เกี่ยวกับ Beta Oil
เดินแล้วขาชา ขาอ่อนแรงเดินไม่ได้ เกิดจากเส้นเลือดหรือกระดูกสันหลัง
คำตอบสั้น: เดินแล้วขาชาหรือขาอ่อนแรง มักมาจาก 2 สาเหตุใหญ่ คือหลอดเลือดแดงขาตีบ และโพรงกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบ วิธีแยกเบื้องต้นคือดูว่าอะไรทำให้ดีขึ้น ถ้าหยุดยืนพักไม่กี่นาทีก็หาย มักนึกถึงหลอดเลือด ถ้าต้องนั่งหรือก้มตัวไปข้างหน้าถึงจะดีขึ้น มักนึกถึงกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท ส่วนชาปลายเท้าตลอดเวลาแม้ไม่ได้เดิน มักเป็นเรื่องปลายประสาท เช่น จากเบาหวาน ถ้าขาอ่อนแรงข้างเดียวขึ้นมาทันที ต้องคิดถึงหลอดเลือดสมองและโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- หลอดเลือดขาตีบ (PAD): ปวด เมื่อย หรือชาที่น่องเวลาเดิน หยุดพักไม่กี่นาทีก็หาย
- โพรงกระดูกสันหลังตีบ: ปวดหลังร้าวลงน่อง ขาชาหรืออ่อนแรงเวลาเดินหรือยืนนาน ดีขึ้นเมื่อนั่งพักหรือก้มตัว
- ชาจากเบาหวานหรือขาดวิตามินบี 12 มักชาปลายเท้าทั้งสองข้าง เป็นตลอด ไม่ได้ขึ้นกับการเดิน
- ขาอ่อนแรงทันทีข้างเดียว หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ เป็นเรื่องเร่งด่วน
- ไม่มีอาหารเสริมที่ช่วยหลอดเลือดขาตีบ งานอาร์จินีนขนาด 3 กรัมต่อวันผลเป็นลบ
เดินแล้วขาชา เกิดจากหลอดเลือดตีบหรือโพรงกระดูกสันหลังตีบ ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองโรคทำให้เดินได้ระยะสั้นลงเหมือนกัน แต่กลไกต่างกัน
หลอดเลือดแดงขาตีบ
NHLBI ของสหรัฐฯ อธิบายว่าหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบเกิดจากแผ่นไขมันพอกในหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงขาไม่พอเวลากล้ามเนื้อต้องการมากขึ้น อาการที่พบ ได้แก่
- ปวด เมื่อย หนัก หรือเป็นตะคริวที่ขาเวลาเดิน มักเป็นที่น่อง หยุดพักไม่กี่นาทีก็หาย
- ขาอ่อนแรง ชา หรือเป็นเหน็บ
- เท้าข้างหนึ่งเย็นกว่าอีกข้าง ผิวซีดหรือคล้ำ
- ขนที่ขาและเล็บเท้างอกช้า แผลหายช้า
โพรงกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบ
เอกสารความรู้ของภาควิชาออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่าภาวะกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทบริเวณบั้นเอว พบบ่อยในวัยสูงอายุ อาการมักเกิดเมื่อเดินหรือยืนนาน ๆ คือ
- ปวดหลังร้าวลงไปถึงน่อง
- ขาอ่อนแรง อาจชาปลายเท้า
- ดีขึ้นเมื่อนั่งพักหรือก้มตัว
- มักค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเป็นเดือนหรือเป็นปี เดินต่อเนื่องได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ
MedlinePlus ก็อธิบายในทำนองเดียวกันว่าอาการโพรงกระดูกสันหลังตีบมักเป็นมากขึ้นเมื่อยืนหรือเดิน และลดลงหรือหายไปเมื่อนั่งลงหรือโน้มตัวไปข้างหน้า
ท่าทางแบบไหนที่ทำให้ดีขึ้น ช่วยบอกสาเหตุได้
คำถามง่าย ๆ ที่ช่วยแยกได้มากคือ "หยุดยืนเฉย ๆ หายไหม หรือต้องนั่ง"
- หยุดยืนพักเฉย ๆ ไม่กี่นาทีก็หาย แล้วเดินต่อได้ระยะเท่าเดิมก่อนจะปวดอีก นึกถึงหลอดเลือดขาตีบมากกว่า
- ต้องนั่งลง ก้มตัว หรือโน้มตัวไปข้างหน้าจึงหาย ยืนนิ่ง ๆ นาน ๆ ก็ปวดได้ นึกถึงโพรงกระดูกสันหลังตีบมากกว่า
- ชาปลายเท้าตลอดเวลา แม้นอนหรือนั่ง นึกถึงปลายประสาทเสื่อมมากกว่า
ข้อสังเกตเหล่านี้ใช้คัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น ผู้สูงอายุจำนวนมากมีทั้งหลอดเลือดตีบและกระดูกสันหลังเสื่อมพร้อมกัน จึงต้องให้แพทย์ตรวจยืนยัน อ่านเพิ่มเรื่องปวดน่องได้ที่ ปวดน่องเวลาเดินเกิดจากอะไร และ หลอดเลือดขาตีบ อาการเริ่มต้น
ขาชาจากเบาหวานหรือขาดวิตามินบี 12 มีลักษณะอย่างไร
ชาจากปลายประสาทมักเป็นที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง และเป็นอยู่ตลอด ไม่ได้ขึ้นกับการเดิน Rama Channel ของโรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่าสาเหตุของอาการชาปลายมือปลายเท้า ได้แก่ ปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน การขาดวิตามินบี 1 บี 6 หรือบี 12 และกระดูกคอทับเส้นประสาท
ลักษณะที่มักพบในปลายประสาทเสื่อม
- ชา ซ่า หรือเป็นเหน็บที่ปลายเท้า
- เป็นทั้งสองข้างพอ ๆ กัน และค่อย ๆ ลามขึ้น
คนเป็นเบาหวานที่ชาเท้าต้องตรวจเท้าทุกวัน อ่านวิธีสังเกตที่ เบาหวานชาปลายเท้า สาเหตุอื่นของอาการชาอยู่ใน ชาปลายมือปลายเท้าเกิดจากอะไร
ขาอ่อนแรงทันทีข้างเดียว ต้องคิดถึงสโตรกเมื่อไร
ถ้าอ่อนแรงขึ้นมาทันที ไม่ได้ค่อย ๆ เป็น ต้องคิดถึงหลอดเลือดสมองก่อน กรมควบคุมโรคใช้หลัก B.E.F.A.S.T. ได้แก่ เวียนหัวเดินเซ ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว พูดไม่ชัด ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการ
Rama Channel ระบุว่าอาการชาที่เกิดเฉียบพลันและเป็นครึ่งซีกของร่างกาย เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนชาร่วมกับกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ อาจบ่งชี้ว่ามีการกดทับเส้นประสาทไขสันหลังอย่างรุนแรง ทั้งสองกรณีต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน
อีกภาวะที่ต้องรีบคือขาข้างเดียวเย็น ซีด ปวด และชาขึ้นมาทันที ซึ่งอาจเป็นหลอดเลือดแดงขาอุดตันเฉียบพลัน อ่านต่อที่ ขาเย็นข้างเดียว อันตรายไหม และวิธีแยกชาครึ่งซีกที่ ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
ตรวจอะไรบ้างเพื่อแยกสาเหตุ
แพทย์มักเริ่มจากซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น คลำชีพจรที่ข้อเท้า ทดสอบความรู้สึก กำลังกล้ามเนื้อ และรีเฟล็กซ์ จากนั้นเลือกตรวจเพิ่มตามที่สงสัย
ถ้าสงสัยหลอดเลือดขาตีบ NHLBI ระบุว่า
- ABI (ดัชนีความดันข้อเท้าเทียบแขน) มักเป็นการตรวจแรก วัดความดันที่ข้อเท้าเทียบกับแขน ค่าต่ำกว่า 0.90 ขณะพักอาจบ่งชี้ว่ามี PAD
- อัลตราซาวด์ดอปเปลอร์ ดูตำแหน่งที่เลือดไหลลดลงหรืออุดตัน
- CTA หรือ MRA ถ่ายภาพหลอดเลือดเมื่อจำเป็น
ถ้าสงสัยโพรงกระดูกสันหลังตีบ MedlinePlus ระบุว่าอาจตรวจเอกซเรย์ MRI หรือ CT ของกระดูกสันหลัง และอาจตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) เพื่อดูการทำงานของเส้นประสาท
ถ้าสงสัยปลายประสาทเสื่อม แพทย์อาจตรวจเลือด เช่น ระดับน้ำตาลและวิตามินบี 12 ตามประวัติแต่ละคน
ความเชื่อที่พบบ่อย: ขาชาเพราะเลือดลมไม่เดิน ต้องกินยาบำรุงเลือด
คำว่า "เลือดลมไม่เดิน" ครอบคลุมหลายโรคที่รักษาต่างกันมาก หลอดเลือดขาตีบต้องคุมปัจจัยเสี่ยงและอาจต้องใช้ยาหรือทำหัตถการ โพรงกระดูกสันหลังตีบรักษาด้วยกายภาพบำบัด ยาแก้ปวด การฉีดยา หรือผ่าตัดตามความรุนแรง ส่วนชาจากเบาหวานต้องคุมน้ำตาลและดูแลเท้า
การซื้อยาหรืออาหารเสริมกินเองเพื่อ "บำรุงเลือด" จึงอาจทำให้เสียเวลาวินิจฉัยโรคจริง
อาหารเสริมช่วยอาการชาได้ไหม
ขึ้นกับสาเหตุ และส่วนใหญ่ไม่ช่วย
- วิตามินบี 12 มีบทบาทชัดในคนที่ขาดวิตามินนี้จริง จึงควรตรวจก่อนว่าขาดหรือไม่ อ่านรายละเอียดที่ วิตามินบี 12 แก้ชาได้ไหม
- แอล-อาร์จินีน การทดลอง NO-PAIN ให้ผู้ป่วยหลอดเลือดแดงขาตีบที่ปวดขาเวลาเดิน 133 คน กินแอล-อาร์จินีนวันละ 3 กรัมนาน 6 เดือน พบว่าระยะเดินดีขึ้น น้อยกว่ากลุ่มยาหลอก และการทำงานของหลอดเลือดไม่ดีขึ้น ผู้วิจัยสรุปว่าการให้อาร์จินีนระยะยาวไม่มีประโยชน์ในผู้ป่วยกลุ่มนี้
- ศูนย์มะเร็ง MSKCC เตือนว่าการเสริมอาร์จินีนระยะยาวอาจทำให้โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายแย่ลง
สิ่งที่มีหลักฐานกว่าสำหรับหลอดเลือดขาตีบคือ เลิกบุหรี่ คุมน้ำตาล ความดัน และไขมัน และออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำ ตามคำแนะนำของแผ่นพับโรงพยาบาลศิริราช ส่วนการฟื้นตัวของปลายประสาทอ่านได้ที่ ปลายประสาทอักเสบ หายเองได้ไหม
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์
นัดพบแพทย์ในเร็ววัน ถ้าเดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ ปวดน่องทุกครั้งที่เดิน ชาปลายเท้าต่อเนื่อง หรือมีแผลที่เท้าหายช้า
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- แขนหรือขาอ่อนแรงซีกเดียวขึ้นมาทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
- ขาข้างเดียวเย็น ซีด ปวดมาก และชาขึ้นมาทันที
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ร่วมกับขาชาหรืออ่อนแรง
- ขาอ่อนแรงมากขึ้นเร็วจนเดินไม่ได้หรือทรงตัวไม่อยู่
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ไม่พบงานวิจัยในคนของส่วนประกอบใดในแคปซูลที่ศึกษาเรื่องอาการชา โพรงกระดูกสันหลังตีบ หรือปลายประสาทเสื่อม ส่วนที่เกี่ยวกับหลอดเลือดขามีข้อมูลดังนี้
- แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. — งาน NO-PAIN ใช้แอล-อาร์จินีนวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 600 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยหลอดเลือดแดงขาตีบ ผลเป็นลบ คือระยะเดินดีขึ้นน้อยกว่ายาหลอก ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอาร์จินีน
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานวิจัยของน้ำมันเหล่านี้ศึกษาเรื่องไขมันในเลือด และใช้น้ำมันปรุงอาหารทั้งวันในระดับหลายกรัมถึงหลายสิบกรัม เช่น PREDIMED ใช้น้ำมันมะกอกอย่างน้อยวันละ 4 ช้อนโต๊ะ ไม่ได้ศึกษาอาการขาชาหรือระยะเดิน ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่าหลายสิบถึงหลายร้อยเท่า
ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้อาการขาชา ปวดน่อง หรือระยะเดินเปลี่ยนไป การรักษาขึ้นกับสาเหตุที่แพทย์ตรวจพบ
ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะแคปซูลมีวิตามินอี หากแพทย์ให้หยุด ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ ส่วนยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อตามเดิม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
เดินแล้วขาชาเกิดจากอะไร
สาเหตุใหญ่คือหลอดเลือดแดงขาตีบ และโพรงกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบกดทับเส้นประสาท ส่วนชาปลายเท้าตลอดเวลามักเป็นปลายประสาทเสื่อม เช่น จากเบาหวาน ควรให้แพทย์ตรวจแยกสาเหตุ
แยกเส้นเลือดตีบกับกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทอย่างไร
ถ้าหยุดยืนพักไม่กี่นาทีก็หาย มักนึกถึงหลอดเลือดขาตีบ ถ้าต้องนั่งพักหรือก้มตัวไปข้างหน้าถึงดีขึ้น มักนึกถึงโพรงกระดูกสันหลังตีบ แต่หลายคนเป็นทั้งสองอย่าง ต้องตรวจยืนยัน
ขาอ่อนแรงข้างเดียวทันทีต้องทำอย่างไร
ให้คิดถึงหลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดแดงขาอุดตันเฉียบพลัน ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ควรรอดูอาการ
ตรวจหลอดเลือดขาตีบตรวจอย่างไร
การตรวจแรกที่ใช้บ่อยคือ ABI ซึ่งวัดความดันที่ข้อเท้าเทียบกับแขน ค่าต่ำกว่า 0.90 ขณะพักอาจบ่งชี้ว่ามีหลอดเลือดขาตีบ แพทย์อาจตรวจอัลตราซาวด์ดอปเปลอร์เพิ่ม
กินอาร์จินีนช่วยเส้นเลือดขาตีบได้ไหม
การทดลองที่ให้แอล-อาร์จินีนวันละ 3 กรัมนาน 6 เดือนในผู้ป่วยหลอดเลือดขาตีบ พบว่าระยะเดินดีขึ้นน้อยกว่ายาหลอก ผู้วิจัยสรุปว่าไม่มีประโยชน์ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริมใด ๆ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยผ่าตัดโรคกระดูกโพรงสันหลังตีบร่วมกับภาวะกระดูกไม่มั่นคงภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- Spinal stenosisMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Peripheral Artery Disease: DiagnosisNational Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI), NIH
- มือชา นิ้วชา สัญญาณเตือนที่ไม่ควรปล่อยผ่านRama Channel โรงพยาบาลรามาธิบดี
- L-arginine supplementation in peripheral arterial disease: no benefit and possible harmCirculation 2007 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
หัวใจวายกับหัวใจล้มเหลวต่างกันไหม หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร
หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร ต่างจากหัวใจล้มเหลวและหัวใจหยุดเต้นอย่างไร คราบไขมันแตกจนลิ่มเลือดอุดตัน อาการเตือน และทำไมต้องถึงโรงพยาบาลเร็ว
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินหรืออาหารเสริมบำรุงหัวใจได้ไหม
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินอะไรได้ไหม หลักฐาน CoQ10 วิตามินอี น้ำมันปลา ยาแก้ปวด NSAIDs อาร์จินีนขนาดสูง อาหารเสริมกับยาวาร์ฟาริน และวิธีนำไปให้แพทย์ดู
หัวใจโตเกิดจากอะไร อันตรายไหม รักษาหายได้หรือเปล่า
หัวใจโตเกิดจากอะไร ศิริราชระบุกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่า 90% มาจากความดันสูง เอกซเรย์ต่างจากคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจอย่างไร คุมความดันแล้วกลับปกติไหม
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร เกลือวันละเท่าไร ดื่มน้ำได้แค่ไหน
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร ทำไมต้องคุมโซเดียม MedlinePlus ให้กรอบ 1,500–2,300 มก./วัน ต้องจำกัดน้ำทุกคนไหม เกลือทดแทนกับยาขับปัสสาวะ ชั่งน้ำหนักทุกเช้า เหล้า
