เกี่ยวกับ Beta Oil
อ้วนลงพุงอันตรายไหม ไขมันในช่องท้องต่างจากไขมันใต้ผิวหนังอย่างไร
คำตอบสั้น: อ้วนลงพุงอันตรายกว่าไขมันส่วนเกินที่อื่นของร่างกาย สถาบันหัวใจ ปอด และเลือดของสหรัฐฯ (NHLBI) ระบุว่าไขมันที่หน้าท้องเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าไขมันส่วนอื่น สาเหตุหลักคือไขมันที่สะสมอยู่ในช่องท้องรอบอวัยวะภายใน ไม่ใช่ไขมันใต้ผิวหนังที่หยิบได้ สมาคมหัวใจอเมริกัน (AHA) สรุปว่า รอบเอวที่เกินเกณฑ์บอกความเสี่ยงโรคหัวใจได้ แม้น้ำหนักตัวหรือ BMI จะปกติ ข่าวดีคือรอบเอววัดเองได้ที่บ้าน และเป็นจุดเริ่มที่ดีในการตรวจหาโรคที่มักมาด้วยกัน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ไขมันหน้าท้องมี 2 ชั้น คือไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันในช่องท้อง (visceral fat) ซึ่งเกี่ยวกับโรคหัวใจและเบาหวานมากกว่า
- NHLBI อธิบายว่าเซลล์ไขมันโดยเฉพาะที่ท้อง เพิ่มกรดไขมันอิสระในเลือด และทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบมากขึ้น
- เกณฑ์รอบเอวที่ใช้ในไทย: ไม่เกินส่วนสูง (ซม.) หาร 2 หรือชายไม่ถึง 90 ซม. หญิงไม่ถึง 80 ซม.
- คนน้ำหนักปกติแต่รอบเอวเกินก็เสี่ยงได้ ตามข้อสรุปของ AHA
- รอบเอวเกินควรตรวจความดัน น้ำตาล ไขมันในเลือด และถามแพทย์เรื่องไขมันพอกตับ
ไขมันในช่องท้องกับไขมันใต้ผิวหนัง ต่างกันอย่างไร
ไขมันหน้าท้องไม่ได้มีชนิดเดียว ชั้นแรกคือไขมันใต้ผิวหนัง เป็นส่วนที่บีบหรือหยิบได้ ชั้นที่สองคือไขมันในช่องท้อง ที่อยู่ลึกลงไปรอบลำไส้ ตับ และอวัยวะภายใน
AHA อธิบายในแถลงการณ์เรื่องโรคอ้วนกับโรคหัวใจ ปี 2564 ว่า ที่ปริมาณไขมันรวมในร่างกายเท่ากัน คนแต่ละคนมีไขมันในช่องท้องต่างกันได้ 2–3 เท่า และคนที่มีไขมันในช่องท้องมาก เป็นกลุ่มที่เสี่ยงโรคหัวใจสูงที่สุด ไม่ว่า BMI จะเท่าไร
AHA ยังกล่าวถึงไขมันที่ไปสะสมผิดที่ (ectopic fat) เช่น ในตับ ตับอ่อน หัวใจ และกล้ามเนื้อ ไขมันพอกตับจึงเป็นเรื่องเดียวกันกับอ้วนลงพุงในหลายคน
ไขมันในช่องท้องปล่อยสารอะไรที่ทำร้ายหลอดเลือด
ไขมันไม่ได้เป็นแค่ก้อนเก็บพลังงานเฉย ๆ NHLBI อธิบายกลไกไว้ 2 ข้อ
- เซลล์ไขมัน โดยเฉพาะที่หน้าท้อง เพิ่มระดับ กรดไขมันอิสระ (free fatty acids) ในเลือด
- เซลล์ภูมิคุ้มกันกระตุ้นให้เซลล์ไขมันส่วนเกินสร้างสารที่ทำให้ร่างกาย อักเสบ มากขึ้น
AHA เสริมว่าไขมันในช่องท้องส่งเสริมการอักเสบทั้งร่างกายและในผนังหลอดเลือด ซึ่งเกี่ยวกับทุกขั้นของหลอดเลือดแดงแข็ง ตั้งแต่เริ่มมีคราบไขมันจนถึงเกิดลิ่มเลือด การอักเสบยังทำให้ LDL (ไขมันตัวร้าย) ถูกออกซิไดซ์ง่ายขึ้น และร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น
อ้วนลงพุงเกี่ยวกับไขมันพอกตับ เบาหวาน และความดันอย่างไร
รอบเอวใหญ่คือหนึ่งในเกณฑ์ของกลุ่มอาการเมตาบอลิก NHLBI นิยามกลุ่มอาการนี้ว่าเป็นกลุ่มภาวะที่รวมกันแล้วเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน และสโตรก ประกอบด้วย 5 ข้อ
- รอบเอวใหญ่ (อ้วนลงพุง)
- ความดันสูง
- น้ำตาลในเลือดสูง
- ไตรกลีเซอไรด์สูง
- HDL (ไขมันตัวดี) ต่ำ
NHLBI ระบุว่าผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ราว 1 ใน 3 มีภาวะนี้ เกณฑ์ตัวเลขแต่ละข้อและวิธีอ่านผลตรวจ อ่านต่อได้ที่ ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมคืออะไร
ส่วนตับ แนวทางเวชปฏิบัติโรคไขมันพอกตับของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 ใช้รอบเอวตามเกณฑ์เอเชียเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิกของโรคนี้ ทำความเข้าใจโรคได้ที่ ไขมันพอกตับคืออะไร และถ้าเป็นหลายโรคพร้อมกัน อ่าน ความดัน ไขมัน เบาหวาน เป็นพร้อมกัน
รอบเอวเท่าไรถึงเรียกว่าอ้วนลงพุง
ใช้ได้ 2 แบบ เลือกแบบใดแบบหนึ่ง
- กรมควบคุมโรค: รอบเอวไม่ควรเกินส่วนสูง (เซนติเมตร) หาร 2 วัดผ่านสะดือ เช่น สูง 160 ซม. รอบเอวไม่ควรเกิน 80 ซม.
- เกณฑ์เอเชียในแนวทางไขมันพอกตับไทย 2569: ชายตั้งแต่ 90 ซม. หญิงตั้งแต่ 80 ซม. ถือว่าเกิน
วัดตอนเช้าก่อนกินอาหาร ยืนตรง หายใจออกตามปกติ ไม่แขม่วท้อง รายละเอียดวิธีวัดอยู่ใน รอบเอวไม่ควรเกินเท่าไหร่
คนผอมแต่ลงพุง เสี่ยงเท่าคนอ้วนไหม
เสี่ยงได้ แม้ตาชั่งจะบอกว่าน้ำหนักปกติ AHA ระบุว่า รอบเอวที่สูงแม้ในคนน้ำหนักปกติ อาจเผยความเสี่ยงโรคหัวใจที่ซ่อนอยู่ และในทุกระดับ BMI คนที่มีไขมันส่วนกลางลำตัวมากกว่า มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและการเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงกว่า รวมถึงคนที่ BMI ปกติ
บางคนแขนขาเล็กแต่พุงยื่น และคิดว่าตัวเองไม่อ้วนจึงไม่ไปตรวจ การวัดรอบเอวช่วยให้รู้ว่าควรตรวจเพิ่มหรือไม่ อ่านเพิ่มที่ ไขมันพอกตับ คนผอมเป็นได้ไหม
ความเชื่อที่พบบ่อย: พุงแข็งคือไขมันในช่องท้อง พุงนิ่มคือไขมันใต้ผิวหนัง จริงไหม
ใช้มือคลำแยกให้แน่นอนไม่ได้ แถลงการณ์ร่วมของสมาคมหลอดเลือดแดงแข็งนานาชาติ (IAS) ปี 2562 ระบุว่าไขมันในช่องท้องวัดได้แม่นยำด้วย CT หรือ MRI ซึ่งไม่ได้ใช้ตรวจทั่วไป ในชีวิตจริงแพทย์จึงใช้รอบเอวเป็นตัวแทน เพราะ AHA ยืนยันว่ารอบเอวบอกความเสี่ยงได้แยกจาก BMI
พุงที่แข็งตึงยังอาจเกิดจากเรื่องอื่นได้ เช่น ท้องอืด หรือมีน้ำในช่องท้อง ถ้าพุงโตเร็วผิดปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์
ไขมันในช่องท้องลดเร็วกว่าไขมันใต้ผิวจริงไหม
ยังไม่มีข้อสรุปเป็นตัวเลขเรื่อง "เร็วกว่า" ในแหล่งที่เราตรวจ แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจ AHA สรุปว่าการทดลองแบบสุ่มพบว่าการออกกำลังกาย (ส่วนใหญ่สัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง นาน 12–52 สัปดาห์) ลดไขมันในช่องท้องได้เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ออกกำลัง และงานรวมผลพบว่า ไขมันในช่องท้องลดลงราว 6.1% แม้น้ำหนักตัวไม่ลด อย่างไรก็ตาม บางงานก็ไม่พบความต่าง
ความหมายในทางปฏิบัติคือ อย่าดูแต่ตาชั่ง ให้วัดรอบเอวควบคู่ไปด้วย
รอบเอวเกินเกณฑ์ ควรตรวจอะไรบ้าง
ตรวจหาโรคที่มักมาพร้อมพุง ตามองค์ประกอบของกลุ่มอาการเมตาบอลิก
- วัดความดันโลหิต
- ตรวจน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร หรือ HbA1c (น้ำตาลสะสม)
- ตรวจไขมันในเลือดครบชุด (คอเลสเตอรอล LDL HDL ไตรกลีเซอไรด์) ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูง อ่านสาเหตุได้ที่ ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร
- ถามแพทย์ว่าควรประเมินไขมันพอกตับหรือไม่ เช่น ค่าเอนไซม์ตับหรืออัลตราซาวนด์
เมื่อได้ผลแล้ว แพทย์อาจประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจรวม ดูวิธีได้ที่ Thai CV Risk Score โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งมีการตรวจสุขภาพตามสิทธิ ถามได้ที่ห้องบัตรหรือ รพ.สต. ใกล้บ้าน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ไม่พบงานวิจัยในคนที่ศึกษาส่วนประกอบเหล่านี้กับไขมันในช่องท้องโดยตรง สิ่งที่มีคือหลักฐานเรื่องไขมันในเลือดและไขมันพอกตับ ซึ่งใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลมาก
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวมการทดลอง 7 งานในผู้ป่วยไขมันพอกตับ (515 คน) พบว่ารอบเอวไม่ต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบ (−0.23 ซม. ไม่มีนัยสำคัญ) และค่าเอนไซม์ตับก็ไม่ต่าง
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวมผลการทดลองในคนพบว่าเมื่อใช้เป็นน้ำมันหลักแทนไขมันอื่น LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.4 มก./ดล. ปริมาณที่ศึกษาคือน้ำมันปรุงอาหารทั้งวัน (หลายสิบกรัม) ในแคปซูลมี 0.2 กรัม
- น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ใช้น้ำมันรำข้าววันละ 30 มิลลิลิตรปรุงอาหาร 3 มื้อ ในผู้มีไขมันสูง ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่าหลายร้อยเท่า
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — งานที่พบผลต่อ LDL ใช้วันละ 1.5–3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 750–1,500 เท่า คำนวณ) และงานทบทวนรวมไม่พบผลต่อน้ำหนักตัว
ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้พุงหรือรอบเอวลดลง สิ่งที่มีหลักฐานคือการปรับอาหาร การออกกำลังกาย และการรักษาโรคร่วมตามแพทย์ ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
อ้วนลงพุงอันตรายไหม
อันตรายกว่าไขมันส่วนเกินที่อื่น NHLBI ระบุว่าไขมันที่หน้าท้องเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าไขมันส่วนอื่นของร่างกาย และรอบเอวใหญ่เป็นหนึ่งในเกณฑ์ของกลุ่มอาการเมตาบอลิก
ไขมันในช่องท้องกับไขมันใต้ผิวหนังต่างกันอย่างไร
ไขมันใต้ผิวหนังคือส่วนที่หยิบได้ ส่วนไขมันในช่องท้องอยู่ลึกรอบอวัยวะภายใน AHA สรุปว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงโรคหัวใจที่แยกจากน้ำหนักตัว
ผอมแต่ลงพุงเสี่ยงโรคไหม
เสี่ยงได้ AHA ระบุว่ารอบเอวสูงแม้ในคนน้ำหนักปกติอาจบอกความเสี่ยงโรคหัวใจที่ซ่อนอยู่ ควรวัดรอบเอวควบคู่กับการชั่งน้ำหนัก
รอบเอวเท่าไรถึงเรียกว่าลงพุง
กรมควบคุมโรคแนะนำว่ารอบเอวไม่ควรเกินส่วนสูงหาร 2 หรือใช้เกณฑ์เอเชีย ชายตั้งแต่ 90 ซม. หญิงตั้งแต่ 80 ซม. ถือว่าเกิน
รอบเอวเกินควรตรวจอะไร
ควรวัดความดัน ตรวจน้ำตาลในเลือด ตรวจไขมันครบชุด และปรึกษาแพทย์เรื่องการประเมินไขมันพอกตับ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Metabolic Syndrome: Causes and Risk FactorsNational Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI), NIH
- Obesity and Cardiovascular Disease: A Scientific Statement From the American Heart Association (2021)Circulation (PMC)
- Visceral and ectopic fat, atherosclerosis, and cardiometabolic disease: a position statement (2019)Lancet Diabetes Endocrinol (PubMed)
- Know Your Numbers & Know Your Risks รู้ตัวเลข รู้ความเสี่ยงสุขภาพกรมควบคุมโรค
- แนวทางเวชปฏิบัติ MASLD ประเทศไทย พ.ศ. 2569สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
หัวใจวายกับหัวใจล้มเหลวต่างกันไหม หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร
หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร ต่างจากหัวใจล้มเหลวและหัวใจหยุดเต้นอย่างไร คราบไขมันแตกจนลิ่มเลือดอุดตัน อาการเตือน และทำไมต้องถึงโรงพยาบาลเร็ว
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินหรืออาหารเสริมบำรุงหัวใจได้ไหม
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินอะไรได้ไหม หลักฐาน CoQ10 วิตามินอี น้ำมันปลา ยาแก้ปวด NSAIDs อาร์จินีนขนาดสูง อาหารเสริมกับยาวาร์ฟาริน และวิธีนำไปให้แพทย์ดู
หัวใจโตเกิดจากอะไร อันตรายไหม รักษาหายได้หรือเปล่า
หัวใจโตเกิดจากอะไร ศิริราชระบุกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่า 90% มาจากความดันสูง เอกซเรย์ต่างจากคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจอย่างไร คุมความดันแล้วกลับปกติไหม
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร เกลือวันละเท่าไร ดื่มน้ำได้แค่ไหน
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร ทำไมต้องคุมโซเดียม MedlinePlus ให้กรอบ 1,500–2,300 มก./วัน ต้องจำกัดน้ำทุกคนไหม เกลือทดแทนกับยาขับปัสสาวะ ชั่งน้ำหนักทุกเช้า เหล้า
