เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
กระดูกทับเส้น ปวดหลัง ห้ามกินอะไร ของแสลงมีจริงไหม
คำตอบสั้น: จากแหล่งทางการที่เราตรวจ ได้แก่ NHS, NICE, MedlinePlus, NIAMS และ NCCIH ไม่พบคำแนะนำให้คนที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นหรือปวดหลังงดหน่อไม้ ข้าวเหนียว เครื่องในไก่ หรืออาหารใดเป็นการเฉพาะ สิ่งที่แหล่งเหล่านี้พูดถึงจริงคือ น้ำหนักตัวเกิน การสูบบุหรี่ การนั่งหรือยืนท่าเดิมนาน และการไม่ค่อยขยับร่างกาย ส่วนอาหารที่ควรใส่ใจคืออาหารที่ช่วยคุมน้ำหนัก และแคลเซียมกับวิตามินดีจากอาหารสำหรับกระดูกในระยะยาว
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ไม่พบแหล่งทางการที่ห้ามหน่อไม้ ข้าวเหนียว หรือเครื่องในไก่ สำหรับคนปวดหลังหรือหมอนรองกระดูกทับเส้น และไม่พบแหล่งที่อธิบายว่าความเชื่อเรื่องของแสลงนี้มาจากไหน
- ปัจจัยที่ NHS และ MedlinePlus ระบุจริง คือ น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ นั่งหรือยืนท่าเดิมนาน ไม่ค่อยขยับตัว ยกของหนักผิดท่า และก้มบิดตัวซ้ำ ๆ
- NHS ระบุว่านิโคตินทำให้เนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกอ่อนแอลง การเลิกบุหรี่จึงเป็นเรื่องที่ทำได้จริง
- อาหารเสริมที่คนปวดหลังนิยม มีหลักฐานน้อย งานทดลองกลูโคซามีนในคนปวดหลังเรื้อรังไม่พบว่าต่างจากยาหลอก และงานรวมวิตามินดีเสริมไม่พบว่าช่วยอาการปวดหลัง
- ยาแก้ปวดไม่เหมาะกับทุกคน คนที่เป็นโรคไต โรคกระเพาะ โรคหัวใจ หรือกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อยาเอง และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
- ถ้าปวดข้อจากเกาต์ เรื่องอาหารเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเกาต์เกี่ยวกับกรดยูริก ไม่ใช่หมอนรองกระดูก
กระดูกทับเส้นห้ามกินอะไร หน่อไม้ ข้าวเหนียว เครื่องในไก่ เป็นของแสลงจริงไหม
เราไม่พบหลักฐานว่าอาหารเหล่านี้ทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นมากขึ้นหรือทำให้ปวดหลังแย่ลง เราตรวจหน้าความรู้เรื่องปวดหลัง หมอนรองกระดูกเคลื่อน และปวดร้าวลงขาของ NHS หน้าหมอนรองกระดูกปลิ้นและปวดหลังเฉียบพลันของ MedlinePlus หน้าปวดหลังของ NIAMS และแนวทาง NICE NG59 ไม่มีแหล่งใดระบุให้งดหน่อไม้ ข้าวเหนียว เครื่องในไก่ หรือเนื้อสัตว์ปีก
แหล่งเหล่านี้ไม่ได้อธิบายว่าความเชื่อเรื่องของแสลงมาจากไหน เราจึงไม่เดาเหตุผลแทน สิ่งที่บอกได้คือ คำว่า "ปวดหลัง" ในภาษาพูดบางครั้งปนกับอาการปวดข้อชนิดอื่น ซึ่งมีเรื่องอาหารต่างกัน
- เกาต์ เป็นข้ออักเสบจากกรดยูริก NIAMS ระบุว่ามักเริ่มที่นิ้วโป้งเท้า แนวทางเวชปฏิบัติไทยเรื่องเกาต์ พ.ศ. 2569 แนะนำให้เลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกชนิด และจำกัดเนื้อแดง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และน้ำผลไม้ ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเกาต์ อ่านเรื่องอาหารได้ที่ อาหารสำหรับผู้ป่วยเกาต์
- หมอนรองกระดูกปลิ้นและกระดูกสันหลังเสื่อม เป็นเรื่องโครงสร้างของกระดูกสันหลังและเส้นประสาท ไม่ได้เกี่ยวกับกรดยูริก
ความเชื่อเดียวกันเรื่องข้อเข่า อ่านต่อได้ที่ ปวดเข่าห้ามกินอะไร ของแสลงจริงไหม
ถ้ากินอาหารชนิดหนึ่งแล้วรู้สึกปวดมากขึ้นทุกครั้ง ให้จดไว้แล้วบอกแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร ก่อนตัดอาหารหลายอย่างออกจากมื้อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่กินได้น้อยอยู่แล้ว
ปวดหลัง สิ่งที่มีผลจริงคืออะไร
สิ่งที่แหล่งทางการระบุว่าเกี่ยวกับอาการปวดหลังและหมอนรองกระดูก มีดังนี้
1. น้ำหนักตัวเกิน
- NIAMS ระบุว่าอาหารแคลอรีและไขมันสูง ร่วมกับการไม่ค่อยขยับตัว ทำให้อ้วนได้ และเพิ่มภาระให้หลัง
