บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

กระดูกสันหลังเสื่อม อาการ สาเหตุ อันตรายไหม ดูแลอย่างไร

คำตอบสั้น: กระดูกสันหลังเสื่อมคือการเปลี่ยนแปลงของหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกสันหลังตามอายุ งานทบทวนภาพ CT และ MRI ในคนที่ไม่มีอาการปวดหลังพบหมอนรองกระดูกเสื่อมตั้งแต่ร้อยละ 37 ในคนอายุ 20 ปี ไปจนถึงร้อยละ 96 ในคนอายุ 80 ปี ผู้วิจัยสรุปว่าความเสื่อมจำนวนมากที่เห็นในภาพน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของอายุที่มากขึ้นตามปกติและไม่ได้สัมพันธ์กับอาการปวด ภาวะนี้กลายเป็นปัญหาเมื่อความเสื่อมไปกดเส้นประสาทหรือทำให้ช่องกระดูกสันหลังตีบ ซึ่งทำให้ปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง หรือเดินได้ไม่ไกล

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • พบได้ในคนส่วนใหญ่ที่อายุมาก MedlinePlus ระบุว่าเมื่ออายุ 60 ปี คนส่วนใหญ่มีร่องรอยกระดูกคอเสื่อมในภาพเอกซเรย์ และ NHS ระบุว่ากระดูกคอเสื่อมเป็นส่วนหนึ่งของอายุที่มากขึ้นตามปกติ หลายคนไม่มีอาการ
  • ภาพเสื่อมไม่เท่ากับต้องปวด งานทบทวน 33 การศึกษา 3,110 คนที่ไม่มีอาการ พบความเสื่อมในภาพสูงขึ้นตามอายุ
  • แนวทาง NICE NG59 ไม่ให้ถ่ายภาพเป็นประจำในสถานพยาบาลทั่วไปสำหรับปวดหลังส่วนล่าง
  • ช่องกระดูกสันหลังตีบ MedlinePlus ระบุว่ามักปวดหรือชามากขึ้นเวลายืนหรือเดิน และดีขึ้นเวลานั่งหรือโน้มตัวไปข้างหน้า
  • การดูแลหลัก คือขยับตัว ออกกำลังกาย กายภาพบำบัด ยาเมื่อจำเป็น ส่วนการผ่าตัดใช้เมื่อรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผลหรือสูญเสียการเคลื่อนไหวหรือความรู้สึก
  • กระดูกสันหลังเสื่อมไม่ใช่กระดูกพรุน กระดูกพรุนคือกระดูกบางและเปราะ มักไม่มีอาการจนกระดูกหัก และตรวจได้ด้วยการวัดมวลกระดูก

กระดูกสันหลังเสื่อมคืออะไร

"กระดูกสันหลังเสื่อม" เป็นคำรวมที่ใช้เรียกการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในกระดูกสันหลังที่เกิดตามอายุ NIAMS (ทบทวน ก.พ. 2566) อธิบายโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมว่า อายุที่มากขึ้นทำให้หมอนรองกระดูกระหว่างข้อกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพ และสัมพันธ์กับความเสื่อมอื่นของกระดูกสันหลัง เช่น ข้ออักเสบ หรือช่องกระดูกสันหลังตีบ

MedlinePlus หน้าช่องกระดูกสันหลังตีบ (ทบทวน 27 ส.ค. 2567) อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นตามอายุไว้ว่า

  • หมอนรองกระดูกแห้งลง เริ่มโป่ง และอาจแตกได้
  • กระดูกและเอ็นของกระดูกสันหลังหนาขึ้นหรือใหญ่ขึ้น จากข้ออักเสบหรือการอักเสบเรื้อรัง

ถ้าเป็นที่คอ เรียกว่ากระดูกคอเสื่อม MedlinePlus ระบุว่าเกิดจากการสึกของหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกคอตามอายุ อาจมีกระดูกงอก และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดคอเรื้อรัง รายละเอียดอ่านได้ที่ กระดูกคอเสื่อม

กระดูกสันหลังเสื่อมเกิดจากอะไร ใครเสี่ยง

ปัจจัยหลักคืออายุ MedlinePlus ระบุว่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญของกระดูกคอเสื่อมคืออายุที่มากขึ้น ปัจจัยอื่น ได้แก่

  • น้ำหนักเกินและไม่ออกกำลังกาย
  • งานที่ต้องยกของหนัก หรือก้มและบิดตัวมาก
  • เคยบาดเจ็บที่คอ ซึ่งมักเกิดก่อนหลายปี
  • เคยผ่าตัดกระดูกสันหลัง
  • หมอนรองกระดูกแตกหรือเคลื่อน
  • ข้ออักเสบรุนแรง
  • ช่องไขสันหลังแคบมาแต่กำเนิด

NHS หน้ากระดูกคอเสื่อม (ทบทวน 2 ส.ค. 2566) ระบุว่าคนจำนวนมากที่อายุเกิน 40 ปีเป็นภาวะนี้ตามอายุ และอาจเป็นได้ง่ายขึ้นถ้าเคยบาดเจ็บที่คอหรือมีคนในครอบครัวเป็น

NIAMS ระบุว่าอาการปวดหลังพบบ่อยขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 45 ปี และปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงปวดหลัง ได้แก่ กล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องไม่แข็งแรง น้ำหนักเกิน งานที่ต้องยก ดัน ดึง หรือบิดตัว การนั่งท่าไม่ดีทั้งวัน และการนอนไม่ดี ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลเรื้อรัง ซึ่งทำให้ปวดหลังบ่อยและรุนแรงขึ้น

ภาพเอกซเรย์บอกว่ากระดูกสันหลังเสื่อม แต่ไม่ปวด เป็นไปได้ไหม

เป็นไปได้ และพบบ่อยมาก งานทบทวนอย่างเป็นระบบของคณะผู้วิจัยจากสหรัฐฯ (ตีพิมพ์ AJNR 2015) รวม 33 การศึกษา ในคนที่ไม่มีอาการปวดหลัง 3,110 คน ซึ่งถ่ายภาพด้วย CT หรือ MRI พบว่า

  • หมอนรองกระดูกเสื่อม พบร้อยละ 37 ในคนอายุ 20 ปี และร้อยละ 96 ในคนอายุ 80 ปี
  • หมอนรองกระดูกโป่ง พบร้อยละ 30 ในคนอายุ 20 ปี และร้อยละ 84 ในคนอายุ 80 ปี
  • หมอนรองกระดูกยื่น พบร้อยละ 29 ในคนอายุ 20 ปี และร้อยละ 43 ในคนอายุ 80 ปี
  • รอยปริของเปลือกหมอนรองกระดูก พบร้อยละ 19 ในคนอายุ 20 ปี และร้อยละ 29 ในคนอายุ 80 ปี

ผู้วิจัยสรุปว่า ความเสื่อมที่เห็นในภาพจำนวนมากน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของอายุที่มากขึ้นตามปกติ และไม่ได้สัมพันธ์กับอาการปวด ผลภาพจึงต้องแปลร่วมกับอาการของผู้ป่วย ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณจากหลายงานรวมกัน ไม่ใช่ข้อมูลคนไทยโดยตรง

แนวทาง NICE NG59 สำหรับปวดหลังส่วนล่างเขียนไว้ว่า "อย่าเสนอการถ่ายภาพเป็นประจำในสถานพยาบาลที่ไม่ใช่ระดับผู้เชี่ยวชาญ" และให้ถ่ายภาพในระดับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเมื่อผลน่าจะเปลี่ยนแนวทางการดูแล ถ้าได้ผลเอกซเรย์ว่า "กระดูกสันหลังเสื่อม" ให้ถามแพทย์ต่อว่า ความเสื่อมที่เห็นอธิบายอาการของเราได้หรือไม่

กระดูกสันหลังเสื่อม อาการเป็นอย่างไร

อาการต่างกันมาก ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย ไปจนถึงปวดเรื้อรังหรือชาอ่อนแรง NIAMS ระบุอาการปวดหลังที่อาจพบ เช่น

  • ปวดมากขึ้นเวลายกของหรือก้ม
  • ปวดมากขึ้นเวลาพัก นั่ง หรือยืน
  • ปวดหลังเป็น ๆ หาย ๆ
  • ตึงตอนตื่นนอน และปวดน้อยลงเมื่อขยับตัว
  • ปวดร้าวจากหลังไปก้น ขา หรือสะโพก
  • ชาหรืออ่อนแรงที่ขาหรือเท้า

กระดูกคอเสื่อม NHS ระบุว่าอาจปวดหรือตึงคอและไหล่เป็น ๆ หาย ๆ และปวดศีรษะที่มักเริ่มจากท้ายทอย MedlinePlus เพิ่มว่าอาจชาหรือรู้สึกผิดปกติที่ไหล่หรือแขน มือไม่ค่อยมีแรงหรือทำงานไม่คล่อง และที่พบน้อยกว่าคือเสียการทรงตัว ปวดหรือชาที่ขา หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ถ้ามีการกดไขสันหลัง

เมื่อเสื่อมจนทับเส้นประสาท หรือช่องกระดูกสันหลังตีบ

ความเสื่อมกลายเป็นปัญหาเมื่อไปกดเส้นประสาทหรือไขสันหลัง MedlinePlus หน้ากระดูกคอเสื่อมระบุว่าเมื่อเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจกดรากประสาท และในรายที่เป็นมากอาจกดไขสันหลัง ซึ่งกระทบแขน ขา และการทรงตัว

ช่องกระดูกสันหลังตีบ MedlinePlus อธิบายว่าคือการตีบแคบของช่องกระดูกสันหลังหรือรูที่เส้นประสาทออกมา อาการมักแย่ลงช้า ๆ ตามเวลา ได้แก่

  • ชา ตะคริว หรือปวดที่หลัง ก้น ต้นขา หรือน่อง หรือที่คอ ไหล่ และแขน
  • ขาหรือแขนบางส่วนอ่อนแรง
  • อาการมักเป็นหรือแย่ลงเวลายืนหรือเดิน และมักลดลงหรือหายไปเวลานั่งหรือโน้มตัวไปข้างหน้า
  • คนส่วนใหญ่เดินนาน ๆ ไม่ได้ถ้าไม่ปวดมาก

อาการเดินแล้วขาชาหรือปวดจนต้องหยุดพักมีได้หลายสาเหตุ ต้องให้แพทย์ตรวจแยก อ่านต่อได้ที่ เดินแล้วขาชา เกิดจากเส้นเลือดหรือกระดูก ส่วนหมอนรองกระดูกปลิ้นอ่านที่ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

กระดูกสันหลังเสื่อมอันตรายไหม

หลายคนยังใช้ชีวิตได้ MedlinePlus ระบุว่าคนจำนวนมากที่มีช่องกระดูกสันหลังตีบยังทำกิจกรรมได้ แม้อาจต้องปรับกิจกรรมหรืองานบ้าง และ NHS ระบุว่าหลายคนที่มีกระดูกคอเสื่อมไม่มีอาการเลย แต่มีอาการบางอย่างที่ต้องรีบตรวจ

พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (MedlinePlus ระบุว่าต้องได้รับการดูแลโดยเร็ว และ NHS หน้ากระดูกคอเสื่อมให้ขอนัดแพทย์ด่วน)

  • เดินลำบาก หรือทรงตัวไม่ดีเวลาเดิน
  • แขนขาชาหรืออ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปวดคอรุนแรงขึ้นมาทันที หรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว
  • เป็นเหน็บชาที่แขนร่วมกับปวดคอหรือแขน
  • ปวดระหว่างสะบัก

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้ากระดูกคอเสื่อมและหน้าปวดหลังให้โทร 999)

  • เดินลำบากขึ้นมาใหม่
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
  • มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมไม่ได้
  • ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก

กระดูกสันหลังเสื่อมหายเองได้ไหม

ความเสื่อมในภาพไม่ได้หายไป แต่อาการปวดดีขึ้นได้ NHS หน้ากระดูกคอเสื่อมระบุว่าการรักษามักใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์จึงได้ผล แม้อาการปวดและตึงอาจกลับมาได้ ส่วน MedlinePlus หน้าช่องกระดูกสันหลังตีบระบุว่าอาการมักแย่ลงตามเวลาแต่เป็นไปอย่างช้า ๆ

การดูแลจึงมุ่งที่การคุมอาการและรักษาการเคลื่อนไหว มากกว่าการทำให้ภาพเอกซเรย์กลับเป็นปกติ

กระดูกสันหลังเสื่อม ดูแลอย่างไร

1. ดูแลตัวเองและขยับตัวต่อ

  • NICE NG59 ให้ข้อมูลเรื่องธรรมชาติของอาการปวดหลัง และ "สนับสนุนให้ทำกิจกรรมตามปกติต่อไป" ในทุกขั้นของการดูแล
  • NHS หน้ากระดูกคอเสื่อมแนะนำให้ลองบริหารคอเบา ๆ และปรับท่าทาง
  • MedlinePlus ระบุว่าประคบเย็นและประคบร้อนอาจช่วยอาการปวดช่วงกำเริบ

2. ออกกำลังกายและกายภาพบำบัด

  • NICE NG59 ให้พิจารณาโปรแกรมออกกำลังกายแบบกลุ่มสำหรับอาการปวดหลังส่วนล่างหรือช่วงกำเริบ โดยเลือกชนิดตามความต้องการและความสามารถของแต่ละคน
  • MedlinePlus ระบุว่านักกายภาพบำบัดจะสอนท่ายืดและท่าเสริมกล้ามเนื้อหลังหรือคอ
  • รายละเอียดท่าที่ปลอดภัยและท่าที่ควรเลี่ยงอ่านได้ที่ กระดูกสันหลังเสื่อม ออกกำลังกายได้ไหม

3. ยา บทความนี้ไม่ให้ชื่อยาหรือขนาดยาสำหรับใช้เอง NICE NG59 ระบุว่า "อย่าเสนอพาราเซตามอลเพียงอย่างเดียวสำหรับการดูแลอาการปวดหลังส่วนล่าง" และให้พิจารณายาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดกิน โดยคำนึงถึงพิษต่อกระเพาะอาหาร ตับ หัวใจและไต และปัจจัยเสี่ยงรวมถึงอายุ ส่วน NHS หน้ากระดูกคอเสื่อมระบุว่าอาจใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาปวดและตึง และแพทย์อาจสั่งยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาอื่นถ้าปวดเรื้อรัง ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง และผู้ที่มีโรคไตหรือโรคกระเพาะต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อยาแก้ปวดเอง

4. ฉีดยา MedlinePlus หน้าช่องกระดูกสันหลังตีบ (ทบทวน 27 ส.ค. 2567) ระบุว่าการฉีดยาเข้าบริเวณรอบเส้นประสาทหรือไขสันหลัง (epidural) เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับปวดหลังจากช่องกระดูกสันหลังตีบ แต่ NICE NG59 (ปรับปรุงล่าสุด 29 ก.ค. 2569) ระบุว่า "อย่าใช้การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลังสำหรับอาการปวดขาเวลาเดินจากเส้นประสาท ในผู้ที่มีช่องกระดูกสันหลังส่วนกลางตีบ" สองแหล่งนี้พูดต่างกัน ถ้าแพทย์เสนอการฉีดยา ให้ถามว่าคาดหวังผลแค่ไหนในกรณีของเรา

5. ผ่าตัด MedlinePlus ระบุว่าถ้าอาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น หรือสูญเสียการเคลื่อนไหวหรือความรู้สึก อาจต้องผ่าตัดเพื่อลดแรงกดต่อเส้นประสาทหรือไขสันหลัง การผ่าตัดมักช่วยอาการที่ขาหรือแขนได้บางส่วนหรือทั้งหมด แต่คาดเดาได้ยากว่าจะดีขึ้นแค่ไหน และคนที่ปวดหลังมานานก่อนผ่าตัดมักยังปวดอยู่บ้างหลังผ่าตัด

NICE NG59 ระบุว่า ไม่ให้เสนอการผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังสำหรับปวดหลังส่วนล่าง ยกเว้นเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยแบบสุ่ม และไม่ให้เสนอการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมสำหรับปวดหลังส่วนล่าง ส่วนการผ่าตัดลดการกดทับเส้นประสาท ให้พิจารณาในผู้ที่ปวดร้าวลงขาเมื่อการรักษาอื่นไม่ช่วยและภาพถ่ายสอดคล้องกับอาการ

กระดูกสันหลังเสื่อม ต่างจากกระดูกพรุนอย่างไร

สองภาวะนี้มักถูกเรียกปนกัน แต่เป็นคนละเรื่อง และดูแลต่างกัน

  • กระดูกสันหลังเสื่อม คือการเปลี่ยนแปลงของหมอนรองกระดูก ข้อต่อ และเอ็นตามอายุ เห็นได้จากเอกซเรย์ CT หรือ MRI อาการเกิดเมื่อกดเส้นประสาทหรือทำให้ช่องกระดูกตีบ
  • กระดูกพรุน NIAMS ระบุว่าเป็นโรคที่ทำให้กระดูกอ่อนแอและเปราะ เพิ่มความเสี่ยงกระดูกหัก มักไม่มีอาการจนกว่ากระดูกจะหัก และกระดูกสันหลังหักอาจทำให้ปวดหลังรุนแรง ตัวเตี้ยลง หรือหลังค่อม
  • การตรวจต่างกัน ภาพเอกซเรย์ที่บอกว่า "เสื่อม" ไม่ได้บอกว่ากระดูกพรุนหรือไม่ การวินิจฉัยกระดูกพรุนใช้การตรวจมวลกระดูก (DXA) MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจส่งตรวจมวลกระดูกในผู้ที่มีหมอนรองกระดูกปลิ้นเพื่อดูคุณภาพกระดูก

แนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย 2564 ให้ตรวจมวลกระดูกในผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป หรืออายุน้อยกว่านั้นถ้ามีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยกระดูกหักจากแรงกระแทกน้อย ส่วนสูงลดลง ใช้ยาสเตียรอยด์ หรือพ่อแม่เคยสะโพกหัก อ่านต่อได้ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก และ กระดูกสันหลังยุบ

กระดูกสันหลังเสื่อม กินอะไรดี ไม่มีอาหารที่ทำให้ความเสื่อมในภาพกลับเป็นปกติ เรื่องอาหารที่มีหลักฐานคือการคุมน้ำหนักและการได้แคลเซียมกับวิตามินดีจากอาหารพอ อ่านต่อได้ที่ กระดูกทับเส้น ปวดหลัง ห้ามกินอะไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)

ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"

เรื่องกระดูกสันหลังเสื่อม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ชะลอหรือย้อนความเสื่อมของกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก ลดการกดทับเส้นประสาท ขยายช่องกระดูกสันหลังที่ตีบ หรือลดปวดหลังปวดคอ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และงานวิจัยของส่วนประกอบที่เรารวบรวมไว้ไม่ได้ศึกษาในผู้ที่มีกระดูกสันหลังเสื่อม

ส่วนประกอบที่คนมักถาม เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) 40 มก. ต่อวัน 180 วัน คะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิต ตัวเลขต่อวันเท่ากัน แต่ฉลากไม่ได้ระบุว่าคอลลาเจนในแคปซูลเป็นชนิดไม่เสียสภาพ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นวัตถุดิบเดียวกับในงานวิจัย และงานนี้ศึกษาข้อเข่า ไม่ใช่กระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก
  • สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. ต่อแคปซูล (32 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน เทียบกับยาไอบูโพรเฟน 1,200 มก. ต่อวัน 4 สัปดาห์ พบผลไม่ด้อยกว่ากัน ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดที่ใช้มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ งานทบทวนรวมปี 2025 ชี้ว่างานรวมเรื่องขมิ้นชันในข้อเสื่อมมีคุณภาพหลักฐานต่ำมาก
  • แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. ต่อแคปซูล — คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราวร้อยละ 9 ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) งานในคนที่พบเป็นงานวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน ใช้ครั้งเดียว 300 มก. ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และยังไม่พบงานทดลองที่วัดผลต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก แนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย 2564 ให้ผู้เสี่ยงสูงใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยา

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุว่า "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน"
  • เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
  • ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล: ศูนย์มะเร็ง MSKCC ของสหรัฐฯ (ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยาเหล่านี้ ข้อมูลนี้มาจากงานในหลอดทดลอง ยังไม่ทราบความสำคัญในคน ให้ถามเภสัชกรก่อน และห้ามหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเอง
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสำหรับปวดเส้นประสาท หรือยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสำหรับปวดเส้นประสาท ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะลำบาก
  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • ปวดหลังที่เริ่มหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน
  • เดินลำบากขึ้นมาใหม่
  • มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
  • ปากหรือหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง
  • ยกแขนทั้งสองข้างค้างไว้ไม่ได้
  • พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
  • เจ็บหน้าอก
  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก หรือลงน้ำหนักไม่ได้

NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย

ถ้าปวดหลังแล้วรู้สึกร้อน หนาวสั่น หรือไม่สบายทั้งตัว หรือปวดรุนแรงขึ้นมาทันทีหรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

กระดูกสันหลังเสื่อมเกิดจากอะไร

ปัจจัยหลักคืออายุ NIAMS อธิบายว่าอายุที่มากขึ้นทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพ MedlinePlus ระบุปัจจัยอื่น เช่น น้ำหนักเกินและไม่ออกกำลังกาย งานยกของหนักหรือก้มบิดตัวมาก เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดกระดูกสันหลัง

เอกซเรย์บอกว่ากระดูกสันหลังเสื่อมแต่ไม่ปวด ผิดปกติไหม

พบได้บ่อย งานทบทวน 33 การศึกษาในคนที่ไม่มีอาการ 3,110 คน พบหมอนรองกระดูกเสื่อมร้อยละ 37 ที่อายุ 20 ปี และร้อยละ 96 ที่อายุ 80 ปี ผู้วิจัยสรุปว่าความเสื่อมในภาพจำนวนมากน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของอายุและไม่ได้สัมพันธ์กับอาการปวด

กระดูกสันหลังเสื่อมอันตรายไหม

หลายคนยังทำกิจกรรมได้ แต่ถ้าเดินลำบาก ทรงตัวไม่ดี แขนขาชาหรืออ่อนแรงมากขึ้น ต้องรีบพบแพทย์ และถ้าเดินลำบากขึ้นมาใหม่ มือทำงานไม่ประสานกันทันที หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

กระดูกสันหลังเสื่อมรักษาอย่างไร

แนวทางหลักคือขยับตัวต่อ ออกกำลังกาย กายภาพบำบัด และยาเมื่อจำเป็นตามที่แพทย์สั่ง MedlinePlus ระบุว่าการผ่าตัดใช้เมื่อรักษาวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลหรือสูญเสียการเคลื่อนไหวหรือความรู้สึก NICE ไม่ให้ผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังสำหรับปวดหลังส่วนล่างนอกงานวิจัย

กระดูกสันหลังเสื่อมกับกระดูกพรุนต่างกันอย่างไร

กระดูกสันหลังเสื่อมคือการเปลี่ยนแปลงของหมอนรองกระดูกและข้อต่อตามอายุ ส่วนกระดูกพรุนคือกระดูกบางเปราะ NIAMS ระบุว่ามักไม่มีอาการจนกระดูกหัก การวินิจฉัยกระดูกพรุนต้องตรวจมวลกระดูก ไม่ใช่ดูจากเอกซเรย์ว่าเสื่อม

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท