เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
ข้อเข่าเสื่อมมีกี่ระยะ แต่ละระยะรักษาต่างกันอย่างไร
คำตอบสั้น: ระบบที่ใช้แบ่งระยะข้อเข่าเสื่อมจากภาพเอกซเรย์บ่อยคือ Kellgren-Lawrence (KL) ซึ่งแบ่งเป็น ระดับ 0 ถึง 4 จากไม่มีข้อเสื่อมไปจนถึงเสื่อมรุนแรง โดยดูกระดูกงอก ช่องข้อแคบลง และกระดูกเปลี่ยนรูป แต่ภาพเอกซเรย์กับอาการไม่ตรงกันเสมอ การรักษาจึงดูจากอาการและการใช้งานของแต่ละคนมากกว่าตัวเลขระยะ แนวทาง ACR 2019 และ NICE 2022 วางการออกกำลังกาย การลดน้ำหนักถ้าเกิน และการให้ความรู้เป็นแกนหลักทุกช่วง แล้วเพิ่มยา กายอุปกรณ์ และการฉีดยาเข้าข้อตามความจำเป็น ส่วนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ NICE ให้พิจารณาเมื่ออาการกระทบคุณภาพชีวิตมาก และการดูแลแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผลหรือใช้ไม่ได้ ข้อเข่าเสื่อมภาษาอังกฤษคือ knee osteoarthritis (ย่อ knee OA)
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ระดับ 0 ไม่มีข้อเสื่อม
- ระดับ 1 ช่องข้ออาจแคบเล็กน้อยแบบไม่ชัด อาจมีกระดูกงอกเล็ก ๆ
- ระดับ 2 มีกระดูกงอกชัด ช่องข้ออาจแคบ
- ระดับ 3 กระดูกงอกปานกลาง ช่องข้อแคบชัด กระดูกแข็งตัวขึ้นบางส่วน
- ระดับ 4 กระดูกงอกใหญ่ ช่องข้อแคบมาก ปลายกระดูกเปลี่ยนรูปชัด
- ทุกระยะ ออกกำลังกาย คุมน้ำหนัก เรียนรู้การดูแลตัวเอง
- ผ่าตัด พิจารณาจากอาการและคุณภาพชีวิต ไม่ใช่ตัวเลขระยะอย่างเดียว (NICE)
ข้อเข่าเสื่อมมีกี่ระยะ (Kellgren-Lawrence)
บทความทบทวนใน Clinical Orthopaedics and Related Research (Kohn และคณะ 2016) อธิบายว่า Kellgren และ Lawrence เสนอระบบนี้ในปี 1957 และเป็นเครื่องมือที่ใช้แพร่หลายในการวินิจฉัยข้อเสื่อมจากภาพเอกซเรย์ โดยให้คะแนน 0 ถึง 4 ตามความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น
- ระดับ 0 ไม่มีข้อเสื่อม
- ระดับ 1 (ไม่แน่ชัด) ช่องข้ออาจแคบลงเล็กน้อยแบบไม่ชัด อาจมีขอบกระดูกงอกเล็กน้อย
- ระดับ 2 (น้อย) มีกระดูกงอกชัดเจน ช่องข้ออาจแคบลง
- ระดับ 3 (ปานกลาง) กระดูกงอกปานกลาง ช่องข้อแคบลงชัด กระดูกใต้ผิวข้อแข็งตัวขึ้นบางส่วน ปลายกระดูกอาจเปลี่ยนรูป
- ระดับ 4 (รุนแรง) กระดูกงอกขนาดใหญ่ ช่องข้อแคบมาก กระดูกแข็งตัวมาก ปลายกระดูกเปลี่ยนรูปชัด
ข้อจำกัดของระบบนี้ บทความเดียวกันระบุว่า
- คำบรรยายระดับ 2 ถูกเขียนต่างกันในงานรุ่นหลัง ทำให้แต่ละงานใช้ไม่ตรงกัน
- ระบบนี้ไม่ได้ดูข้อหลังลูกสะบ้าแยกต่างหาก
- ผู้อ่านภาพต่างคนอาจให้ระดับต่างกัน ความสอดคล้องระหว่างผู้อ่านในงานต่าง ๆ อยู่ระหว่างปานกลางถึงดีมาก
- เหมาะกับการบอกความรุนแรง มากกว่าการติดตามว่าโรคเป็นมากขึ้นหรือไม่
แนวทางไทย (2553) ก็ใช้คำว่า "ข้อเข่าเสื่อมปานกลาง (grade 2–3)" และ "รุนแรง (grade 4)" ในหัวข้อการฉีดยาเข้าข้อ
ทำไมภาพเอกซเรย์กับอาการไม่ตรงกัน
งานทบทวนจากมหาวิทยาลัยคีลของอังกฤษ (Bedson และ Croft 2008) รวมงานในประชากรที่มีทั้งภาพเอกซเรย์และข้อมูลอาการ พบว่า
- ในคนที่ปวดเข่า พบข้อเสื่อมในภาพเอกซเรย์ตั้งแต่ร้อยละ 15 ถึง 76
- ในคนที่ภาพเอกซเรย์พบข้อเสื่อม มีอาการปวดตั้งแต่ร้อยละ 15 ถึง 81
- ตัวเลขต่างกันมากตามท่าถ่ายภาพ นิยามอาการปวด เกณฑ์ให้ระดับ และกลุ่มประชากร
ผู้วิจัยสรุปว่าไม่ควรใช้ผลเอกซเรย์อย่างเดียวในการประเมินผู้ป่วยปวดเข่า NICE 2022 ก็ให้ไม่ใช้ภาพถ่ายเป็นประจำเพื่อติดตามหรือกำหนดการดูแลแบบไม่ผ่าตัด และให้วินิจฉัยจากอาการในผู้อายุ 45 ปีขึ้นไปที่ปวดเวลาใช้งานและฝืดเช้าไม่เกิน 30 นาที
ความหมายต่อผู้ป่วย ระยะ 3–4 ในภาพไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทันที และระยะ 1–2 ที่ปวดมากก็ต้องได้รับการดูแลจริงจัง อ่านอาการและการวินิจฉัยที่ ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร
แนวทางรักษาข้อเข่าเสื่อมในแต่ละช่วง
แนวทางที่เราเปิดตรวจไม่ได้แบ่งการรักษาตามระดับ KL ตรง ๆ แต่เรียงเป็นขั้นตามอาการ แนวทางไทย (2553) ระบุว่าการรักษาควรปรับตามปัจจัยเสี่ยง สภาพผู้ป่วย ระดับความปวด ภาวะทุพพลภาพ การอักเสบ และระดับความเสียหายของข้อ และควรผสมผสานวิธีใช้ยากับไม่ใช้ยา
1. แกนหลักที่ทำทุกช่วง
- ออกกำลังกาย ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่ง NICE 2022 ให้เสนอการออกกำลังกายที่ปรับตามแต่ละคน และระบุว่าช่วงแรกอาจปวดมากขึ้นได้ แต่การทำต่อเนื่องเป็นประโยชน์ อ่านท่าบริหารที่ ออกกำลังกายสำหรับข้อเข่าเสื่อม
- ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่ง NICE ระบุว่าลด 10% น่าจะดีกว่า 5% แนวทางไทยให้ผู้ที่ดัชนีมวลกายเกิน 23 ลดอย่างน้อยร้อยละ 5–10
- ความรู้และการจัดการตนเอง ไทชิ ไม้เท้า ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่ง
2. ยา (ตามที่แพทย์สั่ง)
- NICE 2022 ให้เสนอยาต้านอักเสบชนิดทา (NSAID ทา) ในข้อเข่าเสื่อม ถ้ายาทาไม่ได้ผลหรือใช้ไม่ได้ ให้พิจารณายาต้านอักเสบชนิดกินโดยคำนึงถึงผลต่อทางเดินอาหาร ไต ตับ และหัวใจ และให้ยาป้องกันกระเพาะร่วมด้วย ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่งทั้งชนิดทาและชนิดกิน
- NICE ระบุว่าพาราเซตามอลไม่มีหลักฐานที่ชัดว่ามีประโยชน์ และไม่ให้ใช้เป็นประจำ ยกเว้นบางกรณี ส่วนแนวทางไทยปี 2553 ยังให้พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดชนิดแรก แนวทางสองฉบับต่างกัน การเลือกยาจึงต้องให้แพทย์พิจารณา
- ห้ามเริ่ม เพิ่ม ลด หรือหยุดยาแก้ปวดเอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือเคยมีแผลในกระเพาะ อ่านเพิ่มที่ ยาแก้ปวดข้อ
3. กายอุปกรณ์และการปรับการใช้งาน ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้สนับเข่าชนิดพยุงข้อเข่าหลักในข้อเสื่อมที่ข้อต่อกระดูกต้นขากับหน้าแข้ง NICE ให้พิจารณาไม้เท้า และไม่ใช้สนับ เทป หรือแผ่นรองเท้าเป็นประจำ เว้นแต่ข้อไม่มั่นคงและอุปกรณ์ช่วยให้ออกกำลังกายได้
4. ฉีดยาเข้าข้อ
- สเตียรอยด์ ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่งในข้อเข่าเสื่อม NICE ให้พิจารณาเมื่อยาอื่นไม่ได้ผล และอธิบายว่าบรรเทาได้ราว 2–10 สัปดาห์
- น้ำไขข้อเทียม (ไฮยาลูโรนิก) ACR 2019 ไม่แนะนำแบบมีเงื่อนไขในข้อเข่า NICE ให้ไม่เสนอ แนวทางไทยปี 2553 ให้พิจารณาในระดับ 2–3 บางกรณี และห้ามในระดับ 4
- อ่านเปรียบเทียบที่ ฉีดยาเข้าข้อเข่า
5. ผ่าตัด ดูหัวข้อถัดไป
สิ่งที่แนวทางไม่แนะนำ ACR 2019 ไม่แนะนำอย่างยิ่ง: กลูโคซามีน คอนดรอยติน (ข้อเข่าและสะโพก) การฉีดสเตมเซลล์ และไฟฟ้ากระตุ้นผ่านผิวหนัง (TENS) NICE 2022 ให้ไม่เสนอ: กลูโคซามีน การฝังเข็ม และการส่องกล้องล้างข้อหรือขูดข้อ
เมื่อไรควรคุยเรื่องผ่าตัด
NICE 2022 ให้พิจารณาส่งต่อเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนข้อเมื่อครบทั้งสองข้อ
- อาการของข้อ เช่น ปวด ฝืด ใช้งานได้น้อยลง หรือข้อผิดรูปมากขึ้น กระทบคุณภาพชีวิตอย่างมาก
- การดูแลแบบไม่ผ่าตัด เช่น ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ยาแก้ปวด ไม่ได้ผลหรือใช้ไม่ได้
NICE ยังระบุว่า
- ให้ใช้การประเมินทางคลินิกตัดสินใจส่งต่อ แทนระบบคะแนนตัวเลขของความรุนแรง
- ไม่ให้ตัดสิทธิ์การส่งต่อเพราะอายุ เพศ การสูบบุหรี่ โรคร่วม หรือน้ำหนักเกิน แต่ให้อธิบายว่าความเสี่ยงของการผ่าตัดต่างกันตามปัจจัยเหล่านี้
แนวทางไทย (2553) ในส่วนความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ให้พิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อในรายที่ภาพรังสีเปลี่ยนแปลงระดับ 3–4 มีอาการปวดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเกิดภาวะทุพพลภาพ
NHS ระบุว่าข้อเทียมอาจใช้ได้นานถึง 20 ปี และผู้ที่ไม่เหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าอาจได้รับการผ่าตัดปรับแนวกระดูก (osteotomy) เพื่อย้ายแรงไปจากส่วนที่เสียหาย อ่านเพิ่มที่ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ค่าผ่าตัดและสิทธิการรักษาให้สอบถามโรงพยาบาลที่รักษา หรือสายด่วน สปสช. 1330 สำหรับผู้ใช้สิทธิบัตรทอง
ชะลอไม่ให้ข้อเข่าเสื่อมเข้าระยะถัดไปได้อย่างไร
ตอบตรง ๆ คือยังไม่มีวิธีที่แหล่งข้อมูลที่เราเปิดตรวจยืนยันว่าหยุดโรคได้ แนวทางไทย (2553) ตั้ง "ชะลอการดำเนินโรค" เป็นหนึ่งในเป้าหมายการรักษา ร่วมกับบรรเทาปวด คงการทำงานของข้อ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน สิ่งที่แหล่งข้อมูลให้เหตุผลไว้ ได้แก่
- รักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรง NIAMS อธิบายว่าเมื่อปวดแล้วใช้งานน้อยลง กล้ามเนื้อจะอ่อนแรง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดต่อข้อ
- คุมน้ำหนัก MedlinePlus อธิบายว่าน้ำหนักที่เกินทุก 1 ปอนด์ (ราว 0.5 กก.) เพิ่มแรงกดที่ลูกสะบ้าราว 5 ปอนด์ (ราว 2.25 กก.) ตอนขึ้นลงบันได
- ดูแลการบาดเจ็บของเข่าให้ถูกต้อง NIAMS นับการบาดเจ็บหรือผ่าตัดข้อในอดีตเป็นปัจจัยเสี่ยง และ MedlinePlus ระบุว่าเข่าที่ไม่มั่นคงหลังเอ็นไขว้หน้าขาดอาจทำให้เข่าเสียหายเพิ่ม อ่านที่ เอ็นข้อเข่าอักเสบ ฉีกขาด
- ระวังผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าชะลอข้อเสื่อม งานทบทวน Cochrane เรื่องสมุนไพรชนิดกินในข้อเสื่อม (2014) ระบุว่ายังไม่มีสมุนไพรใดพิสูจน์ได้ว่าชะลอการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของข้อ และแนวทางไทยระบุว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางชนิดยังไม่มีการศึกษายืนยัน โดยเฉพาะในระยะยาว
สัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ปวดมากขึ้นจนเดินได้น้อยลงชัดเจน ปวดกลางคืนหรือขณะพักบ่อยขึ้น หรือข้อผิดรูปมากขึ้น ซึ่ง NICE นับอาการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาส่งต่อ
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS ให้ขอคำแนะนำเร่งด่วน)
- ขยับเข่าไม่ได้ หรือลงน้ำหนักไม่ได้
- เข่าบวมมาก หรือรูปร่างเปลี่ยน
- มีไข้สูงหรือรู้สึกหนาวสั่น และรอบเข่าแดงหรือร้อน
อย่าลืมกระดูกและการหกล้ม
ผู้ที่ข้อเข่าเสื่อมมาก เดินไม่มั่นคง มีโอกาสหกล้ม WHO ระบุว่าหกล้มเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจอันดับ 2 ของโลก USPSTF แนะนำการออกกำลังกายเพื่อป้องกันหกล้มในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยง และแนวทางของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (2564) ให้ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปและผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปตรวจมวลกระดูก อ่านที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก และวิธีดูแลตัวเองที่ ข้อเข่าเสื่อม ดูแลตัวเองอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องระยะของข้อเข่าเสื่อม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ชะลอไม่ให้ข้อเข่าเสื่อมเข้าระยะถัดไป เปลี่ยนภาพเอกซเรย์ หรือทำให้ไม่ต้องฉีดยาหรือผ่าตัด และไม่ใช้แทนการรักษาที่แพทย์ให้ในแต่ละช่วง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่คนมักถามเรื่องข้อเข่าเสื่อม เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย (งานเหล่านี้วัดคะแนนอาการในระยะสั้นถึงปานกลาง ไม่ได้วัดการเปลี่ยนระยะของโรค)
- คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. (40 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) วันละ 40 มก. เทียบกับกลูโคซามีนร่วมคอนดรอยติน และยาหลอก นาน 180 วัน พบคะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบ ตัวเลขต่อวันเท่ากัน แต่ฉลากผลิตภัณฑ์นี้ไม่ระบุว่าเป็นคอลลาเจนชนิดไม่เสียสภาพ จึงสรุปไม่ได้ว่าเป็นขนาดเดียวกับในงานวิจัย และงานรวมปี 2018 พบว่าไม่มีอาหารเสริมใดมีผลสำคัญในระยะยาว
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานไทยหลายศูนย์ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. เทียบกับไอบูโพรเฟนวันละ 1,200 มก. นาน 4 สัปดาห์ พบคะแนนปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดในงานมากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ และงานทบทวนรวมปี 2025 จัดคุณภาพหลักฐานส่วนใหญ่ว่าต่ำมาก
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- บาดเจ็บที่เข่าแล้วเท้าเย็นและเขียวคล้ำ
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
ข้อเข่าเสื่อมมีกี่ระยะ
ระบบที่ใช้บ่อยคือ Kellgren-Lawrence แบ่งจากภาพเอกซเรย์เป็นระดับ 0 ถึง 4 ตั้งแต่ไม่มีข้อเสื่อม ไม่แน่ชัด น้อย ปานกลาง จนถึงรุนแรง โดยดูกระดูกงอก ช่องข้อแคบ และการเปลี่ยนรูปของปลายกระดูก
ภาพเอกซเรย์ระยะรุนแรงแต่ไม่ค่อยปวด เป็นไปได้ไหม
เป็นไปได้ งานทบทวนพบว่าในคนที่ภาพเอกซเรย์พบข้อเสื่อม มีอาการปวดตั้งแต่ร้อยละ 15 ถึง 81 ผู้วิจัยสรุปว่าไม่ควรใช้ผลเอกซเรย์อย่างเดียวประเมินผู้ป่วย แพทย์จะดูอาการและการใช้งานร่วมด้วย
ข้อเข่าเสื่อม รักษาอย่างไร
แกนหลักทุกช่วงคือออกกำลังกาย ลดน้ำหนักถ้าเกิน และการจัดการตนเอง แล้วเพิ่มยาทาหรือยากิน กายอุปกรณ์ และการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อตามที่แพทย์พิจารณา การผ่าตัดเปลี่ยนข้อพิจารณาเมื่ออาการกระทบชีวิตมากและวิธีอื่นไม่ได้ผล
ข้อเข่าเสื่อมระยะไหนต้องผ่าตัด
NICE ให้ตัดสินจากการประเมินทางคลินิก ไม่ใช่ตัวเลขระยะ คือเมื่ออาการกระทบคุณภาพชีวิตมาก และการดูแลแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผลหรือใช้ไม่ได้ แนวทางไทยปี 2553 ให้พิจารณาในรายที่ภาพรังสีระดับ 3–4 ร่วมกับปวดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาและทุพพลภาพ
ข้อเข่าเสื่อม ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
เรียกว่า knee osteoarthritis หรือย่อว่า knee OA แนวทางไทยใช้คำว่า osteoarthritis of knee
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Classifications in Brief: Kellgren-Lawrence Classification of Osteoarthritis (Clin Orthop Relat Res 2016)PubMed / PMC
- The discordance between clinical and radiographic knee osteoarthritis (BMC Musculoskelet Disord 2008)PubMed
- Osteoarthritis in over 16s: diagnosis and management (NG226)NICE
- 2019 ACR/Arthritis Foundation Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and KneeAmerican College of Rheumatology (PMC)
- แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม พ.ศ. 2553สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
