เกี่ยวกับ MEMORA
ผู้สูงอายุหกล้มบ่อย เป็นลมบ่อย ต้องตรวจหาสาเหตุอะไร
คำตอบสั้น: การหกล้มบ่อยหรือเป็นลมบ่อยในผู้สูงอายุเป็นอาการที่ต้องหาสาเหตุ ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุหรือความซุ่มซ่าม สาเหตุที่ต้องตรวจ เช่น ความดันตกเวลาลุกขึ้นยืน ผลข้างเคียงยา หัวใจเต้นผิดจังหวะ น้ำตาลต่ำ ขาดน้ำ กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง สายตาไม่ดี สมองเสื่อม และพาร์กินสัน สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus ของสหรัฐแนะนำให้ติดต่อแพทย์เมื่อล้มหรือเกือบล้ม และระบุว่าผู้ที่อายุเกิน 50 ปีแล้วเป็นลมหมดสติ ควรโทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน ในไทยคือ 1669 ถ้าล้มแล้วศีรษะกระแทก ให้ติดต่อแพทย์และเฝ้าดูใกล้ชิด เพราะอาการอาจเกิดช้าได้เป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ถ้ามีอาการผิดปกติข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ซึมมาก สับสน ปวดศีรษะรุนแรง หรืออาเจียนมากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดต้องรีบติดต่อแพทย์เมื่อล้มแรงหรือศีรษะกระแทก
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ล้มบ่อยคือสัญญาณ ให้พาไปตรวจหาสาเหตุ อย่าคิดว่า "แก่แล้วก็ล้มเป็นธรรมดา"
- สาเหตุที่พบบ่อย: ยาที่ทำให้เวียนศีรษะหรือง่วง ความดันตกเวลาลุก กล้ามเนื้อขาอ่อน การทรงตัวไม่ดี สายตา โรคประจำตัว
- เป็นลมหมดสติในผู้อายุเกิน 50 ปี MedlinePlus แนะนำให้เรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน
- หลังศีรษะกระแทก อาการอาจเกิดทันทีหรือค่อย ๆ เกิดในหลายชั่วโมงถึงหลายวัน ให้ติดต่อแพทย์ และถ้ามีอาการผิดปกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ล้มแรงหรือศีรษะกระแทก ต้องรีบติดต่อแพทย์
- นำยาทุกชนิดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน ห้ามหยุดยาเอง
หกล้มบ่อยเป็นอาการ ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ
MedlinePlus ระบุว่าการหกล้มในผู้สูงอายุอาจร้ายแรงเป็นพิเศษ เพราะเสี่ยงล้มมากกว่า และกระดูกหักง่ายกว่า การล้มครั้งเดียวอาจเกิดจากพื้นลื่น แต่ถ้าล้มซ้ำ ล้มในบ้านที่คุ้นเคย หรือล้มโดยจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มักมีสาเหตุซ่อนอยู่ที่ตรวจพบและแก้ไขได้
MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์ถ้าเคยล้มหรือเกือบล้ม และแจ้งแพทย์ถ้าสายตาแย่ลง แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แนะนำให้คัดกรองการล้ม ประเมินปัจจัยเสี่ยง ออกกำลังกาย และให้ความรู้ผู้ดูแล ในผู้ป่วยสมองเสื่อม
ล้มกับเป็นลม ต่างกันอย่างไร
- หกล้ม คือเสียหลักจนล้มลง ผู้ล้มมักรู้สึกตัวตลอด
- เป็นลม (syncope) MedlinePlus อธิบายว่าคือการหมดสติชั่วครู่จากเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง มักฟื้นเร็ว ก่อนเป็นลมอาจรู้สึกอ่อนแรง เหงื่อออก คลื่นไส้ ตาพร่ามัวเหมือนมองผ่านอุโมงค์ หรือเสียงรอบตัวเบาลง
บางครั้งแยกไม่ออก เพราะผู้สูงอายุจำไม่ได้ว่าหมดสติหรือไม่ ญาติที่เห็นเหตุการณ์ควรจดสิ่งที่เห็น เพราะ MedlinePlus ระบุว่าคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยแพทย์ได้มาก
สาเหตุที่ต้องตรวจ
ความดันตกเวลาลุกขึ้นยืน
MedlinePlus อธิบายว่าความดันตกเวลาเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) คือความดันลดลงเมื่อเปลี่ยนจากนอนเป็นยืน มักเป็นอยู่ไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที ถ้าเกิดหลังกินอาหารเรียกว่าความดันตกหลังอาหาร ซึ่งพบบ่อยในผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่ล้มจากความดันต่ำเสี่ยงสะโพกหักหรือกระดูกสันหลังหัก
สาเหตุของความดันต่ำตาม MedlinePlus เช่น ยาโรคหัวใจและยาลดความดัน ขาดน้ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเส้นประสาทเสียจากเบาหวาน การแยกว่าเวียนหัวจากความดันสูงหรือต่ำอ่านได้ที่ เวียนหัวจากความดันสูงหรือต่ำ
ยา
MedlinePlus ระบุว่ายาบางชนิดทำให้เวียนศีรษะ สับสน หรือตอบสนองช้า และเป็นสาเหตุของการล้มที่พบบ่อย สำหรับการเป็นลม MedlinePlus ยกตัวอย่างยาคลายกังวล ยาต้านซึมเศร้า และยาลดความดันที่อาจทำให้ความดันลดลง และแพทย์อาจปรับขนาดหรือเปลี่ยนยาได้
สิ่งที่ครอบครัวทำได้คือรวบรวมยาทุกชนิด รวมถึงยาซื้อเอง ยาสมุนไพร และอาหารเสริม ใส่ถุงไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู MedlinePlus ย้ำว่าห้ามหยุดยาเองก่อนคุยกับแพทย์ อ่านเพิ่มที่ ดูแลผู้สูงอายุที่กินยาหลายชนิด และ ผู้สูงอายุกินยานอนหลับได้ไหม ยาแบบไหนเสี่ยงหกล้ม
หัวใจเต้นผิดจังหวะและโรคหัวใจ
MedlinePlus ระบุว่าสาเหตุของการเป็นลมที่อาจร้ายแรงกว่า ได้แก่ โรคหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดสมอง การเป็นลมที่มีใจสั่น หัวใจเต้นแรงหรือไม่สม่ำเสมอ หรือเจ็บหน้าอกจึงเป็นเหตุฉุกเฉิน
สาเหตุอื่นที่แพทย์มักนึกถึง
ตาม MedlinePlus
- น้ำตาลในเลือดต่ำ โดยเฉพาะผู้ใช้ยาเบาหวาน
- ขาดน้ำหรือเสียเลือด
- ชัก
- ลุกขึ้นเร็วจากท่านอน
- ไอแรง เบ่งถ่าย หรือลุกปัสสาวะตอนกลางคืน
- กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงและการตอบสนองช้า ทำให้ลุกจากเก้าอี้หรือทรงตัวบนพื้นไม่เรียบลำบาก
- สายตาไม่ดี และแอลกอฮอล์ที่กระทบการทรงตัว
สมองเสื่อมและพาร์กินสันเพิ่มความเสี่ยงหกล้มอย่างไร
พาร์กินสัน
MedlinePlus ระบุว่าพาร์กินสันทำให้มีปัญหาการทรงตัวและการเดิน เริ่มเคลื่อนไหวลำบาก เช่น เริ่มก้าวเดินหรือลุกจากเก้าอี้ และอาจมีความดันต่ำเวลาลุกขึ้นยืน ร่วมด้วย ซึ่งเพิ่มโอกาสล้ม MedlinePlus แนะนำกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดเพื่อลดความเสี่ยงการล้ม และติดราวจับในห้องน้ำและตามบันได อ่านเพิ่มที่ พาร์กินสันอาการเริ่มต้น
สมองเสื่อม
ผู้ป่วยสมองเสื่อมอาจลืมว่าตัวเองต้องใช้ไม้เท้า ลุกเดินกลางคืนในความมืด หาห้องน้ำไม่เจอ หรือกะระยะผิด ยาที่ทำให้ง่วงหรือสับสนก็เพิ่มความเสี่ยง MedlinePlus แนะนำให้ตรวจบ้านผู้ป่วยสมองเสื่อมและกำจัดหรือลดสิ่งที่ทำให้สะดุดล้ม และอย่าปล่อยผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรงอยู่บ้านคนเดียว
ข้อที่ควรรู้คือ น้ำในโพรงสมองเกิน (NPH) MedlinePlus ระบุอาการหลัก 3 อย่าง คือ เดินลำบากเหมือนเท้าติดพื้น ความคิดช้าหรือขี้ลืม และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจแก้ไขได้ ถ้าพ่อแม่เดินลำบาก ล้มบ่อย และเริ่มหลงลืมพร้อมกัน ควรบอกแพทย์ อ่านเพิ่มที่ น้ำในโพรงสมองเกินในผู้สูงอายุ
แพทย์ตรวจอะไรบ้าง
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะถามประวัติเพื่อแยกว่าเป็นลมธรรมดา หรือเป็นอย่างอื่น เช่น ชัก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ การตรวจที่อาจทำ
- วัดความดันในหลายท่า เช่น ท่านอนและท่ายืน
- ตรวจหัวใจ ปอด และระบบประสาท
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และติดเครื่องบันทึกจังหวะหัวใจ
- อัลตราซาวด์หัวใจ (echocardiogram)
- ตรวจเลือด หาภาวะโลหิตจางหรือเกลือแร่ผิดปกติ
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ในบางกรณี
นอกจากนี้ แพทย์อาจประเมินการเดินและการทรงตัว ทบทวนยา ตรวจสายตา และส่งพบนักกายภาพบำบัด MedlinePlus ระบุว่านักกายภาพบำบัดช่วยสอนวิธีเสริมกำลังและการทรงตัว และควรถามแพทย์เรื่องไม้เท้าหรือที่ช่วยเดิน
เตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์
- จดว่าล้มกี่ครั้ง เมื่อไร ทำอะไรอยู่ เช่น เพิ่งลุกจากเตียง เพิ่งกินข้าว ลุกปัสสาวะกลางคืน
- จดว่าหมดสติหรือไม่ นานเท่าไร และมีอาการก่อนล้มไหม เช่น ใจสั่น เวียนหัว
- นำยาทุกชนิดไปด้วย
- ถ้ามีเครื่องวัดความดันที่บ้าน ให้จดค่าท่านั่งและท่ายืนไปให้แพทย์ดู
หลังล้ม ต้องดูอาการอะไร
MedlinePlus ระบุว่าอาการจากการบาดเจ็บที่ศีรษะอาจเกิดทันที หรือค่อย ๆ เกิดในหลายชั่วโมงถึงหลายวัน แม้กะโหลกไม่ร้าว สมองก็อาจกระแทกด้านในกะโหลกจนช้ำศีรษะอาจดูปกติ แต่มีเลือดออกหรือบวมในกะโหลกได้ จึงต้องเฝ้าดูใกล้ชิด และไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ง่วงซึมมาก ปลุกยาก
- พฤติกรรมผิดปกติ หรือพูดไม่รู้เรื่อง สับสน
- ปวดศีรษะรุนแรง หรือคอแข็ง
- ชัก
- รูม่านตาสองข้างไม่เท่ากัน
- ขยับแขนหรือขาไม่ได้ อ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง
- หมดสติ แม้เพียงชั่วครู่
- อาเจียนมากกว่าหนึ่งครั้ง
- ปวดสะโพกหรือต้นขามาก ลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้ ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าถ้าสงสัยกระดูกสะโพก เชิงกราน หรือต้นขาหัก ให้เรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน
- เลือดออกมากที่ศีรษะหรือใบหน้า
- เป็นลมแล้วมีเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ พูดไม่ได้ มองไม่เห็น หรือแขนขาขยับไม่ได้
MedlinePlus แนะนำว่าถ้าสงสัยบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะหรือคอ อย่าขยับตัวผู้บาดเจ็บถ้าไม่จำเป็น และให้รักษาแนวศีรษะกับคอให้ตรง
ล้มแล้วดูปกติดี
ถ้าล้มเบา ๆ ไม่มีอาการข้างต้น MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ และเฝ้าดูอาการที่อาจเกิดตามมา ในผู้สูงอายุที่เป็นสมองเสื่อม ผู้ป่วยอาจบอกอาการไม่ได้ ญาติจึงต้องสังเกตว่าซึมลง สับสนมากขึ้น หรือเดินแย่ลงกว่าเดิมหรือไม่ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ทำไมผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดล้มแล้วต้องระวังเป็นพิเศษ
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ทำให้เลือดออกได้มากกว่าปกติ MedlinePlus แนะนำให้ผู้ใช้วาร์ฟารินป้องกันการล้มในบ้าน และติดต่อแพทย์ถ้าล้มแรงหรือศีรษะกระแทก รวมถึงถ้ามีรอยช้ำมาก ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง
เหตุผลคือ การบาดเจ็บที่ศีรษะทำให้มีเลือดออกในเนื้อสมองหรือชั้นที่หุ้มสมองได้ ตามที่ MedlinePlus ระบุ ในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า เลือดอาจออกมากกว่า ผู้ที่ใช้ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน หรือโคลพิโดเกรล ก็ควรแจ้งแพทย์ที่ดูแลเช่นกัน ห้ามหยุดยาเหล่านี้เอง เพราะอาจเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน
ถ้าครอบครัวกำลังให้ผู้สูงอายุกินอาหารเสริมหรือสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดร่วมด้วย ต้องบอกแพทย์ทุกครั้ง
ป้องกันการล้มซ้ำ
MedlinePlus แนะนำให้จัดบ้าน เลี่ยงสิ่งที่ทำให้ล้ม และออกกำลังเสริมกำลังและการทรงตัว เช่น
- เตียงเตี้ยพอให้เท้าแตะพื้น เมื่อนั่งขอบเตียง
- เก็บสายไฟและพรมที่ลื่น ออกจากทางเดิน
- ไฟสว่างพอ โดยเฉพาะทางจากห้องนอนไปห้องน้ำ
- ราวจับในห้องน้ำและข้างโถส้วม และแผ่นกันลื่น
- ลุกจากท่านั่งช้า ๆ และจับสิ่งที่มั่นคง
- รองเท้าส้นเตี้ยพอดีเท้า พื้นยาง
- ไม่ปีนเก้าอี้หรือบันไดพับ หยิบของ
- พกโทรศัพท์ติดตัว
รายละเอียดอ่านเพิ่มที่ ป้องกันผู้สูงอายุหกล้ม และ จัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
เรื่องเข้าใจผิดที่พบบ่อย
"ล้มแล้วลุกได้เอง แปลว่าไม่เป็นไร" อาการบาดเจ็บที่ศีรษะอาจเกิดช้าได้ ถ้าศีรษะกระแทกให้ติดต่อแพทย์และเฝ้าดูต่อ
"เป็นลมแป๊บเดียวก็ฟื้น ไม่ต้องไปหาหมอ" MedlinePlus แนะนำให้ผู้ที่เป็นลมครั้งแรก เป็นลมบ่อย หรือมีอาการใหม่ ไปพบแพทย์ และผู้อายุเกิน 50 ปีที่เป็นลมควรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน
"หยุดยาความดันเองจะได้ไม่เวียนหัว" ห้ามหยุดยาเอง ให้แพทย์เป็นผู้ปรับ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. ต่อวัน คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
สำหรับครอบครัวของผู้สูงอายุที่ล้มบ่อย: ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย และฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้สูงอายุที่ล้มบ่อย ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด หรือกำลังจะผ่าตัด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน และถ้ารับประทานอยู่แล้วล้มศีรษะกระแทก ให้ติดต่อแพทย์ทันทีและแจ้งว่ารับประทานผลิตภัณฑ์นี้อยู่ ถ้ามีอาการผิดปกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยการทรงตัว ลดการล้ม หรือช่วยความจำ
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้าน เช่น การจำแบบนึกเอง ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
- โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
- ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หมดสติแม้ชั่วครู่ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุล้มบ่อยเกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ยาที่ทำให้เวียนศีรษะหรือง่วง ความดันตกเวลาลุก กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง การทรงตัวไม่ดี สายตาไม่ดี แอลกอฮอล์ และโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หัวใจเต้นผิดจังหวะ พาร์กินสัน หรือสมองเสื่อม การล้มบ่อยจึงควรพาไปตรวจหาสาเหตุ
ผู้สูงอายุเป็นลมบ่อย ต้องตรวจอะไร
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจวัดความดันในท่านอนและท่ายืน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ติดเครื่องบันทึกจังหวะหัวใจ อัลตราซาวด์หัวใจ และตรวจเลือดหาโลหิตจางหรือเกลือแร่ผิดปกติ ควรนำยาทุกชนิดไปให้แพทย์ทบทวน
ผู้สูงอายุล้มศีรษะกระแทก ต้องดูอาการอะไร
อาการอาจเกิดทันทีหรือค่อย ๆ เกิดในหลายชั่วโมงถึงหลายวัน ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ง่วงซึมมาก สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ปวดศีรษะรุนแรง ชัก รูม่านตาไม่เท่ากัน แขนขาขยับไม่ได้ หมดสติแม้ชั่วครู่ หรืออาเจียนมากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ผู้สูงอายุเป็นลมหมดสติ ต้องเรียกรถพยาบาลไหม
MedlinePlus ระบุว่าผู้ที่เป็นลมและอายุเกิน 50 ปี ควรโทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน ในไทยโทร 1669 โดยเฉพาะถ้ามีเจ็บหน้าอก ใจสั่น พูดไม่ได้ แขนขาขยับไม่ได้ หรือไม่รู้สึกตัวกลับมาเร็ว
ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดล้ม ต้องทำอย่างไร
MedlinePlus แนะนำให้ผู้ใช้วาร์ฟารินติดต่อแพทย์ถ้าล้มแรงหรือศีรษะกระแทก เพราะเลือดออกได้มากกว่าปกติ ถ้ามีอาการรุนแรงข้อใดข้อหนึ่งให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และห้ามหยุดยาเอง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- FallsMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- FaintingMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Low blood pressureMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Head injury - first aidMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Taking warfarinMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Preventing fallsMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Broken boneMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Parkinson diseaseMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Normal pressure hydrocephalusMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Dementia - keeping safe in the homeMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