- MedlinePlus ระบุว่าน้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงของหมอนรองกระดูกปลิ้น และถ้าน้ำหนักเกิน การคุมอาหารและการออกกำลังกายสำคัญมากต่ออาการปวดหลัง
- NHS หน้าปวดร้าวลงขาแนะนำให้ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน เพื่อลดโอกาสเป็นซ้ำ
ดังนั้นเรื่องอาหารที่มีผลจริงคือปริมาณพลังงานโดยรวม มากกว่าการเลือกงดอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น ข้าวเหนียวกินได้ แต่ถ้ากินปริมาณมากร่วมกับของทอดและขนมหวานทุกวันจนน้ำหนักขึ้น ก็เพิ่มภาระให้หลังได้
2. การสูบบุหรี่
- NHS หน้าหมอนรองกระดูกเคลื่อนระบุว่า นิโคตินทำให้เนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกในกระดูกสันหลังอ่อนแอลง
- NHS หน้าปวดร้าวลงขาระบุว่าการสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสเป็นอาการร้าวลงขา
- MedlinePlus ระบุการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของหมอนรองกระดูกปลิ้น และแนะนำให้เลิกบุหรี่เพื่อลดโอกาสปวดหลัง
คนที่อยากเลิกบุหรี่ ปรึกษาแพทย์หรือคลินิกเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาลใกล้บ้านได้
3. การนั่งหรือยืนท่าเดิมนาน และการไม่ขยับตัว
- MedlinePlus ระบุว่าการนั่งหรือยืนท่าเดิมนานหลายชั่วโมง และการไม่ค่อยเคลื่อนไหว เป็นปัจจัยเสี่ยงของหมอนรองกระดูกปลิ้น
- NHS ระบุว่าการนั่งหรือขับรถนาน ๆ และการไม่ค่อยขยับตัวเป็นสาเหตุหนึ่งของหมอนรองกระดูกเคลื่อน
- MedlinePlus แนะนำว่าถ้าขับรถทางไกล ให้แวะลงเดินทุกชั่วโมง และวางหมอนเล็กหรือผ้าม้วนไว้หลังเอวเวลานั่งหรือขับรถนาน
4. การยกของและท่าทาง
NIAMS ระบุว่างานที่ต้องยก ดัน ดึง หรือบิดตัวมาก ทำให้หลังบาดเจ็บได้ และงานนั่งโต๊ะก็มีส่วน โดยเฉพาะถ้านั่งผิดท่าหรือนั่งเก้าอี้ไม่สบายทั้งวัน
ปวดหลัง กินอะไรดี อาหารสำหรับกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลัง
ไม่มีอาหารชนิดใดที่แหล่งทางการระบุว่าทำให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่หรือหายปวดหลัง แต่มีเรื่องอาหารที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลังในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและวัยทอง
แคลเซียมจากอาหาร
- ข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ของกรมอนามัย กำหนดแคลเซียมสำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป 1,000 มก. ต่อวัน ทั้งชายและหญิง และ 800 มก. ต่อวันสำหรับอายุ 19–50 ปี
- เอกสารเดียวกันระบุว่าแหล่งแคลเซียมที่ดีคือนมและผลิตภัณฑ์นม เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม และผักใบเขียวที่มีออกซาเลตต่ำ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ขี้เหล็ก บัวบก และถั่วพู
- เอกสารนี้ยังระบุว่าผู้ใหญ่ไทยกินแคลเซียมได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาก
วิตามินดี
- กรมอนามัยกำหนดวิตามินดีที่ควรได้รับ 600 IU ต่อวันสำหรับอายุไม่เกิน 70 ปี และ 800 IU ต่อวันสำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป
- ถ้าสงสัยว่าขาดวิตามินดี ให้แพทย์ประเมินและกำหนดขนาด ไม่ใช้ขนาดสูงเอง NCCIH ระบุขีดสูงสุดที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ไว้ที่ 4,000 IU ต่อวัน และระบุว่าการกินมากเกินไปเป็นอันตรายได้
ทำไมเรื่องกระดูกจึงเกี่ยวกับคนปวดหลัง MedlinePlus ระบุว่ากระดูกสันหลังยุบซึ่งมักเกิดจากกระดูกพรุนเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดหลังเฉียบพลัน และ NIAMS ระบุว่ากระดูกพรุนทำให้กระดูกสันหลังหักและปวดได้ อาหารไม่ได้แทนการตรวจ ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปและผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ควรถามแพทย์เรื่อง การตรวจมวลกระดูก ตามแนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย 2564
สำหรับคนที่น้ำหนักเกิน NIAMS ระบุว่าอาหารแคลอรีและไขมันสูงร่วมกับการไม่ขยับตัวทำให้อ้วนและเพิ่มภาระให้หลัง ส่วน MedlinePlus แนะนำให้คุมอาหารร่วมกับออกกำลังกาย ถ้าไม่แน่ใจว่าควรปรับอาหารอย่างไรโดยไม่ขัดกับโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือโรคไต ให้ขอคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารในโรงพยาบาล
อาหารเสริมที่คนปวดหลังนิยมกิน หลักฐานเท่าที่มี
งานวิจัยของอาหารเสริมในคนปวดหลังมีน้อย และหลายงานไม่พบประโยชน์
- กลูโคซามีน: งานทดลองแบบปกปิดสองทางในนอร์เวย์ (ตีพิมพ์ JAMA 2010) ในผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังร่วมกับข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม 250 คน ให้กลูโคซามีน 1,500 มก. ต่อวัน เทียบยาหลอก 6 เดือน ไม่พบความต่างของความพิการจากอาการปวด ทั้งที่ 6 เดือนและ 1 ปี
- วิตามินดี: NCCIH (ปรับปรุง ม.ค. 2563) ระบุว่างานสังเกตพบว่าคนปวดหลังมีแนวโน้มขาดวิตามินดีมากกว่า แต่งานรวม 8 การศึกษาของการเสริมวิตามินดี (747 คน) ไม่พบว่าวิตามินดีช่วยให้อาการปวดหลังดีขึ้น
- สมุนไพร: NCCIH ระบุว่ามีผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายชนิดที่ทดลองกับปวดหลัง และ "ธรรมชาติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป" บางชนิดมีผลข้างเคียงหรือตีกับยา ควรถามแพทย์ก่อนใช้
- ขมิ้นชันและขิง: งานวิจัยในคนที่เรารวบรวมไว้ศึกษาในผู้ป่วยข้อเสื่อม ไม่ใช่ผู้ป่วยปวดหลัง และใช้ขนาดสูง (รายละเอียดอยู่ท้ายบทความ)
ข้อสำคัญคืออาหารเสริมไม่ใช่สิ่งที่แนวทาง NICE NG59 ใช้ดูแลอาการปวดหลัง แนวทางเน้นการให้ข้อมูล การทำกิจกรรมตามปกติ การออกกำลังกาย และยาเมื่อจำเป็น
ยาแก้ปวดกับโรคประจำตัว ต้องระวังอะไร
คนปวดหลังจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เรื่องยาแก้ปวดจึงสำคัญกว่าเรื่องของแสลง บทความนี้ไม่ให้ชื่อยาหรือขนาดยาสำหรับใช้เอง แต่สรุปสิ่งที่แหล่งทางการเขียนไว้
- NHS หน้าปวดหลัง (ทบทวน 5 มี.ค. 2569) ระบุว่ายาแก้ปวดต้านการอักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน อาจไม่เหมาะกับทุกคน และ พาราเซตามอลอย่างเดียวไม่แนะนำสำหรับปวดหลัง แต่อาจใช้ร่วมกับยาแก้ปวดอื่น ถ้าไม่แน่ใจว่ายาไหนเหมาะ ให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์
- NICE NG59 ระบุว่า "อย่าเสนอพาราเซตามอลเพียงอย่างเดียวสำหรับการดูแลอาการปวดหลังส่วนล่าง" และเมื่อพิจารณายาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ชนิดกิน ให้คำนึงถึงพิษต่อกระเพาะอาหาร ตับ หัวใจและไต และปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย รวมถึงอายุ ใช้ขนาดต่ำสุดที่ได้ผลในระยะเวลาสั้นเท่าที่เป็นไปได้
- NICE NG59 ไม่แนะนำยากลุ่มโอปิออยด์สำหรับปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง และไม่แนะนำยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม SSRI SNRI ยากลุ่มไตรไซคลิก และยากลุ่มกาบาเพนตินอยด์สำหรับปวดหลังส่วนล่าง
สิ่งที่ควรทำก่อนซื้อยาแก้ปวดเอง
- บอกเภสัชกรทุกครั้งว่ามีโรคไต โรคกระเพาะ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคตับหรือไม่
- บอกยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด และยาสเตียรอยด์
- บอกสมุนไพรและอาหารเสริมที่กินอยู่ด้วย เพราะบางชนิดเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับยา
ผู้ที่แพทย์สั่งยาแก้ปวดหรือยาอื่นอยู่แล้ว ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง แม้อ่านแล้วกังวล ให้นำยาไปถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแล คนเป็นโรคไตอ่านต่อได้ที่ ยาแก้ปวด ไตพังไหม คนที่กินยาละลายลิ่มเลือดอ่านที่ กินยาละลายลิ่มเลือด กินยาแก้ปวดได้ไหม และภาพรวมยาแก้ปวดข้อที่ ยาแก้ปวดข้อ
ปวดหลังแบบไหนไม่ใช่เรื่องอาหาร ต้องพบแพทย์
อาการบางอย่างต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่ลองงดอาหารหรือกินอาหารเสริมรอดูอาการ NHS หน้าปวดหลังให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง
- ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
- ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
- ปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- ความรู้สึกที่อวัยวะเพศระหว่างมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไป อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว หรือไม่ถึงจุดสุดยอด
- เจ็บหน้าอก
- ปวดหลังที่เริ่มหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าปวดหลังแล้วรู้สึกร้อน หนาวสั่น หรือไม่สบายทั้งตัว หรือปวดรุนแรงขึ้นมาทันทีหรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว (NHS ให้ขอนัดแพทย์ด่วนหรือโทร 111)
พบแพทย์ ถ้าดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หลังมีก้อนบวมหรือรูปร่างเปลี่ยน ปวดมากขึ้นตอนกลางคืน หรือปวดหลังส่วนบนระหว่างสะบัก ภาพรวมสาเหตุของปวดหลังอ่านได้ที่ ปวดหลังเกิดจากโรคอะไร และหมอนรองกระดูกทับเส้นที่ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)
ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
เรื่องปวดหลังและอาหาร: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดหลัง ลดอาการกระดูกทับเส้น ใช้แทนการคุมน้ำหนักหรือการเลิกบุหรี่ได้ หรือทำให้กินอาหารที่ถูกมองว่าเป็นของแสลงได้มากขึ้น ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และงานวิจัยของส่วนประกอบที่เรารวบรวมไว้ไม่ได้ศึกษาในผู้ที่ปวดหลัง
ส่วนประกอบที่คนมักถาม เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. ต่อแคปซูล (32 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน เทียบกับยาไอบูโพรเฟน 1,200 มก. ต่อวัน 4 สัปดาห์ พบผลไม่ด้อยกว่ากัน ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดที่ใช้มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ และงานนี้ศึกษาข้อเข่า ไม่ใช่ปวดหลัง
- สารสกัดขิง 10 มก. ต่อแคปซูล (20 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 593 คน พบว่าขิงลดปวดได้เล็กน้อย แต่ผู้ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ายาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาด จึงเทียบกับในแคปซูลไม่ได้
- แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. และแคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต 135 มก. ต่อแคปซูล — ส่วนแอล-ทรีโอเนตคิดเป็นแคลเซียมราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราวร้อยละ 9 ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ส่วนคีเลตมีแคลเซียมธาตุเท่าไร ฉลากไม่ได้ระบุชัดพอที่จะคำนวณได้ งานใหญ่ WHI ใช้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน มากกว่าส่วนแอล-ทรีโอเนตในแคปซูลราว 11 เท่า (คำนวณ) ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และพบนิ่วในไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุว่า "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน"
- เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
- ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล: ศูนย์มะเร็ง MSKCC ของสหรัฐฯ (ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยาเหล่านี้ ข้อมูลนี้มาจากงานในหลอดทดลอง ยังไม่ทราบความสำคัญในคน ให้ถามเภสัชกรก่อน และห้ามหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเอง
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ หรือยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสำหรับปวดเส้นประสาท ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
- ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
- ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะลำบาก
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- ปวดหลังที่เริ่มหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่
- มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
- ปากหรือหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง
- ยกแขนทั้งสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
- เจ็บหน้าอก
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก หรือลงน้ำหนักไม่ได้
NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ถ้าปวดหลังแล้วรู้สึกร้อน หนาวสั่น หรือไม่สบายทั้งตัว หรือปวดรุนแรงขึ้นมาทันทีหรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
กระดูกทับเส้นห้ามกินอะไรบ้าง
จากแหล่งทางการที่เราตรวจ ได้แก่ NHS, NICE, MedlinePlus, NIAMS และ NCCIH ไม่พบอาหารที่ห้ามเฉพาะสำหรับคนกระดูกทับเส้นหรือปวดหลัง สิ่งที่แหล่งเหล่านี้ระบุจริงคือ น้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ และการนั่งหรือยืนท่าเดิมนาน
ปวดหลังกินหน่อไม้ ข้าวเหนียว เครื่องในไก่ได้ไหม
ไม่พบหลักฐานว่าอาหารเหล่านี้ทำให้หมอนรองกระดูกหรืออาการปวดหลังแย่ลง แต่ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเกาต์ แนวทางไทย 2569 แนะนำให้จำกัดเนื้อแดง อาหารทะเล และเลี่ยงแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นคนละโรคกับหมอนรองกระดูก
ปวดหลังกินอะไรดี
ไม่มีอาหารที่ทำให้หายปวดหลังโดยตรง สิ่งที่ทำได้คือคุมน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน และได้แคลเซียมกับวิตามินดีจากอาหารพอ กรมอนามัยกำหนดแคลเซียม 1,000 มก. ต่อวันสำหรับอายุ 51 ปีขึ้นไป แหล่งที่ดีคือนม เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม และผักใบเขียว
กินกลูโคซามีนช่วยปวดหลังไหม
งานทดลองในนอร์เวย์ (JAMA 2010) ในผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรังร่วมกับข้อกระดูกสันหลังเสื่อม 250 คน ให้กลูโคซามีน 1,500 มก. ต่อวัน 6 เดือน ไม่พบความต่างจากยาหลอกทั้งที่ 6 เดือนและ 1 ปี
คนเป็นโรคไตปวดหลังกินยาแก้ปวดอะไรได้
ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง NICE ระบุว่ายาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์มีพิษต่อกระเพาะอาหาร ตับ หัวใจและไตได้ ต้องดูปัจจัยเสี่ยงและอายุ ผู้ที่แพทย์สั่งยาอยู่แล้วห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Slipped discNHS
- Back painNHS
- Herniated diskMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Low Back Pain and Complementary Health Approaches: What You Need To KnowNCCIH (National Center for Complementary and Integrative Health)
- Effect of glucosamine on pain-related disability in patients with chronic low back pain and degenerative lumbar osteoarthritis: a randomized controlled trialJAMA 2010 (PubMed)
- Low back pain and sciatica in over 16s: assessment and management (NG59) — RecommendationsNICE
- ข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563กองโภชนาการ กรมอนามัย
- SciaticaNHS
- Low back pain - acuteMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Back PainNIAMS (National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
