บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

พาร์กินสันอาการเริ่มต้น สังเกตอะไรได้ก่อนมือสั่น

คำตอบสั้น: โรคพาร์กินสันมักเริ่มอย่างช้า ๆ และเงียบ ๆ สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่าผู้ป่วยหลายคนมีปัญหาการนอน ท้องผูก จมูกไม่ค่อยได้กลิ่น และขาอยู่ไม่สุข ก่อนที่จะเริ่มแข็งเกร็งหรือสั่น อาการด้านการเคลื่อนไหวที่เด่นคือ สั่นขณะพัก เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และทรงตัวไม่ดี ซึ่งมักเริ่มที่ร่างกายข้างเดียว คนในครอบครัวมักเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น เช่น ลายมือเล็กลง พูดเสียงเบา หน้าไม่ค่อยแสดงอารมณ์ แขนข้างหนึ่งไม่แกว่งเวลาเดิน ยังไม่มีการตรวจเลือดตัวเดียวที่ยืนยันโรคได้ แพทย์วินิจฉัยจากประวัติและการตรวจระบบประสาทเป็นหลัก NIA ระบุว่าโรคนี้ยังไม่มีวิธีทำให้หาย แต่ยา การผ่าตัดบางชนิด และกายภาพบำบัด มักช่วยบรรเทาอาการบางส่วนได้ จึงควรพาไปพบแพทย์เมื่อเริ่มสังเกตเห็น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • NIA ระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มเป็นหลังอายุ 60 ปี และราวร้อยละ 5–10 เริ่มก่อนอายุ 50 ปี
  • อาการนำที่อาจเกิดก่อนการเคลื่อนไหวผิดปกติ: นอนไม่ดี ท้องผูก จมูกไม่ได้กลิ่น ขาอยู่ไม่สุข ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล
  • อาการหลัก 4 อย่าง (NINDS): สั่น แข็งเกร็ง เคลื่อนไหวช้า ทรงตัวไม่ดี
  • อาการสั่นของพาร์กินสันเด่นตอนมืออยู่นิ่ง และมักลดลงเมื่อตั้งใจขยับมือ ต่างจากมือสั่นชนิดพบบ่อยที่สั่นเวลาใช้มือ
  • บางคนไม่มีอาการสั่นเลย การไม่สั่นจึงไม่ได้แปลว่าไม่ใช่พาร์กินสัน
  • แพทย์วินิจฉัยจากประวัติและการตรวจระบบประสาท การสแกนสมองใช้ในบางกรณีเพื่อแยกโรคอื่น
  • ผู้ที่ได้ยาพาร์กินสันแล้ว ห้ามหยุดยาเอง NIA และ NINDS เตือนว่าการหยุดกะทันหันอาจมีผลข้างเคียงร้ายแรง

อาการนำก่อนการเคลื่อนไหว จมูกไม่ได้กลิ่น ท้องผูก ละเมอขณะหลับ

สิ่งที่หลายครอบครัวไม่รู้คือ พาร์กินสันไม่ได้เริ่มที่มือสั่นเสมอไป NIA ระบุว่าผู้ป่วยหลายคนเล่าว่าก่อนมีอาการแข็งเกร็งและสั่น เคยมีอาการเหล่านี้มาก่อน

  • ปัญหาการนอน NINDS ระบุว่าผู้ป่วยอาจหลับไม่ต่อเนื่อง พลิกตัวไปมา ฝันร้ายหรือฝันที่มีอารมณ์รุนแรง ง่วงกลางวัน และบางคนละเมอทำตามความฝัน เช่น ต่อย เตะ ตะโกนขณะหลับ เรียกว่าความผิดปกติของการนอนช่วงหลับฝัน (REM sleep behavior disorder) ซึ่ง NIA ระบุว่าอาการนี้อาจนำมาก่อนโรคในกลุ่มลิววี่บอดี้เป็นเวลาหลายปี
  • ท้องผูก NINDS ระบุว่าปัญหาทางเดินอาหารพบบ่อย เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมลำไส้เปลี่ยนไป อ่านการดูแลท้องผูกที่ ท้องผูกเรื้อรังในผู้สูงอายุ
  • จมูกไม่ค่อยได้กลิ่น
  • ขาอยู่ไม่สุข โดยเฉพาะตอนจะนอน
  • ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล NINDS ระบุว่าอาจเกิดในระยะแรก แม้ก่อนมีปัญหาการเคลื่อนไหว อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุวิตกกังวลทุกเรื่อง
  • หน้ามืดเวลาลุกยืน NIA และ NINDS อธิบายว่าเกิดจากการสูญเสียเซลล์ประสาทที่สร้างนอร์อิพิเนฟรินซึ่งคุมความดันเลือด

ข้อควรระวังในการแปลความ NIA ระบุว่าอาการบางอย่างข้างต้นเกิดได้ในคนสูงอายุทั่วไป การมีอาการเหล่านี้จึงไม่ได้แปลว่าเป็นพาร์กินสันเสมอไป ให้ปรึกษาแพทย์เมื่ออาการแย่ลงหรือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน และบอกแพทย์ให้ครบทุกอาการ เพราะเมื่อนำมารวมกันจะช่วยการวินิจฉัย

สั่นขณะพัก เคลื่อนไหวช้า แข็งเกร็ง อาการหลักของพาร์กินสัน

NINDS อธิบายว่าอาการส่วนใหญ่เกิดเมื่อเซลล์สมองบริเวณที่สร้างโดปามีน (สารสื่อประสาทที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้ราบรื่น) อ่อนแอ เสียหาย และตายไป และเมื่อเริ่มมีอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สูญเสียเซลล์ที่สร้างโดปามีนในบริเวณนั้นไปแล้วร้อยละ 60–80 หรือมากกว่า อาการหลัก 4 อย่างที่ NINDS ระบุ

  1. สั่น (tremor) มักเริ่มที่มือ บางครั้งเริ่มที่เท้าหรือขากรรไกร เป็นจังหวะไปมา บางคนถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ไปมาเหมือนปั้นยาเม็ด เห็นชัดตอนมืออยู่นิ่งหรือตอนเครียด มักหายไปตอนหลับ และอาจลดลงเมื่อตั้งใจขยับมือ บางคนไม่เคยมีอาการสั่นเลย
  2. แข็งเกร็ง (rigidity) พบในผู้ป่วยส่วนใหญ่ กล้ามเนื้อตึงค้าง ปวดเมื่อย เมื่อคนอื่นลองขยับแขนให้ จะรู้สึกต้านสม่ำเสมอเหมือนงอท่อตะกั่ว หรือติดเป็นจังหวะเหมือนฟันเฟือง
  3. เคลื่อนไหวช้า (bradykinesia) ทำกิจวัตรง่าย ๆ ช้าลง เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ติดกระดุม ที่เคยทำได้เร็ว
  4. ทรงตัวไม่ดีและท่าทางเปลี่ยน เพิ่มความเสี่ยงหกล้ม

ลักษณะการเดินแบบพาร์กินสัน NINDS และ NIA ระบุว่าผู้ป่วยมักเดินโน้มตัวไปข้างหน้า ก้าวสั้นถี่ ลากเท้า แขนแกว่งน้อยลงข้างเดียวหรือสองข้าง บางคนเริ่มก้าวไม่ออกเหมือนเท้าติดพื้น หรือเดินแล้วเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนหยุดยาก

อาการมักเริ่มที่ร่างกายข้างเดียว หรือแม้แต่แขนขาข้างเดียว แล้วค่อยลามไปอีกข้าง แต่ข้างที่เริ่มก่อนมักยังเป็นมากกว่า (NIA) MedlinePlus ระบุว่าช่วงแรกอาจเป็นเพียงรู้สึกว่าขาข้างหนึ่งแข็งและลาก หรือสั่นเล็กน้อย และคางสั่นก็เป็นอาการเริ่มต้นได้

เรื่องการเดินและการทรงตัวที่แย่ลงในผู้สูงอายุ อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุเดินช้าลง ทรงตัวไม่ดี และการป้องกันหกล้มที่ ผู้สูงอายุหกล้ม

ลายมือเล็กลง เสียงเบา หน้าไม่ค่อยแสดงอารมณ์

อาการกลุ่มนี้มักเป็นสิ่งที่ลูกหลานสังเกตเห็นก่อนตัวผู้ป่วย NIA ระบุว่าเพื่อนหรือคนในครอบครัวอาจเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง

  • ลายมือเล็กลงและเบียดกัน NIA ระบุว่าลายมือช้าและดูเล็กหรือเบียด MedlinePlus เรียกว่า micrographia ลองเทียบลายเซ็นในสมุดบัญชีหรือเอกสารเก่ากับปัจจุบัน
  • พูดเสียงเบาลง เสียงราบเรียบ NINDS ระบุว่าอาจพูดเบา เสียงไม่มีขึ้นลง ลังเลก่อนพูด หรือพูดเร็วและไม่ชัด คนในบ้านอาจคิดว่าผู้สูงอายุ "ไม่อยากคุย" หรือคิดว่าตัวเองหูตึง
  • หน้าเฉยเหมือนใส่หน้ากาก NINDS และ MedlinePlus ระบุว่าการแสดงสีหน้าลดลง ทำให้ดูเศร้าหรือไม่สนใจ ทั้งที่จิตใจไม่ได้เป็นอย่างนั้น
  • แขนข้างหนึ่งไม่แกว่งเวลาเดิน หรือใช้มือข้างหนึ่งน้อยลง (NIA)
  • ลุกจากเก้าอี้ลำบาก NIA และ MedlinePlus ระบุว่าเริ่มเคลื่อนไหวยาก เช่น ลุกจากเก้าอี้หรือเริ่มก้าวเดิน
  • ผิวมันที่หน้าผากและข้างจมูก หรือเหงื่อออกมาก (NINDS)

วิธีที่ช่วยแพทย์ได้มาก คือถ่ายวิดีโอสั้น ๆ ตอนผู้สูงอายุเดิน นั่งพักมือบนตัก และเขียนชื่อตัวเอง แล้วนำไปให้แพทย์ดู เพราะในห้องตรวจอาการอาจไม่ชัดเท่าที่บ้าน

แพทย์วินิจฉัยพาร์กินสันอย่างไร ต้องสแกนไหม

NIA ระบุว่ายังไม่มีการตรวจเลือดหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ใช้วินิจฉัยพาร์กินสันชนิดที่ไม่ได้มาจากพันธุกรรม แพทย์วินิจฉัยจาก

  • ประวัติอาการ ทั้งอาการเคลื่อนไหวและอาการนำที่เล่าไว้ข้างต้น รวมถึงยาทุกชนิดที่ใช้อยู่
  • การตรวจระบบประสาท ดูการสั่น ความแข็งเกร็ง ความเร็วในการเคลื่อนไหว การเดิน และการทรงตัว
  • การตอบสนองต่อยา NIA ระบุว่าถ้าอาการดีขึ้นหลังเริ่มยา ก็เป็นข้อบ่งชี้อีกอย่างว่าเป็นพาร์กินสัน

เรื่องการสแกน MedlinePlus ระบุว่าการสแกนชนิด DaTscan แสดงความผิดปกติที่ชี้ถึงพาร์กินสันได้ แต่จำเป็นเฉพาะในบางสถานการณ์ NINDS ระบุว่าการถ่ายภาพสมอง เช่น MRI ใช้เพื่อแยกโรคอื่น และ DaTscan ช่วยการวินิจฉัยได้ แต่แยกพาร์กินสันออกจากโรคในกลุ่มพาร์กินโซนิสม์ชนิดอื่นไม่ได้ NINDS ยังกล่าวถึงการตรวจหาโปรตีนอัลฟาซินิวคลีนจากชิ้นผิวหนังหรือน้ำไขสันหลังที่พัฒนาขึ้นในสหรัฐ ซึ่งช่วยการวินิจฉัย แต่แยกจากโรคใกล้เคียงไม่ได้เช่นกัน การตรวจเหล่านี้แพทย์จะเลือกตามความจำเป็น ไม่จำเป็นต้องขอสแกนทุกคน

ทำไมการวินิจฉัยต้องใช้เวลา NIA ระบุว่ามีหลายโรคที่ทำให้อาการคล้ายพาร์กินสัน เรียกรวมว่าพาร์กินโซนิสม์ (parkinsonism) เช่น โรคฝ่อหลายระบบ (multiple system atrophy) และสมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้ ซึ่งช่วงแรกอาจถูกวินิจฉัยเป็นพาร์กินสัน และมักตอบสนองต่อยาไม่ดีเท่า โรคเหล่านี้ต้องรักษาต่างกัน จึงสำคัญที่ต้องได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องโดยเร็ว อ่านเรื่องลิววี่บอดี้ที่ สมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้

ควรพาไปพบใคร เริ่มที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้ แพทย์จะส่งต่ออายุรแพทย์ระบบประสาทเมื่อจำเป็น ผู้ที่ใช้สิทธิบัตรทองให้เริ่มที่หน่วยบริการตามสิทธิเพื่อรับการส่งต่อ

แยกพาร์กินสันจากมือสั่นชนิดอื่นอย่างไร

มือสั่นไม่ได้แปลว่าเป็นพาร์กินสัน MedlinePlus ระบุว่าภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุ (essential tremor) เป็นอาการสั่นชนิดที่พบบ่อยมาก และพบมากในผู้ที่อายุเกิน 65 ปี จุดต่างที่ใช้สังเกตเบื้องต้น

  • จังหวะที่สั่น: ภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุสั่นตอนใช้มือ เช่น ถือแก้วน้ำ ตักข้าว เขียนหนังสือ และอาจลดลงตอนพัก ส่วนพาร์กินสันสั่นเด่นตอนมือวางนิ่ง
  • ส่วนที่สั่น: ภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุมักเป็นที่แขนและมือ อาจมีศีรษะสั่นหรือเสียงสั่น และแทบไม่เป็นที่ขาหรือเท้า
  • ประวัติครอบครัว: ภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุถ่ายทอดในครอบครัวได้
  • อาการร่วม: พาร์กินสันมีอาการอื่นร่วม เช่น เคลื่อนไหวช้า แข็งเกร็ง เดินก้าวสั้น ซึ่งช่วยให้แพทย์แยกโรคได้

MedlinePlus ระบุว่าความเครียด คาเฟอีน อดนอน และยาบางชนิดทำให้อาการสั่นแย่ลงได้ และการหยุดสุรากะทันหันหลังดื่มหนักมานาน ก็ทำให้สั่นได้ ถ้าสงสัยว่ายาทำให้สั่น ให้ปรึกษาแพทย์ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง

อย่าวินิจฉัยเองจากรายการนี้ ผู้ป่วยหลายคนมีอาการไม่ตรงตำรา อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ มือสั่นเกิดจากอะไร

เริ่มรักษาเร็วช่วยอะไร

การรักษาในปัจจุบันช่วยเรื่องอาการ ยังไม่หยุดโรค NINDS ระบุว่ายาเลโวโดปาช่วยบรรเทาอาการด้านการเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้แทนเซลล์ประสาทที่เสียไปหรือหยุดไม่ให้โรคแย่ลง ถึงอย่างนั้น การพบแพทย์เร็วมีประโยชน์หลายข้อ

  • ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง แยกจากโรคที่คล้ายกันซึ่งรักษาต่างกัน (NIA)
  • อาการด้านการเคลื่อนไหวอาจดีขึ้นมากในช่วงแรกของการใช้ยา NINDS ระบุว่าอาการด้านการเคลื่อนไหวอาจดีขึ้นมากหลังเริ่มยา แต่เมื่อเวลาผ่านไปยาอาจออกฤทธิ์สั้นลงและคาดเดาได้ยากขึ้น
  • ได้เริ่มกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และการฝึกพูด NIA ระบุว่าช่วยเรื่องการเดิน เสียง อาการสั่น และความแข็งเกร็ง และการออกกำลังกายช่วยกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความยืดหยุ่น เช่น โยคะและรำไทเก็ก
  • วางแผนป้องกันหกล้ม ซึ่ง NIA ระบุว่าทรงตัวไม่ดีทำให้หกล้มได้
  • ดูแลอาการที่ไม่ใช่การเคลื่อนไหว เช่น ท้องผูก ซึมเศร้า นอนไม่ดี หน้ามืดเวลาลุกยืน ซึ่ง NINDS ระบุว่ามีการรักษาเฉพาะ เช่น ยาต้านซึมเศร้าสำหรับซึมเศร้าในพาร์กินสัน
  • ครอบครัวมีเวลาเตรียมตัว และเข้ากลุ่มช่วยเหลือ ซึ่ง NIA ระบุว่าช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับมือได้

เรื่องยาที่ครอบครัวต้องรู้ NIA และ NINDS เตือนว่าผู้ป่วยพาร์กินสันต้องไม่หยุดยาเลโวโดปาเองโดยไม่บอกแพทย์ เพราะการหยุดกะทันหันอาจมีผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น ขยับตัวไม่ได้หรือหายใจลำบาก MedlinePlus ก็เตือนว่าห้ามเปลี่ยนหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ บทความนี้จึงไม่ระบุชื่อยาหรือขนาดยาให้ปรับเอง การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ดูแล

NINDS ยังระบุว่ายาพาร์กินสันบางชนิดอาจทำให้เห็นภาพหลอน ความเชื่อที่ไม่ตรงความจริง การเคลื่อนไหวผิดปกติที่ควบคุมไม่ได้ หรือความอยากทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ จนหยุดไม่ได้ และ MedlinePlus ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ควบคุมยาก เช่น เล่นการพนัน ถ้าเห็นอาการเหล่านี้ให้รีบแจ้งแพทย์ แต่อย่าหยุดยาเอง รายละเอียดเรื่องอาการทางจิตอ่านต่อที่ พาร์กินสันทำให้สมองเสื่อมไหม และเรื่องอาหารกับยาอ่านที่ พาร์กินสันห้ามกินอะไร

บอกแพทย์และเภสัชกรเรื่องอาหารเสริมและสมุนไพรทุกชนิดที่กินอยู่ เพราะบางชนิดเกี่ยวข้องกับยาพาร์กินสันหรือยาอื่น เช่น วิตามินบี 6 ขนาดสูงลดฤทธิ์ยาเลโวโดปาได้ (Linus Pauling Institute) และสมุนไพรบางชนิดมีข้อควรระวังเรื่องเลือดออกหรือการทำงานของระบบประสาท

เมื่อไรควรพาไปพบแพทย์

พาไปตรวจถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ที่เป็นต่อเนื่อง

  • มือหรือคางสั่นตอนนั่งพัก
  • เคลื่อนไหวช้าลงชัดเจน ลุกจากเก้าอี้ลำบาก เดินก้าวสั้นลากเท้า
  • ลายมือเล็กลง เสียงเบาลง หน้าเฉยลง
  • ละเมอต่อย เตะ หรือตะโกนขณะหลับ
  • หกล้มบ่อยขึ้นโดยไม่มีเหตุชัดเจน

อาการบางอย่างไม่ใช่เรื่องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง อ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัดทันที สับสนขึ้นมาทันที หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เพราะอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือการบาดเจ็บ ไม่ใช่พาร์กินสัน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยผู้ป่วยพาร์กินสัน ลดอาการสั่น ความแข็งเกร็ง การเคลื่อนไหวช้า หรือชะลอโรค ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนยาพาร์กินสัน และห้ามหยุด ลด หรือเลื่อนยาพาร์กินสันเพราะเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใด

สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันหรือผู้ที่กำลังตรวจหาสาเหตุอาการสั่น ให้แจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อนเสมอว่ากินผลิตภัณฑ์นี้ ด้วยเหตุผลดังนี้

  • วิตามินบี 6: Linus Pauling Institute ระบุว่าบี 6 ขนาดสูงลดประสิทธิภาพของยาเลโวโดปาได้ ในแคปซูลมีบี 6 ราว 1.65 มก. (คำนวณ) ซึ่งใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดสูง แต่ต้องนับรวมกับวิตามินรวมหรือบีรวมที่กินอยู่ และให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา
  • สารสกัดพรมมิ: มีรายงานผู้ป่วย 1 รายที่ใช้ยากระตุ้นระบบโคลิเนอร์จิกแล้วเกิดเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ ใจสั่น หลังกินอาหารเสริมที่มีพรมมิ (ยังไม่ยืนยันว่าเป็นสาเหตุ) และในหลอดทดลองพรมมิลดการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้กำจัดยาหลายชนิด ผู้ที่ใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบโคลิเนอร์จิก ทั้งชนิดกระตุ้นและชนิดต้าน (NIA ระบุว่ายาพาร์กินสันบางกลุ่มที่ใช้ลดอาการสั่นเป็นยาต้านโคลิเนอร์จิก) ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • สารสกัดใบแปะก๊วย: เป็นที่มาของคำเตือนเลือดแข็งตัวช้า ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ทรงตัวไม่ดีมีโอกาสหกล้ม ถ้าหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และแจ้งว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่ ส่วนผู้ที่จะผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมอง ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
  • เห็ดหัวลิง: มีรายงานการแพ้รุนแรง

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องพาร์กินสันหรือความจำ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อมหรือพาร์กินสัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันทุกคน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาพาร์กินสันเอง และต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มอาหารเสริมหรือสมุนไพรใด
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม ยาซึมเศร้า ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม อารมณ์ หรือการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ชัก สำลักจนหายใจไม่ออก หกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

พาร์กินสันอาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร

อาการมักค่อยเป็นค่อยไป NIA ระบุว่าผู้ป่วยหลายคนมีปัญหาการนอน ท้องผูก จมูกไม่ได้กลิ่น และขาอยู่ไม่สุข ก่อนมีอาการแข็งเกร็งหรือสั่น ต่อมาอาจสั่นเล็กน้อย ลุกจากเก้าอี้ลำบาก พูดเสียงเบา ลายมือเล็กลง หน้าไม่ค่อยแสดงอารมณ์ และมักเริ่มที่ร่างกายข้างเดียว

พาร์กินสันต้องมีมือสั่นทุกคนไหม

ไม่ใช่ NINDS ระบุว่าผู้ป่วยบางคนไม่เคยมีอาการสั่นเลย อาการหลักอื่นคือเคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และทรงตัวไม่ดี ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์แม้ไม่สั่น

มือสั่นแบบไหนเป็นพาร์กินสัน แบบไหนไม่ใช่

พาร์กินสันมักสั่นเด่นตอนมือวางนิ่งและมีอาการอื่นร่วม เช่น เคลื่อนไหวช้า ส่วนภาวะสั่นไม่ทราบสาเหตุซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าเป็นอาการสั่นชนิดที่พบบ่อยมาก มักสั่นตอนใช้มือ เช่น ถือแก้ว เขียนหนังสือ แต่แยกเองที่บ้านไม่ได้ ต้องให้แพทย์ตรวจ

ตรวจพาร์กินสันต้องสแกนสมองไหม

ไม่จำเป็นทุกคน NIA ระบุว่ายังไม่มีการตรวจเลือดที่วินิจฉัยพาร์กินสันทั่วไปได้ แพทย์วินิจฉัยจากประวัติและการตรวจระบบประสาท MedlinePlus ระบุว่า DaTscan จำเป็นเฉพาะบางสถานการณ์ ส่วน MRI ใช้เพื่อแยกโรคอื่น

คนเป็นพาร์กินสันกินอาหารเสริมร่วมกับยาได้ไหม

ต้องบอกแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพราะบางชนิดเกี่ยวกับยา เช่น วิตามินบี 6 ขนาดสูงลดฤทธิ์ยาเลโวโดปาได้ และสมุนไพรบางชนิดมีข้อควรระวังเรื่องเลือดออกหรือระบบประสาท ห้ามหยุดหรือปรับยาพาร์กินสันเองเด็ดขาด เพราะ NIA เตือนว่าการหยุดเลโวโดปากะทันหันอาจมีผลข้างเคียงร้ายแรง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท