำให้กินมื้อเล็กทุก 2–3 ชั่วโมง ราววันละ 5–6 มื้อ กินอาหารโปรตีนก่อนตอนที่ยังอยากอาหาร ดื่มน้ำระหว่างมื้อแต่จิบน้อย ๆ ระหว่างกินข้าว ถ้ากินของแข็งไม่ลงให้ดื่มนมปั่นหรือซุปแทน และแจ้งแพทย์หรือนักกำหนดอาหารทันทีที่น้ำหนักเริ่มลด

อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เบื่ออาหารควรเป็นแบบไหน

เน้นอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนสูงในปริมาณน้อย เช่น โจ๊กตอกไข่ใส่หมูสับหรือปลา แกงจืดใส่เต้าหู้ นมปั่น ไข่ต้ม และต้องปรุงสุกสะอาด ผู้ที่มีเบาหวานหรือโรคไตร่วมด้วยควรให้นักกำหนดอาหารช่วยปรับ

ผู้ป่วยมะเร็งกินเอนชัวร์ได้ไหม

NCI แนะนำให้จิบเครื่องดื่มเสริมโภชนาการระหว่างมื้อเมื่อเบื่ออาหาร และยกตัวอย่างยี่ห้อที่ขายในสหรัฐ เช่น Ensure และ Boost แต่อาหารทางการแพทย์มีหลายสูตร ผู้ที่มีเบาหวาน โรคไต หรือโรคร่วมอื่น ควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารช่วยเลือกสูตรและปริมาณ

ทำไมผู้ป่วยมะเร็งกินอะไรก็ขม หรือมีรสโลหะ

NCI อธิบายว่ายาเคมีบำบัดบางชนิดทำให้มีรสขมแบบสารเคมีหรือรสโลหะในปาก และการฉายแสงเปลี่ยนการรับรสได้ ลองใช้ช้อนส้อมพลาสติก หมักอาหารหรือเพิ่มเครื่องเทศ เปลี่ยนจากเนื้อแดงเป็นไก่ ไข่ หรือปลา และแปรงฟันบ้วนปากก่อนกิน

ผู้ป่วยมะเร็งน้ำหนักลด ต้องบอกหมอเมื่อไร

NCI แนะนำให้แจ้งแพทย์หรือนักกำหนดอาหารทันทีที่น้ำหนักเริ่มลด ไม่ต้องรอนัด ส่วนน้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติ เช่น ราว 2.3 กิโลกรัมในสัปดาห์เดียว ก็ต้องแจ้ง เพราะอาจเป็นน้ำคั่ง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท