เกี่ยวกับ Beta Oil
ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมคืออะไร เกณฑ์ 5 ข้อ ดูจากผลตรวจได้ไหม
คำตอบสั้น: ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมคือการมีความผิดปกติทางเมแทบอลิกอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวเกิน ความดันสูง น้ำตาลขณะอดอาหารสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง และไขมันดี HDL ต่ำ ดูจากผลตรวจสุขภาพประจำปีได้เกือบครบ เพราะ 4 ข้อเป็นค่าเลือดและความดันที่มีในใบผลตรวจอยู่แล้ว เหลือแค่วัดรอบเอวเพิ่ม คนไทยใช้เกณฑ์รอบเอวแบบเอเชีย คือชายตั้งแต่ 90 ซม. หญิงตั้งแต่ 80 ซม. ภาวะนี้สำคัญเพราะงานรวมผลพบว่าเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดราว 2 เท่า
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- สถาบัน NHLBI ของสหรัฐฯ ใช้หลักว่ามีอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ และประเมินว่าผู้ใหญ่สหรัฐฯ ราว 1 ใน 3 มีภาวะนี้
- เกณฑ์ความดัน น้ำตาล ไตรกลีเซอไรด์ และ HDL ในแหล่งไทยและสหรัฐฯ ใกล้เคียงกัน ที่ต่างชัดคือรอบเอว
- ภาวะนี้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ยกเว้นรอบเอวที่เห็นได้ และอาการของน้ำตาลสูงเมื่อสูงมาก
- งานรวม 87 การศึกษา เกือบ 1 ล้านคน พบความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นราว 2.35 เท่า
- NHLBI ระบุว่าการลดน้ำหนักเพียง 3–5% ช่วยคุมปัจจัยเสี่ยงบางข้อได้
เกณฑ์ 5 ข้อใช้ตัวเลขเท่าไร
แนวทางเวชปฏิบัติโรคไขมันพอกตับ (MASLD) ของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 ระบุ "ปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิก" 5 ข้อ ด้วยตัวเลขแบบเอเชียซึ่งตรงกับองค์ประกอบของภาวะนี้ ส่วน NHLBI ใช้ตัวเลขใกล้เคียงกันสำหรับคนอเมริกัน
- รอบเอว — เกณฑ์เอเชีย: ชายตั้งแต่ 90 ซม. หญิงตั้งแต่ 80 ซม. (แนวทางไขมันพอกตับนับดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23 ในข้อนี้ด้วย แต่เกณฑ์เมตาบอลิกซินโดรมของ NHLBI ใช้รอบเอว) · NHLBI: ชายเกิน 40 นิ้ว หญิงเกิน 35 นิ้ว (ราว 102 และ 89 ซม. คำนวณ) และระบุว่าแพทย์อาจใช้ค่าต่างกันตามเชื้อชาติ
- ความดัน — ตั้งแต่ 130/85 มม.ปรอทขึ้นไป หรือกินยาลดความดันอยู่
- น้ำตาลขณะอดอาหาร — ตั้งแต่ 100 มก./ดล. ขึ้นไป (100–125 คือภาวะก่อนเบาหวาน ตั้งแต่ 126 อาจเป็นเบาหวาน) หรือกินยาเบาหวานอยู่ แนวทางไทยนับ HbA1c 5.7–6.4% ด้วย
- ไตรกลีเซอไรด์ — ตั้งแต่ 150 มก./ดล. ขึ้นไป หรือกินยาลดไตรกลีเซอไรด์
- HDL (ไขมันดี) ต่ำ — ชายต่ำกว่า 40 หญิงต่ำกว่า 50 มก./ดล. (แนวทางไทยเขียนว่าไม่เกิน 40 และ 50) หรือกินยาลดไขมันอยู่
สังเกตว่าคนที่กินยาคุมค่าใดค่าหนึ่งอยู่ นับข้อนั้นด้วย แม้ค่าล่าสุดจะปกติแล้ว เพราะค่าปกติได้มาจากยา ไม่ได้แปลว่าความผิดปกติหายไป
มีกี่ข้อถึงเรียกว่าเป็นเมตาบอลิกซินโดรม
ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป ตามคำอธิบายของ NHLBI ตัวอย่างการอ่านผลตรวจ
- ชายรอบเอว 94 ซม. ไตรกลีเซอไรด์ 180 HDL 38 ความดันและน้ำตาลปกติ = เข้าเกณฑ์ 3 ข้อ
- หญิงรอบเอว 78 ซม. ความดัน 132/84 น้ำตาล 104 ไขมันปกติ = เข้าเกณฑ์ 2 ข้อ ยังไม่ครบ แต่ต้องดูแลต่อ
มี 1–2 ข้อก็ไม่ควรวางใจ แนวทางไขมันพอกตับของไทยแนะนำให้คัดกรองไขมันพอกตับในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิกตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป อ่านความหมายของค่าแต่ละตัวได้ที่ ไขมันดีต่ำเกิดจากอะไร และ ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร
อาการเมตาบอลิกมีอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ NHLBI อธิบายว่าสิ่งที่เห็นได้คือรอบเอวที่ใหญ่ขึ้น ส่วนความดันสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง และ HDL ต่ำ มักไม่ทำให้เกิดอาการ น้ำตาลสูงอาจทำให้ตามัว กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะกลางคืน อ่อนเพลีย ภาวะนี้จึงมักถูกพบจากการตรวจสุขภาพ ไม่ใช่จากอาการ
ต่างจากภาวะดื้ออินซูลินและภาวะก่อนเบาหวานอย่างไร
- ภาวะดื้ออินซูลิน คือร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี เป็นกลไกเบื้องหลังที่ NHLBI อธิบายว่าเชื่อมไขมันหน้าท้องเข้ากับน้ำตาล ไขมัน และความดันที่ผิดปกติ ภาวะนี้จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า "insulin resistance syndrome" แต่การตรวจภาวะดื้ออินซูลินโดยตรงไม่ได้อยู่ในการตรวจสุขภาพทั่วไป
- ภาวะก่อนเบาหวาน คือค่าน้ำตาลอยู่ระหว่างปกติกับเบาหวาน (น้ำตาลขณะอดอาหาร 100–125 หรือ HbA1c 5.7–6.4%) เป็นเพียง 1 ใน 5 ข้อของเมตาบอลิกซินโดรม
- เมตาบอลิกซินโดรม คือภาพรวมที่มีหลายข้อซ้อนกัน คนที่น้ำตาลปกติก็เป็นได้ ถ้ามีรอบเอว ไขมัน และความดันผิดปกติครบ 3 ข้อ
รายละเอียดภาวะก่อนเบาหวานอ่านได้ที่ ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร
เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และไขมันพอกตับแค่ไหน
หัวใจและหลอดเลือด: งานทบทวนอย่างเป็นระบบใน Journal of the American College of Cardiology (2553) รวม 87 การศึกษาแบบติดตามไปข้างหน้า 951,083 คน พบว่าผู้มีภาวะนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ไม่มีดังนี้
- โรคหัวใจและหลอดเลือด 2.35 เท่า
- เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 2.40 เท่า
- หัวใจวาย 1.99 เท่า และสโตรก 2.27 เท่า
- เสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 1.58 เท่า
ผู้วิจัยระบุว่า แม้ยังไม่เป็นเบาหวาน ความเสี่ยงหัวใจก็ยังสูง
เบาหวาน: NHLBI ระบุว่าเป้าหมายหลักของการดูแลภาวะนี้คือลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และป้องกันไม่ให้เกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ในคนที่ยังไม่เป็น
ไขมันพอกตับ: แนวทางของสมาคมโรคตับฯ ระบุว่าไขมันพอกตับพบบ่อยในผู้มีปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิก และไขมันในช่องท้องร่วมกับภาวะดื้ออินซูลินเร่งให้โรคดำเนินไปสู่ตับอักเสบ อ่านต่อที่ ไขมันพอกตับคืออะไร
แก้ทีละข้อหรือแก้พร้อมกัน
แก้พร้อมกันได้ด้วยพื้นฐานชุดเดียว เพราะทุกข้อมีรากร่วมกันคือไขมันหน้าท้องและภาวะดื้ออินซูลิน NHLBI ระบุว่าการปรับวิถีชีวิตเพื่อหัวใจเป็นการรักษาขั้นแรก ได้แก่
- อาหาร เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี จำกัดไขมันอิ่มตัว เกลือ น้ำตาล และแอลกอฮอล์ เช่น ลดของทอด กะทิ น้ำหวาน และน้ำปลาหรือผงปรุงรสที่เติมเพิ่ม
- น้ำหนัก ถ้าน้ำหนักเกิน การลดลงเพียง 3–5% ช่วยคุมปัจจัยเสี่ยงบางข้อ เช่น ไขมันและเบาหวาน คนหนัก 80 กก. คือลดราว 2.4–4 กก. (คำนวณ)
- ขยับร่างกายสม่ำเสมอ ถามแพทย์ก่อนว่าระดับไหนเหมาะ
- เลิกบุหรี่ จัดการความเครียด และนอนให้ได้ 7–9 ชั่วโมง
ถ้าปรับวิถีชีวิตแล้วยังไม่พอ แพทย์อาจใช้ยาลดความดัน ยาลดไขมัน หรือยาเบาหวานแยกตามข้อที่ผิดปกติ คนที่กินยาอยู่แล้วต้องกินต่อตามที่แพทย์สั่ง การปรับวิถีชีวิตทำควบคู่ ไม่ได้ทำแทนยา ภาพรวมการดูแลสามโรคพร้อมกันอ่านได้ที่ ความดันสูง ไขมันสูง เบาหวาน ทำไมมักมาด้วยกัน
ความเชื่อที่พบบ่อย: ผอมแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ จริงไหม
ไม่จริง เกณฑ์ใช้รอบเอว ไม่ใช่น้ำหนักตัว และ 4 ใน 5 ข้อเป็นค่าที่มองไม่เห็น NHLBI ระบุว่าไขมันที่หน้าท้องเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าไขมันส่วนอื่น คนที่น้ำหนักปกติแต่พุงยื่น หรือไตรกลีเซอไรด์สูงกับ HDL ต่ำ ก็เข้าเกณฑ์ได้ วิธีวัดรอบเอวให้ถูกอ่านได้ที่ รอบเอวไม่ควรเกินเท่าไหร่
ต้องตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกคน NHLBI ระบุว่าผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยต้องติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ แพทย์มักนัดตรวจค่าที่ผิดปกติซ้ำตามความรุนแรงและยาที่ใช้ ส่วนคนที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ให้ตรวจตามรายการตรวจสุขภาพประจำปีตามวัย และวัดรอบเอวเองที่บ้านได้ทุกเดือน
ไปพบแพทย์เร็วกว่านัด ถ้ากระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยมาก ตามัว หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ไม่พบงานวิจัยในคนที่ศึกษาส่วนประกอบเหล่านี้กับภาวะเมตาบอลิกซินโดรมโดยตรง ข้อมูลที่มีส่วนใหญ่เป็นเรื่อง LDL ซึ่งไม่ได้อยู่ใน 5 ข้อของเกณฑ์ (เกณฑ์ใช้ไตรกลีเซอไรด์และ HDL) ดังนี้
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวมผลการทดลองในคน 27 งาน พบว่าเมื่อใช้คาโนลาเป็นน้ำมันหลักในอาหารแทนไขมันอื่น LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.4 มก./ดล. แต่ไม่เปลี่ยน HDL และไตรกลีเซอไรด์ ปริมาณที่ศึกษาคือน้ำมันปรุงอาหารทั้งวัน (หลายสิบกรัม) ในแคปซูลมี 0.2 กรัม
- น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานรวมผล 11 การทดลองพบ LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.9 มก./ดล. HDL เพิ่มเฉพาะในผู้ชาย และไม่พบผลต่อไตรกลีเซอไรด์ งานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ใช้น้ำมันรำข้าววันละ 30 มิลลิลิตรปรุงอาหาร ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่าหลายร้อยเท่า
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวมผลการทดลองพบว่าน้ำมันมะกอกเปลี่ยนค่าไขมันได้น้อยมาก งานที่พบประโยชน์ต่อหัวใจ เช่น PREDIMED ใช้อย่างน้อยวันละ 4 ช้อนโต๊ะร่วมกับเปลี่ยนอาหารทั้งหมด และฉลากไม่ได้ระบุว่าเป็นชนิดเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — ขนาดที่มีงานวิจัยเรื่อง LDL คือวันละ 1.5–3 กรัม มากกว่าในแคปซูล 750–1,500 เท่า (คำนวณ)
ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้เปลี่ยนรอบเอว ความดัน น้ำตาล หรือค่าไขมัน และไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการปรับอาหาร การออกกำลังกาย หรือยาที่แพทย์สั่ง
ข้อควรระวัง: แคปซูลมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งข้อมูลของ MSKCC ระบุว่าอาจเสริมฤทธิ์ยาลดความดัน และมีวิตามินอี ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดควรแจ้งแพทย์ ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากแพทย์ให้หยุด ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ ส่วนยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อตามเดิม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมคืออะไร
คือการมีความผิดปกติอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวเกิน ความดันตั้งแต่ 130/85 น้ำตาลขณะอดอาหารตั้งแต่ 100 ไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 150 และ HDL ต่ำ ซึ่งรวมกันแล้วเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ สโตรก และเบาหวาน
เกณฑ์รอบเอวของเมตาบอลิกซินโดรมสำหรับคนไทยคือเท่าไร
เกณฑ์เอเชียที่แนวทางไทยใช้คือ ชายตั้งแต่ 90 ซม. หญิงตั้งแต่ 80 ซม. ส่วนเกณฑ์ของ NHLBI สหรัฐฯ สูงกว่า และ NHLBI เองระบุว่าแพทย์อาจใช้ค่าต่างกันตามเชื้อชาติ
กินยาความดันอยู่และค่าความดันปกติแล้ว นับเป็น 1 ข้อไหม
นับ เพราะเกณฑ์รวมผู้ที่กินยาคุมค่านั้นอยู่ด้วย ค่าที่ปกติได้มาจากยา ห้ามหยุดยาเองเพราะคิดว่าหายแล้ว
เมตาบอลิกซินโดรมมีอาการไหม
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ สิ่งที่เห็นได้คือรอบเอวใหญ่ ส่วนความดัน ไตรกลีเซอไรด์ และ HDL มักไม่มีอาการ น้ำตาลสูงมากอาจทำให้กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย ตามัว อ่อนเพลีย จึงมักพบจากการตรวจสุขภาพ
เมตาบอลิกซินโดรมอันตรายแค่ไหน
งานรวม 87 การศึกษาเกือบ 1 ล้านคนพบความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นราว 2.35 เท่า สโตรก 2.27 เท่า และเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 1.58 เท่า แม้ยังไม่เป็นเบาหวานความเสี่ยงก็ยังสูง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลโรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึมในประเทศไทย พ.ศ. 2569 (MASLD)สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- What Is Metabolic Syndrome?National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI), NIH
- Metabolic Syndrome — DiagnosisNational Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI), NIH
- Metabolic Syndrome — TreatmentNational Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI), NIH
- The metabolic syndrome and cardiovascular risk: a systematic review and meta-analysisJournal of the American College of Cardiology 2010 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
หัวใจวายกับหัวใจล้มเหลวต่างกันไหม หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร
หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร ต่างจากหัวใจล้มเหลวและหัวใจหยุดเต้นอย่างไร คราบไขมันแตกจนลิ่มเลือดอุดตัน อาการเตือน และทำไมต้องถึงโรงพยาบาลเร็ว
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินหรืออาหารเสริมบำรุงหัวใจได้ไหม
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินอะไรได้ไหม หลักฐาน CoQ10 วิตามินอี น้ำมันปลา ยาแก้ปวด NSAIDs อาร์จินีนขนาดสูง อาหารเสริมกับยาวาร์ฟาริน และวิธีนำไปให้แพทย์ดู
หัวใจโตเกิดจากอะไร อันตรายไหม รักษาหายได้หรือเปล่า
หัวใจโตเกิดจากอะไร ศิริราชระบุกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่า 90% มาจากความดันสูง เอกซเรย์ต่างจากคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจอย่างไร คุมความดันแล้วกลับปกติไหม
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร เกลือวันละเท่าไร ดื่มน้ำได้แค่ไหน
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร ทำไมต้องคุมโซเดียม MedlinePlus ให้กรอบ 1,500–2,300 มก./วัน ต้องจำกัดน้ำทุกคนไหม เกลือทดแทนกับยาขับปัสสาวะ ชั่งน้ำหนักทุกเช้า เหล้า
