บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

สมองเสื่อมระยะสุดท้าย อาการเป็นอย่างไร ผู้ดูแลต้องรู้อะไร

คำตอบสั้น: สมองเสื่อมระยะสุดท้าย (ระยะรุนแรง) คือช่วงที่ผู้ป่วยสื่อสารได้น้อยมาก เดินและนั่งเองไม่ได้ กลืนลำบาก และต้องพึ่งผู้ดูแลตลอดเวลา ปัญหาที่พบบ่อยคือปอดอักเสบจากการสำลัก แผลกดทับ การติดเชื้อ และความเจ็บปวดที่ผู้ป่วยบอกไม่ได้ เป้าหมายของการดูแลในระยะนี้เปลี่ยนจากการชะลอโรคมาเป็นความสุขสบาย ศักดิ์ศรี และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยครอบครัวควรวางแผนร่วมกับทีมแพทย์ล่วงหน้า

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อาการหลัก: พูดได้น้อยหรือไม่พูด เดินไม่ได้ ลุกนั่งเองไม่ได้ กลืนลำบาก นอนมากขึ้น กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ น้ำหนักลด
  • ปอดอักเสบจากการสำลักเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อย (สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ NIA)
  • ป้อนอาหารในท่านั่งตัวตรง คำเล็ก ไม่เร่ง ให้กลืนหมดก่อนคำต่อไป ห้ามป้อนตอนง่วงหรือนอนราบ
  • เปลี่ยนท่าเป็นประจำตามที่ทีมดูแลแนะนำ (สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ส่วน NIA ระบุอย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมงเมื่อนอนอยู่) และตรวจผิวทุกวันเพื่อป้องกันแผลกดทับ
  • ผู้ป่วยบอกว่าปวดไม่ได้ ให้สังเกตสีหน้า เสียงคราง และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
  • แนวทางเวชปฏิบัติไทยไม่แนะนำการใส่สายให้อาหารในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง ยกเว้นใช้ชั่วคราว การตัดสินใจควรทำร่วมกับแพทย์
  • มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ สำลักจนหายใจไม่ได้ หายใจลำบาก ปากเขียว หรือมีไข้ร่วมกับซึมลง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สมองเสื่อมระยะสุดท้ายคืออะไร

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ภาคผนวก 13 (เล่ม 306) อธิบาย GDS ขั้น 7 (สมองเสื่อมรุนแรงมาก) ว่า ผู้ป่วยพูดสื่อสารไม่ได้ ต้องช่วยเหลือในกิจวัตรทุกอย่าง เช่น เข้าห้องน้ำ กินอาหาร และเดินไม่ได้

แบบประเมิน FAST ขั้น 7 ในภาคผนวกเดียวกันแบ่งย่อยตามลำดับที่มักเกิด คือ พูดได้เพียง 5–6 คำต่อวัน แล้วเหลือคำที่ชัดเพียงวันละคำ จากนั้นเดินไม่ได้ ลุกนั่งเองไม่ได้ ยิ้มไม่ได้ และชันคอเองไม่ได้

ระยะนี้ยาวไม่เท่ากันในแต่ละคน MedlinePlus ระบุว่า ช่วงสุดท้ายของโรคอาจนานตั้งแต่ไม่กี่เดือนถึงหลายปี ภาพรวมทุกระยะอ่านที่ อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ

อาการระยะสุดท้าย: พูดน้อยลง เดินไม่ได้ กลืนลำบาก

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐและ NIA ระบุอาการที่พบในระยะนี้ไว้ใกล้เคียงกัน

  • สื่อสารไม่ได้หรือได้น้อยมาก อาจยังพูดเป็นคำหรือวลี แต่บอกความเจ็บปวดไม่ได้
  • ไม่รับรู้เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดหรือสิ่งรอบตัว
  • การเดิน การนั่ง และการกลืนเปลี่ยนไป จนต้องนอนบนเตียงหรือเก้าอี้เกือบตลอดเวลา
  • น้ำหนักลด ไม่ค่อยสนใจอาหาร นอนมากขึ้น
  • ส่งเสียงคราง ครวญ หรือร้อง
  • กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้
  • ปัญหาฟัน ผิวหนัง และเท้า บางคนมีอาการชัก
  • ติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะปอดอักเสบ

NIA เล่าเพิ่มว่าบางคนมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกทันทีที่แขน ขา หรือทั้งตัว (myoclonus) ซึ่งดูคล้ายชักแต่ไม่หมดสติ ถ้าเห็นอาการนี้ให้แจ้งแพทย์ทันที

ปัญหาแทรกซ้อนที่พบบ่อย: ปอดอักเสบจากการสำลัก และแผลกดทับ

ปอดอักเสบจากการสำลัก NIA ระบุว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เกิดเมื่อผู้ป่วยกลืนไม่ดีแล้วอาหารหรือน้ำเข้าไปในปอดแทนอากาศ MedlinePlus ระบุปัจจัยเสี่ยง เช่น ความรู้สึกตัวลดลงจากยาหรือความเจ็บป่วย ยาที่ทำให้ง่วง ปัญหาการกลืน และ การกินหรือถูกป้อนในท่าที่ไม่ได้นั่งตัวตรง

อาการที่ MedlinePlus ระบุ เช่น ไข้ ไอมีเสมหะเขียวหรือคล้ำ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี้ด เจ็บหน้าอก สับสน และกลืนลำบาก

การป้องกันการติดเชื้อ (สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ):

  • ทำความสะอาดฟันและช่องปากหลังอาหารทุกมื้อ เพราะช่องปากที่สะอาดลดเชื้อที่อาจนำไปสู่ปอดอักเสบ ถ้าใส่ฟันปลอมให้ถอดล้างทุกคืน
  • ใช้แปรงขนนุ่มหรือผ้าก๊อซชุบน้ำเช็ดเหงือก ลิ้น และกระพุ้งแก้ม
  • ทำแผลถลอกทันที แผลลึกให้พบแพทย์
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ ทั้งสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

แผลกดทับ เกิดเมื่อนอนหรือนั่งท่าเดิมนาน NIA ระบุว่าแผลกดทับระยะเริ่มต้นจะเห็นผิวเปลี่ยนสีหรือคล้ำขึ้น ให้ดูบริเวณส้นเท้า สะโพก หลังส่วนล่าง และท้ายทอย สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำ

  • เปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ใช้หมอนรองแขนขา ส่วน NIA แนะนำให้ขยับตัวผู้ป่วยอย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมงเมื่อนอนอยู่ และอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมงเมื่อนั่ง ความถี่ที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนให้ถามพยาบาลหรือทีมดูแล
  • รักษาผิวให้สะอาดและแห้ง ใช้สบู่อ่อน ซับให้แห้ง ตรวจผิวทุกวัน
  • ขยับข้อต่อเบา ๆ เพื่อป้องกันข้อติด โดยปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน
  • ให้พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดสอนวิธียกและพลิกตัว ห้ามดึงแขนหรือไหล่ผู้ป่วย

รายละเอียดการป้องกันแผลกดทับอ่านที่ ป้องกันแผลกดทับ และการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอ่านที่ ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง

ดูแลการกินอย่างไรเมื่อกลืนลำบาก

NIA ระบุว่าในระยะท้าย ผู้ป่วยอาจเคี้ยวและกลืนไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม ทำให้เสี่ยงสำลัก วิธีที่แหล่งข้อมูลแนะนำ ได้แก่

  • นั่งตัวตรงระหว่างกิน และหลังกินต่ออีกอย่างน้อย 20–30 นาที (NIA ระบุอย่างน้อย 20 นาที สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุ 30 นาที ส่วน MedlinePlus ระบุ 30–45 นาทีสำหรับผู้มีปัญหาการกลืน)
  • ห้ามป้อนตอนง่วงหรือนอนราบ
  • หั่นอาหารชิ้นเล็กและนิ่ม หรือบด ปั่น ให้กินง่าย
  • ไม่เร่ง ให้เคี้ยวและกลืนหมดก่อนคำต่อไป บางครั้งอาหารค้างอยู่ในกระพุ้งแก้ม
  • ไม่ใช้หลอดดูด ให้จิบจากแก้วทีละน้อย (NIA)
  • พูดเตือนเบา ๆ ว่า "กลืนนะ"
  • อย่าคุยกับผู้ป่วยระหว่างที่กำลังกลืน (MedlinePlus)
  • น้ำใสอาจสำลักง่าย นักแก้ไขการพูดและการกลืนอาจแนะนำให้ทำน้ำให้ข้น ควรถามทีมแพทย์ก่อน (MedlinePlus)

ถ้าสงสัยว่ามีปัญหาการกลืน เช่น ไอหรือสำลักระหว่างหรือหลังกิน มีเสียงครืดคราดในคอ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้แจ้งแพทย์เพื่อตรวจการกลืน วิธีป้อนอาหารอย่างปลอดภัยอ่านต่อที่ ป้องกันการสำลักในผู้สูงอายุ

เรื่องสายให้อาหาร แนวทางเวชปฏิบัติไทย (เล่ม 116 และ 148) ไม่แนะนำให้เริ่มให้อาหารทางสายในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง เพราะไม่ลดการสำลักหรือการเสียชีวิต แต่เพิ่มการผูกยึดผู้ป่วยและทำให้ติดเตียง ยกเว้นใช้ชั่วคราวในภาวะที่แก้ไขได้ แนวทางระบุด้วยว่าการตัดสินใจควรชั่งน้ำหนักกับวัฒนธรรมและความเชื่อของแต่ละครอบครัว เรื่องนี้ครอบครัวควรคุยกับแพทย์ผู้รักษาโดยตรง ไม่ควรตัดสินใจจากบทความใด

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าน้ำหนักลดช่วงท้ายของชีวิตเป็นสิ่งที่คาดได้ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของการขาดอาหาร โรคอื่น หรือผลข้างเคียงยา จึงควรให้แพทย์ประเมิน

สัญญาณที่ควรพาไปโรงพยาบาล

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • สำลักอาหารแล้วไอไม่ออก หายใจไม่ได้ หรือหน้าเขียว
  • หายใจลำบาก หายใจเร็ว หอบ หรือริมฝีปากและลิ้นเขียวคล้ำ
  • มีไข้ร่วมกับสับสนหรือซึมลง
  • ซึมลงหรืออาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ปลุกไม่ค่อยตื่น
  • ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก
  • เจ็บหน้าอก

ติดต่อแพทย์หรือทีมดูแลโดยเร็ว (ไม่ต้องรอวันนัด) ถ้าไอหรือสำลักบ่อยเวลากิน กินหรือดื่มได้น้อยลงมาก มีแผลกดทับใหม่หรือแผลแดงไม่หาย ไม่ถ่ายหลายวัน หรือสงสัยว่าผู้ป่วยปวด

ครอบครัวที่วางแผนการดูแลล่วงหน้าไว้แล้ว ควรเก็บเอกสารแสดงเจตนาไว้ในที่หยิบง่าย และแจ้งทีมแพทย์ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล แนวทางไทย (เล่ม 144) ระบุว่าการแสดงเจตนาล่วงหน้า (living will) มีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 รองรับ

ดูแลให้สุขสบายที่บ้านทำอะไรได้บ้าง

แนวทางไทย (เล่ม 134) ระบุว่าในผู้ป่วยระยะสุดท้าย เป้าหมายเปลี่ยนเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อน และกระตุ้นให้ลุกนั่งหรือขยับแขนขาเท่าที่ทำได้

ดูแลความเจ็บปวด NIA ระบุว่าผู้ป่วยอาจแสดงความเจ็บปวดด้วยเสียงคราง ถอนหายใจ หน้านิ่วเมื่อถูกสัมผัส หงุดหงิดหรือก้าวร้าว หรือนั่งท่าแปลก ๆ เพื่อปกป้องส่วนที่เจ็บ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐเพิ่มว่ากระวนกระวาย สั่น ตะโกน และนอนไม่หลับ ก็อาจเป็นสัญญาณของความปวด แนวทางไทย (เล่ม 144) ระบุว่าความปวดในระยะนี้ประเมินยาก และยาแก้ปวดที่น้อยไปหรือมากไปต่างทำให้สับสนได้ จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและสั่งยาแก้ปวด

ดูแลผิวและความสบาย (NIA) ทาครีมหรือขี้ผึ้งที่ริมฝีปาก ถ้าปากแห้งและผู้ป่วยรู้สึกตัว อาจให้อมน้ำแข็งก้อนเล็ก หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดในปาก ดูแลเท้าและตัดเล็บ

ดูแลใจผู้ป่วย NIA และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่า แม้ในระยะท้าย ผู้ป่วยยังได้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับคนที่รัก เช่น เล่าเรื่อง ดูรูปเก่า เปิดเพลงที่ชอบ สัมผัสหรือนวดเบา ๆ แปรงผม หรือนั่งข้าง ๆ การมีคนอยู่ใกล้ก็ช่วยให้สงบได้

การดูแลแบบประคับประคองและการดูแลระยะท้าย แนวทางไทย (เล่ม 144 และ 149) แนะนำให้เสนอทางเลือกบริการดูแลระยะท้าย (hospice) แก่ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายความสุขสบาย และระบุว่ามีหลักฐานว่าบริการนี้ช่วยควบคุมอาการและลดความกังวลของครอบครัวได้ดีกว่าการดูแลทั่วไป ครอบครัวสามารถสอบถามทีมดูแลแบบประคับประคองของโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรักษาอยู่ อ่านเพิ่มที่ การดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยสมองเสื่อม

ผู้ดูแลรับมือกับความรู้สึกสูญเสียอย่างไร

NIA ระบุว่าการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมในช่วงท้ายของชีวิตเหนื่อยทั้งกายและใจ และเมื่อผู้ป่วยจากไป ผู้ดูแลอาจรู้สึกเศร้า สูญเสียเป้าหมาย รู้สึกผิด หรือแม้แต่โล่งใจ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ปกติทั้งหมด

หลายครอบครัวเริ่มรู้สึกสูญเสียตั้งแต่ผู้ป่วยยังอยู่ เพราะคนที่รักเปลี่ยนไปจนจำเราไม่ได้ สิ่งที่ช่วยได้ตามคำแนะนำของ NIA และองค์การอนามัยโลก (WHO) คือ ยอมรับความช่วยเหลือ แบ่งเวรดูแล พักอย่างสม่ำเสมอ และหาคนพูดคุย สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าครอบครัวที่ผ่านช่วงนี้มาแนะนำให้หาข้อมูลแล้วตัดสินใจเดินหน้า มากกว่ามาตั้งคำถามกับการตัดสินใจที่ผ่านไปแล้ว

ถ้ารู้สึกหมดหวัง นอนไม่หลับต่อเนื่อง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อ่านเพิ่มที่ ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล

ระยะสุดท้ายยังต้องกินยาสมองเสื่อมอยู่ไหม

คำถามนี้ต้องให้แพทย์ผู้รักษาตอบเป็นรายคน ในระยะที่กลืนลำบาก การกินยาเม็ดอาจทำได้ยากขึ้น และแนวทางไทย (เล่ม 80–81) ระบุว่ายาสมองเสื่อมกลุ่ม cholinesterase inhibitors ตีกับยาบางกลุ่มจนหัวใจเต้นช้าหรือวูบได้ ห้ามหยุด บด หรือเปลี่ยนยาเอง ให้นำยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน และถามว่ายาตัวใดยังจำเป็นต่อความสุขสบายของผู้ป่วย

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. ซึ่งให้โคลีนราว 37 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. ซึ่งให้วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · ส่วนประกอบอื่น: เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่

ในระยะสุดท้าย การกลืนแคปซูลเองอาจเสี่ยงสำลัก และผู้ป่วยมักใช้ยาหลายชนิด จึงควรรู้หลักฐานในคนของส่วนประกอบแต่ละตัวก่อน ดังนี้

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานทดลองในญี่ปุ่นกับผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้เห็ดหัวลิงผงวันละ 3,000 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 12 เท่า (คำนวณ) คะแนนแบบทดสอบสูงกว่ากลุ่มยาหลอกระหว่างกิน แต่หลังหยุด 4 สัปดาห์คะแนนลดลง งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในคนสุขภาพดีที่พบผลเล็กเฉพาะบางด้าน ส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. ราว 2 เท่าของในแคปซูล (คำนวณ) และฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การทบทวนงานทดลอง 5 งานพบว่าไม่ต่างจากยาหลอกหรือยาโดเนเพซิล โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก
  • โคลีน ไบทาร์เทรต 90 มก. — ให้โคลีนราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัมไม่เพิ่มความจำ และงานเล็กในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ใช้โคลีนขนาดสูงไม่พบผู้ใดดีขึ้น
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ และไม่ชะลอความจำถดถอย การทบทวนของ Cochrane สรุปว่าหลักฐาน "ไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้" ใบแปะก๊วยคือที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้าบนฉลาก
  • ไพริดอกซิน 2 มก. — ให้วิตามินบี 6 ใกล้เคียงค่าแนะนำต่อวันของผู้สูงอายุ งานที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. ราว 12 เท่า (คำนวณ) ร่วมกับกรดโฟลิกและบี 12 ซึ่งไม่มีในผลิตภัณฑ์นี้ และเห็นผลเฉพาะคนที่มีโฮโมซิสเทอีนสูง ส่วนการวิเคราะห์รวม 11 งานราว 22,000 คน พบว่าวิตามินบีไม่มีผลต่อปริชาน

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะสุดท้าย ลดการติดเชื้อ หรือช่วยเรื่องการกลืน ไม่ใช้แทนยา อาหารที่ทีมแพทย์วางแผนให้ หรือการพบแพทย์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ป่วยที่กลืนลำบากหรือสำลักบ่อย: อย่าป้อนแคปซูลหรืออาหารเสริมใดโดยไม่ถามแพทย์หรือทีมดูแลก่อน เพราะเสี่ยงสำลัก
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้ที่เลือดออกง่าย หรือกำลังจะผ่าตัดหรือทำหัตถการ: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม เช่น donepezil rivastigmine galantamine memantine: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และยังไม่มีงานในคนเรื่องใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติชักหรือใช้ยากันชัก และผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือเคยแพ้สมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ต้องนับวิตามินบี 6 รวมทุกแหล่ง
  • ผู้ดูแลควรเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากผู้สูงอายุมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก สำลักจนหายใจลำบาก ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

สมองเสื่อมระยะสุดท้ายมีอาการอย่างไร

ผู้ป่วยสื่อสารได้น้อยมากหรือพูดไม่ได้ ไม่รับรู้สิ่งรอบตัว เดินและลุกนั่งเองไม่ได้ กลืนลำบาก น้ำหนักลด นอนมากขึ้น กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ และติดเชื้อง่ายโดยเฉพาะปอดอักเสบ ต้องมีผู้ดูแลช่วยในกิจวัตรทุกอย่างตลอดเวลา

ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะสุดท้ายเสียชีวิตจากอะไร

สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐระบุว่าสาเหตุที่พบบ่อยในผู้ป่วยอัลไซเมอร์คือปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งเกิดเมื่อกลืนไม่ดีแล้วอาหารหรือน้ำเข้าปอด ส่วน MedlinePlus ระบุว่าการเสียชีวิตมักเกิดจากการติดเชื้อหรืออวัยวะล้มเหลว

ผู้ป่วยสมองเสื่อมกลืนลำบาก ควรใส่สายให้อาหารไหม

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ไม่แนะนำให้เริ่มให้อาหารทางสายในผู้ป่วยระยะรุนแรง เพราะไม่ลดการสำลักหรือการเสียชีวิต แต่เพิ่มการผูกยึดและทำให้ติดเตียง ยกเว้นใช้ชั่วคราวในภาวะที่แก้ไขได้ และให้ชั่งน้ำหนักกับความเชื่อของแต่ละครอบครัว ครอบครัวควรคุยรายละเอียดกับแพทย์ผู้รักษาโดยตรง

รู้ได้อย่างไรว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมที่พูดไม่ได้กำลังปวด

สังเกตเสียงคราง ถอนหายใจ หน้านิ่วเมื่อถูกสัมผัส หงุดหงิดหรือก้าวร้าวขึ้น นั่งหรือนอนท่าแปลกเพื่อปกป้องส่วนที่เจ็บ กระสับกระส่าย หรือนอนไม่หลับ ถ้าสงสัยให้แจ้งแพทย์เพื่อหาสาเหตุและให้ยาแก้ปวดที่เหมาะสม อย่าให้ยาแก้ปวดเองเพราะยาที่มากหรือน้อยไปทำให้สับสนได้

อาการแบบไหนในผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

มีข้อใดข้อหนึ่งให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ได้แก่ สำลักแล้วหายใจไม่ได้ หายใจลำบากหรือหอบ ริมฝีปากเขียวคล้ำ มีไข้ร่วมกับสับสนหรือซึมลง อาการทรุดลงเร็ว ชัก หกล้มศีรษะกระแทก หรือเจ็บหน้าอก

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท