เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
ยากระดูกพรุนราคาเท่าไร ข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง เบิกได้แค่ไหน
คำตอบสั้น: ยากระดูกพรุนไม่มีราคาเดียว ราคาต่างกันมากตามชนิดยา (ยากินชนิดสามัญ ยาฉีดต้านการสลายกระดูก หรือยาฉีดสร้างกระดูก) ยี่ห้อ และโรงพยาบาล แนวทางไทยให้ยากินกลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรกในคนเสี่ยงสูง และระบุว่าการมียาชื่อสามัญทำให้คุ้มค่ามากขึ้น ส่วนการเบิกได้แค่ไหน ขึ้นกับสิทธิ เงื่อนไขของแต่ละกองทุน และรายการยาของโรงพยาบาล ให้ถามห้องยาหรือฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาล หรือโทร สปสช. 1330 อย่าหยุดยาหรือซื้อยามาฉีดเองเพราะเรื่องราคา
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ยากระดูกพรุนมีหลายกลุ่ม ราคาต่างกันมาก ยากินบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรกตามแนวทาง TOPF 2021
- ยาสร้างกระดูกใช้ในคนที่เสี่ยงกระดูกหักสูงมาก ไม่ใช่ทุกคน
- บทความนี้ไม่ระบุราคาและรายการยาตามสิทธิ เพราะเราเปิดเอกสารทางการฉบับปัจจุบันตรวจไม่ได้ (ตรวจ 20 ต.ค. 2569) และราคาต่างกันตามโรงพยาบาล
- ช่องทางถาม: ห้องยาหรือฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลที่รักษา และสายด่วน สปสช. 1330 (สำหรับบัตรทอง)
- ห้ามหยุดยาฉีดเดโนซูแมบเอง เพราะเสี่ยงกระดูกสลายย้อนกลับ
ทำไมยากระดูกพรุนแต่ละตัวราคาต่างกันมาก
เพราะเป็นยาคนละกลุ่ม ผลิตด้วยเทคโนโลยีต่างกัน และใช้ในคนที่ความเสี่ยงต่างกัน แนวทาง TOPF 2021 แบ่งยาหลัก ๆ ดังนี้ อ่านรายละเอียดแต่ละกลุ่มได้ที่ ยากระดูกพรุนมีกี่แบบ
- บิสฟอสโฟเนตชนิดกิน เช่น อะเลนโดรเนต มียาชื่อสามัญ แนวทางไทยระบุว่าการมียาชื่อสามัญทำให้การรักษาคุ้มค่ามากขึ้น
- บิสฟอสโฟเนตชนิดฉีดเข้าหลอดเลือด เช่น กรดโซเลโดรนิก (zoledronic acid)
- เดโนซูแมบ ยาฉีดใต้ผิวหนังที่เป็นทางเลือกของบิสฟอสโฟเนต
- ยาสร้างกระดูก คือ เทอริพาราไทด์ (teriparatide) และโรโมโซซูแมบ (romosozumab) ใช้ในกลุ่มเสี่ยงกระดูกหักสูงมาก แล้วตามด้วยยาต้านการสลายกระดูก
- ยาอื่นที่แนวทางกล่าวถึงเป็นทางเลือก เช่น ราลอกซิฟีน และฮอร์โมนวัยหมดประจำเดือน
นอกจากราคายาแล้ว ค่าใช้จ่ายจริงยังรวมค่าบริการฉีด ค่าตรวจเลือด และค่าตรวจมวลกระดูกซ้ำ ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลคิดไม่เท่ากัน อ่านเรื่องค่าตรวจได้ที่ ตรวจมวลกระดูกราคาเท่าไร ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง
แพทย์เลือกยาจากอะไร ไม่ใช่จากราคาอย่างเดียว
แพทย์เลือกยาตามระดับความเสี่ยงกระดูกหักเป็นหลัก แนวทาง TOPF 2021 แบ่งดังนี้
- เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง: ยังไม่แนะนำยากระดูกพรุน ให้ได้แคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ ปรับพฤติกรรม และประเมินซ้ำใน 2–5 ปี
- เสี่ยงสูง: ใช้บิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก เดโนซูแมบเป็นทางเลือก
- เสี่ยงสูงมาก: พิจารณาให้ยาสร้างกระดูกก่อน แล้วตามด้วยยาต้านการสลายกระดูก ถ้าใช้ยาสร้างกระดูกไม่ได้ ให้ใช้ยาฉีดต้านการสลายกระดูก และถ้าใช้ยาฉีดไม่ได้ จึงใช้ยากิน
สิ่งที่แพทย์ดูประกอบ เช่น เคยกระดูกสะโพกหรือกระดูกสันหลังหักหรือไม่ ค่า T-score ผลคำนวณ FRAX ไทย ความสามารถในการกินยาตามวิธีที่ถูกต้อง และการทำงานของไต
ดังนั้นยาที่ราคาสูงไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน คนที่เสี่ยงสูงแต่ไม่สูงมาก ยากินชนิดสามัญก็เป็นยาแรกตามแนวทาง
ข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง เบิกยากระดูกพรุนได้แค่ไหน
คำตอบที่แม่นยำต้องมาจากโรงพยาบาลที่รักษาและหน่วยงานเจ้าของสิทธิ เพราะการเบิกยาแต่ละตัวมักขึ้นกับหลายเรื่องพร้อมกัน เช่น ยานั้นอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติหรือไม่ เงื่อนไขการเบิกของแต่ละกองทุน และรายการยาที่โรงพยาบาลนั้นมี ณ ช่วงเวลานั้น
เราพยายามเปิดเอกสารบัญชียาหลักแห่งชาติฉบับปัจจุบันเพื่อตรวจรายการยากระดูกพรุนเมื่อ 20 ต.ค. 2569 แต่เปิดไม่ได้ จึงไม่ระบุว่ายาตัวไหนเบิกได้ในสิทธิไหน เพื่อไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
ช่องทางที่ถามได้
- ทุกสิทธิ: ห้องยาหรือฝ่ายสิทธิประโยชน์ของโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ จะตอบได้ตรงกับกรณีของเราว่ายาที่แพทย์สั่งเบิกได้หรือต้องจ่ายส่วนต่าง
- บัตรทอง (หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ): สายด่วน สปสช. 1330
- ข้าราชการและครอบครัว (สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ): ฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาล หรือกรมบัญชีกลาง
- ประกันสังคม: โรงพยาบาลตามสิทธิ หรือสำนักงานประกันสังคม
คำถามที่ควรถามให้ชัด
- ยาที่แพทย์สั่ง เบิกได้เต็มจำนวน เบิกได้บางส่วน หรือต้องจ่ายเอง
- ถ้าต้องจ่ายส่วนต่าง ต่อครั้งหรือต่อเดือนประมาณเท่าไร
- มีเอกสารหรือเงื่อนไขที่แพทย์ต้องกรอกเพิ่มไหม เช่น ผลตรวจมวลกระดูก หรือประวัติกระดูกหัก
- ถ้าเปลี่ยนโรงพยาบาลหรือย้ายสิทธิ ยาตัวเดิมจะยังได้ต่อไหม
ถ้าไม่ได้ยาที่อยากได้ ควรคุยกับแพทย์อย่างไร
บอกแพทย์ตรง ๆ ว่ากังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แพทย์ส่วนใหญ่ยินดีหาทางเลือกที่เหมาะกับทั้งความเสี่ยงและกำลังจ่าย
ประโยคที่ใช้ได้ เช่น
- "ยาตัวนี้ต้องจ่ายเองเดือนละเท่าไรครับ มียาที่เบิกได้และเหมาะกับผมไหม"
- "ถ้าใช้ยากินชนิดสามัญแทน ความเสี่ยงของผมยังโอเคไหมคะ"
- "ถ้ายังไม่ใช้ยาตอนนี้ ต้องทำอะไรบ้าง และนัดประเมินใหม่เมื่อไร"
ถ้าแพทย์ยืนยันว่าต้องใช้ยาเฉพาะตัว เช่น ยาสร้างกระดูกในคนที่เสี่ยงสูงมาก ให้ถามฝ่ายสิทธิหรือฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลว่ามีทางช่วยเหลืออย่างไร
ต้องใช้ยานานแค่ไหน ช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างไร
ระยะเวลาใช้ยามีผลต่อค่าใช้จ่ายรวม แนวทาง TOPF 2021 ระบุกรอบเวลาคร่าว ๆ ไว้ดังนี้ ซึ่งแพทย์จะปรับตามแต่ละคน
- บิสฟอสโฟเนต: ประเมินความเสี่ยงซ้ำหลังกินยา 5 ปี หรือฉีดเข้าหลอดเลือด 3 ปี ถ้าความเสี่ยงลดลงแล้ว อาจพิจารณาพักยา ถ้ายังเสี่ยงสูง อาจใช้ต่อได้ถึง 10 ปี (ชนิดกิน) หรือ 6 ปี (ชนิดฉีด) หรือเปลี่ยนยา
- เดโนซูแมบ: ประเมินซ้ำหลังใช้ 5–10 ปี และถ้าจะหยุด ต้องเปลี่ยนไปใช้บิสฟอสโฟเนตต่อ
- ยาสร้างกระดูก: เทอริพาราไทด์ใช้ 2 ปี หรือโรโมโซซูแมบใช้ 1 ปี แล้วตามด้วยบิสฟอสโฟเนตหรือเดโนซูแมบ
- การติดตามผล: แนวทางแนะนำให้ตรวจมวลกระดูกซ้ำหลังเริ่มยาราว 1–2 ปี
เวลาคุยเรื่องค่าใช้จ่าย จึงควรถามแพทย์ว่า "แผนของผมคือใช้ยานี้ประมาณกี่ปี แล้วจะเปลี่ยนเป็นอะไรต่อ" เพื่อให้ครอบครัวเตรียมตัวได้ และไม่ต้องหยุดยากลางทาง
ทำไมห้ามซื้อยาเองหรือหยุดยาเพราะราคา
ยากระดูกพรุนต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ด้วยเหตุผลเหล่านี้
- ยาฉีดเดโนซูแมบหยุดเองไม่ได้ แนวทาง TOPF ย้ำว่าต้องให้ความรู้ผู้ป่วยถึงความสำคัญของการได้ยาสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันกระดูกสลายย้อนกลับ และถ้าจะหยุดยา แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้บิสฟอสโฟเนตต่อ การหยุดเพราะไม่อยากจ่ายจึงอาจเสี่ยงกว่าที่คิด
- ยากินอะเลนโดรเนตมีวิธีกินเฉพาะ MedlinePlus ระบุว่าต้องกินตอนท้องว่างตอนเช้ากับน้ำเปล่าเต็มแก้ว ห้ามกินกับชา กาแฟ นม น้ำผลไม้ และห้ามนอนลงอย่างน้อย 30 นาที ถ้ากินผิดวิธี ยาดูดซึมได้น้อยหรือระคายหลอดอาหาร
- ยาบางตัวไม่เหมาะกับบางคน เช่น MedlinePlus ให้แจ้งแพทย์ถ้ามีโรคไต แคลเซียมในเลือดต่ำ หรือปัญหาหลอดอาหาร ก่อนใช้อะเลนโดรเนต
- การพักยาบิสฟอสโฟเนต มีเกณฑ์ชัดเจนในแนวทาง TOPF เช่น ประเมินความเสี่ยงซ้ำหลังกินยา 5 ปีหรือฉีด 3 ปี ต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน
สรุปคือ ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยากระดูกพรุนเอง ถ้าจ่ายไม่ไหว ให้บอกแพทย์ก่อนยาหมด เพื่อเปลี่ยนแผนอย่างปลอดภัย ผลข้างเคียงของยาแต่ละกลุ่มอ่านได้ที่ ผลข้างเคียงยากระดูกพรุน
ความเชื่อที่พบบ่อย: "ซื้อแคลเซียมกินเองถูกกว่า ไม่ต้องใช้ยา" จริงไหม
ไม่จริงสำหรับคนที่แพทย์ประเมินว่าเสี่ยงกระดูกหักสูง แนวทาง TOPF ให้แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานควบคู่ยา และใช้แคลเซียมกับวิตามินดี ร่วมกับปรับพฤติกรรมและป้องกันหกล้ม เป็นทางเลือกในกรณีที่ใช้ยาต้านการสลายกระดูกไม่ได้
งานวิจัยใหญ่ก็ไม่สนับสนุนการใช้แคลเซียมเสริมแทนยา เช่น งาน WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน ติดตามเฉลี่ย 7 ปี ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มนิ่วในไต
ค่ายาเทียบกับค่าใช้จ่ายของกระดูกหักไม่ได้ ข้อมูลไทยพบว่าผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหักเสียชีวิตภายใน 1 ปีราวร้อยละ 17–21 (เชียงใหม่) ยังไม่นับค่าผ่าตัด ค่าคนดูแล และการสูญเสียความสามารถในการเดิน
ระหว่างรอเรื่องสิทธิ ทำอะไรได้บ้าง
- กินยาที่ได้รับต่อ อย่าเว้นระหว่างรอคำตอบเรื่องเบิก
- ป้องกันหกล้ม คณะทำงานด้านเวชศาสตร์ป้องกันของสหรัฐ (USPSTF 2024) แนะนำการออกกำลังกายเพื่อป้องกันหกล้มในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่เสี่ยง เช่น ฝึกทรงตัว ฝึกกล้ามเนื้อขา
- กินอาหารที่มีแคลเซียม เช่น นม เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ตามข้อมูลกรมอนามัย
- เลิกบุหรี่ และจำกัดสุรา ตามแนวทาง TOPF
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องค่ายาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: ผลิตภัณฑ์นี้เป็นอาหาร ไม่ใช่ยากระดูกพรุน ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกกว่าแทนยา ผู้ที่ใช้ยากระดูกพรุนอยู่ห้ามหยุดยาเอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มมวลกระดูกหรือลดโอกาสกระดูกหัก
ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 9% ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับผู้อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ส่วนแคลเซียมคีเลต "(40%)" และเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ให้ข้อมูลพอจะคำนวณ แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร วิตามินดีราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ) ราว 17% ของ 600 IU และ 12.5% ของ 800 IU ที่แนะนำสำหรับคนไทย (คำนวณ)
หลักฐานของส่วนประกอบหลัก เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล
- แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต — งานในคนมีเพียงการวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน (ราวร้อยละ 26.5) ไม่มีงานทดลองที่วัดผลต่อกระดูก
- แคลเซียมคีเลตและเปลือกหอยมุก — ปริมาณแคลเซียมธาตุยืนยันไม่ได้ งานผงมุกในหญิงวัยหมดประจำเดือน 50 คนผลไม่มีนัยสำคัญ
- แคลเซียมเสริมโดยรวม — งานส่วนใหญ่ใช้แคลเซียม 500–1,200 มก. ต่อวัน (6–13 เท่าของส่วนที่คำนวณได้ คำนวณ) ผลต่อกระดูกหักอ่อนและไม่สอดคล้อง
- วิตามินดี 3 — งาน VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่า คำนวณ) ไม่ลดกระดูกหักในคนที่ไม่ได้ขาดวิตามินดี
- ขมิ้นชันและขิง — งานในข้อเข่าเสื่อมใช้ขนาดสูงกว่ามาก เช่น ขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. (ราว 47 เท่า คำนวณ)
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- เป็นโรคนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้าม (ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะ หรือถุงน้ำดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์
- ใช้ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา เช่น หลังกินอะเลนโดรเนตต้องรออย่างน้อย 30 นาทีก่อนกินอาหารหรืออาหารเสริมอื่น ให้เภสัชกรกำหนดเวลา
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดและพบแพทย์
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาโรคไต วิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง · ปวดหลังแล้วกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ · ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที · สับสนหรือซึมลงจนปลุกยาก · เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
ยากระดูกพรุนราคาเท่าไร
ไม่มีราคาเดียว ราคาต่างกันมากตามชนิดยา ยี่ห้อ และโรงพยาบาล ยากินกลุ่มบิสฟอสโฟเนตมียาชื่อสามัญ ซึ่งแนวทางไทยระบุว่าทำให้การรักษาคุ้มค่ามากขึ้น ราคาและส่วนที่เบิกได้ให้ถามห้องยาของโรงพยาบาลที่รักษา
บัตรทองได้ยากระดูกพรุนไหม
ขึ้นกับชนิดยาและเงื่อนไขของสิทธิและโรงพยาบาล ให้ถามฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลตามสิทธิ หรือโทรสายด่วน สปสช. 1330
ข้าราชการเบิกยากระดูกพรุนได้ไหม
ยาแต่ละตัวมีเงื่อนไขการเบิกต่างกัน ให้ถามฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลว่ายาที่แพทย์สั่งเบิกได้เต็มจำนวนหรือต้องจ่ายส่วนต่าง และต้องมีเอกสารอะไรเพิ่ม
ยาฉีดกระดูกพรุนแพงไป หยุดเองได้ไหม
ไม่ควรหยุดเอง โดยเฉพาะเดโนซูแมบ แนวทางไทยย้ำให้ได้ยาสม่ำเสมอเพื่อป้องกันกระดูกสลายย้อนกลับ ถ้าจ่ายไม่ไหวให้บอกแพทย์ก่อนถึงนัด เพื่อวางแผนเปลี่ยนยาอย่างปลอดภัย
กินแคลเซียมแทนยากระดูกพรุนได้ไหม
ไม่ได้ในคนที่แพทย์ประเมินว่าเสี่ยงกระดูกหักสูง แนวทางไทยให้แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานควบคู่ยา และงานวิจัยใหญ่พบว่าแคลเซียมเสริมไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Summary of the Thai Osteoporosis Foundation (TOPF) Clinical Practice Guideline on the diagnosis and management of osteoporosis 2021Osteoporosis and Sarcopenia (PubMed)
- Current issues in evaluation and management of osteoporosis in Thailand (2023)Osteoporosis and Sarcopenia (PubMed)
- AlendronateMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
- Calcium plus vitamin D supplementation and the risk of fractures (WHI, 2006)New England Journal of Medicine (PubMed)
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)สปสช.
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
