เกี่ยวกับ MEMORA
ผู้สูงอายุวิตกกังวลทุกเรื่อง เป็นโรคหรือแค่นิสัย
คำตอบสั้น: ความกังวลเป็นเรื่องปกติของทุกวัย แต่ถ้าผู้สูงอายุกังวลแทบทุกเรื่อง ควบคุมความกังวลไม่ได้ และเป็นแบบนี้ต่อเนื่องนานหลายเดือนจนนอนไม่หลับ ใจสั่น หรือไม่กล้าออกจากบ้าน อาจไม่ใช่ "นิสัยคนแก่" แต่เป็นโรควิตกกังวลที่รักษาได้ด้วยจิตบำบัดแบบพูดคุยและยาที่แพทย์เลือกให้เหมาะกับวัย นอกจากนี้ โรคทางกาย เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ และผลข้างเคียงของยา ก็ทำให้มีอาการคล้ายวิตกกังวลได้ และความกังวลที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในวัยสูงอายุอาจเป็นสัญญาณแรกของการเปลี่ยนแปลงในสมอง จึงควรพาไปตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาคลายกังวลหรือยานอนหลับให้กินเอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวลเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และความเหงากับการแยกตัวจากสังคมเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
- MedlinePlus อธิบายโรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) ว่าเป็นความกังวลหรือความตึงเครียดบ่อยครั้งต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน แม้ไม่มีเหตุชัดเจน และควบคุมได้ยาก
- อาการทางกายที่พบได้ เช่น นอนหลับยาก กล้ามเนื้อตึง ปวดท้อง เหงื่อออก หายใจไม่อิ่ม
- ไทรอยด์เป็นพิษ ทำให้กระวนกระวาย ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก นอนไม่หลับ ได้คล้ายกันมาก แพทย์ตรวจแยกได้ด้วยการตรวจเลือด
- ยานอนหลับและยาคลายกังวลบางกลุ่มทำให้ผู้สูงอายุสับสนและหกล้มได้ ต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา
- ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323
วิตกกังวลแบบไหนเกินปกติ
ความกังวลปกติมีเรื่องให้กังวลชัดเจน และพอเรื่องผ่านไปก็คลายลง เช่น กังวลก่อนไปฟังผลตรวจ หรือห่วงหลานที่ไปต่างจังหวัด
ส่วนโรควิตกกังวลทั่วไป MedlinePlus อธิบายว่าผู้ป่วยกังวลหลายเรื่อง และเรื่องที่กังวลมักลอยจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งครอบครัว เงิน สุขภาพ ความสัมพันธ์ บางคนรู้ตัวว่ากังวลเกินเหตุ แต่ก็ยังหยุดคิดไม่ได้ เกณฑ์สำคัญคือเป็นบ่อยต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน
ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ในพ่อแม่ ถ้ามีหลายข้อ ควรพาไปคุยกับแพทย์
- ถามเรื่องเดิมด้วยความกังวล เช่น ปิดแก๊สหรือยัง ประตูล็อกหรือยัง ทั้งที่เช็กแล้ว
- กังวลล่วงหน้าเรื่องที่ยังไม่เกิด และคิดว่าจะออกมาแย่เสมอ
- เลิกออกไปไหน ไม่ไปงานบุญ ไม่ไปตลาด เพราะกลัวเป็นลม กลัวหลง หรือกลัวรบกวนลูก
- โทรหาลูกถี่มาก และกระวนกระวายถ้าติดต่อไม่ได้ไม่กี่นาที
- หงุดหงิดง่าย ตัดสินใจเรื่องเล็กไม่ได้
- นอนไม่หลับเพราะคิดวนทั้งคืน
ความต่างจาก "นิสัยขี้กังวล" คือผลกระทบต่อชีวิต ถ้าความกังวลทำให้กิน นอน เข้าสังคม หรือดูแลตัวเองแย่ลง ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัย
อาการทางกายจากความกังวล ใจสั่น นอนไม่หลับ
ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่พูดว่า "กังวล" แต่จะบ่นอาการทางกายแทน MedlinePlus ระบุอาการที่พบในโรควิตกกังวลทั่วไป ได้แก่
- นอนหลับยาก หลับไม่ต่อเนื่อง หรือหลับแล้วไม่สดชื่น
- กล้ามเนื้อตึง ปวดเมื่อย
- ปวดท้อง ท้องไม่สบาย
- เหงื่อออก
- หายใจไม่อิ่ม
- เหนื่อยง่าย ไม่มีสมาธิ
ปัญหาคืออาการเหล่านี้ซ้อนกับโรคทางกายได้ทั้งหมด ใจสั่นอาจเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะ หายใจไม่อิ่มอาจเป็นโรคหัวใจหรือปอด จึงไม่ควรสรุปเองว่า "คิดมากไปเอง"
ถ้าเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หน้ามืดจะเป็นลม ใจสั่นแรงจนทรงตัวไม่อยู่ หรือเหงื่อแตกตัวเย็น ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อย่ารอให้หายเองเพราะคิดว่าเป็นอาการแพนิค
เรื่องนอนไม่หลับที่ต่อเนื่อง อ่านเพิ่มได้ที่ นอนไม่หลับในวัย 50+
โรคทางกายที่เลียนแบบความวิตกกังวล
ก่อนจะบอกว่าเป็นโรควิตกกังวล แพทย์ต้องแยกโรคทางกายออกก่อน MedlinePlus ระบุว่าการวินิจฉัยโรควิตกกังวลทั่วไปอาศัยการซักอาการ และแพทย์อาจตรวจร่างกายหรือตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุอื่น
ไทรอยด์เป็นพิษ (ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน) เป็นตัวอย่างที่ชัด MedlinePlus ระบุอาการของภาวะนี้ว่ามีทั้ง วิตกกังวล กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว มือสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก นอนไม่หลับ สมาธิไม่ดี และน้ำหนักลด ซึ่งแทบเหมือนอาการกังวลทุกข้อ แพทย์ตรวจได้ด้วยการเจาะเลือดดูฮอร์โมนไทรอยด์และ TSH (ฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์)
สาเหตุอื่นที่แพทย์มักนึกถึง
- ฮอร์โมนไทรอยด์เกินจากยา MedlinePlus ระบุว่าการได้ฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินเป็นสาเหตุที่พบบ่อยอย่างหนึ่งของไทรอยด์เป็นพิษ ผู้ที่กินยาไทรอยด์อยู่จึงควรตรวจเลือดตามนัด
- คาเฟอีน จากกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง MedlinePlus แนะนำให้ลดคาเฟอีนในผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไป
- สุราปริมาณมาก MedlinePlus แนะนำให้เลี่ยงสุราปริมาณมากในผู้ที่มีความกังวล
- โรคประจำตัวอื่น ที่ทำให้ใจสั่น เหนื่อย หรือนอนไม่ได้ ซึ่งแพทย์จะเลือกตรวจตามอาการ
วิธีเตรียมตัวไปหาหมอ คือรวบรวมยาทุกชนิดที่กินอยู่ รวมยาสมุนไพร ยาชุด วิตามิน และอาหารเสริม ใส่ถุงไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู วิธีจัดการยาหลายตัวอ่านที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว
กังวลมากขึ้นอาจเป็นอาการเริ่มของสมองเสื่อม
ประเด็นนี้ลูกหลานมักไม่รู้ ถ้าพ่อแม่ที่เคยใจเย็น กลายเป็นคนกังวล หวาดระแวง หรือกลัวการออกจากบ้านในช่วงไม่กี่เดือนถึงไม่กี่ปี ควรนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสมองด้วย
- สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ (Alzheimer's Association) จัดการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และบุคลิกภาพ และการถอนตัวจากงานหรือสังคม ไว้ใน 10 สัญญาณเตือนของอัลไซเมอร์ โดยยกตัวอย่างว่าอาจสับสน ระแวง ซึมเศร้า หวาดกลัว หรือวิตกกังวลมากขึ้น
- ผู้ที่เริ่มจำไม่ได้ว่าทำอะไรไปแล้ว มักกังวลว่าลืมปิดประตูหรือทำของหาย เพราะจำไม่ได้จริง ๆ
- ในทางกลับกัน MedlinePlus และ NIA ระบุว่าวิตกกังวล ซึมเศร้า และนอนไม่พอ ทำให้ความจำแย่ลงได้เอง และมักดีขึ้นเมื่อได้รับการดูแล
- สถาบันประสาทวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (NINDS) ระบุว่าซึมเศร้าหรือวิตกกังวลอาจเกิดในระยะแรกของพาร์กินสัน แม้ก่อนมีปัญหาการเคลื่อนไหว อ่านต่อที่ พาร์กินสันอาการเริ่มต้น
ข้อสรุปคือ แยกเองที่บ้านไม่ได้ ถ้าความกังวลมาพร้อมการหลงลืมเรื่องใหม่ ถามซ้ำ หรือทำงานที่เคยทำได้ไม่ได้ ให้บอกแพทย์ทั้งสองเรื่อง แพทย์จะตรวจคัดกรองความจำและหาสาเหตุที่แก้ได้ อ่านการแยกซึมเศร้ากับสมองเสื่อมได้ที่ ซึมเศร้าแล้วขี้ลืม
ทำไมควรเลี่ยงยาคลายกังวลบางกลุ่ม
ยาที่ญาติมักนึกถึงคือ "ยาคลายเครียด" หรือ "ยานอนหลับ" ที่เพื่อนบ้านแบ่งให้ หรือซื้อจากร้านขายยา ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepine) เป็นกลุ่มที่ต้องระวังในผู้สูงอายุ
- NIA ระบุว่ายานอนหลับและยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนทำให้ผู้สูงอายุสับสนและหกล้มได้
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 จัดยานอนหลับ ยากล่อมประสาท และยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก (เช่น ยาแก้แพ้รุ่นแรก) ไว้ในกลุ่มที่ทำให้ความคิดความจำบกพร่องได้
- MedlinePlus ระบุว่ายากลุ่มนี้ควรใช้ภายใต้คำสั่งแพทย์ แพทย์มักสั่งในปริมาณจำกัด และห้ามดื่มเหล้าระหว่างใช้
สิ่งที่ไม่ควรทำคือซื้อยาให้พ่อแม่กินเอง ส่วนผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้อยู่แล้วตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดหรือลดยาเอง ให้นำยาไปปรึกษาแพทย์ว่าควรใช้ต่อหรือปรับอย่างไร
ทางเลือกที่ MedlinePlus ระบุสำหรับโรควิตกกังวลทั่วไป ได้แก่ จิตบำบัดแบบพูดคุยแบบปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) และยาที่ต้องกินทุกวันซึ่งแพทย์เลือกให้ ยาบางกลุ่มเป็นยาเดียวกับที่ใช้รักษาซึมเศร้า และห้ามหยุดเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ดูแลผู้สูงอายุที่ขี้กังวลที่บ้านอย่างไร
สิ่งที่ลูกหลานทำได้ทุกวันไม่ต้องใช้เงินมาก แต่ต้องใช้ความสม่ำเสมอ แนวทางนี้มาจากคำแนะนำของ MedlinePlus และ WHO
- รับฟังก่อนแก้ อย่าตอบว่า "คิดมากไปเอง" เพราะทำให้ผู้สูงอายุไม่กล้าเล่าอีก ลองถามว่า "ตอนนี้แม่ห่วงเรื่องไหนมาก" แล้วช่วยกันแยกว่าเรื่องไหนแก้ได้ เรื่องไหนต้องปล่อย
- จัดกิจวัตรให้คงที่ MedlinePlus แนะนำให้มีตารางชีวิตสม่ำเสมอและออกจากบ้านทุกวัน เช่น เดินตลาดตอนเช้า ใส่บาตร รดน้ำต้นไม้
- ขยับร่างกาย กินอาหารดี พักผ่อนพอ เป็นสิ่งที่ MedlinePlus ระบุว่าช่วยดูแลตัวเองได้นอกเหนือจากยาและจิตบำบัดแบบพูดคุย
- ลดกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลัง โดยเฉพาะช่วงบ่าย
- ลดข่าวร้ายที่วนซ้ำ เช่น เปิดข่าวอาชญากรรมทั้งวัน หรือคลิปในโทรศัพท์ที่ขู่เรื่องโรค
- สร้างการเชื่อมต่อกับผู้คน WHO ระบุว่ากิจกรรมทางสังคมที่มีความหมาย เช่น กลุ่มเพื่อน ชมรม หรือกลุ่มศิลปะ ช่วยสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตได้ อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุเหงา อยู่คนเดียว
- ทำให้บ้านปลอดภัยจนไม่ต้องกังวล เช่น ใช้เตาที่ตัดแก๊สอัตโนมัติ ติดราวจับในห้องน้ำ มีเบอร์ลูกหลานติดข้างโทรศัพท์
- กลุ่มช่วยเหลือ MedlinePlus ระบุว่าการเข้ากลุ่มที่มีประสบการณ์คล้ายกันช่วยให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว แต่ไม่ใช้แทนจิตบำบัดแบบพูดคุยหรือยา
ถ้าพ่อแม่อยู่คนเดียว ความกังวลมักหนักขึ้นตอนกลางคืน การโทรคุยเวลาเดิมทุกวันช่วยได้มาก อ่านการวางระบบดูแลที่ ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว
เมื่อไรควรพาไปพบแพทย์
MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์เมื่อกังวลหรือรู้สึกวิตกบ่อย โดยเฉพาะเมื่อรบกวนกิจวัตรประจำวัน สำหรับผู้สูงอายุ ควรพาไปเร็วขึ้นถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง
- กังวลจนนอนไม่หลับหลายสัปดาห์ หรือกินได้น้อยลงจนน้ำหนักลด
- ไม่ยอมออกจากบ้าน เลิกทำกิจกรรมที่เคยชอบ
- มีอาการใจสั่น มือสั่น ขี้ร้อน น้ำหนักลด ที่อาจเป็นไทรอยด์
- เริ่มหลงลืม ถามซ้ำ หรือบุคลิกเปลี่ยน
- ดูเศร้า สิ้นหวัง ร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นซึมเศร้า อ่านสัญญาณที่ ผู้สูงอายุซึมเศร้า
- กินยานอนหลับหรือยาคลายเครียดอยู่ แล้วเดินเซ หกล้ม หรือสับสน
เริ่มต้นที่โรงพยาบาลชุมชนหรือคลินิกผู้สูงอายุใกล้บ้านได้ แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจเลือดตามความจำเป็น และส่งต่อจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเมื่อจำเป็น
ถ้าผู้สูงอายุพูดว่าอยากตาย ไม่อยากอยู่เป็นภาระ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 สายด่วน 1323 โทรได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ลูกหลานที่เครียดจากการดูแลก็โทรปรึกษาได้เช่นกัน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยลดความวิตกกังวล ความเครียด หรือช่วยให้นอนหลับ และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุ เช่น ไทรอยด์ หรือการรักษาโรควิตกกังวลกับแพทย์
เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
- โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องอารมณ์ ความกังวล หรือความจำ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาคลายกังวล ยาต้านซึมเศร้า ยานอนหลับ หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้เป็นโรคไทรอยด์หรือใช้ยาไทรอยด์: ข้อมูลเรื่องพรมมิกับไทรอยด์มาจากงานในสัตว์ทดลอง ยังไม่ยืนยันในคน แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม อารมณ์ หรือการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไป
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ชัก สำลักจนหายใจไม่ออก หกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุวิตกกังวลแบบไหนถือว่าเกินปกติ
MedlinePlus อธิบายโรควิตกกังวลทั่วไปว่าเป็นความกังวลหลายเรื่อง บ่อยครั้งต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน แม้ไม่มีเหตุชัดเจน และควบคุมได้ยาก ถ้าความกังวลทำให้นอน กิน เข้าสังคม หรือดูแลตัวเองแย่ลง ควรพาไปพบแพทย์ ไม่ควรมองว่าเป็นนิสัยตามวัย
ใจสั่น นอนไม่หลับ มาจากความกังวลได้ไหม
ได้ MedlinePlus ระบุว่าโรควิตกกังวลทำให้นอนหลับยาก กล้ามเนื้อตึง ปวดท้อง เหงื่อออก และหายใจไม่อิ่มได้ แต่อาการเหล่านี้ซ้อนกับโรคหัวใจ ปอด และไทรอยด์ได้ จึงต้องให้แพทย์ตรวจก่อน ถ้าเจ็บแน่นหน้าอกหรือหายใจไม่ออก ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ไทรอยด์เป็นพิษทำให้มีอาการเหมือนวิตกกังวลไหม
ใช่ MedlinePlus ระบุอาการของไทรอยด์เป็นพิษว่ามีทั้งวิตกกังวล กระวนกระวาย ใจสั่น มือสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออก นอนไม่หลับ และน้ำหนักลด แพทย์แยกได้ด้วยการตรวจเลือดดูฮอร์โมนไทรอยด์และ TSH
ให้ผู้สูงอายุกินยาคลายเครียดหรือยานอนหลับเองได้ไหม
ไม่ควรซื้อให้กินเอง NIA ระบุว่ายานอนหลับและยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนทำให้ผู้สูงอายุสับสนและหกล้มได้ และ MedlinePlus ระบุว่ายากลุ่มนี้ควรใช้ภายใต้คำสั่งแพทย์ ผู้ที่ใช้อยู่แล้วตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดหรือลดเอง ให้ปรึกษาแพทย์
พ่อแม่เพิ่งเริ่มขี้กังวลตอนแก่ เป็นสมองเสื่อมไหม
ไม่จำเป็นต้องเป็น แต่ควรตรวจ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐจัดการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และบุคลิกภาพ เช่น วิตกกังวล หวาดระแวง ไว้ในสัญญาณเตือน ขณะที่ความกังวลและซึมเศร้าก็ทำให้ความจำแย่ลงได้เอง แพทย์จะตรวจคัดกรองและหาสาเหตุที่แก้ได้
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Generalized anxiety disorderMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- HyperthyroidismMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Mental health of older adults (fact sheet)World Health Organization
- 10 Early Signs and Symptoms of Alzheimer's and DementiaAlzheimer's Association
- Parkinson's DiseaseNational Institute of Neurological Disorders and Stroke (NINDS)
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
