เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
กระดูกสันหลังเสื่อม ปวดคอบ่าไหล่ ออกกำลังกายได้ไหม ท่าไหนควรเลี่ยง
คำตอบสั้น: ออกกำลังกายได้ และแหล่งทางการแนะนำให้ทำ NHS ระบุว่าการเดิน ว่ายน้ำ โยคะ และพิลาทิส อาจช่วยลดปวดหลัง แนวทาง NICE NG59 ให้พิจารณาโปรแกรมออกกำลังกายแบบกลุ่ม และ MedlinePlus แนะนำให้เสริมกล้ามเนื้อหน้าท้องและแกนกลางลำตัวเป็นประจำ สิ่งที่ควรระวังคือการก้มหรือบิดตัวแรง ๆ ซ้ำ ๆ และการยกของหนักในท่างอหลัง โดยเฉพาะคนที่กระดูกพรุน ถ้าออกกำลังกายแล้วปวดมากขึ้น NHS ให้หยุดและปรึกษาแพทย์
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ออกกำลังกายได้และควรทำ NHS ระบุว่ามีท่าบริหารและท่ายืดเฉพาะสำหรับปวดหลัง และการเดิน ว่ายน้ำ โยคะ พิลาทิส อาจช่วยลดปวดหลัง
- ชนิดของการออกกำลังกายไม่สำคัญเท่าการไม่ทำให้ปวดมากขึ้น NHS หน้าหมอนรองกระดูกเคลื่อนเขียนไว้แบบนี้
- ช่วงปวดเฉียบพลัน MedlinePlus แนะนำให้เลี่ยงการยกของหนักหรือบิดหลังใน 6 สัปดาห์แรก และค่อย ๆ กลับมาออกกำลังกายหลัง 2–3 สัปดาห์ โดยเริ่มจากแอโรบิกเบา ๆ
- คนกระดูกพรุน สมาคมโรคกระดูกพรุนแห่งสหราชอาณาจักร (ROS) ระบุว่าการก้มตัวโดยทั่วไปปลอดภัย แต่การงอหลังสุดแรงแบบควบคุมไม่ได้ ซ้ำ ๆ กะทันหัน หรือขณะแบกน้ำหนักในท่าหลังงอ อาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสันหลังหัก NIAMS ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย
- ไทชิและโยคะ NCCIH ระบุว่ามีงานทบทวนที่พบว่าอาจช่วยปวดหลัง และแนวทางวิทยาลัยแพทย์อเมริกันใส่ไว้เป็นทางเลือกสำหรับปวดหลังเรื้อรังโดยอิงหลักฐานคุณภาพต่ำ ผู้สูงอายุอาจต้องเลี่ยงหรือปรับท่าโยคะบางท่า
- ปวดมากขึ้นระหว่างหรือหลังออกกำลังกาย NHS ให้หยุดและพบแพทย์ ส่วนอาการชารอบก้น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือขาสองข้างอ่อนแรง เป็นเหตุฉุกเฉิน
กระดูกสันหลังเสื่อมออกกำลังกายได้ไหม การออกกำลังกายช่วยหลังอย่างไร
ได้ และแหล่งทางการทุกแหล่งที่เราตรวจแนะนำให้ขยับตัว ไม่ใช่ให้พักนิ่ง
MedlinePlus หน้าปวดหลังส่วนล่างเฉียบพลัน (ทบทวน 27 มิ.ย. 2569) ระบุว่าการออกกำลังกายสำคัญต่อการป้องกันปวดหลัง และช่วยในเรื่องเหล่านี้
- ปรับท่าทาง
- เสริมความแข็งแรงของหลังและเพิ่มความยืดหยุ่น
- ลดน้ำหนัก
- ป้องกันการหกล้ม
NIAMS (ทบทวน ก.พ. 2566) ระบุว่าปวดหลังพบบ่อยในคนที่ร่างกายไม่ฟิต เช่น กล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องที่อ่อนแรงอาจพยุงกระดูกสันหลังได้ไม่ดี และปวดหลังมักเกิดเมื่อออกกำลังกายหักโหมหลังจากไม่ได้ขยับตัวมานาน
แนวทาง NICE NG59 (ปรับปรุง 29 ก.ค. 2569) ให้ "พิจารณาโปรแกรมออกกำลังกายแบบกลุ่ม" ซึ่งอาจเป็นแบบเน้นการเคลื่อนไหวของร่างกาย แอโรบิก แบบกายผสานใจ หรือผสมกัน สำหรับปวดหลังส่วนล่างที่มีหรือไม่มีอาการร้าวลงขา โดยเลือกชนิดตามความต้องการ ความชอบ และความสามารถของแต่ละคน
ภาพเอกซเรย์ที่บอกว่าเสื่อมไม่ได้แปลว่าห้ามออกกำลังกาย งานทบทวนภาพ CT และ MRI พบความเสื่อมในคนอายุมากที่ไม่มีอาการเป็นส่วนใหญ่ อ่านรายละเอียดได้ที่ กระดูกสันหลังเสื่อม อาการ สาเหตุ อันตรายไหม
ปวดหลังอยู่ ควรเริ่มออกกำลังกายเมื่อไร
ถ้าเพิ่งปวดหลังเฉียบพลัน MedlinePlus แนะนำดังนี้
- ลดกิจกรรมเฉพาะไม่กี่วันแรก แล้วค่อย ๆ กลับไปทำกิจวัตรเดิม
- ไม่ยกของหนักหรือบิดหลังใน 6 สัปดาห์แรกหลังเริ่มปวด
- หลัง 2–3 สัปดาห์ ค่อย ๆ กลับมาออกกำลังกาย
- เริ่มจากแอโรบิกเบา ๆ เช่น เดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ และว่ายน้ำ
- ท่ายืดและท่าเสริมกล้ามเนื้อสำคัญ แต่ ถ้าเริ่มเร็วเกินไปหลังบาดเจ็บอาจทำให้ปวดมากขึ้น นักกายภาพบำบัดบอกได้ว่าควรเริ่มเมื่อไรและทำอย่างไร
ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น NHS แนะนำว่าถ้าปวดมากอาจต้องพักในช่วงแรก แต่จะดีขึ้นเร็วกว่าถ้าค่อย ๆ เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ ให้เร็วเท่าที่ทำได้ ชนิดของการออกกำลังกายไม่สำคัญ ขอแค่ไม่ทำให้ปวดหรือปวดหลังมากขึ้น
ถ้าปวดหลังเรื้อรังหรือกระดูกสันหลังเสื่อมมานาน การเริ่มกับนักกายภาพบำบัดช่วยให้ได้โปรแกรมที่เหมาะกับร่างกาย MedlinePlus ระบุว่านักกายภาพบำบัดจะสอนท่ายืดและท่าเสริมกล้ามเนื้อหลัง สอบถามสิทธิกายภาพบำบัดได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ หรือ สปสช. 1330
ท่าเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่ปลอดภัย
MedlinePlus แนะนำให้ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหน้าท้องและแกนกลางลำตัวเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงบาดเจ็บซ้ำ แต่แหล่งที่เราตรวจไม่ได้ระบุชุดท่าที่ใช้ได้กับทุกคน เราจึงไม่ทำตารางท่าให้ทำเองที่บ้าน เพราะท่าที่เหมาะกับคนหมอนรองกระดูกปลิ้น อาจไม่เหมาะกับคนที่กระดูกสันหลังยุบจากกระดูกพรุน
แหล่งท่าที่เชื่อถือได้
- NHS มีวิดีโอท่ายืดหลังที่นักกายภาพบำบัดสาธิต และวิดีโอพิลาทิสสำหรับปวดหลัง
- NHS แนะนำวิดีโอท่าบริหารหลังและคอของสมาคมนักกายภาพบำบัดแห่งสหราชอาณาจักร (Chartered Society of Physiotherapy)
- นักกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอนท่าให้ตรงกับผลตรวจของเราได้
หลักการเคลื่อนไหวที่ ROS แนะนำสำหรับคนอายุเกิน 50 ปี
- เคลื่อนไหวช้า ๆ นุ่มนวล และควบคุมได้ โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนท่า
- ทำในช่วงที่รู้สึกสบาย ไม่ฝืนสุดแรง
- ฟังร่างกายตัวเอง และทำเมื่อรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ
ท่าที่ควรเลี่ยง: ก้มบิดตัว ยกของหนัก โดยเฉพาะคนกระดูกพรุน
1. การยกของหนักและการบิดหลังช่วงปวดเฉียบพลัน
MedlinePlus ให้เลี่ยงการยกของหนักหรือบิดหลังใน 6 สัปดาห์แรกหลังเริ่มปวด และเวลายกของให้ยืนใกล้ของ งอเข่า ไม่ก้มที่เอว เกร็งหน้าท้อง ถือของชิดตัว ใช้กล้ามเนื้อขายก และไม่บิดตัวระหว่างก้ม ยก หรือถือของ ถ้าของหนักหรือจับไม่ถนัด ให้ขอคนช่วย
2. การก้มหลังสุดแรงเมื่อกระดูกพรุน
สมาคมโรคกระดูกพรุนแห่งสหราชอาณาจักร (Royal Osteoporosis Society ทบทวน 1 ก.พ. 2562 และกำลังปรับปรุง) ระบุว่า
- การก้มตัวไปข้างหน้าโดยทั่วไปปลอดภัย และไม่ได้ทำให้กระดูกสันหลังหัก
- แต่ถ้า ก้มจนหลังงอสุด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวที่ควบคุมไม่ได้ ซ้ำ ๆ หรือกะทันหัน หรือขณะแบกน้ำหนักในท่าหลังงอ อาจทำให้แรงกดตกที่ด้านหน้าของกระดูกสันหลังไม่เท่ากัน และอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสันหลังหัก
- ROS แนะนำให้ผู้ที่อายุเกิน 50 ปีพิจารณาใช้เทคนิคการก้มที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเคยกระดูกหักหรือไม่
NIAMS หน้าออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกระดูก (ทบทวน พ.ค. 2566) ระบุว่า ผู้ที่มวลกระดูกต่ำหรือเป็นกระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย เพื่อเลือกกิจกรรมที่ปลอดภัย ใครยังไม่รู้ว่ากระดูกตัวเองเป็นอย่างไร อ่านได้ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก และผู้สูงอายุหลังค่อมอ่านที่ หลังค่อมในผู้สูงอายุ
3. การออกกำลังกายหักโหมทันทีหลังไม่ได้ขยับมานาน NIAMS ระบุว่าทำให้เกิดปวดหลังได้ ให้เพิ่มความหนักทีละน้อย
เดิน ว่ายน้ำ โยคะ ไทชิ อย่างไหนเหมาะกับคนปวดหลัง
เดินและว่ายน้ำ NHS ระบุว่าการเดิน ว่ายน้ำ โยคะ และพิลาทิส อาจช่วยลดปวดหลัง MedlinePlus ยกตัวอย่างการเดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ และว่ายน้ำเป็นแอโรบิกเบา ๆ ที่เริ่มได้ก่อน
ไทชิ NCCIH หน้าปวดหลังกับการแพทย์ทางเลือก (ปรับปรุง ม.ค. 2563) ระบุว่า
- งานทบทวน 3 การศึกษา (385 คน) ที่ฝึกไทชิอย่างน้อย 10 สัปดาห์ พบว่าช่วยอาการปวดหลัง
- แนวทางวิทยาลัยแพทย์อเมริกันใส่ไทชิเป็นทางเลือกเริ่มต้นสำหรับปวดหลังเรื้อรัง โดยอิงหลักฐานคุณภาพต่ำ
- โดยทั่วไปไทชิถือว่าปลอดภัย อาจปวดเมื่อยเล็กน้อย แต่ไม่น่าจะบาดเจ็บรุนแรง
NIAMS ระบุว่าไทชิเป็นตัวอย่างหนึ่งของการฝึกทรงตัว ซึ่งสำคัญมากในผู้สูงอายุเพื่อช่วยป้องกันการหกล้ม
โยคะ NCCIH ระบุว่า
- งานทบทวน 12 การศึกษา (1,080 คน) พบว่าโยคะช่วยการใช้งานของหลังได้เล็กน้อยถึงปานกลางที่ 3 และ 6 เดือน เมื่อเทียบกับการดูแลที่ไม่มีการออกกำลังกาย แต่ไม่แน่ชัดว่าต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่นหรือไม่
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ อาจต้องเลี่ยงหรือปรับท่าโยคะบางท่า และควรฝึกกับผู้สอนที่มีคุณสมบัติ
คนกระดูกพรุนที่จะเล่นโยคะ ให้แจ้งผู้สอนก่อน และระวังท่าที่ก้มหลังสุดหรือบิดตัวแรงตามคำแนะนำของ ROS ข้างบน
ออกกำลังกายเท่าไรถึงพอ NIAMS อ้างคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ให้ผู้ใหญ่ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับเสริมกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผู้สูงอายุควรผสมการฝึกทรงตัว แอโรบิก และเสริมกล้ามเนื้อทุกสัปดาห์ และถ้าทำไม่ได้ถึง ให้ขยับเท่าที่สุขภาพเอื้อ อ่านเพิ่มที่ ออกกำลังกายในวัย 50 ปีขึ้นไป
ปวดคอบ่าไหล่ ออกกำลังกายได้ไหม ทำอย่างไร
ได้ และ NHS แนะนำให้ขยับคอ NHS หน้าปวดคอ (ทบทวน 27 เม.ย. 2566) และหน้ากระดูกคอเสื่อม (ทบทวน 2 ส.ค. 2566) แนะนำดังนี้
- ลองบริหารคอเบา ๆ และท่าเพิ่มความยืดหยุ่นของคอ
- ปรับท่าทาง นั่งตัวตรง ค่อย ๆ หมุนไหล่ไปข้างหลังและดึงคอกลับ
- อย่าค้างคอไว้ท่าเดิมนาน ๆ เช่น นั่งหน้าคอมพิวเตอร์
- ไม่ใส่ปลอกคอ เพราะควรให้คอได้ขยับ ยกเว้นแพทย์สั่ง
- เลี่ยงกิจกรรมที่อันตรายถ้าหันคอไม่ได้ เช่น ขับรถหรือขี่จักรยาน
NHS หน้ากระดูกคอเสื่อมระบุว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ อาจต้องทำกายภาพบำบัด และแนะนำท่าบริหารคอของสมาคมนักกายภาพบำบัดแห่งสหราชอาณาจักร MedlinePlus ระบุว่าอาการปวดคอจากกระดูกคอเสื่อมอาจแย่ลงเวลาแอ่นคอไปข้างหลังหรือบิดคอ ถ้าท่าใดทำให้ปวดร้าวหรือชาลงแขน ให้หยุดท่านั้นและบอกนักกายภาพบำบัด อ่านเพิ่มที่ ปวดคอบ่าไหล่ และ กระดูกคอเสื่อม
ปวดแค่ไหนควรหยุดออกกำลังกาย
NHS หน้าปวดหลังเขียนไว้ชัดว่า ให้หยุดถ้าปวดมากขึ้น แล้วไปขอคำแนะนำจากแพทย์ และ NHS หน้าหมอนรองกระดูกเคลื่อนระบุว่าชนิดของการออกกำลังกายไม่สำคัญ ขอแค่ไม่ทำให้ปวดหรือปวดหลังมากขึ้น
แนวทางเวชปฏิบัติเรื่องข้อเข่าเสื่อม พ.ศ. 2553 ของสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย ซึ่งเขียนสำหรับผู้ป่วยข้อเข่า ไม่ใช่กระดูกสันหลัง ให้หยุดออกกำลังกายเมื่อปวด หน้ามืด หรือแน่นหน้าอก และไม่กลั้นหายใจระหว่างออกกำลังกาย ส่วนคนปวดหลังหรือปวดคอ ให้ถามแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดว่าสัญญาณหยุดของตัวเองคืออะไร
สัญญาณที่ควรหยุดและพบแพทย์
- ปวดมากขึ้นระหว่างหรือหลังออกกำลังกาย และไม่ลดลงเมื่อพัก
- ปวดร้าวหรือชาลงแขนหรือขามากขึ้น
- แขนหรือขาอ่อนแรงลง
- ปวดหลังไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองไม่กี่สัปดาห์
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าปวดหลัง ปวดร้าวลงขา และกระดูกคอเสื่อม ให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน)
- ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
- ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
- ปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่
- มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที
- เจ็บหน้าอก
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก หรือลงน้ำหนักไม่ได้
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)
ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
เรื่องการออกกำลังกายและกระดูกสันหลัง: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มแรง ช่วยให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น ลดปวดหลังปวดคอหลังออกกำลังกาย หรือทำให้กระดูกสันหลังทนแรงได้มากขึ้น ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และสิ่งที่มีหลักฐานจริงตามแหล่งข้างบนคือการออกกำลังกายเอง
ส่วนประกอบที่คนมักถาม เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- ผงโคลอสตรุ้ม 25 มก. ต่อแคปซูล (50 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองแบบปกปิดสองทางในแคนาดา 40 คน อายุเฉลี่ยราว 59 ปี ให้โคลอสตรุ้ม 60 กรัมต่อวันเทียบกับเวย์โปรตีน 8 สัปดาห์ ร่วมกับฝึกยกน้ำหนักสัปดาห์ละ 3 วัน แรงขาเพิ่มมากกว่ากลุ่มเวย์ แต่มวลกล้ามเนื้อ ความหนากล้ามเนื้อ และปริมาณแร่ธาตุกระดูกเพิ่มทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน ขนาดที่ใช้มากกว่าในแคปซูลราว 1,200 เท่า (คำนวณ) และผลที่พบเกิดร่วมกับการฝึกยกน้ำหนัก
- คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) 40 มก. ต่อวัน 180 วัน คะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิต ตัวเลขต่อวันเท่ากัน แต่ฉลากไม่ได้ระบุว่าคอลลาเจนในแคปซูลเป็นชนิดไม่เสียสภาพ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นวัตถุดิบเดียวกับในงานวิจัย และงานนี้ศึกษาข้อเข่า ไม่ใช่กระดูกสันหลัง
- วิตามินดี 3 ราว 50 IU ต่อแคปซูล (100 IU ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — คิดเป็นราวร้อยละ 17 ของ 600 IU และร้อยละ 12.5 ของ 800 IU ที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับอายุไม่เกิน 70 ปีและ 71 ปีขึ้นไปตามลำดับ (คำนวณ) งานใหญ่ VITAL ใช้วิตามินดี 2,000 IU ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 20 เท่า (คำนวณ) ไม่ลดกระดูกหักในผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่ได้ขาดวิตามินดี และการวิเคราะห์รวมงานทดลองพบว่าวิตามินดีไม่ลดการหกล้ม สิ่งที่ USPSTF 2024 แนะนำเพื่อป้องกันหกล้มในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่เสี่ยงคือการออกกำลังกาย
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุว่า "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน"
- เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
- ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล: ศูนย์มะเร็ง MSKCC ของสหรัฐฯ (ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยาเหล่านี้ ข้อมูลนี้มาจากงานในหลอดทดลอง ยังไม่ทราบความสำคัญในคน ให้ถามเภสัชกรก่อน และห้ามหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเอง
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ หรือยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสำหรับปวดเส้นประสาท ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
- ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
- ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะลำบาก
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- ปวดหลังที่เริ่มหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่
- มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
- ปากหรือหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง
- ยกแขนทั้งสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
- เจ็บหน้าอก
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก หรือลงน้ำหนักไม่ได้
NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ถ้าปวดหลังแล้วรู้สึกร้อน หนาวสั่น หรือไม่สบายทั้งตัว หรือปวดรุนแรงขึ้นมาทันทีหรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
กระดูกสันหลังเสื่อมออกกำลังกายได้ไหม
ได้ NHS ระบุว่าการเดิน ว่ายน้ำ โยคะ และพิลาทิส อาจช่วยลดปวดหลัง NICE NG59 ให้พิจารณาโปรแกรมออกกำลังกายแบบกลุ่ม และ MedlinePlus แนะนำให้เสริมกล้ามเนื้อหน้าท้องและแกนกลางลำตัวเป็นประจำ
ปวดหลังควรเลี่ยงท่าออกกำลังกายแบบไหน
MedlinePlus ให้เลี่ยงการยกของหนักหรือบิดหลังใน 6 สัปดาห์แรกหลังเริ่มปวด ส่วนคนกระดูกพรุน ROS ระบุว่าการก้มหลังจนงอสุดแบบควบคุมไม่ได้ ซ้ำ ๆ กะทันหัน หรือขณะแบกน้ำหนัก อาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกสันหลังหัก
คนกระดูกพรุนเล่นโยคะได้ไหม
NIAMS ให้ผู้ที่เป็นกระดูกพรุนปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย NCCIH ระบุว่าผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวอาจต้องเลี่ยงหรือปรับท่าโยคะบางท่า และควรฝึกกับผู้สอนที่มีคุณสมบัติ
ปวดคอบ่าไหล่ออกกำลังกายยังไง
NHS แนะนำให้บริหารคอเบา ๆ ทำท่าเพิ่มความยืดหยุ่นของคอ ปรับท่านั่ง ไม่ค้างคอท่าเดิมนาน และไม่ใส่ปลอกคอเว้นแต่แพทย์สั่ง ถ้าไม่ดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์อาจต้องทำกายภาพบำบัด
ออกกำลังกายแล้วปวดหลังมากขึ้นต้องหยุดไหม
NHS ให้หยุดถ้าปวดมากขึ้นแล้วไปขอคำแนะนำจากแพทย์ ถ้ามีชารอบก้นหรืออวัยวะเพศ กลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ หรือขาสองข้างอ่อนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Back painNHS
- Low back pain - acuteMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Bending forward with osteoporosisRoyal Osteoporosis Society
- Exercise for Your Bone HealthNIAMS (National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases)
- Low Back Pain and Complementary Health Approaches: What You Need To KnowNCCIH (National Center for Complementary and Integrative Health)
- Neck painNHS
- Low back pain and sciatica in over 16s: assessment and management (NG59) — RecommendationsNICE
- Slipped discNHS
- SciaticaNHS
- Cervical spondylosisNHS
- Back PainNIAMS (National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases)
- แนวทางเวชปฏิบัติโรคข้อเข่าเสื่อม พ.ศ. 2553สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
