บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

ไขมันพอกตับ คนผอมเป็นได้ไหม ทำไมน้ำหนักปกติก็ตรวจเจอ

คำตอบสั้น: คนผอมเป็นไขมันพอกตับได้ แนวทางของสมาคมโรคตับสหรัฐ (AASLD) ระบุว่าความชุกในคนน้ำหนักไม่เกิน (คนเอเชียใช้ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 23) สูงได้ถึงราวร้อยละ 19 ในการศึกษาในเอเชีย คนกลุ่มนี้มักมี ภาวะดื้ออินซูลิน ไขมันสะสมในช่องท้อง และกล้ามเนื้อน้อย แม้น้ำหนักดูปกติ บางคนเกิดจากแอลกอฮอล์ พันธุกรรม หรือยาบางชนิด การดูแลเน้นอาหารและการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ มากกว่าการพยายามลดน้ำหนักมาก ๆ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • คนเอเชียใช้เกณฑ์ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 23 เป็นกลุ่มน้ำหนักไม่เกิน
  • สาเหตุสำคัญคือดื้ออินซูลิน ไขมันในช่องท้อง กล้ามเนื้อน้อย แอลกอฮอล์ และพันธุกรรม
  • แนวทางไทยระบุว่าคนกลุ่มนี้ลดน้ำหนักเพียงร้อยละ 3–5 ก็ช่วยลดไขมันและการอักเสบในตับได้
  • ต้องตรวจน้ำตาล ไขมัน ความดัน และประเมินพังผืดเหมือนคนน้ำหนักเกิน
  • ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ทำให้เกิดไขมันพอกตับได้ แต่ห้ามหยุดยาเอง

คนผอมเป็นไขมันพอกตับได้อย่างไร

น้ำหนักตัวบอกไม่หมดว่าไขมันอยู่ตรงไหน AASLD พ.ศ. 2566 อธิบายว่าเมื่อเทียบกับคนสุขภาพดี คนผอมที่เป็นไขมันพอกตับมี

  • ภาวะดื้ออินซูลินมากกว่า และมีโรคเมแทบอลิกร่วมมากกว่า
  • ไขมันสะสมในช่องท้อง (ไขมันรอบอวัยวะภายใน) มากกว่า
  • มวลกล้ามเนื้อน้อยกว่า

AASLD ระบุเพิ่มว่าการดื่มแอลกอฮอล์และความเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้อาจมีส่วนร่วม และ พันธุกรรมน่าจะมีบทบาทสำคัญ คนผอมที่เป็นโรคนี้พบบ่อยในคนเชื้อสายเอเชียและฮิสแปนิก ส่วนหนึ่งเพราะพบยีน PNPLA3 แบบที่เสี่ยงบ่อยกว่า แต่ AASLD ยังไม่แนะนำให้ตรวจยีน เพราะไม่ได้เปลี่ยนการรักษา

แนวทางของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 ก็ระบุว่าไขมันสะสมในช่องท้องร่วมกับภาวะดื้ออินซูลินมีบทบาทเร่งโรค และการกินฟรุกโตส (น้ำตาลในน้ำหวาน น้ำผลไม้ ขนมหวาน) กับแอลกอฮอล์มีผลเสีย

ตัวอย่างคนไทยที่เข้าข่าย เช่น แขนขาเล็กแต่มีพุง กินข้าวเหนียวกับของหวานเป็นประจำ ดื่มชาไข่มุกหรือกาแฟเย็นหวานทุกวัน นั่งทำงานทั้งวัน หรือดื่มเบียร์ทุกเย็นแม้ไม่อ้วน

MASLD คืออะไร ทำไมเปลี่ยนชื่อจาก NAFLD

ชื่อเดิม NAFLD แปลว่า "ไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์" ต่อมาสมาคมโรคตับนานาชาติร่วมกันเปลี่ยนเป็น MASLD แปลว่า "โรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึม" เหตุผลที่เปลี่ยน คือ

  • เรียกโรคตามสาเหตุหลัก (เมแทบอลิซึม) แทนการบอกว่า "ไม่ใช่อะไร"
  • ลดการตีตรา เพราะคำเดิมทำให้คนถูกมองเรื่องการดื่ม
  • ตับอักเสบจากไขมันเปลี่ยนชื่อจาก NASH เป็น MASH
  • คนที่มีปัจจัยเมแทบอลิกและดื่มแอลกอฮอล์ปานกลางร่วมด้วย เรียกว่า MetALD

แนวทางไทย พ.ศ. 2569 วินิจฉัย MASLD เมื่อ พบไขมันในตับจากภาพถ่ายหรือชิ้นเนื้อ ร่วมกับ ปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 ใน 5 ข้อ ได้แก่

  1. เบาหวาน หรือน้ำตาลขณะอดอาหารมากกว่า 100 มก./ดล. หรือ HbA1c มากกว่า 5.7% หรือได้ยาอยู่
  2. ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23 ขึ้นไป หรือรอบเอวมากกว่า 90 ซม. (ชาย) 80 ซม. (หญิง)
  3. ความดันมากกว่า 130/85 หรือได้ยาอยู่
  4. ไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 150 มก./ดล. หรือได้ยาอยู่
  5. HDL น้อยกว่า 40 (ชาย) 50 (หญิง) มก./ดล. หรือได้ยาอยู่

สังเกตว่า รอบเอว อยู่ในเกณฑ์ข้อ 2 คนที่น้ำหนักปกติแต่รอบเอวเกินจึงเข้าเกณฑ์ได้

คนผอมที่เป็นไขมันพอกตับ อันตรายกว่าคนอ้วนไหม

ข้อมูลยังไม่ชัดพอจะสรุปว่าอันตรายกว่า AASLD ระบุว่าผลชิ้นเนื้อตับตอนเริ่มต้นของคนผอม มักไม่รุนแรงเท่า คนน้ำหนักเกิน แต่ไม่ได้แปลว่าปล่อยได้ เพราะแนวทางไทยให้ประเมินพังผืดด้วยค่า FIB-4 ในผู้ป่วยทุกคน ไม่ได้แยกตามน้ำหนัก

ปัญหาที่พบบ่อยกว่าในคนผอมคือ ถูกมองข้าม เพราะคนรอบตัวและตัวเองคิดว่าไม่น่าเป็น จึงไม่ได้ตรวจหรือไม่ได้ปรับพฤติกรรม

ยาและโรคอื่นที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับ

ถ้าคนผอมเป็นไขมันพอกตับ แพทย์มักหาสาเหตุอื่นด้วย ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ระบุสาเหตุ เช่น

  • การดื่มสุรา
  • ไวรัสตับอักเสบบีและซี และโรคตับจากภูมิคุ้มกัน
  • ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ (เพรดนิโซโลน) อะมิโอดาโรน (ยาหัวใจเต้นผิดจังหวะ) ทาม็อกซิเฟน (ยามะเร็งเต้านม) เมโทเทรกเซต ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาปฏิชีวนะและยาต้านไวรัสบางชนิด
  • การขาดอาหาร

AASLD เพิ่มว่าในบางคนควรนึกถึงโรคทางพันธุกรรมที่พบน้อย และ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงตามที่แนวทางไทยระบุ

ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเองเพราะกลัวไขมันพอกตับ ยาหลายตัวในรายการนี้จำเป็นต่อชีวิต ให้นำรายการยาทั้งหมดไปคุยกับแพทย์

คนผอมควรลดน้ำหนักไหม หรือต้องทำอะไรแทน

AASLD ระบุว่า การแนะนำให้ลดน้ำหนักอาจไม่เหมาะกับคนผอม แต่การปรับอาหารและการออกกำลังกายน่าจะมีประโยชน์

แนวทางไทย พ.ศ. 2569 ให้รายละเอียดว่า คนที่ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 23 ลดน้ำหนักเพียงร้อยละ 3–5 ก็ช่วยลดไขมันและการอักเสบในตับได้ และควรเน้น

  • ลดน้ำตาลและฟรุกโตส เช่น น้ำหวาน ชาเย็น กาแฟเย็นใส่นมข้นหวาน น้ำผลไม้กล่อง
  • ลดอาหารแปรรูปและไขมันอิ่มตัว เช่น ไส้กรอก หมูยอ ของทอดน้ำมันปาล์ม
  • เพิ่มผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และไขมันไม่อิ่มตัว
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อและลดไขมันในช่องท้อง โดยเฉพาะแบบแรงต้าน (รายละเอียดใน ไขมันพอกตับ ออกกำลังกายแบบไหนดี)
  • หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักเร็วหรือมากเกินไป เพราะอาจขาดสารอาหารหรือเสียกล้ามเนื้อ

ผู้สูงอายุที่ผอมควรได้โปรตีนพอเพื่อรักษากล้ามเนื้อ อ่านต่อที่ ผู้สูงอายุควรกินโปรตีนวันละเท่าไร

คนผอมควรตรวจน้ำตาลและไขมันในเลือดด้วยไหม

ควรตรวจ เพราะตามเกณฑ์ MASLD โรคนี้ผูกกับปัจจัยเมแทบอลิก และ AASLD ระบุว่าคนผอมที่เป็นโรคนี้มีภาวะดื้ออินซูลินและโรคเมแทบอลิกร่วมมากกว่าคนทั่วไป แนวทางไทยแนะนำให้ผู้ป่วยทุกคน ได้รับการประเมินและดูแลปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

สิ่งที่ควรถามแพทย์เรื่องการตรวจ

  • น้ำตาลขณะอดอาหาร และ HbA1c (บอกภาวะก่อนเบาหวาน)
  • ไขมันในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ HDL LDL
  • ความดันโลหิต และรอบเอว
  • ไวรัสตับอักเสบบีและซี ถ้ายังไม่เคยตรวจ

ถ้าน้ำตาลเริ่มสูงแต่ยังไม่ถึงเบาหวาน อ่านที่ ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร และภาพรวมของโรคอ่านที่ ไขมันพอกตับคืออะไร

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องไขมันพอกตับในคนผอม

ได้ยินว่าผอมแล้วกินอะไรก็ได้ ตับไม่เป็นอะไร จริงไหม ไม่จริง ตับรับผลจากน้ำตาล ฟรุกโตส และแอลกอฮอล์ ไม่ว่าน้ำหนักจะเป็นเท่าไร

ได้ยินว่าคนผอมต้องอดอาหารให้ผอมลงอีก จริงไหม ไม่จริง แนวทางไทยเตือนว่าการลดเร็วอาจทำให้เสียกล้ามเนื้อ ซึ่งกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน การเปลี่ยนอาหารและเพิ่มกล้ามเนื้อจึงสำคัญกว่าตัวเลขบนตาชั่ง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า) ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้

  • โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. (คิดเป็นตัวโคลีนราว 49 มก. เป็นค่าคำนวณจากฉลาก) — โคลีนเป็นสารอาหารจำเป็น งานทดลองในคนที่ให้อาสาสมัคร 57 คนกินอาหารที่แทบไม่มีโคลีน (น้อยกว่า 50 มก. ต่อวัน) พบว่าหลายคนเกิดไขมันพอกตับหรือกล้ามเนื้อเสียหาย และกลับเป็นปกติเมื่อเติมโคลีนคืน แต่งานนี้ศึกษาภาวะ "ขาด" โคลีน ไม่ได้พิสูจน์ว่าการเสริมโคลีนช่วยไขมันพอกตับที่เกิดจากน้ำหนักเกินหรือเบาหวาน ปริมาณในเม็ดราว 1 ใน 10 ของค่าแนะนำต่อวัน (ผู้ชาย 550 มก. ผู้หญิง 425 มก. ตามข้อมูล Linus Pauling Institute)
  • แอล-ลิวซีน 20 มก. แอล-ไอโซลิวซีน 10 มก. แอล-วาลีน 10 มก. (รวมกรดอะมิโนโซ่กิ่งหรือ BCAA 40 มก. เป็นค่าคำนวณ) — เป็นปริมาณเล็กน้อย BCAA ที่ใช้ทางการแพทย์ในผู้ป่วยตับแข็งระยะลุกลามใช้ระดับกรัมต่อวันภายใต้การดูแลของแพทย์ (แนวทาง ESPEN 0.25 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน) ห่างจากปริมาณในเม็ดราว 375 เท่า (ค่าคำนวณสำหรับคนหนัก 60 กก.) จึงนำผลงานเหล่านั้นมาใช้กับเม็ดนี้ไม่ได้

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใช้แทนการปรับอาหาร การฝึกกล้ามเนื้อ และการตรวจหาสาเหตุไม่ได้ ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ไขมันในตับ ค่าตับ หรือมวลกล้ามเนื้อเปลี่ยนแปลง

ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบและตับวาย คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ส่วนประกอบมีสารสกัดขมิ้นชัน ซึ่งงานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว ผู้ที่มีนิ่วหรือโรคท่อน้ำดีต้องถามแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (ถั่วนัตโตะเป็นแหล่งวิตามินเค 2 ที่อาจรบกวนวาร์ฟาริน และฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนรับประทานเสมอ
  • ผู้มีค่าตับสูง ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับอื่น: ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อน เพราะ NIDDK ระบุว่าสมุนไพรบางชนิดทำลายตับได้ และเครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

คนผอมเป็นไขมันพอกตับได้ไหม

เป็นได้ AASLD ระบุว่าความชุกในคนน้ำหนักไม่เกินสูงได้ถึงราวร้อยละ 19 ในการศึกษาในเอเชีย มักมีภาวะดื้ออินซูลิน ไขมันในช่องท้อง และกล้ามเนื้อน้อย

MASLD กับ NAFLD ต่างกันอย่างไร

เป็นโรคกลุ่มเดียวกันที่เปลี่ยนชื่อ MASLD เรียกตามสาเหตุหลักคือความผิดปกติของเมแทบอลิซึม ต้องมีไขมันในตับร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 ข้อ และช่วยลดการตีตรา

คนผอมเป็นไขมันพอกตับต้องลดน้ำหนักไหม

แนวทางไทยระบุว่าลดเพียงร้อยละ 3–5 ก็ช่วยได้ แต่ควรเน้นลดน้ำตาล อาหารแปรรูป และออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อ หลีกเลี่ยงการลดเร็วจนเสียกล้ามเนื้อ

ยาอะไรทำให้เกิดไขมันพอกตับได้

เช่น สเตียรอยด์ อะมิโอดาโรน ทาม็อกซิเฟน เมโทเทรกเซต และยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัสบางชนิด ห้ามหยุดยาเอง ให้นำรายการยาไปปรึกษาแพทย์

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท