บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ขี้ลืมบ่อย ลืมง่ายมาก ทำอย่างไรดี และเมื่อไรควรไปตรวจ

คำตอบสั้น: ขี้ลืมบ่อยส่วนหนึ่งมาจากสมาธิหลุด นอนไม่พอ เครียด ซึมเศร้า หรือผลข้างเคียงของยา ซึ่งแก้ได้เมื่อรู้สาเหตุ และการจัดระบบชีวิต เช่น วางของที่เดิม จดลงปฏิทิน ช่วยลดการลืมได้จริง แต่ถ้าลืมจนกระทบชีวิตประจำวัน ถามเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หลงทางในที่คุ้นเคย หรือคนใกล้ตัวสังเกตว่าเปลี่ยนไป ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะอาการหลงลืมบางชนิดเกิดจากโรคที่แก้ไขได้ ส่วนการสับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที เป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus ระบุว่า อายุที่มากขึ้นทำให้ขี้ลืมได้บ้าง เช่น เรียนรู้เรื่องใหม่ช้าลงหรือต้องใช้เวลานึกนานขึ้น แต่ความชราตามปกติไม่ได้ทำให้ความจำเสียอย่างรุนแรง
  • ขี้ลืมที่มาจากสมาธิ เช่น วางกุญแจแล้วนึกไม่ออก ลืมว่าจะเดินมาหยิบอะไร มักดีขึ้นเมื่อนอนพอ ลดเครียด และทำทีละอย่าง
  • ซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาการนอน ผลข้างเคียงยา ไทรอยด์ ไต ตับ และการขาดวิตามินบี 12 ทำให้ความจำแย่ลงได้ และมักดีขึ้นเมื่อรักษาที่ต้นเหตุ
  • แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา ระบุว่าราวร้อยละ 9 ของผู้ป่วยสมองเสื่อมมีสาเหตุที่อาจแก้ไขได้ จึงควรตรวจ ไม่ควรเดาเอง
  • ยังไม่มีหน่วยงานสาธารณสุขใดรับรองว่าวิตามินหรืออาหารเสริมป้องกันหรือรักษาอาการหลงลืมจากสมองเสื่อมได้

ขี้ลืมแบบไหนเป็นเรื่องสมาธิ ไม่ใช่ความจำเสื่อม

ความจำต้องเริ่มจากการ "รับข้อมูลเข้า" ก่อน ถ้าตอนวางกุญแจเรากำลังคุยโทรศัพท์ หรือคิดเรื่องงานอยู่ สมองอาจไม่ได้บันทึกเลยว่าวางไว้ตรงไหน กรณีนี้ไม่ใช่ความจำหาย แต่เป็นเพราะไม่ได้ตั้งใจจำตั้งแต่แรก

ลักษณะที่มักเป็นเรื่องของสมาธิ ได้แก่

  • เดินเข้าห้องแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร แต่พอเดินกลับไปที่เดิมก็นึกออก
  • อ่านหนังสือหลายหน้าแล้วจำเนื้อหาไม่ได้ เพราะใจลอยระหว่างอ่าน
  • ลืมนัดเมื่อมีงานหลายอย่างซ้อนกัน แต่พอมีคนเตือนก็จำได้ทันที
  • ลืมชื่อคนที่เพิ่งรู้จักครั้งแรก แต่ยังจำได้ว่าเคยเจอกันที่ไหน

สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) เปรียบเทียบไว้ว่า การลืมวันที่แล้วนึกออกทีหลัง หรือทำของหายเป็นครั้งคราว เป็นเรื่องที่พบได้เมื่ออายุมากขึ้น ต่างจากภาวะสมองเสื่อมที่สับสนวันเวลาหรือฤดูกาล และวางของผิดที่บ่อยจนย้อนหาไม่เจอ

ในคนวัยทำงานที่ขี้ลืมร่วมกับวอกแวก ทำงานไม่เสร็จ มาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเรื่องสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ อ่านเพิ่มที่ สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ต่างจากขี้ลืมทั่วไปอย่างไร ส่วนความต่างระหว่างขี้ลืมตามวัยกับสมองเสื่อมแบบละเอียด อ่านได้ที่ ขี้ลืมตามวัยกับสมองเสื่อม ต่างกันอย่างไร

ขี้ลืมบ่อย ทำไงดี วิธีจัดระบบชีวิตที่ช่วยลดการลืม

การจัดระบบไม่ได้ทำให้สมองเปลี่ยน แต่ช่วยลดภาระที่สมองต้องจำ ทำให้ลืมน้อยลงในชีวิตจริง วิธีที่ทำได้ทันที

  1. มีจุดวางของประจำ เช่น ถาดหน้าประตูสำหรับกุญแจ กระเป๋าสตางค์ แว่นตา และวางทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน
  2. ใช้ปฏิทินเล่มเดียว จะเป็นปฏิทินแขวนผนังหรือในโทรศัพท์ก็ได้ แต่ให้เป็นที่เดียว นัดหมอ วันจ่ายบิล งานบุญ จดไว้ที่เดียวกัน
  3. ตั้งเตือนในโทรศัพท์ สำหรับกินยา นัดหมาย ปิดแก๊ส รดน้ำต้นไม้
  4. จดรายการก่อนออกจากบ้าน เช่น รายการซื้อของก่อนไปตลาดหรือร้านสะดวกซื้อ
  5. ทำทีละอย่าง ถ้ากำลังวางของสำคัญ ให้หยุดมองและพูดในใจว่า "วางกุญแจไว้บนตู้เย็น"
  6. ใช้กล่องจัดยาแบบแยกวัน เพื่อดูได้ทันทีว่ากินยามื้อนี้แล้วหรือยัง ป้องกันการกินซ้ำ
  7. ทวนชื่อคนที่เพิ่งรู้จัก เรียกชื่อเขาในประโยคถัดไป หรือจดไว้หลังคุยเสร็จ

วิธีเหล่านี้เป็นเครื่องมือช่วยชีวิตประจำวัน ไม่ได้ใช้แทนการตรวจ ถ้าจัดระบบแล้วยังลืมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มใช้เครื่องมือเหล่านี้เองไม่ได้ ควรพบแพทย์

นอนไม่พอ เครียด ซึมเศร้า ยาบางตัว ทำให้ลืมง่ายได้อย่างไร

MedlinePlus และ NIA ระบุตรงกันว่า ซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาการนอน ผลข้างเคียงของยา โรคไทรอยด์ ไต ตับ และการขาดวิตามินบี 12 ทำให้มีปัญหาความจำได้ และเมื่อหาสาเหตุเจอแล้วรักษา อาการมักดีขึ้น

นอนไม่พอ และนอนกรนหยุดหายใจ

ปัญหาการนอนเป็นหนึ่งในสาเหตุของความจำแย่ลงที่แก้ไขได้ตามข้อมูลของ NIA และ MedlinePlus ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (นอนกรนแล้วหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ) ทำให้ขี้ลืมได้ และแนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าปัญหาการนอนนี้ควรได้รับการประเมินในผู้ที่มีปัญหาความจำ อ่านเรื่องการนอนในวัยนี้ได้ที่ นอนไม่หลับในวัย 50 ปีขึ้นไป

เครียดและซึมเศร้า

ความเครียดและซึมเศร้าทำให้สมาธิลดลง ใจไม่อยู่กับสิ่งตรงหน้า จึงดูเหมือนความจำแย่ลง MedlinePlus ระบุว่า อาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องของความชรา ถ้ามีอาการเศร้า เบื่อ ไม่อยากทำอะไร นอนไม่หลับ หรือเบื่ออาหารร่วมกับขี้ลืม ควรบอกแพทย์ด้วย เพราะซึมเศร้ารักษาได้

ยาบางชนิด

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 แนะนำให้หลีกเลี่ยงยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกในผู้สูงอายุ เช่น ยาแก้แพ้รุ่นแรกที่ทำให้ง่วง (คลอร์เฟนิรามีน ไดเฟนไฮดรามีน ไฮดรอกซีซีน ไดเมนไฮดริเนต) ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด และยานอนหลับหรือยากล่อมประสาทก็ทำให้ความจำแย่ลงได้

ห้ามหยุดยาเองเพราะสงสัยว่ายาทำให้ลืม ให้นำยาทุกชนิดที่กินอยู่ รวมยาซื้อเอง สมุนไพร และอาหารเสริม ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน

เหล้า และโรคทางกาย

MedlinePlus ระบุว่าแอลกอฮอล์ ยาที่แพทย์สั่ง การขาดวิตามินบี 1 หรือบี 12 และโรคลมชักที่คุมไม่ได้ ล้วนเป็นสาเหตุของความจำเสียได้ แพทย์จึงมักตรวจเลือดดูไทรอยด์ บี 12 การทำงานของไตและตับ

สัญญาณที่บอกว่าควรไปพบแพทย์ ไม่ใช่แค่ปรับนิสัย

NIA แนะนำให้พบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการต่อไปนี้

  • ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ในวันเดียวกัน
  • หลงทางในที่ที่เคยไปเป็นประจำ
  • ทำตามสูตรอาหารหรือคำแนะนำง่าย ๆ ไม่ได้
  • สับสนเรื่องเวลา คน หรือสถานที่
  • ไม่ดูแลตัวเอง เช่น ไม่อาบน้ำ กินไม่เป็นเวลา หรือแต่งตัวไม่เหมาะ

อาจารย์แพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายสัญญาณเตือนสมองเสื่อมเพิ่มเติม เช่น เรียนรู้สิ่งใหม่ไม่ได้ ทำงานที่มีหลายขั้นตอนบกพร่อง (ทำกับข้าว ใช้โทรศัพท์) ตัดสินใจแก้ปัญหาแย่ลง ใช้ภาษาผิดปกติ และบุคลิกภาพเปลี่ยน แนวทางเวชปฏิบัติไทยยังระบุว่า ผู้ที่เป็นสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว ข้อสังเกตจากลูกหลานหรือคู่ชีวิตจึงสำคัญมาก รายละเอียดสัญญาณเตือนอ่านต่อที่ สัญญาณเตือนสมองเสื่อมที่ครอบครัวควรรู้

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอนัด

  • สับสน หลงลืม หรือพูดไม่รู้เรื่องขึ้นมาทันที
  • ซึมลง ปลุกยาก หรือเดี๋ยวรู้ตัวเดี๋ยวไม่รู้ตัว
  • แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน เดินเซทรงตัวไม่ได้
  • หกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการสับสนหรือง่วงซึม
  • ชัก

อาการเหล่านี้อาจมาจากโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) จากการติดเชื้อหรือยา หรือเลือดออกในสมอง อ่านเพิ่มที่ ความจำเสื่อมเฉียบพลัน หลงลืมกะทันหัน

ควรไปพบแพทย์แผนกไหน และเตรียมข้อมูลอะไรไป

เริ่มได้ที่แพทย์ทั่วไปหรืออายุรแพทย์ในโรงพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งจะส่งต่อแพทย์ระบบประสาท หรือคลินิกผู้สูงอายุและคลินิกความจำ หากโรงพยาบาลนั้นมี เมื่อจำเป็น

MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะถามว่า ลืมแบบไหน (เรื่องใหม่หรือเรื่องเก่า) เริ่มเมื่อไร เป็นตลอดหรือเป็น ๆ หาย ๆ และมีอะไรเป็นตัวกระตุ้น เช่น ศีรษะกระแทกหรือหลังผ่าตัด และมักถามญาติหรือเพื่อนด้วย สิ่งที่ควรเตรียม

  • จดตัวอย่างการลืม 3–5 เหตุการณ์ พร้อมวันที่
  • ยาทุกชนิดที่กิน รวมยาซื้อเอง ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ สมุนไพร และอาหารเสริม (ใส่ถุงไปทั้งหมดได้)
  • โรคประจำตัว ประวัติศีรษะกระแทก การดื่มเหล้า
  • พาคนในบ้านที่เห็นอาการไปด้วย

การตรวจที่อาจได้รับ ได้แก่ แบบทดสอบความจำ เช่น TMSE หรือ MoCA ตรวจเลือดดูความเข้มข้นเลือด เกลือแร่ ไทรอยด์ ไต ตับ และบี 12 ในผู้มีความเสี่ยง และอาจถ่ายภาพสมองด้วย CT หรือ MRI ตามที่แพทย์เห็นควร NIA แนะนำว่าผู้มีปัญหาความจำควรนัดตรวจติดตามทุก 6–12 เดือน

วิตามินหรืออาหารเสริมแก้ขี้ลืมได้ไหม มีหลักฐานแค่ไหน

นี่คือคำถามที่หลายบ้านอยากรู้ คำตอบตามหลักฐานคือ

  • ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานแข็งแรงว่าแนวทางการดูแลสุขภาพแบบเสริมใด ๆ ป้องกันปริชานบกพร่องได้ และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลให้เลื่อนการพบแพทย์
  • NIA เตือนให้ระวังยาเม็ด อาหารเสริม หรือเกมฝึกสมองที่สัญญาว่าช่วยความจำ เพราะอาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือทั้งสองอย่าง และอาจรบกวนการรักษาอื่น
  • แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าสมุนไพรเดี่ยวหรือตำรับ ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน สำหรับป้องกันสมองเสื่อม
  • MedlinePlus ระบุว่าคนที่ขาดบี 12 รุนแรงอาจสับสนได้ แต่ ไม่มีหลักฐานว่าการกินบี 12 เสริมป้องกันหรือรักษาสมองเสื่อม

ข้อสรุปคือ ถ้าขาดวิตามินจริง ต้องตรวจให้รู้และให้แพทย์ดูแล ไม่ใช่ซื้อมากินเพื่อหวังแก้ขี้ลืม อ่านเรื่องวิตามินกับขี้ลืมเพิ่มที่ ขี้ลืมต้องกินวิตามินอะไร

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องขี้ลืม

"แก่แล้วก็ต้องหลง ๆ ลืม ๆ เป็นธรรมดา ไม่ต้องตรวจ" ไม่จริง MedlinePlus ระบุว่าสมองเสื่อมและความจำเสียรุนแรงไม่ใช่ส่วนปกติของความชรา และอาการหลงลืมบางชนิดมาจากโรคที่แก้ไขได้

"ขี้ลืมแปลว่ากำลังเป็นอัลไซเมอร์" ไม่จำเป็น ขี้ลืมส่วนมากมาจากสมาธิ การนอน ความเครียด หรือยา แพทย์จะวินิจฉัยสมองเสื่อมเมื่อมีอาการผิดปกติต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนและกระทบการใช้ชีวิต

"เล่นเกมฝึกสมองทุกวันแล้วจะไม่ลืม" หลักฐานยังไม่ชัด NIA เตือนเรื่องผลิตภัณฑ์ที่สัญญาผลต่อความจำ สิ่งที่ WHO แนะนำเพื่อดูแลสุขภาพสมองคือออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ เลี่ยงเหล้า กินอาหารสมดุล ควบคุมความดัน น้ำตาล ไขมัน และพบปะผู้คน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. ต่อวัน คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก) และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวันตามค่าของสถาบัน Linus Pauling (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคน ทั้งขนาด 2–2.5 กรัมในคนหนุ่มสาวและในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับกรดโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะคนที่ระดับโฮโมซิสเทอีนสูง ขณะที่แคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวม 11 งานราว 22,000 คน พบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ยังไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยแก้อาการขี้ลืม และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม ส่วนประกอบมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ผลไม่สอดคล้องกัน และส่วนใหญ่ใช้ขนาดสูงกว่าในแคปซูล คนที่ขี้ลืมบ่อยควรได้รับการตรวจหาสาเหตุที่แก้ไขได้ก่อนเสมอ

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ขี้ลืมบ่อย ทำไงดี

เริ่มจากจัดระบบชีวิต เช่น วางของที่เดิม ใช้ปฏิทินเล่มเดียว ตั้งเตือนในโทรศัพท์ และนอนให้พอ ถ้ายังลืมมากขึ้นเรื่อย ๆ ลืมจนกระทบงานหรือชีวิตประจำวัน หรือคนในบ้านสังเกตว่าเปลี่ยนไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แก้ไขได้ เช่น ซึมเศร้า ผลข้างเคียงยา ไทรอยด์ หรือขาดวิตามินบี 12

ขี้ลืมแบบไหนต้องไปหาหมอ

NIA แนะนำให้พบแพทย์เมื่อถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ หลงทางในที่คุ้นเคย ทำตามสูตรอาหารหรือคำแนะนำง่าย ๆ ไม่ได้ สับสนเวลา คน สถานที่ หรือไม่ดูแลตัวเอง ส่วนอาการสับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ขี้ลืมควรไปพบแพทย์แผนกไหน

เริ่มที่แพทย์ทั่วไปหรืออายุรแพทย์ในโรงพยาบาลใกล้บ้านได้ แพทย์จะส่งต่อแพทย์ระบบประสาทหรือคลินิกผู้สูงอายุเมื่อจำเป็น ควรนำยาทุกชนิดที่กินอยู่ รวมอาหารเสริมและสมุนไพร และพาคนในบ้านที่เห็นอาการไปด้วย

นอนไม่พอทำให้ขี้ลืมได้ไหม

ได้ MedlinePlus และ NIA ระบุว่าปัญหาการนอนทำให้มีปัญหาความจำได้ และภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับทำให้ขี้ลืมได้ ถ้านอนกรนดังและง่วงกลางวันมาก ควรบอกแพทย์เพื่อตรวจเพิ่ม

วิตามินแก้ขี้ลืมได้ไหม

ถ้าขาดวิตามินบี 12 จริง การรักษาตามแพทย์สั่งจะช่วยอาการที่มาจากการขาดได้ แต่ MedlinePlus ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าการกินบี 12 เสริมป้องกันหรือรักษาสมองเสื่อม และ NCCIH ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานแข็งแรงว่าแนวทางเสริมใดป้องกันปริชานบกพร่อง จึงควรตรวจหาสาเหตุก่อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท