เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
กระดูกคอเสื่อม อาการเป็นอย่างไร ทับเส้นประสาทแขนชา รักษาอย่างไร
คำตอบสั้น: กระดูกคอเสื่อม (cervical spondylosis) คือการเปลี่ยนแปลงตามวัยของกระดูกสันหลังส่วนคอและหมอนรองกระดูก NHS ระบุว่าเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป มักเกิดในคนอายุเกิน 40 ปี และหลายคนไม่มีอาการเลย คนที่มีอาการมักปวดหรือตึงคอและไหล่แบบเป็น ๆ หาย ๆ และอาจปวดศีรษะที่เริ่มจากด้านหลังคอ ถ้าการเสื่อมไปกดรากประสาท อาจปวดร้าวหรือชาลงแขน ถ้ากดไขสันหลัง อาจมือไม่คล่องหรือทรงตัวไม่ดี ซึ่งต้องพบแพทย์เร็ว การรักษาส่วนใหญ่เริ่มจากการบริหารคอ ปรับท่าทาง และกายภาพบำบัด ส่วนการผ่าตัดใช้ในบางกรณี
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- พบได้ทั่วไปตามวัย MedlinePlus (ทบทวน 4 มิ.ย. 2568) ระบุว่าเมื่ออายุ 60 ปี คนส่วนใหญ่มีร่องรอยกระดูกคอเสื่อมในภาพเอกซเรย์ และ NHS ระบุว่าหลายคนไม่มีอาการ
- อาการหลัก ตาม NHS (ทบทวน 2 ส.ค. 2566) คือปวดหรือตึงคอและไหล่ที่เป็น ๆ หาย ๆ และปวดศีรษะที่มักเริ่มจากด้านหลังคอ
- ถ้ากดรากประสาท อาจปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงที่แขน
- ถ้ากดไขสันหลัง MedlinePlus ระบุว่ากระทบได้ทั้งแขน ขา และการทรงตัว
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือมือประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที NHS ให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ในไทยคือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- การรักษา เริ่มจากการบริหารคอ ปรับท่าทาง และกายภาพบำบัด NHS ระบุว่าจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อรากประสาทหรือไขสันหลังถูกกด
กระดูกคอเสื่อมคืออะไร เกิดจากอะไร
กระดูกคอเสื่อมคือการสึกของหมอนรองกระดูก กระดูก และข้อต่อของกระดูกสันหลังส่วนคอ MedlinePlus อธิบายว่าเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดคอเรื้อรัง และอาจมีกระดูกงอก (หินปูนเกาะ) ที่ขอบกระดูกสันหลัง
NHS อธิบายว่าคนอายุเกิน 40 ปีจำนวนมากมีภาวะนี้ตามวัย และอาจเกิดได้ทุกอายุถ้าเคยบาดเจ็บที่คอ หรือมีคนในครอบครัวเป็น
MedlinePlus ระบุว่าปัจจัยหลักคืออายุ และปัจจัยอื่นที่ทำให้มีโอกาสเป็นมากขึ้น ได้แก่
- น้ำหนักเกินและไม่ออกกำลังกาย
- งานที่ต้องยกของหนัก หรือก้มและบิดตัวบ่อย
- เคยบาดเจ็บที่คอ ซึ่งมักเป็นหลายปีก่อน
- เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังหรือผ่าตัดคอ
- หมอนรองกระดูกแตกหรือเคลื่อน
- ข้ออักเสบรุนแรง
- ช่องไขสันหลังแคบมาแต่กำเนิด
ภาพเอกซเรย์ที่เสื่อมไม่ได้แปลว่าต้องปวด เพราะ NHS ระบุว่าภาวะนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัยที่เพิ่มขึ้น และหลายคนไม่มีอาการ แพทย์จึงดูอาการและการตรวจร่างกายประกอบกันเสมอ
กระดูกคอเสื่อม อาการเป็นอย่างไร
อาการมักค่อย ๆ เป็น แต่บางครั้งก็เริ่มหรือแย่ลงทันที MedlinePlus ระบุว่าความปวดอาจเล็กน้อย หรืออาจลึกและรุนแรงจนขยับไม่ได้
อาการที่ MedlinePlus ระบุว่าพบบ่อย
- คอแข็ง ตึง และแย่ลงเรื่อย ๆ
- ปวดศีรษะ โดยเฉพาะด้านหลังศีรษะ
- ปวดบริเวณสะบัก ด้านในของสะบัก และหัวไหล่
- ชาหรือรู้สึกผิดปกติที่ไหล่หรือแขน
ความปวดอาจร้าวไปต้นแขน แขนท่อนล่าง หรือนิ้วมือ ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าการร้าวถึงนิ้วพบได้น้อย
ช่วงที่อาการมักแย่ลง ตาม MedlinePlus ได้แก่ หลังยืนหรือนั่งนาน ตอนกลางคืน เวลาจาม ไอ หรือหัวเราะ เวลาแหงนคอไปด้านหลังหรือบิดคอ และเวลาเดินเกินไม่กี่เมตร
กล้ามเนื้ออาจอ่อนแรงโดยไม่รู้ตัว MedlinePlus ระบุว่าบางคนไม่รู้จนแพทย์ตรวจพบ บางคนสังเกตได้เองว่ายกแขนลำบาก กำมือแน่นไม่ได้ หรือมือไม่คล่อง
อาการที่ MedlinePlus ระบุว่าพบน้อยกว่า ได้แก่ เสียการทรงตัว ปวดหรือชาที่ขา และกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ (ข้อหลังนี้ MedlinePlus ระบุว่าเกิดเมื่อมีแรงกดต่อไขสันหลัง)
กระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท แขนชา ต่างจากทับไขสันหลังอย่างไร
กระดูกคอเสื่อมกดได้ 2 จุด และความเร่งด่วนต่างกัน
1. กดรากประสาท (cervical radiculopathy) NHS อธิบายว่าเป็นภาวะที่รากประสาทถูกหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนหรือกระดูกกดทับ อาการที่ MedlinePlus บรรยายคือปวดร้าวจากคอลงแขน ชา หรือกล้ามเนื้อแขนบางมัดอ่อนแรง
2. กดไขสันหลัง (cervical myelopathy) MedlinePlus ระบุว่าในรายที่เป็นมาก ไขสันหลังจะได้รับผลกระทบ ซึ่งส่งผลต่อแขน ขา และการทรงตัว อาการในหน้า MedlinePlus และ NHS ที่ควรสังเกต ได้แก่ มือไม่คล่อง ติดกระดุมเสื้อลำบาก เดินลำบาก ทรงตัวไม่ดี และขาชาหรือปวด
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับผู้สูงอายุ อาการมือไม่คล่องหรือเดินเซอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของอายุ แต่ MedlinePlus ระบุว่ากระดูกคอเสื่อมอาจนำไปสู่การกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ สูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อหรือความรู้สึก และในบางรายเกิดความพิการถาวร จึงไม่ควรรอดูเอง
อาการทรงตัวไม่ดียังเพิ่มโอกาสหกล้ม อ่านวิธีลดความเสี่ยงได้ที่ ผู้สูงอายุหกล้ม ป้องกันอย่างไร
ถ้าอยากเข้าใจภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการกดรากประสาท อ่านต่อได้ที่ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที แบบไหนไปวันนี้ แบบไหนนัดได้
NHS (ทบทวน 2 ส.ค. 2566) แบ่งอาการของกระดูกคอเสื่อมไว้ 3 ระดับ
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ให้โทร 999)
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
- ปากหรือหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง
- ยกแขนทั้งสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด (NHS ให้ขอนัดแพทย์ด่วนหรือโทร NHS 111)
- ปวดคอรุนแรงที่เริ่มขึ้นทันที หรือปวดที่แย่ลงอย่างรวดเร็ว
- แขนหรือขารู้สึกหนักหรืออ่อนแรง
- ชาเป็นเหน็บที่แขน และปวดคอหรือปวดแขนด้วย
- ปวดระหว่างสะบักสองข้าง
นัดพบแพทย์ได้ตามปกติ (NHS ให้พบแพทย์ทั่วไป)
- ปวดหรือตึงคอที่ไม่หายภายในไม่กี่สัปดาห์
- ปวดคอที่แย่ลงเวลาขยับ
MedlinePlus ระบุเพิ่มว่า ถ้าอาการแย่ลง มีอาการใหม่ เช่น ขยับหรือรู้สึกส่วนใดของร่างกายไม่ได้ ให้ติดต่อแพทย์ และถ้ากลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ให้ติดต่อทันที
ไปโรงพยาบาลแล้วตรวจอะไรบ้าง
การตรวจหลักคือการซักประวัติและตรวจร่างกาย NHS ระบุว่าแพทย์จะตรวจคอและไหล่ อาจเคาะทดสอบรีเฟล็กซ์ และดูท่าเดิน
MedlinePlus อธิบายการตรวจที่อาจทำ
- ดูว่าเอียงศีรษะไปทางไหล่และหมุนศีรษะได้แค่ไหน
- ให้ก้มหรือเอียงศีรษะแล้วกดเบา ๆ ที่กลางศีรษะ ถ้าปวดหรือชามากขึ้น มักบ่งว่ามีแรงกดต่อเส้นประสาท
- เอกซเรย์คอ เพื่อดูการเสื่อมหรือการเปลี่ยนแปลงของกระดูกสันหลัง
- เอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือซีทีสแกน (CT) เมื่อปวดคอหรือแขนมากและไม่ดีขึ้นด้วยการรักษา หรือแขนหรือมืออ่อนแรงหรือชา
- ตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อและการนำกระแสประสาท เพื่อดูการทำงานของรากประสาท
กระดูกคอเสื่อมรักษาอย่างไร
เป้าหมายคือคุมอาการปวดเพื่อให้ยังขยับและใช้ชีวิตได้ NHS ระบุว่าการรักษาขึ้นกับความรุนแรงของอาการ และมักใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์กว่าจะเห็นผล แม้อาการปวดและตึงอาจกลับมาได้
สิ่งที่ NHS แนะนำให้ทำเอง
- บริหารคอเบา ๆ
- ปรับท่าทางให้ดีขึ้น
- ทำกิจวัตรตามปกติต่อไปเท่าที่ทำได้
NHS ระบุว่าเภสัชกรช่วยแนะนำยาแก้ปวดได้ ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาหลายชนิด ควรบอกรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมดก่อนรับยาแก้ปวดใหม่ทุกครั้ง
กายภาพบำบัด NHS ระบุว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ อาจต้องทำกายภาพบำบัด MedlinePlus อธิบายว่านักกายภาพจะใช้ท่ายืดเพื่อลดปวด สอนท่าเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ และอาจใช้การดึงคอ (traction) เพื่อลดแรงกด
ทางเลือกอื่นที่ MedlinePlus กล่าวถึง ได้แก่ การนวด การฝังเข็ม การจัดกระดูก การประคบเย็นหรือร้อนช่วงที่ปวดกำเริบ และการปรับความคิดและพฤติกรรม (cognitive behavioral therapy, CBT) เมื่อความปวดกระทบชีวิตมาก
ยา MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจสั่งยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) สเตียรอยด์ระยะสั้น หรือยาแก้ปวดที่แรงขึ้นเมื่อปวดมาก ส่วน NHS ระบุว่าแพทย์อาจสั่งยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาอื่นถ้าปวดเรื้อรัง ยาทุกตัวแพทย์เป็นผู้เลือกตามโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ ห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาเอง ถ้าลืมกินยาให้ถามเภสัชกร
กระดูกคอเสื่อมต้องผ่าตัดไหม รักษาหายไหม
คนส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด MedlinePlus ระบุว่าคนที่เป็นกระดูกคอเสื่อมส่วนใหญ่มีอาการบางอย่างระยะยาว แต่อาการส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการรักษาที่ไม่ผ่าตัด หลายคนยังใช้ชีวิตแบบกระฉับกระเฉงได้ และบางคนต้องอยู่กับอาการปวดเรื้อรัง
NHS ระบุว่าจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อ
- รากประสาทถูกหมอนรองกระดูกหรือกระดูกกด
- มีปัญหาที่ไขสันหลัง
MedlinePlus ระบุว่าจะพิจารณาผ่าตัดเมื่ออาการปวดไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น หรือสูญเสียการเคลื่อนไหวหรือความรู้สึก การผ่าตัดทำเพื่อลดแรงกดต่อเส้นประสาทหรือไขสันหลัง และอาจเชื่อมกระดูกคอบางส่วนเข้าด้วยกัน
NHS ระบุตรง ๆ ว่าการผ่าตัดไม่ได้ทำให้หายทุกราย แต่อาจหยุดไม่ให้อาการแย่ลง การตัดสินใจจึงควรคุยกับแพทย์ศัลยกรรมกระดูกหรือประสาทศัลยแพทย์ถึงข้อดีและความเสี่ยงของแต่ละคน
ข้อควรระวังกระดูกคอเสื่อมในชีวิตประจำวัน
ก้มดูโทรศัพท์หรือก้มหน้าทำงานนาน MedlinePlus ระบุว่าสาเหตุทั่วไปของปวดคอคือกล้ามเนื้อตึงจากกิจวัตร เช่น ก้มโต๊ะนาน (มักเป็นชั่วโมงขึ้นไป) ท่าทางไม่ดีขณะดูทีวีหรืออ่านหนังสือ และจอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำเกินไป NHS แนะนำว่าอย่าคงคอไว้ท่าเดิมนาน ทั้งสองแหล่งไม่ได้พูดถึงโทรศัพท์โดยตรง การยกโทรศัพท์ขึ้นระดับสายตาและพักเปลี่ยนท่าเป็นการทำตามหลักเดียวกัน
ท่านั่งและท่านอน NHS แนะนำว่า
- นั่งหลังตรง หมุนไหล่ไปด้านหลังเบา ๆ แล้วดึงคอกลับ
- เวลานอน ให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับลำตัว ใช้หมอนเตี้ยและแน่น และที่นอนแน่น
- ไม่นอนคว่ำ และไม่บิดคอบนเตียง
อ่านเรื่องท่านอนเพิ่มเติมได้ที่ ปวดหลังนอนท่าไหนดี
นวดหรือดัดบิดคอ NCCIH (ปรับปรุง ก.ย. 2565) ระบุว่าการจัดกระดูกที่เน้นบริเวณคอมีรายงานว่าสัมพันธ์กับการฉีกขาดเล็ก ๆ ของผนังหลอดเลือดแดงที่คอ ซึ่งพบน้อยแต่อาจทำให้เกิดหลอดเลือดสมองได้ NCCIH ระบุด้วยว่ายังมีความเห็นไม่ตรงกันว่าการจัดกระดูกเป็นสาเหตุจริงหรือไม่ แต่ผู้รับบริการควรได้รับแจ้งความเสี่ยงนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ นวดได้ไหมเมื่อปวดหลังหรือกระดูกคอเสื่อม
ปลอกคอ NHS (หน้าปวดคอ ทบทวน 27 เม.ย. 2566) แนะนำว่าไม่ควรใส่ปลอกคอ เพราะการขยับคอดีกว่า ยกเว้นแพทย์สั่ง ส่วน MedlinePlus ระบุว่าให้ถามแพทย์ก่อนใช้ปลอกคอแบบนิ่ม และการใส่นานอาจทำให้กล้ามเนื้อคออ่อนแรง
ขับรถ NHS แนะนำว่าไม่ควรทำสิ่งที่อาจอันตรายเมื่อหันคอได้ไม่เต็มที่ เช่น ขับรถหรือขี่จักรยาน
กระดูกคอเสื่อมกับปวดศีรษะ เวียนหัว และความดัน
NHS ระบุว่ากระดูกคอเสื่อมอาจทำให้ปวดศีรษะที่เริ่มจากด้านหลังคอ แต่ปวดท้ายทอยในผู้สูงอายุยังมีสาเหตุอื่น เช่น ความดันโลหิต อ่านต่อได้ที่ ความดันสูงปวดหัวแบบไหน ปวดท้ายทอยใช่ไหม
ส่วนอาการเวียนหัวที่เกิดพร้อมปวดคอ มีรายละเอียดและสัญญาณอันตรายที่ต้องแยกให้ออก อ่านได้ที่ ปวดคอแล้วเวียนหัว กระดูกคอเสื่อมทำให้เวียนหัวได้ไหม
ปวดคอในผู้สูงอายุ ควรนึกถึงกระดูกพรุนด้วยไหม
ควรนึกถึง MedlinePlus (หน้าปวดคอ ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ระบุว่ากระดูกสันหลังหักเล็ก ๆ จากกระดูกพรุนเป็นสาเหตุหนึ่งของปวดคอ และ NIAMS ระบุว่ากระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกระดูกหัก
แนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF 2021) ให้ตรวจมวลกระดูกในผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป และคนอายุน้อยกว่านี้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยกระดูกหักจากแรงกระแทกเล็กน้อย ตัวเตี้ยลง หรือใช้ยาสเตียรอยด์ อ่านเกณฑ์ได้ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)
ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
เรื่องกระดูกคอเสื่อม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดคอ ลดการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง หรือชะลอการเสื่อมของกระดูกคอ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ กายภาพบำบัด หรือยาที่แพทย์สั่ง
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้คือคอลลาเจนไทป์ทูและขมิ้นชัน งานวิจัยที่มีอยู่ทำในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่กระดูกคอเสื่อม เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) 40 มก. ต่อวัน นาน 180 วัน คะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบ ตัวเลขต่อวันเท่ากัน แต่ฉลากไม่ระบุว่าคอลลาเจนในแคปซูลเป็นชนิดไม่เสียสภาพหรือไม่ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นสารเดียวกับในงานวิจัย
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทดลองไทยในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) นาน 4 สัปดาห์ ผลไม่ด้อยกว่ายาไอบูโพรเฟน งานนี้ไม่มีกลุ่มยาหลอก และงานทบทวนปี 2025 ประเมินว่างานทบทวนเรื่องขมิ้นชันในข้อเสื่อมมีคุณภาพต่ำมาก ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุว่า "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: มีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน และ NCCIH ระบุว่าถ้ามีอาการเหล่านี้ให้หยุดใช้และพบแพทย์
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
- ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล: MSKCC (ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าไม่ควรใช้ขมิ้นชันเสริมร่วมกับยาเหล่านี้ เพราะอาจลดฤทธิ์ยา ข้อมูลนี้มาจากงานในหลอดทดลอง และยังไม่ทราบความสำคัญในคน ให้ถามเภสัชกรก่อน และห้ามหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเอง
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสเตียรอยด์ ยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสเตียรอยด์ ยาเบาหวาน ยาไทรอยด์ ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่
- กลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
- ปากหรือหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง
- ยกแขนทั้งสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป
- เจ็บที่ร้าวไปแขนข้างใดข้างหนึ่ง คอ กราม ท้อง หรือหลัง แบบที่ NHS จัดเป็นอาการของหัวใจวาย
- หกล้มหรือบาดเจ็บแล้วปวดสะโพกมาก
- เดินหรือลงน้ำหนักที่ขาไม่ได้หลังล้ม
- ชาหรือไม่รู้สึกที่สะโพกหรือขาหลังบาดเจ็บ
NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
กระดูกคอเสื่อมอาการเป็นอย่างไร
NHS ระบุว่าอาการหลักคือปวดหรือตึงคอและไหล่ที่เป็น ๆ หาย ๆ และปวดศีรษะที่มักเริ่มจากด้านหลังคอ MedlinePlus ระบุเพิ่มว่าอาจปวดร้าวลงแขน ชาที่ไหล่หรือแขน และปวดมากขึ้นเวลาแหงนหรือบิดคอ หลายคนไม่มีอาการเลยแม้เอกซเรย์พบการเสื่อม
กระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาทมีอาการอย่างไร
ถ้ากดรากประสาท อาจปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงที่แขน ถ้ากดไขสันหลัง MedlinePlus ระบุว่ากระทบได้ทั้งแขน ขา และการทรงตัว เช่น มือไม่คล่อง เดินเซ ถ้าเดินลำบากขึ้นมาใหม่ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือมือประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
กระดูกคอเสื่อมรักษาหายไหม
MedlinePlus ระบุว่าคนส่วนใหญ่มีอาการบางอย่างระยะยาว แต่อาการส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการรักษาที่ไม่ผ่าตัด เช่น การบริหารคอ กายภาพบำบัด และยาที่แพทย์สั่ง NHS ระบุว่าการผ่าตัดไม่ได้ทำให้หายทุกราย แต่อาจหยุดไม่ให้อาการแย่ลง
กระดูกคอเสื่อมต้องผ่าตัดไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง NHS ระบุว่าจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อรากประสาทถูกกดหรือมีปัญหาที่ไขสันหลัง และ MedlinePlus ระบุว่าพิจารณาเมื่ออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น หรือสูญเสียการเคลื่อนไหวหรือความรู้สึก
กระดูกคอเสื่อมนวดหรือดัดคอได้ไหม
NCCIH ระบุว่าการจัดกระดูกบริเวณคอมีรายงานว่าสัมพันธ์กับการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดแดงที่คอ ซึ่งพบน้อยแต่อาจทำให้เกิดหลอดเลือดสมองได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพก่อน และแจ้งผู้ให้บริการว่าเป็นกระดูกคอเสื่อม
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Cervical spondylosisNHS
- Cervical spondylosisMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Neck painMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Neck painNHS
- Spinal Manipulation: What You Need To KnowNCCIH (National Center for Complementary and Integrative Health)
- OsteoporosisNIAMS (National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases)
- Summary of the Thai Osteoporosis Foundation (TOPF) Clinical Practice Guideline 2021Osteoporosis and Sarcopenia 2023 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
