บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

ขาดวิตามินบีอาการอย่างไร ปากนกกระจอก ชา เพลีย แต่ละตัวต่างกันไหม

คำตอบสั้น: การขาดวิตามินบีแต่ละตัวมีอาการเด่นต่างกัน เช่น ขาดบี 1 ชาแสบปลายเท้าและขาอ่อนแรง ขาดบี 2 มีแผลที่มุมปาก (ปากนกกระจอก) และลิ้นแดง ขาดบี 3 มีผื่นตรงผิวที่โดนแดด ท้องเสีย และสับสน ขาดบี 12 ซีด เพลีย ชามือเท้า แต่ในชีวิตจริงมักขาดหลายตัวพร้อมกัน และอาการเหล่านี้ซ้อนกับโรคอื่นได้มาก ถ้าสงสัยควรให้แพทย์ตรวจก่อนซื้อวิตามินกินเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อาการขาดวิตามินบีที่พบบ่อยคือ ปาก ลิ้น ผิวหนัง ระบบประสาท และเลือด
  • ปากนกกระจอกและลิ้นอักเสบเกี่ยวกับการขาดบี 2 บี 3 บี 6 บี 12 และโฟเลตได้จริง แต่ขาดธาตุเหล็กก็ทำให้ลิ้นเจ็บและแผลในปากได้เช่นกัน
  • กลุ่มเสี่ยงในไทย ได้แก่ ผู้ดื่มสุรา ผู้สูงอายุ ผู้กินข้าวขาวเป็นหลักแต่กินกับข้าวน้อย ผู้ใช้ยาบางชนิด และผู้กินมังสวิรัติเคร่งครัด
  • ชาปลายมือปลายเท้ามีหลายสาเหตุ เช่น เบาหวาน ไม่ใช่แค่ขาดวิตามิน
  • บี 12 และโฟเลตตรวจเลือดได้ ควรตรวจก่อนถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการ

อาการเด่นของการขาดวิตามินบีแต่ละตัว

ข้อมูลส่วนนี้สรุปจาก Linus Pauling Institute มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน และสารานุกรม MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ

วิตามินบี 1 (ไทอามีน)

การขาดบี 1 รุนแรงเรียกว่า โรคเหน็บชา (beriberi) แบ่งตามระบบที่ได้รับผลกระทบ

  • แบบแห้ง (ระบบประสาท): ปลายประสาทอักเสบ ระยะแรกอาจแสบร้อนที่เท้า ชาและอ่อนแรงที่แขนขา ปวดกล้ามเนื้อ ลุกจากท่านั่งยองลำบาก
  • แบบเปียก (หัวใจ): หัวใจเต้นเร็ว หัวใจโต บวมมาก หายใจลำบาก จนถึงหัวใจล้มเหลว
  • แบบสมอง: พบในผู้ดื่มสุรามาก มีกลุ่มอาการตากลอกผิดปกติ เดินเซ และสับสน ถ้าไม่รักษาอาจเกิดความจำเสื่อมถาวร

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน)

Linus Pauling Institute ระบุอาการ ได้แก่ เจ็บคอ เยื่อบุปากและคอแดงบวม ริมฝีปากแตกและแผลที่มุมปาก ลิ้นอักเสบสีแดงม่วง และผิวหนังอักเสบเป็นขุยมัน และระบุว่า การขาดบี 2 มักไม่เกิดเดี่ยว ๆ แต่มาพร้อมการขาดวิตามินที่ละลายน้ำตัวอื่น

วิตามินบี 3 (ไนอะซิน)

การขาดรุนแรงเรียกว่า โรคเพลลากรา อาการที่จำง่ายคือ "3 ด." ได้แก่

  • ผิวหนังอักเสบ: ผื่นหนา เป็นขุย สีคล้ำ ขึ้นสมมาตรตรงผิวที่โดนแดด
  • ท้องเสีย: ร่วมกับปากและลิ้นอักเสบ ลิ้นแดงสด อาเจียน ปวดท้อง
  • สมองเสื่อม/สับสน: ปวดศีรษะ เฉื่อยชา อ่อนเพลีย ซึมเศร้า หลงลืม

Linus Pauling Institute ระบุว่าถ้าไม่รักษาอาจถึงแก่ชีวิต

วิตามินบี 5 (กรดแพนโททีนิก)

พบน้อยมาก เกิดเฉพาะในภาวะขาดอาหารรุนแรง มีรายงานอาการชาและแสบร้อนที่เท้า และในงานทดลองพบปวดศีรษะ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และชามือเท้า

วิตามินบี 6

Linus Pauling Institute ระบุว่า การขาดรุนแรงพบไม่บ่อย ผู้ดื่มสุราเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ อาการได้แก่ หงุดหงิด ซึมเศร้า สับสน ลิ้นอักเสบ แผลในปาก และแผลที่มุมปาก

วิตามินบี 7 (ไบโอติน)

พบน้อยมาก เกิดได้ เช่น จากการกินไข่ขาวดิบเป็นเวลานาน เพราะไข่ขาวดิบมีโปรตีนที่จับไบโอตินไว้ หรือได้อาหารทางหลอดเลือดดำนานโดยไม่มีไบโอติน ส่วนไข่ที่ปรุงสุกไม่มีปัญหานี้ อาการได้แก่ ผมร่วง ผื่นแดงเป็นขุยรอบตา จมูก ปาก และอาการทางประสาท เช่น ซึมเศร้า ชามือเท้า

วิตามินบี 12

MedlinePlus ระบุว่า อาจไม่มีอาการเลย หรือมีอาการเล็กน้อย เช่น เพลีย หน้ามืดเวลาลุกยืนหรือออกแรง ซีด เบื่ออาหาร ท้องเสียหรือท้องผูก หายใจเหนื่อยเวลาออกกำลัง ลิ้นบวมแดง เหงือกเลือดออก

ถ้าขาดนานจนเส้นประสาทเสียหาย จะมีชามือเท้า เสียการทรงตัว สมาธิไม่ดี หงุดหงิด และในรายรุนแรงอาจสับสนหรือหลอน ความเสียหายของเส้นประสาทอาจถาวรถ้าเริ่มรักษาช้า อ่านเพิ่มที่ วิตามินบี 12 ขาด

โฟเลต (บี 9)

MedlinePlus ระบุอาการโลหิตจางจากขาดโฟเลต ได้แก่ อ่อนเพลีย อ่อนแรง ปวดศีรษะ ซีด และเจ็บปากเจ็บลิ้น ความต่างของโฟเลตกับกรดโฟลิกอ่านได้ที่ วิตามินบี 6 บี 12 และกรดโฟลิก

ปากนกกระจอก ลิ้นอักเสบ เกี่ยวกับวิตามินบีจริงไหม

จริงในบางส่วน ข้อมูลข้างต้นชี้ว่าแผลที่มุมปากพบในการขาดบี 2 และบี 6 ส่วนลิ้นอักเสบหรือลิ้นแดงพบในการขาดบี 2 บี 3 บี 6 บี 12 และโฟเลต

แต่ต้องรู้อีกด้านหนึ่งว่า MedlinePlus ระบุว่าโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็กก็ทำให้ลิ้นเจ็บหรืออักเสบ และมีแผลในปากได้ ปากนกกระจอกที่เป็นเรื้อรังจึงไม่ได้แปลว่าขาดวิตามินบีเสมอไป ถ้าเป็นซ้ำ ๆ ไม่หาย หรือมีอาการซีดเพลียร่วม ควรให้แพทย์ตรวจเลือด อ่านเรื่องโลหิตจางได้ที่ โลหิตจางเกิดจากอะไร

ทำไมคนไทยยุคนี้ยังขาดวิตามินบีได้

แม้อาหารการกินจะหลากหลายขึ้น แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้ขาดได้

กินข้าวขาวมาก กับข้าวน้อย

Linus Pauling Institute ระบุว่า บี 1 ส่วนใหญ่หายไประหว่างการขัดสีข้าว และการขาดบี 1 พบบ่อยในกลุ่มรายได้น้อยที่กินคาร์โบไฮเดรตมากแต่ได้บี 1 น้อย เช่น อาหารที่มีข้าวขัดขาวเป็นหลัก นอกจากนี้ผู้สูงอายุบางคนเสี่ยงขาดบี 1 แบบยังไม่มีอาการชัด จากการกินได้น้อย การดูดซึมลดลง และมีโรคประจำตัวหลายโรค

สารที่ทำลายบี 1 ในอาหาร

Linus Pauling Institute ระบุว่า การดื่มชาหรือกาแฟปริมาณมากเป็นพิเศษ การเคี้ยวใบชาหรือหมาก อาจลดระดับบี 1 และ ปลาน้ำจืดดิบหรือหอยดิบบางชนิดมีเอนไซม์ที่ทำลายบี 1 ซึ่งความร้อนจากการปรุงสุกทำลายเอนไซม์นี้ได้ คนที่กินเมนูปลาน้ำจืดดิบเป็นประจำจึงเสี่ยงมากขึ้น

ดื่มสุรา

การดื่มสุราเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการขาดบี 1 ในประเทศอุตสาหกรรม และยังเพิ่มความเสี่ยงขาดบี 2 บี 6 และโฟเลต อ่านต่อที่ ดื่มเหล้าเยอะควรกินวิตามินอะไร

ยาและโรคประจำตัว

  • เมทฟอร์มินและยาลดกรดที่ใช้นาน ลดระดับบี 12
  • ยาขับปัสสาวะเพิ่มการขับบี 1 และผู้ป่วยฟอกเลือดเสียบี 1 มากขึ้น
  • ยากันชักบางตัวลดโฟเลตและไบโอติน
  • ผู้สูงอายุมีโอกาสเยื่อบุกระเพาะฝ่อ ทำให้ดูดซึมบี 12 จากอาหารได้น้อยลง

ยาที่ตีกับวิตามินบีอ่านรายละเอียดได้ที่ วิตามินบีรวมห้ามกินคู่กับอะไร

มังสวิรัติเคร่งครัด

บี 12 มีในอาหารจากสัตว์เป็นหลัก ผู้ที่ไม่กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลยต้องได้บี 12 จากแหล่งเสริม

อาการคล้ายกันจากโรคอื่น ต้องแยกอย่างไร

อาการขาดวิตามินบีไม่จำเพาะ ตัวอย่างโรคที่ให้อาการซ้อนกัน

  • ชาปลายมือปลายเท้า: มีได้หลายสาเหตุ เช่น เบาหวาน ไม่ใช่แค่ขาดวิตามิน อ่านการแยกสาเหตุได้ที่ ชาปลายมือปลายเท้าขาดวิตามินอะไร
  • อ่อนเพลีย: เกิดได้จากโลหิตจาง ไทรอยด์ ซึมเศร้า โรคการนอน และอีกหลายโรค อ่านต่อที่ อ่อนเพลียเรื้อรังเป็นเดือนไม่หาย
  • ลิ้นอักเสบ แผลในปาก: ขาดธาตุเหล็กก็เป็นได้
  • สับสน: ในผู้สูงอายุ MedlinePlus ระบุว่าอาจเป็นอาการของการติดเชื้ออย่างปอดอักเสบ

แพทย์จะแยกโรคจาก ประวัติการกินอาหาร การดื่มสุรา ยาที่ใช้ การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือด ไม่ได้ดูจากอาการเพียงอย่างเดียว

อาหารที่เป็นแหล่งวิตามินบีแต่ละตัว

ตามข้อมูลของ Linus Pauling Institute และ MedlinePlus

  • บี 1: ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง เนื้อหมูไม่ติดมัน
  • บี 2: นมและผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ บี 2 ถูกทำลายได้ง่ายเมื่อโดนแสง
  • บี 3: เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ ปลา ถั่ว เมล็ดพืช
  • บี 6: ไก่ ปลา มันฝรั่ง ผักโขม กล้วย
  • บี 12: เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ ปลา หอย ไข่ นม
  • โฟเลต: ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลส้ม ถั่ว และตับ ร่างกายเก็บโฟเลตได้ไม่มาก และ MedlinePlus ระบุว่าอาหารที่ปรุงจนสุกเกินไปเพิ่มความเสี่ยงขาดโฟเลต

ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ไข่ ปลา ถั่ว และผักใบเขียวลวกพอสุก เป็นวัตถุดิบในครัวไทยที่ให้วิตามินบีหลายตัว ผู้ป่วยโรคไตควรถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเพิ่มถั่วและธัญพืชไม่ขัดสี

ควรตรวจเลือดก่อนเสริมไหม

ถ้ามีอาการหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรตรวจก่อน ด้วยเหตุผลเหล่านี้

  • รู้ว่าขาดตัวไหน: การรักษาภาวะขาดแต่ละตัวใช้ขนาดต่างกัน เช่น บี 12 ในผู้ที่ดูดซึมไม่ได้ MedlinePlus ระบุว่าอาจต้องฉีดหรือกินขนาดสูง
  • ไม่กลบปัญหา: Linus Pauling Institute ระบุว่ากรดโฟลิกขนาดสูงในคนที่ขาดบี 12 อาจแก้โลหิตจางให้ดูดีขึ้น แต่ไม่แก้การขาดบี 12 ทำให้ยังเสี่ยงเส้นประสาทเสียหายถาวร
  • หาต้นเหตุ: เช่น โรคที่ดูดซึมบี 12 ไม่ได้ ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าอาจต้องรักษาต่อเนื่อง

การตรวจที่มีในโรงพยาบาล เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับบี 12 ระดับโฟเลต และค่าที่ช่วยยืนยันการขาดบี 12 แพทย์จะเลือกตามอาการและประวัติ

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669: เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อยมาก เป็นลมหมดสติ อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้

  • วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 12 และไบโอติน — ปริมาณอยู่ระดับใกล้ค่าแนะนำรายวันของ Linus Pauling Institute (คำนวณ) เช่น บี 1 1.5 มก. ราว 125–136% บี 2 1.5 มก. ราว 115–136% นิโคตินาไมด์ 15 มก. ราว 94–107% บี 6 1 มก. ราว 59–67% และบี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) ราว 42% เป็นระดับเสริมอาหารทั่วไป ไม่ใช่ขนาดรักษาภาวะขาด ซึ่งต้องให้แพทย์กำหนด
  • กรดโฟลิก 100 ไมโครกรัม — ราว 170 DFE หรือราว 43% ของค่าแนะนำ 400 ไมโครกรัม DFE (คำนวณ) และเป็น 10% ของ UL 1,000 ไมโครกรัม (คำนวณ)

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้รักษาหรือป้องกันภาวะขาดวิตามินบี แก้ปากนกกระจอก แก้ชา หรือแก้อ่อนเพลีย ผู้ที่มีอาการตามบทความนี้ควรตรวจกับแพทย์ก่อน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือวิตามินบีรวมยี่ห้ออื่นอยู่: ให้เภสัชกรรวมปริมาณก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

ขาดวิตามินบีมีอาการอย่างไร

แต่ละตัวมีอาการเด่นต่างกัน ขาดบี 1 ชาแสบเท้า ขาอ่อนแรง ขาดบี 2 แผลที่มุมปากและลิ้นอักเสบ ขาดบี 3 ผื่นตรงผิวที่โดนแดด ท้องเสีย สับสน ขาดบี 6 ซึมเศร้า สับสน แผลในปาก ขาดบี 12 ซีด เพลีย ชามือเท้า ขาดโฟเลต เพลีย ซีด เจ็บปากเจ็บลิ้น และมักขาดหลายตัวพร้อมกัน

ปากนกกระจอกขาดวิตามินอะไร

ตามข้อมูลของ Linus Pauling Institute แผลที่มุมปากพบในการขาดวิตามินบี 2 และบี 6 แต่ MedlinePlus ระบุว่าขาดธาตุเหล็กก็ทำให้ลิ้นอักเสบและแผลในปากได้ ถ้าเป็นซ้ำหรือมีซีดเพลียร่วม ควรให้แพทย์ตรวจเลือด

ขาดวิตามินบี 2 อาการเป็นอย่างไร

Linus Pauling Institute ระบุอาการ ได้แก่ เจ็บคอ เยื่อบุปากและคอแดงบวม ริมฝีปากแตก แผลที่มุมปาก ลิ้นอักเสบ และผิวหนังอักเสบเป็นขุยมัน และมักขาดร่วมกับวิตามินที่ละลายน้ำตัวอื่น

ขาดวิตามินบี 3 อาการเป็นอย่างไร

การขาดรุนแรงเรียกว่าเพลลากรา มีผื่นหนาสีคล้ำตรงผิวที่โดนแดด ท้องเสีย ปากและลิ้นอักเสบ ปวดศีรษะ เฉื่อยชา ซึมเศร้า สับสน หลงลืม ถ้าไม่รักษาอาจถึงแก่ชีวิต ต้องรักษากับแพทย์

ขาดวิตามินบีกินอะไรดี

แหล่งอาหารตาม Linus Pauling Institute ได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เนื้อหมูไม่ติดมัน (บี 1) นม เนื้อสัตว์ (บี 2) ไก่ ปลา (บี 3 บี 6) เนื้อสัตว์ ไข่ นม (บี 12) ผักใบเขียว ส้ม ถั่ว (โฟเลต) แต่ถ้ามีอาการหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรตรวจเลือดก่อน เพราะภาวะขาดบางแบบต้องรักษาด้วยขนาดที่แพทย์กำหนด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท