บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

รำไทเก็กช่วยอะไร ผู้สูงอายุเริ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

คำตอบสั้น: รำไทเก็ก (ไทชิ หรือรำมวยจีน) คือการเคลื่อนไหวช้า ๆ ต่อเนื่อง ควบคู่กับการหายใจและการตั้งสมาธิ หลักฐานที่ชัดเจนกว่าด้านอื่นคือเรื่องการทรงตัวและการหกล้มในผู้สูงอายุ งานทบทวน Cochrane ปี 2019 พบหลักฐานระดับสูงว่าไทเก็กอาจลดจำนวนคนที่หกล้มได้ราวร้อยละ 20 ส่วนเรื่องความคิดความจำ มีงานวิจัยที่พบผลบวกในผู้สูงอายุบางกลุ่ม แต่งานส่วนใหญ่ยังเล็ก และไม่ได้แปลว่าไทเก็กป้องกันสมองเสื่อม สำหรับคนเข่าเสื่อมหรือเวียนศีรษะ เริ่มได้โดยปรับท่าให้เบาลงและคุยกับแพทย์ก่อน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ไทเก็กคือการออกกำลังกายแบบช้า นุ่มนวล ใช้การทรงตัว การหายใจ และสมาธิไปพร้อมกัน
  • ศูนย์การแพทย์ผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่าไทเก็กอาจช่วยการทรงตัวและลดการหกล้ม ในผู้สูงอายุและผู้ป่วยพาร์กินสัน
  • งานทดลองในผู้สูงอายุ 670 คนที่เสี่ยงหกล้ม พบว่ากลุ่มไทเก็กที่ออกแบบเพื่อการทรงตัวหกล้มน้อยกว่ากลุ่มยืดเหยียด อย่างชัดเจนใน 6 เดือน
  • เรื่องความคิดความจำ มีผลบวกในงานทดลองบางงาน แต่งานส่วนใหญ่เล็ก ยังสรุปไม่ได้ว่าป้องกันสมองเสื่อม
  • งานส่วนใหญ่ฝึกสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ครั้งละราว 60 นาที นานหลายเดือน
  • ไทเก็กดูปลอดภัยโดยรวม ผลข้างเคียงที่พบเป็นปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเล็กน้อย แต่ถ้าเจ็บหรือแน่นหน้าอกระหว่างฝึก ให้หยุดและไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ไทเก็กคืออะไร ต่างจากการออกกำลังกายทั่วไปอย่างไร

NCCIH อธิบายว่าไทเก็กเป็นชุดท่าเคลื่อนไหวช้า ๆ นุ่มนวล ร่วมกับการตั้งจิตแบบสมาธิและการควบคุมลมหายใจ มีต้นกำเนิดจากศิลปะการต่อสู้โบราณของจีน แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนมาเน้นการดูแลสุขภาพและการฟื้นตัวทางร่างกาย

สิ่งที่ทำให้ไทเก็กต่างจากการเดินหรือแอโรบิกทั่วไป

  • ย้ายน้ำหนักจากขาข้างหนึ่งไปอีกข้างช้า ๆ ซึ่งเป็นการฝึกทรงตัวโดยตรง
  • ไม่กระแทก ข้อเข่าและข้อสะโพกรับแรงน้อยกว่าการวิ่งหรือกระโดด
  • ต้องจำลำดับท่าและคิดไปพร้อมกับขยับ จึงใช้ทั้งร่างกายและความตั้งใจ
  • ฝึกเป็นกลุ่มได้ ทำให้ได้พบปะผู้อื่นไปด้วย

ไทเก็กไม่ได้แทนการออกกำลังกายแบบแอโรบิกทั้งหมด สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่าผู้สูงอายุควรทำกิจกรรมหลายแบบผสมกัน ได้แก่ แอโรบิกระดับปานกลางรวม 150 นาทีต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้อ 2 วันต่อสัปดาห์ ส่วนแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2020 แนะนำให้ผู้ใหญ่ทุกวัยทำกิจกรรมระดับปานกลาง 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้อเป็นประจำ ไทเก็กจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับส่วนการทรงตัว ควรทำคู่กับการเดินหรือกิจกรรมอื่น ภาพรวมการออกกำลังกายในวัยนี้ดูที่ ออกกำลังกายสำหรับวัย 50+

รำไทเก็กช่วยเรื่องการทรงตัวและลดการหกล้มได้จริงไหม

นี่คือเรื่องที่หลักฐานแข็งแรงกว่าด้านอื่น งานทบทวน Cochrane ปี 2019 รวมงานทดลองการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชน ผลเฉพาะไทเก็กที่ NCCIH สรุปไว้

  • จำนวนคนที่หกล้มลดลงราวร้อยละ 20 (หลักฐานระดับสูง 8 งาน 2,677 คน)
  • จำนวนครั้งที่หกล้มลดลงราวร้อยละ 19 (หลักฐานระดับต่ำ 7 งาน 2,655 คน)
  • การออกกำลังแบบฝึกทรงตัวและท่าทางในชีวิตประจำวัน เช่น ลุกจากเก้าอี้ ก้าวขึ้นขั้น หมุนตัวขณะยืน ก็ลดการหกล้มได้เช่นกัน (ลดจำนวนครั้งราวร้อยละ 24 หลักฐานระดับสูง)

ข้อสังเกตคือไทเก็กไม่ใช่ทางเดียว การออกกำลังกายแบบอื่นที่ฝึกทรงตัวก็ลดการหกล้มได้เช่นกัน เลือกแบบที่ทำได้สม่ำเสมอ

งานทดลองขนาดใหญ่อีกงานหนึ่ง (Li และคณะ ตีพิมพ์ใน JAMA Internal Medicine ปี 2018) ศึกษาผู้สูงอายุ 670 คน อายุ 70 ปีขึ้นไป ที่เคยหกล้มในปีที่ผ่านมาหรือเดินไม่คล่อง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ฝึกสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที นาน 24 สัปดาห์

  • กลุ่มไทเก็กที่ออกแบบเพื่อการทรงตัว หกล้มรวม 152 ครั้ง
  • กลุ่มออกกำลังกายหลายแบบผสม (ทรงตัว แอโรบิก กล้ามเนื้อ ยืดเหยียด) หกล้ม 218 ครั้ง
  • กลุ่มยืดเหยียดอย่างเดียว หกล้ม 363 ครั้ง

กลุ่มไทเก็กหกล้มน้อยกว่ากลุ่มออกกำลังแบบผสมราวร้อยละ 31 ข้อควรรู้คือผู้วิจัยหลักเป็นเจ้าของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมไทเก็กนี้ ตามที่ระบุในบทคัดย่อ และผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นคนอเมริกัน ผลในคนไทยอาจไม่เท่ากัน

การหกล้มในผู้สูงอายุเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทำให้กระดูกหัก ติดเตียง และกลัวการเดินจนเคลื่อนไหวน้อยลง วิธีป้องกันด้านอื่น เช่น จัดบ้าน ตรวจสายตา ทบทวนยา อ่านที่ ป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ และถ้าหกล้มบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่าน ผู้สูงอายุหกล้มบ่อย ต้องตรวจหาสาเหตุอะไร

งานวิจัยเรื่องไทเก็กกับความคิดความจำในผู้สูงอายุพบอะไร

มีผลบวกในหลายงาน แต่ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง

  • งานทบทวนปี 2014 (Wayne และคณะ วารสาร J Am Geriatr Soc) รวม 20 งาน 2,553 คน ในจำนวนนี้เป็นงานทดลองแบบสุ่ม 11 งาน พบว่าในผู้สูงอายุที่ความคิดปกติ ไทเก็กสัมพันธ์กับคะแนนการวางแผนและการจัดการความคิด (executive function) ที่ดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ และในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อยถึงสมองเสื่อม พบผลต่อคะแนนความคิดโดยรวมขนาดเล็กกว่า ผู้วิจัยประเมินว่าคุณภาพงานทดลองอยู่ในระดับปานกลาง
  • งานทบทวนปี 2019 ที่ NCCIH สรุปไว้ รวม 9 งาน 656 คน (อายุเฉลี่ย 78 ปี) พบว่าในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย ผลระยะสั้นต่อความคิดโดยรวมคล้ายกับการออกกำลังกายแบบอื่น และงานยังเล็ก
  • งานทดลองปี 2023 ในผู้สูงอายุ 318 คนที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย เปรียบเทียบยืดเหยียด ไทเก็กมาตรฐาน และไทเก็กที่สอดแทรกโจทย์ให้คิด ฟัง หรือพูดไปพร้อมกับขยับ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง นาน 24 สัปดาห์ NCCIH สรุปว่าแบบสอดแทรกโจทย์ให้ผลต่อคะแนนความคิดหลายด้านและผลยังอยู่เมื่อติดตาม 6 เดือน

สิ่งที่งานเหล่านี้ยังไม่ได้แสดง คือไทเก็กป้องกันหรือชะลอการเกิดสมองเสื่อม เพราะวัดเป็นคะแนนแบบทดสอบในช่วงเวลาไม่นาน ไม่ได้ติดตามว่าใครเป็นสมองเสื่อม ภาพรวมการดูแลสมองในวัยนี้อ่านที่ ดูแลสมองวัย 50+

ถ้าความจำแย่ลงชัดเจน ไม่ควรใช้ไทเก็กแทนการไปตรวจ NCCIH ระบุชัดว่าอย่าใช้ไทเก็กเป็นเหตุผลให้เลื่อนการพบแพทย์ เรื่องปัญหาสุขภาพ อ่านว่าอาการแบบไหนควรไปตรวจที่ ขี้ลืมบ่อย ลืมง่ายมาก ทำอย่างไรดี

จะเริ่มฝึกรำไทเก็กได้ที่ไหน

ผู้เริ่มต้นควรเรียนกับครูตัวจริงก่อน เพราะครูช่วยปรับท่าให้เหมาะกับข้อเข่าและการทรงตัวของแต่ละคนได้

  • สวนสาธารณะ หลายแห่งมีกลุ่มรำมวยจีนตอนเช้า ลองเดินไปดูและถามสมาชิกในกลุ่ม
  • ชมรมผู้สูงอายุ ของชุมชน เทศบาล หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน
  • คลิปออนไลน์ เหมาะสำหรับทบทวนท่าที่บ้าน แต่ควรเลือกคลิปสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้เริ่มต้น และยืนใกล้เก้าอี้หรือผนังที่จับได้

NCCIH ระบุว่าครูไทเก็กไม่มีใบอนุญาตหรือมาตรฐานกลาง แต่ละสำนักฝึกต่างกัน จึงแนะนำให้ถามประสบการณ์ของครู และบอกครูว่ามีโรคประจำตัวหรือข้อเข่าไม่ดี

การฝึกเป็นกลุ่มมีข้อดีเพิ่ม NIA ระบุว่าการออกกำลังกายเป็นกลุ่มให้โอกาสพบปะ มีเพื่อน และได้กำลังใจ ซึ่งช่วยให้ทำต่อเนื่องได้ ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวบ่อย ๆ อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุเหงา อยู่คนเดียว เสี่ยงสมองเสื่อมไหม

คนเข่าเสื่อมหรือเวียนหัว รำไทเก็กได้ไหม

คนเข่าเสื่อมส่วนใหญ่ฝึกได้ และมีหลักฐานรองรับ NCCIH ระบุว่าแนวทางของวิทยาลัยโรคข้อสหรัฐ (American College of Rheumatology) และมูลนิธิโรคข้อ ปี 2019 แนะนำอย่างหนักแน่นให้ใช้ไทเก็กในการดูแลข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม งานทบทวนปี 2021 รวม 16 งาน 986 คน พบว่าไทเก็กช่วยเรื่องปวด ข้อฝืด และการใช้งานร่างกาย โดยหลักฐานอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง NIA ก็จัดไทเก็กเป็นกิจกรรมที่ลงน้ำหนักที่ข้อน้อย สำหรับคนเป็นโรคข้อ

ข้อปฏิบัติสำหรับคนเข่าไม่ดี

  • ย่อเข่าตื้น ๆ ไม่ต้องย่อลึกเท่าครู
  • ก้าวสั้นลง และไม่บิดเข่าขณะลงน้ำหนัก
  • หยุดถ้าปวดเข่าแปลบหรือปวดมากขึ้น NIA ระบุว่าการออกกำลังอย่างปลอดภัยไม่ควรทำให้โรคข้อหรืออาการปวดแย่ลง ถ้าปวดมากขึ้นให้หยุดและปรึกษาแพทย์
  • อ่านเรื่องข้อเข่าเพิ่มที่ ปวดเข่าวัย 40+

คนที่เวียนหัวบ่อยควรไปหาสาเหตุกับแพทย์ก่อน เพราะอาการเวียนหัวมาจากหลายเรื่อง เช่น หูชั้นใน ความดันต่ำเวลาลุกยืน หรือยาบางชนิด เมื่อแพทย์อนุญาตแล้ว ให้เริ่มจากท่าง่าย ยืนใกล้ที่จับ และบอกครูไว้ก่อน

NIA ระบุว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคหรือบาดเจ็บ และค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรม โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ก่อน แต่ถ้ามีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง เบาหวาน หรือเคยหกล้ม ควรคุยกับแพทย์ว่าออกกำลังแบบไหนเหมาะ

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ระหว่างหรือหลังฝึก ให้หยุดทันที แล้วไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • หายใจไม่ออก
  • แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
  • หกล้มศีรษะกระแทก
  • เจ็บรุนแรง สงสัยกระดูกหัก หรือข้อผิดรูป

ฝึกไทเก็กบ่อยแค่ไหนจึงเห็นผล

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ดูจากงานวิจัยที่ NCCIH สรุปไว้

  • งานเรื่องการหกล้มในผู้ป่วยพาร์กินสันฝึกสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที นาน 12 สัปดาห์ถึง 6 เดือน ส่วนงานในผู้สูงอายุทั่วไปความถี่และระยะเวลาต่างกันไป (งาน Li 2018 ข้างต้นใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที นาน 24 สัปดาห์)
  • งานเรื่องข้อเข่าเสื่อมฝึกครั้งละ 30–60 นาที สัปดาห์ละ 2–4 ครั้ง
  • งานเรื่องความคิดในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อยใช้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30–60 นาที อย่างน้อย 3 เดือน

ผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องทำได้เท่านี้ตั้งแต่แรก NIA แนะนำให้ค่อย ๆ เพิ่มความถี่ ความหนัก และระยะเวลาทีละน้อยในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และอบอุ่นร่างกายก่อนกับผ่อนคลายหลังออกกำลัง แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของไทยก็ยกตัวอย่างรำมวยจีนและเดินเร็วเป็นการออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยการทรงตัว ลดการหกล้ม หรือเพิ่มผลของการออกกำลังกายต่อความคิดความจำ สิ่งที่มีงานวิจัยรองรับในบทความนี้คือการฝึกไทเก็กหรือการออกกำลังกายแบบฝึกทรงตัวอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้สูงอายุที่เสี่ยงหกล้ม ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน ถ้าหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และแจ้งแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก) ผลข้างเคียงที่รายงานคือไม่สบายท้อง คลื่นไส้ ถ่ายบ่อย
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องความจำ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (ซึ่งคนปวดเข่าหลายคนใช้อยู่) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน) หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ไม่มีงานวิจัยในคนเรื่องใช้พรมมิร่วมกับยาสมองเสื่อม ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน ยาซึมเศร้า และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม คิดช้า หรืออ่อนล้า

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก สับสนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

รำไทเก็กช่วยอะไรบ้าง

หลักฐานชัดกว่าด้านอื่นคือเรื่องการทรงตัวและการหกล้ม งานทบทวน Cochrane ปี 2019 พบหลักฐานระดับสูงว่าไทเก็กอาจลดจำนวนผู้สูงอายุที่หกล้มได้ราวร้อยละ 20 และ NCCIH ระบุว่าแนวทางโรคข้อสหรัฐแนะนำไทเก็กสำหรับข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม

รำไทเก็กช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้ไหม

ยังสรุปไม่ได้ งานทดลองหลายงานพบคะแนนแบบทดสอบความคิดดีขึ้นในผู้สูงอายุบางกลุ่ม แต่งานส่วนใหญ่เล็กและระยะสั้น ไม่ได้ติดตามว่าใครเป็นสมองเสื่อม และ NCCIH เตือนว่าอย่าใช้ไทเก็กเป็นเหตุผลให้เลื่อนการพบแพทย์

ไทชิกับไทเก็กต่างกันไหม

เป็นสิ่งเดียวกัน เรียกต่างกันตามการออกเสียง บางคนเรียกรำมวยจีน คือชุดท่าเคลื่อนไหวช้า ๆ นุ่มนวล ร่วมกับการหายใจและการตั้งสมาธิ

คนเข่าเสื่อมรำไทเก็กได้ไหม

ส่วนใหญ่ได้ NCCIH ระบุว่าแนวทางของวิทยาลัยโรคข้อสหรัฐปี 2019 แนะนำไทเก็กสำหรับข้อเข่าเสื่อม ควรย่อเข่าตื้น ก้าวสั้น และหยุดถ้าเจ็บ ถ้าปวดมากหรือเพิ่งผ่าตัดเข่า ควรถามแพทย์ก่อน

ต้องรำไทเก็กบ่อยแค่ไหน

งานวิจัยส่วนใหญ่ฝึกสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 30–60 นาที นานหลายเดือน ผู้เริ่มต้นควรค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อยตามคำแนะนำของ NIA และทำควบคู่กับการเดินหรือกิจกรรมอื่น

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท