บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

ไตรกลีเซอไรด์สูง 300 400 500 อันตรายไหม ค่าเท่าไรต้องรีบพบแพทย์

คำตอบสั้น: ไตรกลีเซอไรด์ปกติต้องต่ำกว่า 150 มก./ดล. ค่า 200–499 ถือว่า สูง และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว ส่วนค่า 500 มก./ดล. ขึ้นไปถือว่าสูงมาก เพราะเพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน แนวทางไทยให้พิจารณาเริ่มยาที่ระดับนี้ ถ้าผลตรวจเกิน 500 ควรนัดพบแพทย์โดยเร็ว และถ้ามีปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง ให้ไปโรงพยาบาลทันที

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เกณฑ์ผู้ใหญ่: ต่ำกว่า 150 ปกติ · 150–199 ก้ำกึ่ง · 200–499 สูง · 500 ขึ้นไป สูงมาก (หน่วย มก./ดล.)
  • NHLBI ระบุว่าค่าเกิน 500 มก./ดล. เพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
  • แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 แนะนำอย่างยิ่งให้พิจารณาเริ่มยากลุ่มไฟเบรตร่วมกับปรับพฤติกรรม เมื่อค่าเกิน 500 มก./ดล.
  • ค่าสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
  • ไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่าปกติพบได้น้อยมาก

ค่าปกติของไตรกลีเซอไรด์เท่าไร

ค่าปกติของผู้ใหญ่คือต่ำกว่า 150 มก./ดล. เกณฑ์นี้ตรงกันใน MedlinePlus, NHLBI ของสหรัฐฯ และโรงพยาบาลรามาธิบดี สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 10–19 ปี NHLBI ใช้เกณฑ์ต่ำกว่า 90 มก./ดล.

NHLBI ระบุว่าแพทย์อาจวินิจฉัยว่าไตรกลีเซอไรด์สูง เมื่อค่าตอนงดอาหารสูงตั้งแต่ 150 มก./ดล. ขึ้นไป เป็นประจำ ผลเลือดครั้งเดียวจึงยังไม่ใช่คำตัดสินทั้งหมด ดูวิธีอ่านผลตรวจเลือดทั้งชุดได้ที่ อ่านผลตรวจเลือดอย่างไร

ช่วง 150–199, 200–499 และ 500 ขึ้นไป แต่ละช่วงหมายถึงอะไร

150–199 มก./ดล. ก้ำกึ่ง เริ่มสูง

MedlinePlus ระบุว่าค่าเกิน 150 อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และค่าตั้งแต่ 150 ขึ้นไปเป็นเกณฑ์หนึ่งของกลุ่มอาการเมตาบอลิก ช่วงนี้มักเริ่มจากการปรับอาหาร ลดน้ำตาล ลดแอลกอฮอล์ และขยับตัวมากขึ้น

200–499 มก./ดล. สูง (รวมค่า 300 และ 400)

ค่า 300 หรือ 400 อยู่ในช่วงนี้ NHLBI อธิบายว่าถ้าไม่ดูแล ไตรกลีเซอไรด์สูงจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง แพทย์จะดูค่านี้ร่วมกับ LDL โรคเบาหวาน ความดัน และบุหรี่ เพื่อประเมินความเสี่ยงรวม

มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ควรรู้ 2 ข้อ

  • ถ้าค่าตอนไม่งดอาหารเกิน 400 มก./ดล. แนวทางไทยให้ตรวจซ้ำโดยงดอาหาร 10–12 ชั่วโมง
  • ถ้าไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 400 มก./ดล. ขึ้นไป ค่า LDL ที่คำนวณจากสูตรจะไม่แม่น แนวทางไทยแนะนำให้ใช้ค่า LDL ที่วัดโดยตรงแทน

500 มก./ดล. ขึ้นไป สูงมาก

NHLBI ระบุว่าค่าที่เกิน 500 เพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน อาจทำให้หลอดเลือดที่จอตาดูผิดปกติ และอาจทำให้ผิวหนังที่หลัง อก แขน และขา เกิดความเสียหาย

ไตรกลีเซอไรด์ 1,000 อันตรายแค่ไหน

ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus ระบุว่าไตรกลีเซอไรด์ที่เกี่ยวข้องกับตับอ่อนอักเสบ ส่วนใหญ่สูงเกิน 1,000 มก./ดล.

NHLBI ระบุว่าถ้าค่าสูงเกิน 1,500 มก./ดล. ร่างกายอาจหยุดย่อยสลายไขมัน เรียกว่ากลุ่มอาการไคโลไมครอนในเลือดสูง อาการที่พบได้คือ ความจำระยะสั้นแย่ลง ตับและม้ามโต ปวดท้อง และหน้าแดงเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ระดับนี้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์

ทำไมค่าสูงมากเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ และอาการเป็นอย่างไร

ตับอ่อนสร้างเอนไซม์ย่อยอาหาร MedlinePlus อธิบายว่าตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันเกิดเมื่อเอนไซม์เหล่านี้ทำงานตั้งแต่อยู่ในตับอ่อน แล้วย่อยเนื้อเยื่อของตับอ่อนเอง ทำให้บวม เลือดออก และเสียหาย ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมากเป็นสาเหตุหนึ่ง นอกจากนิ่วในถุงน้ำดีและการดื่มเหล้า

อาการหลักตาม MedlinePlus คือ

  • ปวดท้องด้านบนซ้ายหรือกลางท้อง ช่วงแรกอาจปวดมากขึ้นหลังกินหรือดื่ม โดยเฉพาะอาหารมัน
  • ปวดต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น เป็นหลายวัน นอนหงายแล้วปวดมากขึ้น
  • ปวดร้าวไปหลังหรือใต้สะบักซ้าย
  • มักมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

MedlinePlus แนะนำให้รีบติดต่อแพทย์ถ้า ปวดท้องรุนแรงและปวดต่อเนื่อง ถ้ามีอาการนี้ ไม่ว่าจะเคยตรวจไตรกลีเซอไรด์หรือไม่ ไม่ควรรอวันนัด ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที และถ้าเคยตรวจพบไตรกลีเซอไรด์สูงให้บอกแพทย์ด้วย

ถ้ามี อาการข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพระบุเป็นอาการฉุกเฉินวิกฤต ให้โทร 1669 ทันที

  • หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือไม่หายใจ
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัด
  • ซึม เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือชัก
  • เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
  • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หรือพูดไม่ชัด

ค่าสูงแต่ไม่มีอาการ ต้องรีบไหม

ต้องดูแล แม้ไม่มีอาการ NHLBI ระบุว่าไตรกลีเซอไรด์สูงมักไม่มีอาการใด ๆ แต่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรกในระยะยาว ส่วน MedlinePlus ระบุว่าเพราะไม่มีอาการ การตรวจตามรอบจึงสำคัญ

ลำดับความเร่งด่วนโดยทั่วไป

  • ค่า 500 ขึ้นไป ควรนัดพบแพทย์โดยเร็ว เพราะแนวทางไทยแนะนำให้พิจารณาเริ่มยาเพื่อลดโอกาสเกิดตับอ่อนอักเสบ
  • ค่า 200–499 ควรนำผลไปคุยกับแพทย์ในนัดถัดไป เพื่อประเมินความเสี่ยงหัวใจรวม
  • ค่า 150–199 เริ่มปรับอาหารและการใช้ชีวิต แล้วตรวจซ้ำตามที่แพทย์นัด

ค่าสูงเพราะไม่ได้งดอาหารก่อนเจาะเลือดหรือเปล่า

เป็นไปได้ แต่สรุปเองไม่ได้ ไตรกลีเซอไรด์เปลี่ยนตามมื้ออาหาร แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ จึงกำหนดให้ตรวจซ้ำแบบงดอาหาร 10–12 ชั่วโมงเมื่อค่าตอนไม่งดอาหารเกิน 400 มก./ดล. ส่วน NHLBI ระบุว่าค่าแบบไม่งดอาหารที่สูงเกิน 175 มก./ดล. เป็นเวลานาน ก็เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

ถ้าไม่แน่ใจว่าครั้งก่อนงดอาหารหรือไม่ ให้แจ้งแพทย์ แล้วทำตามที่โรงพยาบาลนัดตรวจซ้ำ เรื่องการเตรียมตัวและสาเหตุอื่น ๆ อยู่ที่ ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร

ไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่าปกติเป็นอะไรไหม

MedlinePlus ระบุว่าไตรกลีเซอไรด์ที่ต่ำเกินไป พบได้น้อยมาก เกณฑ์ที่ MedlinePlus และ NHLBI ใช้จึงมีแต่ระดับที่สูง ถ้าสงสัยเรื่องค่าที่ต่ำ ให้ถามแพทย์ที่ดูผล

แพทย์เริ่มยาเมื่อไร

แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 วางหลักไว้ดังนี้

  • ไตรกลีเซอไรด์เกิน 500 มก./ดล. แนะนำอย่างยิ่งให้พิจารณายากลุ่มไฟเบรต ร่วมกับปรับพฤติกรรม เพื่อป้องกันการเกิดตับอ่อนอักเสบ ถ้าใช้ไฟเบรตไม่ได้ อาจใช้โอเมกา-3 ขนาดสูงกว่า 2 กรัมต่อวัน
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงและได้ยาสแตตินแล้ว แต่ไตรกลีเซอไรด์ยังอยู่ที่ 150–499 แนวทางแนะนำ pure EPA ขนาด 4 กรัมต่อวัน
  • ช่วงอื่น ๆ แพทย์จะดู LDL และความเสี่ยงรวมเป็นหลัก

ความต่างของยาแต่ละกลุ่มอธิบายไว้ที่ ไตรกลีเซอไรด์สูงกินยาอะไร ภาพรวมของไขมันทุกตัวอยู่ที่ ค่าไขมันในเลือดแต่ละตัวบอกอะไร

ควรตรวจซ้ำเมื่อไร

  • หลังเริ่มยาลดไขมัน แนวทางไทยแนะนำให้ตรวจซ้ำภายใน 4–12 สัปดาห์ แล้วติดตามเป็นครั้งคราว เช่น ทุก 3–12 เดือน
  • คนที่ยังไม่ได้ใช้ยา MedlinePlus ให้หลักทั่วไปว่า ผู้ชายอายุ 45–65 ปี และผู้หญิงอายุ 55–65 ปี ตรวจทุก 1–2 ปี และคนอายุเกิน 65 ปี ตรวจทุกปี คนที่มีความเสี่ยงอาจต้องตรวจถี่กว่านี้
  • โรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่าไตรกลีเซอไรด์สูงเพิ่มความเสี่ยงไขมันเกาะตับ อ่านเพิ่มได้ที่ ไขมันพอกตับคืออะไร และดูรายการตรวจประจำปีได้ที่ อ่านผลตรวจสุขภาพประจำปี

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. วันละ 1 แคปซูล มีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. วิตามินซี 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

สำหรับคนที่ไตรกลีเซอไรด์สูงมาก สิ่งที่ต้องรู้คือ

  • น้ำมันรวม 3 ชนิดในแคปซูลมีราวครึ่งกรัม ขณะที่งานวิจัยของน้ำมันเหล่านี้ใช้ปริมาณระดับน้ำมันปรุงอาหาร คือหลายกรัมถึงหลายสิบกรัมต่อวัน
  • น้ำมันคาโนลาและน้ำมันรำข้าว มีงานรวมผลการทดลองในคนว่าลด LDL ได้เมื่อใช้เป็นน้ำมันหลักในอาหาร แต่ ไม่พบผลต่อไตรกลีเซอไรด์
  • น้ำมันมะกอก งานรวม 34 การทดลองพบว่าการกินเพิ่มทุก 10 กรัมต่อวันเปลี่ยนไตรกลีเซอไรด์น้อยมากและไม่มีนัยสำคัญ
  • แคปซูลนี้ ไม่มีโอเมกา-3 จากปลา (EPA/DHA) ซึ่งเป็นตัวที่แนวทางไทยใช้ในขนาดหลายกรัมต่อวันสำหรับไตรกลีเซอไรด์สูงมาก

ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ลดลง ผู้ที่ค่าเกิน 500 มก./ดล. ต้องพบแพทย์ ไม่ควรรอดูผลจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งงานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (ขนาดวันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิตในกลุ่มอาร์จินีนมากกว่า ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

ไตรกลีเซอไรด์เท่าไหร่ถึงอันตราย

ค่า 200–499 มก./ดล. ถือว่าสูงและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว ค่า 500 ขึ้นไปถือว่าสูงมากและเพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ควรพบแพทย์โดยเร็ว

ไตรกลีเซอไรด์ 300 อันตรายไหม

ค่า 300 อยู่ในช่วงสูง (200–499) ยังไม่ถึงระดับเสี่ยงตับอ่อนอักเสบสูง แต่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรก ควรนำผลไปคุยกับแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงรวม

ไตรกลีเซอไรด์สูงจนตับอ่อนอักเสบมีอาการอย่างไร

ปวดท้องด้านบนซ้ายหรือกลางท้อง ปวดต่อเนื่องและรุนแรง อาจร้าวไปหลัง มักมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าปวดท้องรุนแรงต่อเนื่องให้ไปโรงพยาบาลทันที

ไตรกลีเซอไรด์เกิน 500 ต้องกินยาไหม

แนวทางไทยปี 2567 แนะนำอย่างยิ่งให้พิจารณายากลุ่มไฟเบรตร่วมกับปรับพฤติกรรมเมื่อค่าเกิน 500 มก./ดล. เพื่อลดโอกาสเกิดตับอ่อนอักเสบ แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินตามสภาพแต่ละคน

ไตรกลีเซอไรด์ต่ำเป็นอะไรไหม

MedlinePlus ระบุว่าไตรกลีเซอไรด์ที่ต่ำเกินไปพบได้น้อยมาก เกณฑ์ที่ใช้กันจึงมีแต่ระดับที่สูง ถ้าสงสัยเรื่องค่าที่ต่ำ ให้ถามแพทย์ที่ดูผล

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม

มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร

หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า

หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 629 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท