บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

เสริมภูมิคุ้มกันยังไง 8 ความเชื่อที่ได้ยินบ่อย อะไรจริง อะไรเกินจริง

คำตอบสั้น: สิ่งที่หน่วยงานสุขภาพแนะนำตรงกันเพื่อให้ร่างกายรับมือการติดเชื้อได้ดี คือ ฉีดวัคซีนตามวัย นอนให้พอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครบ ไม่สูบบุหรี่ ล้างมือบ่อย ส่วนความเชื่อยอดนิยมอย่างกินวิตามินซีขนาดสูงทุกวันหรือดื่มน้ำสมุนไพรเพื่อฆ่าเชื้อ ยังไม่มีหลักฐานในคนที่ชัดพอ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ภูมิคุ้มกันที่ดีคือทำงานพอดี ไม่ใช่ยิ่งสูงยิ่งดี
  • วิตามินซีไม่ได้ทำให้คนทั่วไปเป็นหวัดน้อยลง ตามงานรวม 29 งานที่ NCCIH อ้างถึง
  • ยังไม่มีหลักฐานในคนที่ชัดว่าน้ำขิง กระชาย หรือกระเทียม ฆ่าเชื้อหวัดในร่างกายได้
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นคำแนะนำของ MedlinePlus ส่วนการออกแรงหนักมากช่วงสั้น ๆ มีงานที่พบหวัดตามมาบ่อย
  • นอนพอและลดความเครียดมีงานวิจัยรองรับมากกว่าอาหารเสริมหลายตัว
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้งเป็นคำแนะนำหลักสำหรับผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง

ความเชื่อที่ 1: ภูมิคุ้มกันยิ่งสูงยิ่งดี

ไม่จริงทั้งหมด ระบบภูมิคุ้มกันต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือเชื้อโรค อะไรคือเนื้อเยื่อของตัวเอง ถ้าตอบสนองผิดทาง อาจเกิดโรคภูมิต้านตนเอง ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าเป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดแล้วโจมตีเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย

สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงเมื่ออายุมากขึ้นคือ ภูมิคุ้มกันตอบสนองช้าลง และวัคซีนอาจได้ผลน้อยลงหรือป้องกันได้สั้นลง ไม่ได้แปลว่าต้องกินอะไรเพิ่มเพื่อดันให้สูง แต่แปลว่าต้องดูแลพื้นฐานและฉีดวัคซีนให้ครบ

ภาพรวมว่าอาหารเสริมตัวไหนมีหลักฐานแค่ไหนอ่านได้ที่ อาหารเสริมภูมิคุ้มกันมีจริงไหม

ความเชื่อที่ 2: กินวิตามินซีขนาดสูงทุกวันกันหวัดได้

หลักฐานไม่รองรับสำหรับคนทั่วไป ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) อ้างการรวมงานวิจัย 29 งาน ผู้เข้าร่วมมากกว่า 11,000 คน พบว่าวิตามินซีไม่ได้ทำให้คนทั่วไปเป็นหวัดน้อยลง และทำให้หวัดสั้นลงเพียงเล็กน้อย

ถ้าเริ่มกินตอนเริ่มเป็นหวัดแล้ว ไม่พบว่าอาการสั้นลงหรือเบาลง

ส่วนขนาดสูงมีผลข้างเคียงได้ เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดท้อง การกินผักผลไม้ให้ได้ทุกวันจึงเป็นทางที่ปลอดภัยกว่า รายละเอียดอยู่ที่ วิตามินซีแก้หวัดได้จริงไหม

ความเชื่อที่ 3: น้ำขิง กระชาย กระเทียม ฆ่าเชื้อในร่างกายได้

ยังไม่มีหลักฐานในคนที่ชัดพอ ข่าวที่บอกว่าสมุนไพรฆ่าเชื้อได้ มักมาจากงานในหลอดทดลอง ซึ่งเอาสารเข้มข้นไปใส่กับเชื้อโดยตรง ต่างจากการกินเข้าไปที่ต้องผ่านการย่อย การดูดซึม และการเจือจางในเลือด

  • กระเทียม: NCCIH อ้างงานทบทวนปี 2014 ว่าหลักฐานไม่พอที่จะบอกว่ากระเทียมป้องกันหวัดหรือบรรเทาอาการได้ และกระเทียมอาจมีปฏิกิริยากับยาต้านการแข็งตัวของเลือด อ่านต่อที่ กินกระเทียมสกัดกับยาละลายลิ่มเลือดได้ไหม
  • ขิง: งานในคนของขิงส่วนใหญ่ศึกษาเรื่องคลื่นไส้ ไม่ใช่การฆ่าเชื้อหวัด
  • กระชาย: ความรู้พื้นฐานเรื่องพืชชนิดนี้และความต่างจากขิงอยู่ที่ กระชายคือพืชอะไร

น้ำขิงอุ่น ๆ ดื่มแล้วชุ่มคอ สบายตัว และช่วยให้ได้น้ำเพิ่มตอนป่วย ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่อย่าเข้าใจว่ามันใช้แทนการพักผ่อนหรือการไปพบแพทย์ได้

ความเชื่อที่ 4: ออกกำลังกายหนักทำให้ภูมิตก

ต้องแยกเป็นสองแบบ การออกกำลังกายสม่ำเสมอระดับพอดีเป็นหนึ่งในคำแนะนำของ MedlinePlus เพื่อลดผลจากภูมิคุ้มกันที่เปลี่ยนไปตามวัย

NCCIH เล่างานวิจัยปี 2012 ในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ที่แบ่งเป็นกลุ่มฝึกสมาธิ กลุ่มฝึกออกกำลังกาย และกลุ่มควบคุม พบว่ากลุ่มฝึกสมาธิมีการติดเชื้อทางเดินหายใจที่สั้นกว่าและเบากว่า ส่วน กลุ่มออกกำลังกายได้ประโยชน์บ้าง แต่น้อยกว่ากลุ่มสมาธิ

ส่วนการออกแรงหนักมากในช่วงสั้น ๆ มีข้อมูลจำกัด NCCIH ระบุว่านักวิ่งมาราธอนและนักสกีเป็นกลุ่มที่เจอความเครียดทางกายหนักมาก และงานเล็กในนักปั่นจักรยานชาย 40 คนพบว่ากลุ่มยาหลอก 9 ใน 20 คนเป็นหวัดภายใน 2 สัปดาห์หลังปั่นหนัก ข้อมูลนี้มาจากนักกีฬา ใช้กับคนทั่วไปที่เดินเร็ววันละครึ่งชั่วโมงไม่ได้

สำหรับผู้อายุ 50 ปีขึ้นไป แนวทางเริ่มออกกำลังกายอย่างปลอดภัยอยู่ที่ ออกกำลังกายในวัย 50+

ความเชื่อที่ 5: อาหารเสริมสำคัญกว่าการนอนและการคุมความเครียด

กลับกัน MedlinePlus ระบุวิธีช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี เช่น นอนให้พอ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง ดื่มน้ำให้พอ และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อไม่จำเป็น

งานที่ NCCIH เล่าในความเชื่อข้อ 4 ก็ชี้ไปทางเดียวกัน คือการฝึกสมาธิเพื่อลดความเครียด สัมพันธ์กับการติดเชื้อทางเดินหายใจที่สั้นและเบากว่า และขาดงานน้อยกว่ากลุ่มควบคุม

ถ้านอนวันละไม่กี่ชั่วโมง เครียดสะสม สูบบุหรี่ แล้วหวังพึ่งแคปซูลวันละเม็ด ก็เหมือนรั่วทางหนึ่งแล้วไปอุดอีกทาง อ่านเรื่องความเครียดกับการติดเชื้อต่อได้ที่ เครียดทำให้ภูมิตกจริงไหม

ข้อควรระวังเรื่องน้ำ: ดื่มน้ำให้พอ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตบางระยะ

ความเชื่อที่ 6: เป็นหวัดกินยาปฏิชีวนะแล้วจะหายเร็ว

ไม่จริง หวัดเกิดจากไวรัส MedlinePlus ระบุชัดว่า ยาปฏิชีวนะไม่ใช้รักษาหวัด และน้ำมูกที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวหลังผ่านไปไม่กี่วันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

การใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อไม่จำเป็นยังอยู่ในรายการสิ่งที่ MedlinePlus แนะนำให้หลีกเลี่ยงเพื่อดูแลภูมิคุ้มกันด้วย

หวัดส่วนใหญ่ดีขึ้นในราว 1 สัปดาห์ วิธีดูแลตัวเองและสัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์อยู่ที่ เป็นหวัดกี่วันหาย ดูแลตัวเองอย่างไร

ความเชื่อที่ 7: ไม่เคยป่วยหนัก ไม่ต้องฉีดวัคซีน

วัคซีนคือวิธีที่มีหลักฐานชัดกว่าอาหารเสริมทุกตัวในบทความนี้ NCCIH ระบุว่าการฉีดวัคซีนเป็นวิธีหลักในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ และไม่มีแนวทางเสริมใดแสดงว่าป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้

องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่าภูมิจากวัคซีนลดลงตามเวลา จึงแนะนำให้ฉีดทุกปี และแม้วัคซีนอาจได้ผลน้อยลงในผู้สูงอายุ แต่ทำให้ป่วยเบาลง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต

คำแนะนำในไทยจากสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (ฉบับ พ.ศ. 2566)

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง ช่วงที่เหมาะคือก่อนฤดูฝน (เมษายน–พฤษภาคม) แต่ฉีดได้ตลอดปี
  • กลุ่มที่ควรได้ก่อน ได้แก่ ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด โรคหัวใจ เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้แพ้ไข่ไม่รุนแรงฉีดได้
  • วัคซีนงูสวัดและนิวโมคอคคัสก็เป็นวัคซีนที่ผู้สูงอายุควรคุยกับแพทย์

โครงการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีของรัฐครอบคลุมผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปและกลุ่มเสี่ยง ช่วงเวลาและเงื่อนไขประกาศใหม่ทุกปี ให้สอบถามสถานพยาบาลใกล้บ้าน รายการวัคซีนตามวัยดูได้ที่ วัคซีนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ควรฉีดอะไรบ้าง

ความเชื่อที่ 8: ล้างมือกับปิดปากจมูกไม่ได้ช่วยอะไร

ช่วยได้ และทำได้ทันที WHO ระบุว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่แพร่ทางมือที่ปนเปื้อนได้ และแนะนำวิธีป้องกันนอกจากวัคซีน ได้แก่

  • ล้างมือและเช็ดมือให้แห้งเป็นประจำ
  • ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม แล้วทิ้งกระดาษทิชชูให้ถูกที่
  • หยุดอยู่บ้านเมื่อไม่สบาย
  • เลี่ยงการใกล้ชิดคนที่ป่วย
  • เลี่ยงการเอามือจับตา จมูก ปาก

MedlinePlus เพิ่มเติมว่าเจลล้างมือควรมีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% และควรทำความสะอาดจุดที่จับบ่อย เช่น ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ

สรุปเป็นเช็คลิสต์ที่ทำได้เลย

แทนที่จะถามว่ากินอะไรดี ลองเช็คสิ่งเหล่านี้ก่อน ทุกข้อมาจากคำแนะนำของ MedlinePlus WHO หรือสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย

  1. วัคซีน: ปีนี้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วหรือยัง เคยคุยกับแพทย์เรื่องวัคซีนนิวโมคอคคัสและงูสวัดหรือยัง
  2. การนอน: นอนพอจนตื่นมาสดชื่นไหม ถ้านอนกรนดังหรือตื่นกลางดึกบ่อย ควรปรึกษาแพทย์
  3. การขยับตัว: ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามที่ร่างกายไหว ผู้มีโรคหัวใจหรือข้อเข่าควรถามแพทย์ก่อนเพิ่มความหนัก
  4. อาหาร: กินครบ 5 หมู่ มีผักผลไม้ทุกวัน
  5. บุหรี่และแอลกอฮอล์: ไม่สูบ เลี่ยงควันบุหรี่มือสอง และจำกัดการดื่ม
  6. มือ: ล้างมือก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังสั่งน้ำมูก
  7. เมื่อป่วย: พักอยู่บ้าน ปิดปากจมูกเวลาไอจาม และไม่ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง

ถ้าทำครบทุกข้อแล้วยังป่วยบ่อยผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เช่น เบาหวานที่คุมไม่ได้ หรือยาที่กดภูมิคุ้มกัน มากกว่าจะเพิ่มอาหารเสริมอีกตัว

เมื่อไรต้องไปพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์ถ้าหวัดไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลัง 7–10 วัน ผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังที่มีไข้สูงควรพบแพทย์เร็ว เพราะเสี่ยงต่อไข้หวัดใหญ่รุนแรงมากกว่าคนทั่วไป

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • สับสน หรือซึมลงผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ไข้ 40.6 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • สารสกัดขิง 20 มก. — งานในคนของขิงส่วนใหญ่ศึกษาเรื่องคลื่นไส้ ไม่ใช่หวัด NCCIH ระบุว่ายังไม่แน่ใจว่าขิงช่วยคลื่นไส้จากเคมีบำบัดเพิ่มจากการรักษามาตรฐานหรือไม่ งานที่พบผลใช้ขิงวันละ 0.5–1.5 กรัม ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่าราว 25–75 เท่า (เทียบตามน้ำหนัก ผงกับสารสกัดต่างกัน) ไม่พบงานในคนที่ศึกษาสารสกัดขิงปริมาณนี้กับหวัด
  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) — หลักฐานเรื่องหวัดปนกัน การวิเคราะห์รวม 13 งานพบผลบวกแต่ผลแต่ละงานต่างกันมาก งานทดลอง 299 คนที่ใช้วันละ 900 มก. ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัด และงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีที่ใช้วันละ 250 มก. ความต่างไม่มีนัยสำคัญ ไม่พบงานวิจัยที่ใช้ชื่อวัตถุดิบ Immuneo Plus™ ในฐานข้อมูล PubMed ผลของงานที่ใช้วัตถุดิบเบต้ากลูแคนตัวอื่นจึงนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์นี้โดยตรงไม่ได้

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ป่วยน้อยลง หายป่วยเร็วขึ้น หรือใช้แทนวัคซีน การนอน และการออกกำลังกายได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน MSKCC แนะนำให้หยุดขิงเสริม 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน และ MSKCC ระบุว่าขิงอาจเพิ่มระดับยา tacrolimus
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดี: MSKCC ระบุให้ระวังขิงเสริม
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

เสริมภูมิคุ้มกันควรทำอย่างไร

สิ่งที่ MedlinePlus และ WHO แนะนำ ได้แก่ ฉีดวัคซีนตามวัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง นอนให้พอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่สูบบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ และล้างมือบ่อย สิ่งเหล่านี้มีหลักฐานชัดกว่าอาหารเสริม

วิตามินซีช่วยเสริมภูมิคุ้มกันกันหวัดได้ไหม

การรวมงานวิจัย 29 งาน มากกว่า 11,000 คน ที่ NCCIH อ้างถึง พบว่าวิตามินซีไม่ได้ทำให้คนทั่วไปเป็นหวัดน้อยลง ทำให้หวัดสั้นลงเพียงเล็กน้อย และถ้าเริ่มกินหลังมีอาการแล้วไม่พบว่าช่วย ข้อยกเว้นคือคนที่ออกแรงหนักมากช่วงสั้น ๆ เช่น นักวิ่งมาราธอน

น้ำขิง กระเทียม ฆ่าเชื้อหวัดได้จริงไหม

ยังไม่มีหลักฐานในคนที่ชัดพอ NCCIH อ้างงานทบทวนปี 2014 ว่าหลักฐานไม่พอจะบอกว่ากระเทียมป้องกันหวัดหรือบรรเทาอาการได้ งานในหลอดทดลองที่เอาสารไปใส่กับเชื้อโดยตรงใช้สรุปผลในคนไม่ได้ น้ำขิงอุ่นดื่มแล้วสบายคอได้ แต่ไม่ใช้แทนการพักผ่อนหรือการพบแพทย์

ออกกำลังกายหนักทำให้ภูมิตกจริงไหม

การออกกำลังกายสม่ำเสมอระดับพอดีเป็นคำแนะนำของ MedlinePlus ส่วนข้อมูลที่พบหวัดตามหลังการออกแรงหนักมากมาจากนักกีฬา เช่น นักวิ่งมาราธอนและนักปั่นจักรยาน ใช้กับคนทั่วไปที่ออกกำลังกายพอประมาณไม่ได้

เป็นหวัดต้องกินยาปฏิชีวนะไหม

ไม่ต้อง หวัดเกิดจากไวรัส MedlinePlus ระบุว่ายาปฏิชีวนะไม่ใช้รักษาหวัด และน้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวเป็นเรื่องปกติ ควรพบแพทย์ถ้าอาการแย่ลงหรือไม่ดีขึ้นใน 7–10 วัน หรือหายใจลำบาก

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท