เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
เอ็นข้อเข่าอักเสบ ฉีกขาด อาการเป็นอย่างไร ต่างจากข้อเข่าเสื่อมอย่างไร
คำตอบสั้น: รอบเข่ามีเอ็นข้อต่อหลัก 4 เส้น คือ เอ็นไขว้หน้า (ACL) เอ็นไขว้หลัง (PCL) เอ็นข้างเข่าด้านใน (MCL) และด้านนอก (LCL) และมีเส้นเอ็นลูกสะบ้ากับเส้นเอ็นกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า เอ็นฉีกขาดมักเกิดหลังบิดหรือกระแทก มีเสียงป๊อก เข่าทรุด และบวมในเวลาไม่นาน ส่วนเอ็นอักเสบมักค่อย ๆ ปวดจากการใช้งานซ้ำ ๆ หรือเกิดตามอายุ ข้อเข่าเสื่อมต่างออกไป คือปวดฝืดค่อยเป็นค่อยไป มักเป็นสองเข่า และไม่มีอุบัติเหตุนำ การตรวจที่เห็นเอ็นชัดคือ MRI ส่วนการรักษามีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด ขึ้นกับว่าเอ็นเส้นไหน ขาดมากแค่ไหน และการใช้งานของแต่ละคน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- เอ็นไขว้หน้าขาด มีเสียงป๊อก เข่าทรุด บวมภายใน 24 ชั่วโมง (AAOS)
- เอ็นข้างเข่าบาดเจ็บ ปวดด้านในหรือด้านนอกของเข่า บวมตรงจุดบาดเจ็บ รู้สึกเข่าหลวม (AAOS)
- เส้นเอ็นลูกสะบ้าขาด เหยียดเข่าไม่ได้ คลำได้รอยบุ๋มใต้ลูกสะบ้า (AAOS)
- เอ็นอักเสบ ปวดและกดเจ็บตามแนวเอ็น ปวดมากขึ้นเมื่อใช้งาน อาจปวดกลางคืนและฝืดตอนเช้า (MedlinePlus)
- ข้อเข่าเสื่อม ปวดฝืดสองเข่า บวมเล็กน้อย พบมากในผู้สูงอายุ ไม่มีอุบัติเหตุนำ (NHS)
- บาดเจ็บแล้วเท้าเย็นเขียวคล้ำ ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
เอ็นรอบเข่ามีอะไรบ้าง
AAOS (สมาคมศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งสหรัฐฯ) อธิบายว่ากระดูกยึดกับกระดูกด้วยเอ็นข้อต่อ (ligament) ส่วนกล้ามเนื้อยึดกับกระดูกด้วยเส้นเอ็น (tendon) เข่ามีเอ็นข้อต่อหลัก 4 เส้น ทำหน้าที่เหมือนเชือกเหนียวที่ยึดกระดูกให้เข่ามั่นคง
- เอ็นไขว้หน้า (ACL) อยู่ตรงกลางเข่า ทแยงจากหน้าไปหลัง กันไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเลื่อนไปข้างหน้ากระดูกต้นขา และช่วยให้เข่ามั่นคงเวลาบิดตัว
- เอ็นไขว้หลัง (PCL) กันกระดูกหน้าแข้งเลื่อนไปข้างหลังมากเกิน แข็งแรงกว่า ACL และบาดเจ็บน้อยกว่ามาก
- เอ็นข้างเข่าด้านใน (MCL) ยึดกระดูกต้นขากับกระดูกหน้าแข้ง อยู่ด้านในของเข่า
- เอ็นข้างเข่าด้านนอก (LCL) ยึดกระดูกต้นขากับกระดูกน่อง อยู่ด้านนอกของเข่า เอ็นข้างทั้งสองคุมการเคลื่อนไหวด้านข้างของเข่า
- เส้นเอ็นลูกสะบ้า (patellar tendon) ยึดขอบล่างของลูกสะบ้ากับกระดูกหน้าแข้ง ทำงานร่วมกับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและเส้นเอ็นเหนือลูกสะบ้าเพื่อเหยียดเข่า AAOS ระบุว่าบางครั้งเรียกว่าเอ็นลูกสะบ้า เพราะยึดกระดูกกับกระดูก
ในข้อยังมีหมอนรองกระดูกเข่าสองชิ้นทำหน้าที่รับแรงกระแทก AAOS ระบุว่าคนที่เอ็นไขว้หน้าขาดมักมีหมอนรองเข่าฉีกร่วมด้วย
เอ็นข้อเข่าฉีกขาด อาการเป็นอย่างไร
AAOS แบ่งความรุนแรงของเอ็นข้อต่อที่บาดเจ็บเป็น 3 ระดับ
- ระดับ 1 เอ็นยืดเล็กน้อย ยังช่วยให้เข่ามั่นคงได้
- ระดับ 2 เอ็นยืดจนหลวม มักเรียกว่าฉีกบางส่วน
- ระดับ 3 เอ็นขาดเป็นสองท่อนหรือหลุดจากกระดูก เข่าไม่มั่นคง
เอ็นไขว้หน้า (ACL) ขาด AAOS ระบุว่าเป็นการบาดเจ็บที่เข่าที่พบบ่อย มักเกิดตอนหมุนตัว เปลี่ยนทิศทาง หรือกระโดดลงพื้นขณะเข่าเหยียดตรง ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกระแทกโดยตรง อาการคืออาจได้ยินเสียงป๊อก รู้สึกเข่าทรุด ปวดและบวมภายใน 24 ชั่วโมง ขยับได้ไม่สุด กดเจ็บตามแนวข้อ และเดินไม่สบาย อาการปวดบวมอาจหายเองได้ แต่ AAOS เตือนว่าการกลับไปใช้งานตามปกติมักทำให้รู้สึกเข่าไม่มั่นคงมากขึ้น และเสี่ยงทำให้โครงสร้างรอบข้างเสียหายเพิ่ม MedlinePlus ระบุว่าอาจเห็นเข่าบวมชัดภายใน 6 ชั่วโมง ปวดโดยเฉพาะเวลาลงน้ำหนัก และบางคนที่บาดเจ็บเล็กน้อยรู้สึกเพียงว่าเข่าหลวมหรือทรุดเวลาใช้งาน
เอ็นข้างเข่า (MCL/LCL) บาดเจ็บ AAOS ระบุว่าอาจได้ยินหรือรู้สึกเสียงป๊อก เข่าทรุด ปวดด้านในของเข่าถ้าเป็น MCL หรือด้านนอกถ้าเป็น LCL บวมตรงจุดบาดเจ็บ และรู้สึกเข่าหลวม พบบ่อยในกิจกรรมที่ต้องบิดตัว เปลี่ยนทิศทาง หรือถูกกระแทกที่เข่า อ่านเรื่องปวดเข่าด้านในเพิ่มที่ ปวดเข่าด้านใน
เส้นเอ็นลูกสะบ้าขาด AAOS ระบุว่าต้องใช้แรงมาก เช่น ล้มกระแทกด้านหน้าเข่า หรือลงจากการกระโดดขณะเข่างอและเท้ายันพื้น มักมีเสียงฉีก ตามด้วยปวดบวม เหยียดเข่าไม่ได้ คลำได้รอยบุ๋มใต้ลูกสะบ้า ลูกสะบ้าเลื่อนขึ้นไปทางต้นขา และเดินลำบากเพราะเข่าทรุด
เอ็นข้อเข่าอักเสบ อาการเป็นอย่างไร
เอ็นอักเสบ (tendinitis) คือการอักเสบของเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก MedlinePlus (ทบทวน 23 ก.ค. 2567) ระบุว่าเกิดได้จากการบาดเจ็บหรือใช้งานซ้ำ ๆ เกิดได้ตามอายุเพราะเส้นเอ็นยืดหยุ่นน้อยลง และเกิดร่วมกับโรคทั้งร่างกาย เช่น รูมาตอยด์หรือเบาหวาน อาการหลักได้แก่
- ปวดและกดเจ็บตามแนวเส้นเอ็น มักอยู่ใกล้ข้อ
- ปวดกลางคืน
- ปวดมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรม
- ฝืดตอนเช้า
- ผิวเหนือเส้นเอ็นอาจอุ่นและแดง
ที่เข่า เอ็นอักเสบที่พบบ่อยคือเส้นเอ็นลูกสะบ้าอักเสบ AAOS ระบุว่าพบมากในคนที่วิ่งหรือกระโดด จึงเรียกว่า "jumper's knee" NHS ระบุว่าปวดระหว่างลูกสะบ้ากับหน้าแข้ง มักเกิดจากการวิ่งหรือกระโดดซ้ำ ๆ
MedlinePlus ระบุว่าเป้าหมายการดูแลคือลดปวดและการอักเสบ แพทย์อาจให้พักเส้นเอ็นด้วยเฝือกอ่อนหรือที่ดามแบบถอดได้ ประคบร้อนหรือเย็น และกายภาพบำบัดเพื่อยืดและเสริมความแข็งแรง และการอักเสบเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเพิ่ม เช่น เอ็นขาด
"เอ็นเสื่อม" ในผู้สูงอายุ กับข้อเข่าเสื่อม ต่างกันอย่างไร
คำว่า "เอ็นเสื่อม" ไม่ใช่ชื่อโรคที่ชัดเจน แต่แหล่งข้อมูลให้ภาพไว้ดังนี้
- เส้นเอ็นยืดหยุ่นน้อยลงตามอายุ ทำให้เกิดเอ็นอักเสบได้ (MedlinePlus)
- เส้นเอ็นที่อ่อนแอขาดได้ง่ายกว่า AAOS ระบุว่าเส้นเอ็นลูกสะบ้าอ่อนแอลงได้จากการอักเสบเรื้อรัง จากโรคที่รบกวนการไหลเวียนเลือด เช่น รูมาตอยด์และลูปัส จากการฉีดสเตียรอยด์ในหรือรอบเส้นเอ็น (แพทย์จึงมักเลี่ยงการฉีดตำแหน่งนี้) และจากการใช้สเตียรอยด์ชนิดกิน ผู้ที่ใช้สเตียรอยด์ตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเอง ให้ปรึกษาแพทย์
- ในข้อเข่าเสื่อม เอ็นก็เปลี่ยนแปลงด้วย NIAMS ระบุว่าข้อเสื่อมทำความเสียหายได้ทุกส่วนของข้อ รวมถึงเส้นเอ็นและเอ็นข้อต่อ และเมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อและเอ็นที่อ่อนแอลงทำให้เข่าทรุดได้
- หมอนรองเข่าก็ฉีกแบบเสื่อมได้ AAOS ระบุไว้ในหน้าเอ็นไขว้หน้าว่าการตัดสินใจผ่าตัดขึ้นกับปริมาณความเสื่อมของข้อด้วย
วิธีแยกคร่าว ๆ (NHS แยกตารางสาเหตุเป็น "หลังบาดเจ็บ" กับ "ไม่มีบาดเจ็บชัดเจน")
- มีเหตุการณ์ชัด เช่น บิด ล้ม กระโดดลงพื้น ตามด้วยเสียงป๊อก บวมเร็ว เข่าหลวม เข้าได้กับเอ็นหรือหมอนรองเข่าบาดเจ็บ
- ปวดตามแนวเอ็นหลังใช้งานซ้ำ ๆ เข้าได้กับเอ็นอักเสบ
- ปวดฝืดค่อยเป็นค่อยไปทั้งสองเข่า ปวดเวลาใช้งาน ดีขึ้นเมื่อพัก ฝืดตอนเช้าไม่เกิน 30 นาที เข้าได้กับข้อเข่าเสื่อม (NHS, NIAMS)
ทั้งสองภาวะเกิดพร้อมกันได้ NIAMS ระบุว่าการบาดเจ็บหรือผ่าตัดข้อในอดีตเป็นปัจจัยเสี่ยงของข้อเสื่อม อ่านเพิ่มที่ ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร
ตรวจอย่างไร ต้องทำ MRI ไหม
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย AAOS ระบุว่าแพทย์จะถามท่าทางหรือแรงกระแทกที่ทำให้บาดเจ็บ แล้วตรวจเข่าข้างที่เจ็บเทียบกับข้างปกติ หลายครั้งเพียงพอที่จะวินิจฉัย
- เอกซเรย์ ไม่เห็นเอ็น แต่ช่วยดูกระดูกที่บาดเจ็บร่วม เช่น เอ็นดึงกระดูกชิ้นเล็กหลุดออกมา ส่วนเส้นเอ็นลูกสะบ้าขาดทั้งเส้น ภาพเอกซเรย์ด้านข้างมักเห็นลูกสะบ้าเลื่อนผิดตำแหน่งชัด
- MRI AAOS ระบุว่าให้ภาพเอ็นและกระดูกอ่อนได้ชัดกว่าวิธีอื่น ไม่จำเป็นต่อการวินิจฉัยเอ็นไขว้หน้าขาดเสมอไป แต่ช่วยดูการบาดเจ็บร่วม เช่น หมอนรองเข่า และบอกความรุนแรงได้ดีขึ้น MedlinePlus ระบุว่าแพทย์ส่ง MRI เมื่อสงสัยเอ็นหรือหมอนรองเข่าฉีก
ค่าตรวจ MRI และสิทธิการรักษาแตกต่างตามโรงพยาบาลและสิทธิของแต่ละคน ให้สอบถามโรงพยาบาลที่รักษา หรือสายด่วน สปสช. 1330 สำหรับผู้ใช้สิทธิบัตรทอง
เอ็นข้อเข่าบาดเจ็บ รักษาอย่างไร
ขึ้นกับว่าเอ็นเส้นไหน ขาดมากแค่ไหน มีอะไรบาดเจ็บร่วม และเป้าหมายการใช้งานของแต่ละคน ข้อมูลจาก AAOS และ MedlinePlus
เอ็นไขว้หน้า (ACL)
- ไม่ผ่าตัด AAOS ระบุว่าเป็นทางเลือกได้เสมอ ได้แก่ ลดการอักเสบด้วยยา และทำกายภาพบำบัดเพื่อค่อย ๆ สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและความมั่นใจในเข่า
- ผ่าตัด การผ่าตัดสร้างเอ็นใหม่ (reconstruction) เป็นวิธีที่ทำกันมาก การเย็บซ่อมมักใช้เมื่อเอ็นขาดใกล้จุดเกาะกระดูก AAOS ระบุว่าการตัดสินใจขึ้นกับความรุนแรง อายุ ความเสื่อมของข้อ ความรู้สึกเข่าไม่มั่นคง และระดับกิจกรรม
- MedlinePlus ระบุว่าบางคนใช้ชีวิตได้ปกติแม้เอ็นไขว้หน้าขาด แต่ส่วนใหญ่รู้สึกเข่าไม่มั่นคงเวลาทำกิจกรรม และเข่าที่ไม่มั่นคงอาจทำให้เข่าเสียหายเพิ่ม
เอ็นข้างเข่า (MCL/LCL)
- AAOS ระบุว่าMCL บาดเจ็บระดับไม่รุนแรงที่ไม่มีบาดเจ็บร่วม ดูแลแบบไม่ผ่าตัดได้ ด้วยการพัก ประคบเย็น พันกระชับ และลดการอักเสบด้วยยา ใส่สนับเข่าแบบมีบานพับเพื่อให้เดินได้ และทำกายภาพบำบัด
- LCL ระดับ 1–2 ที่มั่นคง มักดูแลแบบไม่ผ่าตัด AAOS ระบุว่าผู้ป่วยมักลงน้ำหนักไม่ได้ราว 1 สัปดาห์ ใช้สนับเข่าแบบมีบานพับ และกายภาพบำบัด อาจผ่าตัดถ้าเอ็นหลุดจากกระดูกหรือมีบาดเจ็บร่วม
เส้นเอ็นลูกสะบ้า
- AAOS ระบุว่ารอยฉีกเล็กบางส่วนตอบสนองดีต่อการใส่ที่ดามเข่าให้เหยียดตรง (มักราว 3–6 สัปดาห์) ใช้ไม้ค้ำยัน และกายภาพบำบัด ส่วนขาดทั้งเส้นแทบทั้งหมดต้องผ่าตัด และผลดีกว่าถ้าซ่อมเร็วหลังบาดเจ็บ
ปฐมพยาบาลช่วงแรกหลังบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า MedlinePlus ระบุว่า ยกขาสูงกว่าระดับหัวใจ ประคบน้ำแข็ง และใช้ยาแก้ปวด เช่น ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน) อาจต้องใช้ไม้ค้ำยันและที่พยุงเข่า MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ก่อนใช้ยาแก้ปวดกลุ่มนี้ถ้ามีโรคประจำตัว หรือใช้มาเกิน 1–2 วัน และแนวทางข้อเข่าเสื่อมของไทย (2553) ให้ใช้ยากลุ่มนี้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคตับ ไตบกพร่อง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ และหลีกเลี่ยงในผู้ที่เคยมีแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร MedlinePlus ยังระบุว่า
- อย่าขยับเข่าถ้าบาดเจ็บรุนแรง
- อย่าใช้ไม้ดามให้เข่าเหยียดตรงเองก่อนพบแพทย์
- อย่ากลับไปเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมก่อนได้รับการรักษา
เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
บาดเจ็บที่เข่าแล้วเท้าเย็นและเขียวคล้ำ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 MedlinePlus ระบุว่าอาจเป็นข้อเข่าเคลื่อนและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเท้าบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉิน
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS ให้ขอคำแนะนำเร่งด่วน และ MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ทันทีเมื่อบาดเจ็บที่เข่ารุนแรง)
- ปวดเข่ามาก
- ขยับเข่าไม่ได้ หรือลงน้ำหนักไม่ได้
- เดินได้ไม่กี่ก้าว
- เข่าบวมมาก หรือรูปร่างเปลี่ยน
- เข่าล็อก หรือทรุด
- มีไข้หรือรู้สึกหนาวสั่น และรอบเข่าแดงหรือร้อน
พบแพทย์โดยเร็ว ถ้างอหรือเหยียดเข่าได้ไม่สุด ซึ่ง MedlinePlus ระบุให้ติดต่อแพทย์ และ AAOS ระบุว่าเส้นเอ็นลูกสะบ้าขาดที่ต้องผ่าตัด ผลดีกว่าถ้าซ่อมเร็วหลังบาดเจ็บ
นัดพบแพทย์ ถ้าสงสัยเอ็นบาดเจ็บแม้อาการไม่รุนแรง MedlinePlus ให้พบแพทย์ถ้าคิดว่าเอ็นไขว้หน้าบาดเจ็บ และ NHS ระบุว่าเคล็ดส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ ถ้าดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้นให้ขอคำแนะนำ
ป้องกันการบาดเจ็บซ้ำอย่างไร
- กลับไปเล่นกีฬาแบบค่อยเป็นค่อยไป AAOS ระบุว่าเมื่อได้พิสัยการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงกลับมาแล้ว แพทย์อาจให้ค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และอาจแนะนำให้ใส่สนับเข่าขณะเล่นกีฬา
- เลี่ยงการออกกำลังกายหนัก เช่น วิ่ง นานถึง 8 สัปดาห์หลังเคล็ด NHS ระบุว่ามีความเสี่ยงบาดเจ็บเพิ่ม และเคล็ดที่รุนแรงอาจใช้เวลาหลายเดือน
- ฝึกเทคนิคการกระโดดและลงพื้น MedlinePlus ระบุว่ามีชุดฝึกกระโดดและลงพื้นที่พบว่าลดการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าได้ และการใส่สนับเข่าระหว่างกีฬาหนักยังเป็นเรื่องถกเถียง
- เลี่ยงการใช้งานซ้ำ ๆ จนเกินกำลัง รักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรงและยืดหยุ่น และวอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย เป็นวิธีป้องกันเอ็นอักเสบที่ MedlinePlus ระบุ
- บริหารกล้ามเนื้อต้นขา AAOS ระบุว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ามีบทบาทสำคัญทั้งในการฟื้นตัวและการป้องกันบาดเจ็บซ้ำของเอ็นไขว้หน้า ดูท่าที่ ออกกำลังกายสำหรับข้อเข่าเสื่อม
ผู้สูงอายุที่เคยบาดเจ็บเข่า ยังต้องระวังการหกล้ม USPSTF แนะนำการออกกำลังกายเพื่อป้องกันหกล้มในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยง และผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปกับผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปควรคุยกับแพทย์เรื่อง ตรวจมวลกระดูก อ่านภาพรวมที่ ปวดเข่าในวัย 40 ปีขึ้นไป
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องเอ็นข้อเข่า: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ซ่อมเอ็น ลดการอักเสบของเอ็น ทำให้เอ็นที่ฉีกติดเร็วขึ้น หรือใช้แทนการตรวจ MRI การกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัดตามที่แพทย์แนะนำ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่คนมักถามเรื่องข้อ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย (งานเหล่านี้ศึกษาในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้ศึกษาเอ็นบาดเจ็บ)
- คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. (40 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) วันละ 40 มก. เทียบกับกลูโคซามีนร่วมคอนดรอยติน และยาหลอก นาน 180 วัน พบคะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบ ตัวเลขต่อวันเท่ากัน แต่ฉลากผลิตภัณฑ์นี้ไม่ระบุว่าเป็นคอลลาเจนชนิดไม่เสียสภาพ จึงสรุปไม่ได้ว่าเป็นขนาดเดียวกับในงานวิจัย และงานรวมปี 2018 จัดคุณภาพหลักฐานของอาหารเสริมในข้อเสื่อมโดยรวมว่าต่ำมาก
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานไทยหลายศูนย์ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. เทียบกับไอบูโพรเฟนวันละ 1,200 มก. นาน 4 สัปดาห์ พบคะแนนปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดในงานมากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ และงานทบทวนรวมปี 2025 จัดคุณภาพหลักฐานส่วนใหญ่ว่าต่ำมาก
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- บาดเจ็บที่เข่าแล้วเท้าเย็นและเขียวคล้ำ
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
เอ็นข้อเข่าฉีกขาด อาการเป็นอย่างไร
มักเกิดหลังบิดหรือกระแทก อาจได้ยินเสียงป๊อก เข่าทรุด ปวดและบวม AAOS ระบุว่าเอ็นไขว้หน้าขาดมักบวมภายใน 24 ชั่วโมง เอ็นข้างเข่าบาดเจ็บปวดด้านในหรือด้านนอกของเข่า ส่วนเส้นเอ็นลูกสะบ้าขาดจะเหยียดเข่าไม่ได้
เอ็นข้อเข่าอักเสบ อาการเป็นอย่างไร
MedlinePlus ระบุว่าปวดและกดเจ็บตามแนวเส้นเอ็นใกล้ข้อ ปวดมากขึ้นเมื่อใช้งาน อาจปวดกลางคืนและฝืดตอนเช้า ที่เข่าพบบ่อยคือเส้นเอ็นลูกสะบ้าอักเสบในคนที่วิ่งหรือกระโดดบ่อย
เอ็นเข่าบาดเจ็บต่างจากข้อเข่าเสื่อมอย่างไร
เอ็นบาดเจ็บมักมีเหตุการณ์ชัด เช่น บิดหรือล้ม ตามด้วยบวมเร็วและเข่าหลวม ส่วนข้อเข่าเสื่อมปวดฝืดค่อยเป็นค่อยไป มักเป็นสองเข่า ปวดเวลาใช้งาน ฝืดตอนเช้าไม่เกิน 30 นาที ทั้งสองภาวะเกิดร่วมกันได้
เอ็นเข่าขาดต้องผ่าตัดไหม
ไม่เสมอไป AAOS ระบุว่าเอ็นไขว้หน้าขาดดูแลแบบไม่ผ่าตัดได้ด้วยกายภาพบำบัด หรือผ่าตัดขึ้นกับความรุนแรง อายุ ความเสื่อมของข้อ ความมั่นคงของเข่า และกิจกรรม เอ็นข้างเข่าระดับไม่รุนแรงมักไม่ผ่าตัด ส่วนเส้นเอ็นลูกสะบ้าขาดทั้งเส้นแทบทั้งหมดต้องผ่าตัด
ต้องตรวจ MRI ไหม
MRI ให้ภาพเอ็นและกระดูกอ่อนได้ชัด แพทย์ส่งตรวจเมื่อสงสัยเอ็นหรือหมอนรองเข่าฉีก หรือเพื่อดูการบาดเจ็บร่วม แต่หลายครั้งการตรวจร่างกายก็พอวินิจฉัยได้ ค่าใช้จ่ายและสิทธิให้สอบถามโรงพยาบาลหรือ สปสช. 1330
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Anterior Cruciate Ligament (ACL) Injuries (OrthoInfo)American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS)
- Collateral Ligament Injuries (OrthoInfo)American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS)
- Patellar Tendon Tear (OrthoInfo)American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS)
- Anterior cruciate ligament (ACL) injuryMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
- TendinitisMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
