บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

อัลไซเมอร์อยู่ได้กี่ปี ทำไมแต่ละคนต่างกันมาก

คำตอบสั้น: ไม่มีใครบอกได้แน่นอนว่าผู้ป่วยอัลไซเมอร์แต่ละคนจะอยู่ได้กี่ปี สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่า หลังวินิจฉัยผู้ป่วยอยู่ได้เฉลี่ย 4–8 ปี แต่บางคนอยู่ได้ถึง 20 ปี MedlinePlus ให้ช่วง 3–20 ปี และอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุค่าเฉลี่ย 8–10 ปี ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยของคนจำนวนมาก ใช้ทำนายชีวิตของคนคนเดียวไม่ได้ แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมของไทยเองก็ระบุว่ายังไม่มีเกณฑ์ใดประมาณการรอดชีพของผู้ป่วยสมองเสื่อมได้แม่นยำพอ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ค่าเฉลี่ยหลังวินิจฉัย: 4–8 ปี (สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ) · 3–20 ปี (MedlinePlus) · 8–10 ปี (อาจารย์แพทย์ ศิริราช)
  • ตัวเลขต่างกันเพราะนับจากคนละกลุ่ม คนละวิธี และนับจากวันวินิจฉัยซึ่งแต่ละคนได้รับการวินิจฉัยช้าเร็วไม่เท่ากัน
  • MedlinePlus ระบุว่า ถ้าโรคพัฒนาเร็ว ก็มีแนวโน้มจะแย่ลงเร็ว และอัลไซเมอร์ที่เริ่มก่อนอายุ 60 ปีมักดำเนินโรคเร็วกว่า
  • สาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ โดยเฉพาะปอดอักเสบจากการสำลัก ไม่ใช่สมองหยุดทำงานทันที
  • สิ่งที่ครอบครัวทำได้คือ ดูแลโรคร่วม ป้องกันการสำลัก การหกล้ม และการติดเชื้อ และวางแผนการดูแลล่วงหน้า
  • ขอให้แพทย์อธิบายเป็นช่วงกว้าง ๆ และบอกสัญญาณที่ต้องเตรียมตัว ดีกว่าขอตัวเลขปีที่แน่นอน

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อยู่ได้กี่ปีหลังวินิจฉัย

ตัวเลขที่พบในแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้มีดังนี้

  • สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ (Alzheimer's Association): หลังวินิจฉัย อยู่ได้เฉลี่ย 4–8 ปี แต่อาจอยู่ได้ถึง 20 ปี ขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ
  • MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ): ผู้ป่วยมักเสียชีวิตเร็วกว่าคนทั่วไป แต่อาจอยู่ได้ตั้งแต่ 3 ถึง 20 ปีหลังวินิจฉัย
  • อาจารย์แพทย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล: ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อยู่ได้เฉลี่ย 8–10 ปี

ทำไมตัวเลขไม่ตรงกัน เพราะแต่ละแหล่งอ้างข้อมูลจากคนละกลุ่มประชากร และ "วันวินิจฉัย" ของแต่ละคนอยู่ในระยะของโรคที่ต่างกัน คนที่ครอบครัวสังเกตเร็วและพาไปตรวจตั้งแต่อาการน้อย จะนับปีได้ยาวกว่าคนที่มาพบแพทย์เมื่ออาการมากแล้ว

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ (เล่ม 144) ระบุชัดว่า การประมาณการรอดชีพของผู้ที่มีสมองเสื่อมยังไม่มีเกณฑ์ใดแม่นยำเพียงพอ แนวทางจึงแนะนำให้พิจารณาการดูแลระยะท้ายจากความรุนแรงของโรคและเป้าหมายความสุขสบาย มากกว่าการคาดว่าเหลือเวลาเท่าไร

ข้อจำกัดของตัวเลข "อยู่ได้กี่ปี"

  • เป็นค่าเฉลี่ย แปลว่ามีทั้งคนที่อยู่ได้สั้นกว่าและยาวกว่ามาก
  • ไม่ได้บอกคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยสองคนที่อยู่ได้ 8 ปีเท่ากัน อาจมีช่วงที่ยังใช้ชีวิตได้ดีต่างกันมาก
  • ไม่ได้แยกตามระยะ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุเพียงว่าระยะกลางมักยาวกว่าระยะอื่น ส่วน MedlinePlus ระบุว่าช่วงสุดท้ายของโรคอาจนานตั้งแต่ไม่กี่เดือนถึงหลายปี
  • ไม่ได้บอกว่าตัวเลขจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อมีการรักษาแบบใหม่ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนผู้ป่วยในอดีต

ระยะของโรคแต่ละช่วงอ่านได้ที่ อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ

ปัจจัยอะไรทำให้แต่ละคนต่างกันมาก

แหล่งข้อมูลกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้

1. ความเร็วของโรค MedlinePlus ระบุว่าความเร็วที่โรคแย่ลงแตกต่างกันในแต่ละคน และ ถ้าโรคพัฒนาเร็ว ก็มีแนวโน้มจะแย่ลงเร็ว

2. อายุที่เริ่มเป็น MedlinePlus แบ่งอัลไซเมอร์ที่เริ่มก่อนอายุ 60 ปี ซึ่งพบน้อยกว่ามากและมักแย่ลงเร็ว กับชนิดที่เริ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นชนิดที่พบบ่อย

3. สุขภาพโดยรวมและโรคร่วม สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าระยะเวลาขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ ส่วนในสมองเสื่อมชนิด Lewy body สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่าความเร็วของอาการขึ้นกับสุขภาพโดยรวม อายุ และความรุนแรงของอาการ นอกจากนี้ MedlinePlus ระบุว่าผลของปอดอักเสบจากการสำลักขึ้นกับสุขภาพของผู้ป่วยก่อนติดเชื้อด้วย

4. ชนิดของสมองเสื่อม ตัวเลขเฉลี่ยของสมองเสื่อมแต่ละชนิดไม่เท่ากัน เช่น

  • สมองเสื่อมชนิด Lewy body: NIA ระบุเฉลี่ย 5–7 ปีนับจากวินิจฉัย โดยมีช่วงตั้งแต่ 2 ถึง 20 ปี อ่านที่ สมองเสื่อมชนิด Lewy body
  • สมองส่วนหน้าเสื่อม (FTD): กรมการแพทย์โดยสถาบันประสาทวิทยาระบุว่าเสียชีวิตเฉลี่ยราว 7–8 ปี อ่านที่ สมองส่วนหน้าเสื่อม
  • สมองเสื่อมจากหลอดเลือด: MedlinePlus ระบุว่ามักเกิดร่วมกับอัลไซเมอร์ และอาการอาจแย่ลงเป็นขั้น ๆ หลังหลอดเลือดสมองตีบแต่ละครั้ง อ่านที่ สมองเสื่อมจากหลอดเลือดสมอง

5. ภาวะแทรกซ้อนและการดูแล การติดเชื้อ การสำลัก การหกล้ม และแผลกดทับ เป็นเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยทรุดลงได้ ซึ่งหลายเรื่องป้องกันได้ด้วยการดูแลที่ดี (ดูหัวข้อถัดไป)

ข้อควรระวัง: ปัจจัยเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมคนต่างกัน แต่ ไม่ได้ใช้คำนวณได้ว่าคนในบ้านจะอยู่ได้กี่ปี

ผู้ป่วยสมองเสื่อมเสียชีวิตจากอะไร

NIA ระบุว่าโรคอัลไซเมอร์ทำให้ผู้ป่วยค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง และ ในท้ายสุดโรคนี้ทำให้เสียชีวิต ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปัจจุบันสมองเสื่อมเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 7 ของโลก

แต่ในความเป็นจริง สาเหตุสุดท้ายมักเป็นภาวะแทรกซ้อน

  • ปอดอักเสบจากการสำลัก: NIA ระบุว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เกิดเมื่อกลืนไม่ดีแล้วอาหารหรือน้ำเข้าไปในปอดแทนอากาศ
  • การติดเชื้อหรืออวัยวะล้มเหลว: MedlinePlus ระบุว่าในช่วงสุดท้าย ผู้ป่วยพิการโดยสมบูรณ์ และการเสียชีวิตมักเกิดจากการติดเชื้อหรืออวัยวะล้มเหลว
  • การติดเชื้อทั่วไปในผู้ป่วยติดเตียง: สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าการเคลื่อนไหวไม่ได้ในระยะท้ายทำให้ติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะปอดอักเสบ

อัลไซเมอร์ทำให้เสียชีวิตได้อย่างไร

NIA อธิบายว่าในอัลไซเมอร์ เซลล์ประสาทจำนวนมากทำงานผิดปกติ สูญเสียการเชื่อมต่อ และตายไป โดยเริ่มจากสมองส่วนความจำ แล้วลามไปส่วนที่ดูแลภาษา การใช้เหตุผล และพฤติกรรมทางสังคม จนถึงระยะท้าย สมองฝ่อเป็นวงกว้าง

เมื่อสมองส่วนต่าง ๆ เสียหายมากขึ้น ผู้ป่วยจะค่อย ๆ เสียความสามารถพื้นฐาน เช่น การเดิน การนั่ง และการกลืน (สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ) การกลืนที่ผิดปกติทำให้อาหารและน้ำหลุดเข้าปอด การนอนติดเตียงทำให้เกิดแผลกดทับและติดเชื้อง่าย ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้คือทางที่มักนำไปสู่การเสียชีวิต อ่านการดูแลช่วงนี้ที่ สมองเสื่อมระยะสุดท้าย

สิ่งที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นในแต่ละช่วง

ไม่มีวิธีใดที่พิสูจน์ได้ว่าทำให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อยู่ได้นานขึ้นเป็นจำนวนปีที่แน่นอน แต่มีสิ่งที่แหล่งข้อมูลแนะนำเพื่อให้แต่ละช่วงมีคุณภาพ

ระยะต้น

  • สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าผู้ป่วยระยะต้นยังใช้ชีวิตได้ดีได้ ด้วยการดูแลสุขภาพและใช้เวลากับสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต
  • เป็นช่วงที่เหมาะในการวางแผนเรื่องกฎหมาย การเงิน และความต้องการในวาระสุดท้าย เพราะผู้ป่วยยังร่วมตัดสินใจได้ แนวทางไทย (เล่ม 142) แนะนำให้เริ่มวางแผนดูแลล่วงหน้าตั้งแต่ระยะแรก
  • ดูแลโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ตามที่แพทย์นัด

ระยะกลาง

  • ปรับบ้านป้องกันการหกล้มและการหลงทาง อ่านที่ ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน
  • ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยา ทบทวนยาที่อาจทำให้สับสนกับแพทย์หรือเภสัชกร
  • แนวทางไทย (เล่ม 144) ระบุว่าระยะกลางเป็นช่วงที่เหมาะในการคุยกันเรื่องหัตถการยื้อชีวิต เช่น สายให้อาหาร ท่อช่วยหายใจ และการกู้ชีพ

ระยะท้าย

  • ป้อนอาหารในท่านั่งตัวตรง คำเล็ก ไม่เร่ง ห้ามป้อนตอนง่วงหรือนอนราบ (NIA) อ่านที่ ป้องกันการสำลักในผู้สูงอายุ
  • ทำความสะอาดช่องปากหลังอาหาร เพื่อลดเชื้อที่อาจนำไปสู่ปอดอักเสบ (สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ)
  • พลิกตัวป้องกันแผลกดทับ อ่านที่ ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง
  • แนวทางไทย (เล่ม 149) แนะนำให้เสนอบริการดูแลระยะท้าย (hospice) แก่ผู้ป่วยระยะรุนแรง โดยเน้นความสุขสบาย

คุยกับแพทย์เรื่องการพยากรณ์โรคอย่างไร

หลายครอบครัวอยากรู้ "อีกกี่ปี" แต่ไม่กล้าถาม คำถามที่ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ใช้วางแผนได้จริง เช่น

  • ตอนนี้ผู้ป่วยอยู่ในระยะไหน และอาการที่ควรเตรียมรับในช่วงถัดไปคืออะไร
  • มีโรคร่วมหรือปัญหาใดที่ทำให้อาการแย่ลงเร็วกว่าปกติ และแก้ไขได้หรือไม่
  • ยาที่ใช้อยู่ตัวไหนยังจำเป็น ตัวไหนควรทบทวน
  • สัญญาณใดที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที
  • ถ้าผู้ป่วยกลืนลำบากหรือติดเชื้อซ้ำ ทางเลือกการรักษามีอะไรบ้าง ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร
  • โรงพยาบาลมีทีมดูแลแบบประคับประคองหรือไม่

แพทย์อาจตอบเป็นช่วงกว้าง ๆ หรือบอกว่าคาดเดาได้ยาก ซึ่งเป็นคำตอบที่ตรงกับหลักฐาน ไม่ได้แปลว่าแพทย์ไม่ใส่ใจ วิธีเตรียมคำถามก่อนไปพบแพทย์อ่านที่ เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอ

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669: สำลักแล้วหายใจไม่ได้ หายใจลำบาก ริมฝีปากเขียวคล้ำ มีไข้ร่วมกับสับสนหรือซึมลง อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก

ยาหรืออาหารเสริมช่วยให้ผู้ป่วยอยู่ได้นานขึ้นไหม

MedlinePlus ระบุว่ายังไม่มีวิธีรักษาอัลไซเมอร์ให้หาย ยาที่ใช้อยู่ช่วยชะลอการแย่ลงของอาการได้แต่ประโยชน์อาจไม่มาก ส่วนเรื่องอาหารเสริม NIA เตือนให้ระวังผลิตภัณฑ์ที่สัญญาว่าช่วยความจำหรือป้องกันโรคสมอง เพราะอาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือรบกวนการรักษาอื่น ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาสมองเสื่อมเอง ภาพรวมยาอ่านที่ ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. ซึ่งให้โคลีนราว 37 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. ซึ่งให้วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · ส่วนประกอบอื่น: เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่

เรื่องระยะเวลาการมีชีวิตของผู้ป่วยขึ้นกับการดูแลทางการแพทย์และภาวะแทรกซ้อน ส่วนหลักฐานในคนของส่วนประกอบแต่ละตัวมีดังนี้

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานทดลองในญี่ปุ่นกับผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้เห็ดหัวลิงผงวันละ 3,000 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 12 เท่า (คำนวณ) คะแนนแบบทดสอบสูงกว่ากลุ่มยาหลอกระหว่างกิน แต่หลังหยุด 4 สัปดาห์คะแนนลดลง งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในคนสุขภาพดีที่พบผลเล็กเฉพาะบางด้าน ส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. ราว 2 เท่าของในแคปซูล (คำนวณ) และฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การทบทวนงานทดลอง 5 งานพบว่าไม่ต่างจากยาหลอกหรือยาโดเนเพซิล โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก
  • โคลีน ไบทาร์เทรต 90 มก. — ให้โคลีนราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัมไม่เพิ่มความจำ และงานเล็กในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ใช้โคลีนขนาดสูงไม่พบผู้ใดดีขึ้น
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ และไม่ชะลอความจำถดถอย การทบทวนของ Cochrane สรุปว่าหลักฐาน "ไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้" ใบแปะก๊วยคือที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้าบนฉลาก
  • ไพริดอกซิน 2 มก. — ให้วิตามินบี 6 ใกล้เคียงค่าแนะนำต่อวันของผู้สูงอายุ งานที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. ราว 12 เท่า (คำนวณ) ร่วมกับกรดโฟลิกและบี 12 ซึ่งไม่มีในผลิตภัณฑ์นี้ และเห็นผลเฉพาะคนที่มีโฮโมซิสเทอีนสูง ส่วนการวิเคราะห์รวม 11 งานราว 22,000 คน พบว่าวิตามินบีไม่มีผลต่อปริชาน

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อยู่ได้นานขึ้น ชะลอโรค หรือลดภาวะแทรกซ้อน ไม่ใช้แทนยาสมองเสื่อมหรือการพบแพทย์ตามนัด

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้ที่เลือดออกง่าย หรือกำลังจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม เช่น donepezil rivastigmine galantamine memantine: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และยังไม่มีงานในคนเรื่องใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติชักหรือใช้ยากันชัก และผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือเคยแพ้สมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กลืนลำบากหรือสำลักบ่อย: ถามแพทย์ก่อนให้แคปซูลหรืออาหารเสริมใด
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ต้องนับวิตามินบี 6 รวมทุกแหล่ง
  • ผู้ป่วยที่จำไม่ได้ว่ากินอะไรไปแล้ว: ผู้ดูแลควรเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากผู้สูงอายุมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก สำลักจนหายใจลำบาก ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อยู่ได้กี่ปี

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าหลังวินิจฉัยอยู่ได้เฉลี่ย 4–8 ปี แต่บางคนอยู่ได้ถึง 20 ปี MedlinePlus ให้ช่วง 3–20 ปี และอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุค่าเฉลี่ย 8–10 ปี ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยของคนจำนวนมาก ใช้ทำนายรายบุคคลไม่ได้

อัลไซเมอร์ระยะสุดท้ายอยู่ได้กี่ปี

MedlinePlus ระบุว่าช่วงสุดท้ายของโรคอาจนานตั้งแต่ไม่กี่เดือนถึงหลายปี และแนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมของไทยระบุว่ายังไม่มีเกณฑ์ใดประมาณการรอดชีพของผู้ป่วยสมองเสื่อมได้แม่นยำพอ ครอบครัวควรคุยกับแพทย์เรื่องเป้าหมายการดูแลมากกว่าตัวเลขเวลา

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์เสียชีวิตจากอะไร

สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐระบุว่าสาเหตุที่พบบ่อยคือปอดอักเสบจากการสำลัก ส่วน MedlinePlus ระบุว่าการเสียชีวิตมักเกิดจากการติดเชื้อหรืออวัยวะล้มเหลว เพราะในระยะท้ายผู้ป่วยกลืนลำบาก เคลื่อนไหวไม่ได้ และติดเชื้อง่าย

ทำไมผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางคนอยู่ได้นานกว่าคนอื่นมาก

แหล่งข้อมูลระบุว่าความเร็วของโรคต่างกันในแต่ละคน โรคที่พัฒนาเร็วมักแย่ลงเร็ว ชนิดที่เริ่มก่อนอายุ 60 ปีมักดำเนินโรคเร็วกว่า และสุขภาพโดยรวม โรคร่วม ชนิดของสมองเสื่อม รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอย่างการติดเชื้อและการสำลัก ก็มีผลด้วย แต่ไม่มีปัจจัยใดใช้คำนวณได้แม่นยำ

อัลไซเมอร์ที่เริ่มเป็นตอนอายุน้อยอยู่ได้สั้นกว่าไหม

MedlinePlus ระบุว่าอัลไซเมอร์ที่เริ่มก่อนอายุ 60 ปีพบน้อยกว่ามาก และมักแย่ลงเร็ว แต่แหล่งข้อมูลไม่ได้ให้ตัวเลขจำนวนปีแยกตามอายุที่เริ่มเป็น ควรถามแพทย์ผู้รักษาซึ่งรู้ข้อมูลของผู้ป่วยรายนั้น

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท