บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

วัยทองกับกระดูกพรุน ทำไมผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนกระดูกบางเร็ว

คำตอบสั้น: หลังหมดประจำเดือน ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยรักษาสมดุลการสร้างและสลายกระดูก กระดูกจึงบางเร็วขึ้น สถาบันสุขภาพเด็กและการพัฒนามนุษย์ของสหรัฐ (NICHD) ระบุว่าการสูญเสียกระดูกเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน ผู้หญิงทุกคนควรตรวจมวลกระดูกเมื่ออายุ 65 ปี และตรวจเร็วกว่านั้นถ้าหมดประจำเดือนก่อน 45 ปีหรือมีปัจจัยเสี่ยง ส่วนการเลือกฮอร์โมนทดแทนหรือยากระดูกพรุน ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ผู้หญิงหลายคน เริ่มสูญเสียกระดูกตั้งแต่ 1–2 ปีก่อนหมดประจำเดือน ตามข้อมูลของสถาบันโรคข้อและกระดูกของสหรัฐ (NIAMS)
  • การหมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี รวมถึงจากการผ่าตัด เป็นข้อบ่งชี้ให้ตรวจมวลกระดูกตามแนวทางไทย
  • ผู้หญิงไทยเป็นกระดูกพรุน ราวร้อยละ 20 สูงกว่าผู้ชายราวเท่าตัว
  • ฮอร์โมนทดแทน ไม่ได้ให้เป็นประจำทุกคนแล้ว เพราะงานวิจัยใหญ่พบความเสี่ยงมะเร็งเต้านม หัวใจวาย หลอดเลือดสมอง และลิ่มเลือด
  • สิ่งที่ทำได้ทุกคนคือ ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก กินแคลเซียมพอ ไม่สูบบุหรี่ จำกัดเหล้า และป้องกันหกล้ม

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเกี่ยวกับกระดูกอย่างไร

กระดูกมีการสลายของเก่าและสร้างของใหม่อยู่ตลอด เอสโตรเจนช่วยให้สองกระบวนการนี้สมดุลกัน เมื่อเอสโตรเจนลดลง การสลายกระดูกจะเร็วกว่าการสร้าง

NIAMS ระบุว่า ระดับเอสโตรเจนต่ำในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุน และผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือนที่ประจำเดือนขาดหายผิดปกติ เช่น จากความผิดปกติของฮอร์โมนหรือออกกำลังกายหนักมาก ก็มีเอสโตรเจนต่ำและเสี่ยงเช่นกัน

นอกจากเรื่องฮอร์โมน ผู้หญิงยังมี มวลกระดูกสูงสุดน้อยกว่าและกระดูกเล็กกว่าผู้ชาย ตั้งแต่ต้น เมื่อเสียกระดูกเร็วในวัยทอง จึงลงไปถึงระดับกระดูกพรุนได้เร็วกว่า

ช่วงไหนหลังหมดประจำเดือนที่มวลกระดูกลดเร็ว

ข้อมูลจากหน่วยงานของสหรัฐสองแห่งช่วยให้เห็นภาพ

  • NIAMS: ผู้หญิงหลายคนเริ่มเป็นกระดูกพรุนตั้งแต่ราว 1–2 ปีก่อนหมดประจำเดือน
  • NICHD: การสูญเสียกระดูก เพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน แพทย์จึงอาจสั่งตรวจมวลกระดูก

มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF) เตือนในบทความประชาชนว่า ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนเร็ว อาจมีมวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของกระดูกพรุน

ความหมายในชีวิตจริงคือ ช่วงรอบหมดประจำเดือนเป็นจังหวะที่ควรเริ่มคิดเรื่องกระดูก ไม่ใช่รอจนอายุมากหรือกระดูกหักก่อน

ปัจจัยเสี่ยงที่ผู้หญิงวัยทองควรเช็ก

บทความประชาชนของ TOPF ซึ่งอ้างคำแนะนำเวชปฏิบัติเรื่องโรคกระดูกพรุน พ.ศ. 2564 ชวนผู้หญิงวัยทองสำรวจปัจจัยเหล่านี้

  • หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี
  • ดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 20 เช่น ผอม น้ำหนักน้อย หรือน้ำหนักลดต่อเนื่อง
  • ใช้ยาที่มีผลต่อมวลกระดูก เช่น ยายับยั้งอะโรมาเทส (ยาต้านฮอร์โมนในมะเร็งเต้านม) หรือยาเพรดนิโซโลน (สเตียรอยด์) มากกว่า 5 มก. ต่อวัน
  • พ่อหรือแม่เคยหกล้มหรือกระดูกหัก

ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ ห้ามหยุดยาเอง เพราะเป็นยาที่จำเป็นต่อการรักษาโรค ให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจกระดูกเพิ่มหรือไม่

ผู้หญิงวัยทองควรตรวจมวลกระดูกเมื่อไร

แนวทาง TOPF ปี 2021 ให้ตรวจมวลกระดูกด้วยเครื่อง DXA (เอกซเรย์วัดความหนาแน่นของกระดูก) ในผู้หญิงกลุ่มนี้

  • อายุ 65 ปีขึ้นไป ทุกคน
  • หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี ไม่ว่าจะหมดเองหรือจากการผ่าตัดรังไข่
  • อายุน้อยกว่า 65 ปีแต่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยกระดูกหักจากแรงกระแทกน้อย ส่วนสูงลดลง ใช้ยาสเตียรอยด์หรือยายับยั้งอะโรมาเทส BMI ต่ำกว่า 20 หรือพ่อแม่เคยสะโพกหัก

คณะทำงานด้านเวชศาสตร์ป้องกันของสหรัฐ (USPSTF) ปี 2025 แนะนำในทิศทางเดียวกัน คือคัดกรองผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อายุน้อยกว่า 65 ปีแต่มีความเสี่ยงสูง

รายละเอียดเรื่องใครควรตรวจ การเตรียมตัว และสิทธิ อ่านต่อที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก ส่วนค่าตรวจขึ้นกับโรงพยาบาลและสิทธิที่ใช้ ให้สอบถามโรงพยาบาลโดยตรง หรือสายด่วน สปสช. 1330

ฮอร์โมนทดแทนกับยากระดูกพรุน ใครเหมาะกับแบบไหน

เรื่องนี้ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน ข้อมูลด้านล่างมีไว้ให้เข้าใจภาพรวมและเตรียมคำถามไปคุยกับแพทย์

ฮอร์โมนทดแทนวัยหมดประจำเดือน

NICHD อธิบายว่าในอดีตแพทย์เคยให้ฮอร์โมนทดแทนเป็นประจำ แต่ ปัจจุบันไม่ได้ให้เป็นประจำแล้ว หลังงานวิจัยใหญ่หลายงานพบว่าเพิ่มความเสี่ยง มะเร็งเต้านม หัวใจวาย หลอดเลือดสมอง และลิ่มเลือด

NICHD แนะนำให้ผู้ที่มีอาการวัยทองรบกวน คุยกับแพทย์ถึงทั้งประโยชน์และความเสี่ยงของฮอร์โมน การจะใช้หรือไม่ใช้ฮอร์โมน ต้องให้แพทย์ตัดสินร่วมกับผู้ป่วยเป็นรายคน

ยากระดูกพรุน

NICHD ระบุว่าถ้าเป็นกระดูกพรุนหรือเสี่ยง แพทย์อาจสั่งยา เช่น ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต ราโลซิฟีน (raloxifene) ฮอร์โมนพาราไทรอยด์สังเคราะห์ แคลซิโทนิน และแคลเซียมร่วมกับวิตามินดี

แนวทาง TOPF ปี 2021 ของไทยแบ่งตามระดับความเสี่ยง ผู้ที่เสี่ยงสูงใช้ บิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก โดยมี denosumab เป็นทางเลือก ส่วนผู้ที่เสี่ยงต่ำถึงปานกลางยังไม่ต้องใช้ยา แต่ให้ดูแลแคลเซียม วิตามินดี และปรับพฤติกรรม อ่านเรื่องยาแต่ละกลุ่มได้ที่ ยากระดูกพรุนมีกี่แบบ

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • ความเสี่ยงกระดูกหักใน 10 ปีของเราอยู่ระดับไหน
  • อาการวัยทองของเราเหมาะกับฮอร์โมนหรือไม่ และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง
  • ถ้าต้องใช้ยากระดูกพรุน ต้องกินอย่างไร ใช้นานเท่าไร และจะตรวจซ้ำเมื่อไร

ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนหรือยากระดูกพรุนอยู่แล้ว ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนเอง ถ้ามีผลข้างเคียงให้กลับไปคุยกับแพทย์

วัยทองกินอะไรดีเพื่อกระดูก

แคลเซียม

ข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 (DRI ไทย) ของกรมอนามัย ให้ผู้หญิงอายุ 19–50 ปีได้แคลเซียม 800 มก. ต่อวัน และอายุ 51 ปีขึ้นไป 1,000 มก. ต่อวัน ข้อแนะนำของสหรัฐให้ผู้หญิงอายุ 51 ปีขึ้นไปสูงกว่านี้ คือ 1,200 มก. ต่อวัน บทความนี้ใช้ค่าของไทยเป็นหลัก

แหล่งที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น นม โยเกิร์ต เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม ผักใบเขียวออกซาเลตต่ำอย่างคะน้า กวางตุ้ง ตำลึง และปลาที่กินได้ทั้งก้าง เมนูตัวอย่างอยู่ที่ อาหารบำรุงกระดูกสำหรับผู้สูงอายุ

วิตามินดี

DRI ไทยให้ 600 IU ต่อวัน สำหรับอายุไม่เกิน 70 ปี และ 800 IU สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป ร่างกายได้วิตามินดีส่วนใหญ่จากผิวหนังที่ถูกแดด ผู้ที่ไม่ค่อยโดนแดดหรือสงสัยว่าขาด ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมเอง

ลดเค็ม จำกัดคาเฟอีน

บทความประชาชนของ TOPF อธิบายว่าเมื่อได้โซเดียมมาก ร่างกายจะขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะด้วย และแนะนำให้ได้คาเฟอีนไม่เกินราว 400 มก. ต่อวัน รายละเอียดอยู่ที่ กระดูกพรุนห้ามกินอะไร

ภาพรวมอาหารวัยทองที่ดูแลทั้งหัวใจและกระดูก อ่านได้ที่ วัยทองกินอะไรดี และเรื่องวิตามินที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นอยู่ที่ วิตามินสำหรับวัยทอง ตัวไหนจำเป็น

ออกกำลังกายแบบไหนช่วยกระดูกวัยทอง

NIAMS แนะนำให้ผสมการออกกำลังกาย 3 แบบ คือ ลงน้ำหนัก (เดินเร็ว ขึ้นบันได เต้นรำ) ต้านแรง (ยางยืด ดัมเบล น้ำหนักตัว) และ ฝึกทรงตัว (ไทชิ ยืนถ่ายน้ำหนัก) ผู้ที่มีกระดูกบางหรือกระดูกพรุนแล้วควรปรึกษาบุคลากรสุขภาพก่อนเลือกท่า

TOPF แนะนำให้ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงกีฬาที่เสี่ยงหกล้ม งดบุหรี่ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ความเชื่อที่พบบ่อยของผู้หญิงวัยทอง

"ยังไม่ถึง 65 ไม่ต้องสนใจกระดูก" ไม่ถูกนัก การสูญเสียกระดูกเริ่มตั้งแต่รอบหมดประจำเดือน ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจเร็วกว่านั้น

"กินถั่วเหลืองหรือสมุนไพรแทนฮอร์โมนได้" ยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติที่อ้างในบทความนี้แนะนำให้ใช้สมุนไพรหรืออาหารชนิดใดแทนฮอร์โมนหรือยากระดูกพรุน

"กินแคลเซียมเม็ดแล้วไม่ต้องตรวจ" ไม่ถูก คณะทำงาน USPSTF ปี 2018 ไม่แนะนำให้หญิงวัยหมดประจำเดือนทั่วไปกินแคลเซียมไม่เกิน 1,000 มก. ร่วมวิตามินดีไม่เกิน 400 IU ต่อวัน เพื่อป้องกันกระดูกหักครั้งแรก การตรวจและการประเมินความเสี่ยงยังจำเป็น

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้
  • ขาสั้นลงหรือบิดผิดรูปหลังล้ม
  • ปวดหลังรุนแรงหลังล้มหรือกระแทก
  • ขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที หรือกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

ภาพรวมการดูแลกระดูกหลังอายุ 50 ปี อ่านต่อที่ กระดูกพรุนในวัย 50 ปีขึ้นไป

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. — ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะส่วนนี้คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 9% ของ 1,000 มก. ที่ผู้หญิงอายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้ต่อวันตาม DRI ไทย (คำนวณ) งานทดลอง WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือนใช้แคลเซียมวันละ 1,000 มก. (ราว 11 เท่าของส่วนที่คำนวณได้ คำนวณ) ร่วมวิตามินดี 400 IU ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และพบนิ่วในไตเพิ่มขึ้น ส่วนงานในคนของแคลเซียมแอล-ทรีโอเนตมีเพียงงานศึกษาการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีน 14 คน
  • วิตามินดี 3 0.5 มก. — คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 17% ของ 600 IU ที่ DRI ไทยแนะนำสำหรับอายุไม่เกิน 70 ปี (คำนวณ) งานทดลอง VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่าของในแคปซูล คำนวณ) ไม่ลดกระดูกหักในผู้ใหญ่ที่ไม่ได้คัดเฉพาะคนขาดวิตามินดี
  • ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. — โคลอสตรุ้มคือน้ำนมเหลืองของวัวหลังคลอด งานทดลองในผู้ใหญ่อายุเฉลี่ยราว 59 ปี 40 คนที่ฝึกยกน้ำหนักร่วมด้วย ใช้วันละ 60 กรัม นาน 8 สัปดาห์ ซึ่งมากกว่าในแคปซูลวันละ 50 มก. ราว 1,200 เท่า (คำนวณ) พบว่าปริมาณแร่ธาตุกระดูกเพิ่มทั้งกลุ่มโคลอสตรุ้มและกลุ่มเวย์โปรตีน ไม่ต่างกัน ไม่มีงานที่ใช้ขนาดใกล้เคียงในแคปซูล และผู้แพ้โปรตีนนมวัวควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ชะลอการสูญเสียกระดูกในวัยทอง ใช้แทนฮอร์โมนทดแทน หรือใช้แทนยากระดูกพรุน ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้หญิงวัยทองยังควรตรวจมวลกระดูกตามข้อบ่งชี้และคุยกับแพทย์เรื่องความเสี่ยงกระดูกหัก

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้ ขาดูผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชารอบก้นหรือรอบทวารหนัก ขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมวัยทองถึงเสี่ยงกระดูกพรุน

เพราะหลังหมดประจำเดือนร่างกายมีฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง ทำให้กระดูกสลายเร็วกว่าการสร้าง ผู้หญิงยังมีมวลกระดูกสูงสุดน้อยกว่าผู้ชายตั้งแต่ต้น จึงลงไปถึงระดับกระดูกพรุนได้เร็วกว่า

มวลกระดูกผู้หญิงลดเร็วช่วงไหน

ข้อมูลจากหน่วยงานสุขภาพของสหรัฐระบุว่าผู้หญิงหลายคนเริ่มสูญเสียกระดูก 1–2 ปีก่อนหมดประจำเดือน และการสูญเสียเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน

ผู้หญิงวัยทองควรตรวจมวลกระดูกเมื่อไร

แนวทางไทยให้ตรวจเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป หรือเร็วกว่านั้นถ้าหมดประจำเดือนก่อน 45 ปี เคยกระดูกหักจากแรงน้อย ใช้ยาสเตียรอยด์ ผอมมาก หรือพ่อแม่เคยสะโพกหัก

วัยทองควรใช้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อกระดูกไหม

ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน ปัจจุบันไม่ได้ให้ฮอร์โมนเป็นประจำ เพราะงานวิจัยใหญ่พบความเสี่ยงมะเร็งเต้านม หัวใจวาย หลอดเลือดสมอง และลิ่มเลือด ให้คุยกับแพทย์ถึงทั้งประโยชน์และความเสี่ยง

วัยทองกินอะไรดีเพื่อกระดูก

ให้ได้แคลเซียมวันละ 1,000 มก. หลังอายุ 51 ปีตามกรมอนามัย จากนม โยเกิร์ต เต้าหู้ที่ใช้แคลเซียม ผักใบเขียว ได้วิตามินดีพอ ลดเค็ม จำกัดคาเฟอีน และออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท