บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

กินยากระดูกพรุนอยู่ ถอนฟัน ทำฟัน ใส่รากเทียมได้ไหม

คำตอบสั้น: คนที่กินหรือฉีดยากระดูกพรุนส่วนใหญ่ยังทำฟันและถอนฟันได้ แต่ต้องบอกทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยาอะไร นานเท่าไร เพราะยากลุ่มนี้สัมพันธ์กับภาวะที่พบน้อยแต่รุนแรง คือกระดูกขากรรไกรตาย ในผู้ป่วยกระดูกพรุน ความเสี่ยงประมาณไว้ราว 0.001–0.01% การจะพักยาก่อนถอนฟันหรือไม่ เป็นเรื่องที่แพทย์และทันตแพทย์ต้องตัดสินร่วมกัน ห้ามหยุดยาเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (เช่น อะเลนโดรเนต) และเดโนซูแมบ (denosumab) สัมพันธ์กับภาวะกระดูกขากรรไกรตายที่พบได้น้อย
  • ในผู้ป่วยกระดูกพรุน ความเสี่ยงประมาณ 0.001–0.01% ส่วนผู้ป่วยมะเร็งที่ได้ยาขนาดสูงพบ 1–15% (ข้อสรุปนานาชาติ ปี 2015)
  • ทางที่เหมาะคือตรวจและทำฟันให้เรียบร้อยก่อนเริ่มยา และดูแลความสะอาดช่องปากตลอดการใช้ยา
  • ห้ามหยุดยาเองก่อนทำฟัน โดยเฉพาะยาฉีดเดโนซูแมบ ที่แนวทางไทยย้ำว่าต้องได้ยาสม่ำเสมอ
  • เหงือกบวมปวด ฟันโยก กระดูกขากรรไกรโผล่ แผลถอนฟันไม่หาย ให้รีบกลับไปพบทันตแพทย์

ทำไมทันตแพทย์ต้องรู้ว่ากินยากระดูกพรุน

ยากระดูกพรุนที่ใช้บ่อยเป็นยาต้านการสลายกระดูก คือชะลอการทำงานของเซลล์ที่สลายกระดูกเก่า แนวทางเวชปฏิบัติของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF 2021) ให้บิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรกสำหรับผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูง และใช้เดโนซูแมบเป็นทางเลือก อ่านภาพรวมยาแต่ละกลุ่มได้ที่ ยากระดูกพรุนมีกี่แบบ

กระดูกขากรรไกรเป็นจุดที่ต้องระวัง เพราะการถอนฟันหรือผ่าตัดในช่องปากทำให้กระดูกต้องซ่อมแผล และช่องปากมีเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา

ข้อมูลยาอะเลนโดรเนตของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ (MedlinePlus ปรับปรุง 15 พ.ค. 2569) ระบุว่ายานี้อาจทำให้เกิดภาวะกระดูกขากรรไกรตาย โดยเฉพาะถ้าผ่าตัดหรือทำฟันระหว่างใช้ยา และแนะนำให้คุยกับแพทย์ก่อนทำฟันทุกครั้งระหว่างใช้ยา

ทันตแพทย์จึงต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้ก่อนวางแผน

  • ชื่อยา และเป็นยากินหรือยาฉีด
  • เริ่มใช้มานานเท่าไร
  • ใช้ยาสเตียรอยด์ ยารักษามะเร็ง หรือเป็นเบาหวานร่วมด้วยไหม
  • โรงพยาบาลและแพทย์ที่สั่งยา เพื่อปรึกษากันได้

ภาวะกระดูกขากรรไกรตายคืออะไร พบบ่อยแค่ไหน

ภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากยา (medication-related osteonecrosis of the jaw หรือ MRONJ) คือภาวะที่กระดูกขากรรไกรบางส่วนตาย ไม่หายเป็นปกติ และอาจโผล่ออกมาในช่องปาก เดิมเรียกว่าภาวะที่เกี่ยวกับบิสฟอสโฟเนต แต่สมาคมศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลแห่งสหรัฐ (AAOMS) เปลี่ยนชื่อเป็น "จากยา" เพราะพบกับยาอื่นด้วย

ความถี่ต่างกันมากตามโรคและขนาดยา ข้อสรุปจากการทบทวนอย่างเป็นระบบและฉันทามตินานาชาติ (ตีพิมพ์ปี 2015) ระบุว่า

  • ผู้ป่วยกระดูกพรุน: ประมาณ 0.001–0.01% หรือราว 1 ใน 100,000 ถึง 1 ใน 10,000 คน (คำนวณ) สูงกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อย
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้ยากลุ่มเดียวกันแบบฉีดขนาดสูงและถี่: ประมาณ 1–15%
  • คนทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ยา: น้อยกว่า 0.001%

ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่งานเดียวกันระบุ ได้แก่ ใช้ยาสเตียรอยด์ ผ่าตัดกระดูกขากรรไกร สุขอนามัยช่องปากไม่ดี การอักเสบเรื้อรังในช่องปาก เบาหวาน ฟันปลอมที่ไม่พอดี และยาบางกลุ่มที่ใช้รักษามะเร็ง

ตัวเลขเหล่านี้บอกว่าความเสี่ยงจากการถอนฟันระหว่างใช้ยากระดูกพรุนต่ำ เมื่อเทียบกับอันตรายของกระดูกสะโพกหัก ซึ่งในไทยพบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตภายใน 1 ปีราวร้อยละ 17–21 (ข้อมูลเชียงใหม่ ในบทความทบทวนของ TOPF)

ควรทำฟันก่อนเริ่มยากระดูกพรุนไหม

ควร ถ้าทำได้ ทั้ง MedlinePlus และข้อสรุปนานาชาติปี 2015 แนะนำตรงกันว่าให้ทันตแพทย์ตรวจและรักษาปัญหาในช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเริ่มยา

สิ่งที่ควรเคลียร์ก่อน เช่น

  • ฟันผุลึก รากฟันอักเสบ หรือฟันที่ทันตแพทย์เห็นว่าเก็บไว้ไม่ได้
  • โรคเหงือกและหินปูน
  • ฟันปลอมที่หลวม กดเจ็บ หรือเสียดสีเหงือกจนเป็นแผล

แต่ถ้าแพทย์ประเมินว่าเสี่ยงกระดูกหักสูงมาก หรือเพิ่งกระดูกหักมา การเริ่มยาไม่ควรถูกเลื่อนออกไปนานเพียงเพราะรอทำฟัน ให้แพทย์กับทันตแพทย์คุยกันว่าทำอะไรก่อนหลัง

ต้องพักยาก่อนถอนฟันหรือใส่รากเทียมไหม

ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน คำตอบขึ้นกับชนิดยา ระยะเวลาที่ใช้ ความเสี่ยงกระดูกหัก และขนาดของงานทันตกรรม

ข้อมูลที่ควรรู้ไว้ประกอบการคุยกับแพทย์

  • ข้อสรุปนานาชาติปี 2015 แนะนำให้พิจารณาพักยาหลังผ่าตัดในช่องปากขนาดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งยกตัวอย่างคือผู้ป่วยมะเร็งที่ได้ยาขนาดสูง ไม่ได้หมายถึงผู้ป่วยกระดูกพรุนทุกคน
  • แนวทาง TOPF 2021 พูดถึงการพักยาบิสฟอสโฟเนต (drug holiday) ในบางคนหลังใช้ยากินครบ 5 ปีหรือยาฉีดครบ 3 ปี และความเสี่ยงกระดูกหักลดลงแล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินจากความเสี่ยงกระดูกหักที่แพทย์ประเมิน ไม่ได้ตัดสินจากนัดทำฟัน
  • สำหรับยาฉีดเดโนซูแมบ แนวทาง TOPF ย้ำว่าต้องให้ความรู้ผู้ป่วยถึงความสำคัญของการได้ยาสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะกระดูกสลายย้อนกลับ (rebound) และถ้าจะหยุดยา แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้บิสฟอสโฟเนตต่อ การเลื่อนนัดฉีดยาเองเพราะจะทำฟันจึงไม่ปลอดภัย

รากฟันเทียมเป็นการผ่าตัดฝังวัสดุลงในกระดูกขากรรไกร จึงต้องแจ้งเรื่องยาก่อนวางแผนเสมอ ทันตแพทย์จะชั่งความเสี่ยงและอาจเลือกวิธีอื่นแทน

สรุปคือ ห้ามหยุด ลด หรือเลื่อนยากระดูกพรุนเอง ให้ทันตแพทย์ทำหนังสือหรือโทรปรึกษาแพทย์ที่สั่งยา

ระหว่างใช้ยา ดูแลช่องปากอย่างไร

สุขอนามัยช่องปากที่ดีเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่แนวทางนานาชาติแนะนำ สิ่งที่ทำได้เองทุกวัน

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทำความสะอาดซอกฟัน
  • ตรวจฟันตามนัดทันตแพทย์ อย่ารอให้ปวดก่อน
  • ฟันปลอมที่หลวมหรือกดเจ็บ ให้ไปปรับ อย่าทนใส่จนเป็นแผล
  • ถ้าเป็นเบาหวาน ให้คุมน้ำตาลตามที่แพทย์แนะนำ เพราะเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง
  • งดบุหรี่ ซึ่งแนวทาง TOPF แนะนำสำหรับผู้ป่วยกระดูกพรุนทุกคนอยู่แล้ว

อาการแบบไหนต้องรีบกลับไปพบทันตแพทย์

MedlinePlus ระบุอาการที่ต้องแจ้งแพทย์ระหว่างใช้ยาอะเลนโดรเนต ได้แก่

  • เหงือกปวดหรือบวม
  • ฟันโยก
  • ชาหรือรู้สึกหนักบริเวณขากรรไกร
  • แผลบริเวณขากรรไกรหายช้า

นอกจากนี้ถ้าเห็นกระดูกสีขาวหรือเหลืองโผล่ในช่องปาก หรือแผลถอนฟันไม่ปิดนานผิดปกติ ให้รีบนัดทันตแพทย์ และบอกว่าใช้ยากระดูกพรุนอยู่ อ่านผลข้างเคียงอื่นของยาได้ที่ ผลข้างเคียงยากระดูกพรุน

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (อ้างอิงหน้าฝีในช่องปากของ NHS สหราชอาณาจักร ทบทวน 18 มี.ค. 2569)

  • หายใจ พูด หรือกลืนลำบาก
  • ในช่องปากบวมมาก
  • อ้าปากได้ลำบาก
  • ตาบวมหรือปวดตา หรือการมองเห็นผิดปกติขึ้นมาทันที

ก่อนไปทำฟัน ควรเตรียมอะไรบ้าง

การเตรียมข้อมูลให้ครบช่วยให้ทันตแพทย์ตัดสินใจได้เร็ว และไม่ต้องเลื่อนนัดหลายรอบ

  1. ถ่ายรูปฉลากยาหรือนำซองยามาด้วย ทั้งยากิน ยาฉีด และสมุดนัดฉีดยา ถ้ายาฉีดทำที่โรงพยาบาล ให้ขอวันที่ฉีดครั้งล่าสุด
  2. จดว่าเริ่มยาเมื่อไร และเคยเปลี่ยนยาหรือพักยาหรือไม่
  3. นำรายการยาอื่นทั้งหมด โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์ ยาเบาหวาน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาต้านเกล็ดเลือด
  4. บอกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพรที่กินอยู่ เพราะบางชนิดเกี่ยวกับเลือดออกง่าย
  5. ขอให้ทันตแพทย์เขียนแผนการรักษา ไปให้แพทย์ที่สั่งยาดู ถ้างานทันตกรรมเป็นการผ่าตัดหรือถอนหลายซี่

สำหรับลูกหลานที่พาพ่อแม่ไปทำฟัน อย่าตัดสินใจแทนว่าให้หยุดยาไว้ก่อน แม้ร้านขายยาหรือคนรู้จักจะแนะนำ ให้ถามแพทย์ผู้สั่งยาโดยตรง

ส่วนคนที่ยังไม่ได้เริ่มยา แต่กำลังจะตรวจมวลกระดูก ถือเป็นจังหวะดีที่จะไปตรวจฟันไปพร้อมกัน เพราะถ้าผลตรวจพบว่าต้องใช้ยา จะได้เริ่มยาได้โดยไม่ต้องรอ

ความเชื่อที่พบบ่อย: "กินยากระดูกพรุนแล้วห้ามถอนฟันเด็ดขาด" จริงไหม

ไม่จริง ความเสี่ยงในผู้ป่วยกระดูกพรุนต่ำมาก และผู้ป่วยจำนวนมากถอนฟันได้ตามปกติ สิ่งที่สำคัญคือแจ้งยาให้ครบ และให้ทันตแพทย์วางแผน

อีกความเชื่อหนึ่งคือ "หยุดยาไว้ก่อนดีกว่า จะได้ปลอดภัย" ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงกระดูกหักเพิ่ม โดยเฉพาะยาฉีดเดโนซูแมบที่ต้องได้ตรงนัด

ส่วนคนที่กินแคลเซียมเสริมคู่กับยาอะเลนโดรเนต ต้องระวังเวลากิน เพราะแคลเซียมรบกวนการดูดซึมยา อ่านต่อที่ แคลเซียมกินกับยาได้ไหม

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องยากระดูกพรุนกับการทำฟัน: ผลิตภัณฑ์นี้เป็นอาหาร ไม่ใช่ยากระดูกพรุน และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง ผู้ที่ใช้ยากระดูกพรุนอยู่ห้ามหยุดยาเอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันภาวะกระดูกขากรรไกรตาย หรือช่วยให้แผลถอนฟันหาย

ผลิตภัณฑ์มีสารสกัดขมิ้นชันและขิง ซึ่งมีรายงานเรื่องเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ถ้ากำลังจะถอนฟัน ผ่าตัดในช่องปาก หรือใส่รากเทียม ให้แจ้งทันตแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดอยู่บ้างรวมถึงผลิตภัณฑ์นี้

ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 9% ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับผู้อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ส่วนแคลเซียมคีเลตและเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ให้ข้อมูลพอจะคำนวณ วิตามินดีราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ) เทียบกับค่าแนะนำ 600–800 IU

หลักฐานของส่วนประกอบหลัก เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล

  • แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต — งานในคนมีเพียงการวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน (ราวร้อยละ 26.5) ไม่มีงานทดลองที่วัดผลต่อกระดูก
  • แคลเซียมเสริมโดยรวม — งาน WHI ใช้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน (แคลเซียมราว 11 เท่าของส่วนที่คำนวณได้ คำนวณ) ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และพบนิ่วไตเพิ่ม
  • สารสกัดขมิ้นชัน — งานไทยในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมใช้วันละ 1,500 มก. มากกว่าในแคปซูล (32 มก./วัน) ราว 47 เท่า (คำนวณ)
  • วิตามินดี 3 — งาน VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่า คำนวณ) ไม่ลดกระดูกหักในคนที่ไม่ได้ขาดวิตามินดี

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • เป็นโรคนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้าม (ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะ หรือถุงน้ำดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรกำหนดเวลากิน
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดและพบแพทย์
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาโรคไต วิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง · ปวดหลังแล้วกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ · ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที · สับสนหรือซึมลงจนปลุกยาก · เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

กินยากระดูกพรุนอยู่ ถอนฟันได้ไหม

ส่วนใหญ่ถอนได้ แต่ต้องแจ้งทันตแพทย์ว่าใช้ยาอะไรและนานเท่าไร ความเสี่ยงภาวะกระดูกขากรรไกรตายในผู้ป่วยกระดูกพรุนประมาณ 0.001–0.01% ทันตแพทย์และแพทย์จะวางแผนร่วมกัน

ต้องหยุดยากระดูกพรุนก่อนถอนฟันไหม

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน ขึ้นกับชนิดยา ระยะเวลาที่ใช้ และความเสี่ยงกระดูกหัก ห้ามหยุดหรือเลื่อนยาเอง โดยเฉพาะยาฉีดเดโนซูแมบที่แนวทางไทยย้ำให้ได้ยาสม่ำเสมอ

ภาวะกระดูกขากรรไกรตายมีอาการอย่างไร

เหงือกปวดหรือบวม ฟันโยก ชาหรือรู้สึกหนักที่ขากรรไกร แผลถอนฟันหายช้า หรือเห็นกระดูกโผล่ในช่องปาก ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้รีบพบทันตแพทย์และแจ้งว่าใช้ยากระดูกพรุน

ควรทำฟันก่อนเริ่มยากระดูกพรุนไหม

ควรให้ทันตแพทย์ตรวจและรักษาปัญหาช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเริ่มยาถ้าทำได้ แต่ถ้าเสี่ยงกระดูกหักสูงมาก แพทย์อาจไม่ให้เลื่อนยานาน ให้แพทย์กับทันตแพทย์คุยกัน

ใส่รากฟันเทียมได้ไหมถ้ากินยากระดูกพรุน

รากฟันเทียมเป็นการผ่าตัดในกระดูกขากรรไกร ต้องแจ้งยาก่อนวางแผนเสมอ ทันตแพทย์จะชั่งความเสี่ยงร่วมกับแพทย์ที่สั่งยา และอาจเลือกวิธีอื่นแทน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท