บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร อาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร ใครเสี่ยง

คำตอบสั้น: ข้อเข่าเสื่อม (knee osteoarthritis) คือโรคที่เนื้อเยื่อในข้อเข่าค่อย ๆ เสื่อม โดยเฉพาะกระดูกอ่อนผิวข้อ ร่วมกับกระดูกใต้กระดูกอ่อน เยื่อบุข้อ เอ็น และหมอนรองเข่า มีกระดูกงอกที่ขอบข้อ NIAMS ระบุว่าไม่ได้เกิดจากการสึกหรอธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่กระตุ้นให้เกิดการเสื่อม อาการเริ่มแรกคือปวดเวลาใช้งานแล้วดีขึ้นเมื่อพัก ข้อฝืดหลังตื่นนอนหรือนั่งนานไม่เกิน 30 นาที และอาจมีเสียงกรอบแกรบ ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ อายุ น้ำหนักเกิน การเป็นผู้หญิงโดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดข้อ การใช้ข้อซ้ำ ๆ และประวัติครอบครัว แพทย์มักวินิจฉัยจากอาการและการตรวจร่างกาย

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เกิดจากอะไร เนื้อเยื่อทั้งข้อเปลี่ยนแปลงและเสื่อม ไม่ใช่แค่ใช้งานมากจนสึก (NIAMS)
  • อาการเริ่มแรก ปวดเวลาเดิน ขึ้นลงบันได ดีขึ้นเมื่อพัก ฝืดตอนเช้าไม่เกิน 30 นาที
  • อาการอื่น เข่ามีเสียง บวมเล็กน้อยหลังใช้งาน เข่าทรุด เหยียดไม่สุด ขาโก่ง
  • ใครเสี่ยง อายุมาก น้ำหนักเกิน ผู้หญิงหลังอายุ 50 ปี เคยบาดเจ็บเข่า ใช้ข้อซ้ำ ๆ มีคนในครอบครัวเป็น
  • ต่างจากรูมาตอยด์ รูมาตอยด์มักเป็นสองข้างสมมาตรที่มือ ข้อมือ เท้า และฝืดเช้านานกว่า 30 นาที
  • ต่างจากเกาต์ เกาต์ปวดรุนแรงขึ้นมาทันที ข้อแดงร้อน มักเริ่มที่นิ้วโป้งเท้า

ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร

แนวทางเวชปฏิบัติข้อเข่าเสื่อมของสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2553) นิยามว่าเป็นโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมของข้อเข่า ตำแหน่งที่เปลี่ยนชัดคือกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งถูกทำลายอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง ร่วมกับกระดูกใต้กระดูกอ่อนหนาตัวขึ้น และน้ำไขข้อเปลี่ยนไปจนหล่อลื่นได้ลดลง แนวทางระบุว่าโรคนี้เป็นสาเหตุของอาการปวดข้อเข่าที่พบบ่อยในชุมชนทั้งในไทยและทั่วโลก แต่ทั้งแพทย์และประชาชนมักไม่ให้ความสำคัญ เพราะคิดว่าเป็นความเสื่อมตามธรรมชาติ

NIAMS (ทบทวน ก.ย. 2566) อธิบายเพิ่มว่า

  • ยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นตัวจุดเริ่ม ของการเสื่อมของเนื้อเยื่อในข้อ
  • เมื่อโรคเริ่ม ความเสียหายเกิดได้ทุกส่วนของข้อ ได้แก่ กระดูกอ่อน เส้นเอ็นและเอ็นข้อต่อ เยื่อบุข้อ กระดูก และหมอนรองเข่า
  • เมื่อปวดแล้วใช้งานน้อยลง กล้ามเนื้อจะอ่อนแรง และยิ่งเพิ่มแรงกดต่อข้อ
  • เมื่อเวลาผ่านไป ข้ออาจเสียรูป มีกระดูกงอก (osteophyte) ที่ขอบข้อ และเศษกระดูกหรือกระดูกอ่อนอาจหลุดลอยในข้อ
  • ข้อเสื่อมไม่ได้เกิดจากการสึกหรอธรรมดา แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่กระตุ้นให้เกิดการเสื่อม ซึ่งมักค่อยเป็นค่อยไป

ความเข้าใจผิดที่ต้องแก้ "แก่แล้วก็ต้องปวดเข่า ไม่ต้องหาหมอ" ไม่ถูก แนวทางไทยระบุว่าผู้ป่วยบางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการดูแลที่ไม่ถูกต้อง และ NIAMS ระบุว่าความรุนแรงต่างกันมาก บางคนเป็นน้อยไม่กระทบชีวิตประจำวัน บางคนปวดมากจนทุพพลภาพ

ข้อเข่าเสื่อม อาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร

NIAMS ระบุว่าอาการมักเริ่มช้า ๆ ที่ข้อเดียวหรือไม่กี่ข้อ อาการที่แหล่งข้อมูลระบุ ได้แก่

  • ปวดเวลาใช้ข้อ และดีขึ้นเมื่อพัก แนวทางไทยอธิบายว่าปวดตื้อ ๆ ทั่วข้อ ระบุตำแหน่งไม่ชัด ปวดมากขึ้นเมื่อใช้งานหรือลงน้ำหนัก บางรายตึงที่ข้อพับเข่า NHS ระบุว่ามักปวดมากตอนเดิน โดยเฉพาะขึ้นลงเนินหรือบันได
  • ข้อฝืดตอนเช้าหรือหลังพักนาน มักไม่เกิน 30 นาที แนวทางไทยเรียกอาการฝืดชั่วคราวช่วงเริ่มขยับหลังพักนานว่า "ปรากฏการณ์ข้อหนืด"
  • เสียงกรอบแกรบในข้อเวลาขยับ อ่านเพิ่มที่ เข่ามีเสียงก๊อกแก๊ก
  • บวมในและรอบข้อ โดยเฉพาะหลังใช้งานมาก (NIAMS)
  • เข่าทรุด หรือเหยียดขาได้ไม่สุด (NHS) NIAMS ระบุว่ากล้ามเนื้อและเอ็นที่อ่อนแอลงทำให้เข่าทรุดได้
  • ข้อผิดรูป แนวทางไทยระบุว่าอาจพบขาโก่งหรือเข่าชิด และข้อที่ดูบวมมักเป็นกระดูกงอกโปน
  • กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรง (NHS)

เมื่อโรคเป็นมากขึ้น แนวทางไทยและ NIAMS ระบุว่าอาจปวดตลอดเวลา แม้กลางคืนหรือขณะพัก กิจกรรมที่เคยทำได้กลายเป็นเรื่องยาก เช่น ก้าวขึ้นบันได ลุกจากเก้าอี้หรือโถส้วม NIAMS ยังระบุว่าอาการปวดอาจทำให้เหนื่อย นอนไม่หลับ และซึมเศร้า

NHS ระบุว่าข้อเข่าเสื่อมมักเป็นทั้งสองเข่าเมื่อเวลาผ่านไป ยกเว้นเกิดจากการบาดเจ็บหรือโรคที่เป็นข้างเดียว และอาการอาจขึ้นลงเป็นช่วง ๆ ตามระดับกิจกรรม

ใครเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม

ปัจจัยที่ NIAMS ระบุ

  • อายุมากขึ้น
  • น้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดข้อ
  • ใช้ข้อซ้ำ ๆ มากเกินไป
  • ข้อที่มีรูปร่างผิดปกติ
  • มีคนในครอบครัวเป็นข้อเสื่อม
  • ผู้หญิง NIAMS ระบุว่าผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี และหลายคนเริ่มเป็นหลังหมดประจำเดือน

แนวทางไทย (2553) ระบุปัจจัยเสี่ยงที่ควรให้ความรู้ผู้ป่วย ได้แก่ ความอ้วน อาชีพ อุบัติเหตุ การใช้งานข้อผิดวิธี และประวัติข้อเสื่อมในครอบครัว

ท่านั่งพับเพียบ นั่งยอง คุกเข่า เป็นสาเหตุไหม แหล่งข้อมูลที่เราเปิดตรวจไม่ได้ระบุท่านั่งเหล่านี้เป็นสาเหตุโดยตรง แต่แนวทางไทยนับ "การใช้งานข้อผิดวิธี" และอาชีพเป็นปัจจัยเสี่ยง และ NIAMS นับการใช้ข้อซ้ำ ๆ เป็นปัจจัยเสี่ยง ถ้าท่าใดทำให้ปวดเข่าทุกครั้ง ให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเรื่องการปรับท่าในชีวิตประจำวัน

ข้อเข่าเสื่อมต่างจากรูมาตอยด์และเกาต์อย่างไร

  • ข้อเข่าเสื่อม ปวดเวลาใช้ข้อ ดีขึ้นเมื่อพัก ฝืดตอนเช้าไม่เกิน 30 นาที ค่อยเป็นค่อยไป (NIAMS)
  • รูมาตอยด์ NIAMS ระบุว่าเป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันทำลายข้อของตัวเอง มักเป็นสองข้างเท่า ๆ กัน ที่ข้อมือ มือ และเท้า และฝืดตอนเช้านานกว่า 30 นาที ต้องพบแพทย์โรคข้อ อ่านอาการเริ่มแรกที่ รูมาตอยด์ อาการเริ่มแรก
  • เกาต์ NIAMS ระบุว่าเกิดจากกรดยูริก มักเริ่มที่นิ้วโป้งเท้า กำเริบทันทีมักตอนกลางคืน NHS ระบุว่าผิวเหนือข้อร้อน บวม แดง เป็นที่เข่าได้
  • เกาต์เทียม MedlinePlus ระบุว่าพบบ่อยที่เข่าในผู้สูงอายุ อาการคล้ายเกาต์ ข้อเสื่อม และรูมาตอยด์ ต้องตรวจน้ำในข้อหาผลึกเพื่อแยก

อ่านตารางเปรียบเทียบละเอียดที่ รูมาตอยด์ เกาต์ ข้อเสื่อม ต่างกันอย่างไร

แพทย์วินิจฉัยข้อเข่าเสื่อมอย่างไร

ส่วนใหญ่วินิจฉัยจากอาการและการตรวจร่างกาย แหล่งข้อมูลอธิบายไว้ดังนี้

  • NICE 2022 (สหราชอาณาจักร) ให้วินิจฉัยข้อเสื่อมทางคลินิกโดยไม่ต้องถ่ายภาพในผู้ที่ อายุ 45 ปีขึ้นไป ปวดข้อสัมพันธ์กับการใช้งาน และไม่มีข้อฝืดตอนเช้า หรือฝืดไม่เกิน 30 นาที และไม่ต้องถ่ายภาพเป็นประจำ เว้นแต่อาการไม่ตรงแบบหรือสงสัยโรคอื่น
  • แนวทางไทย (2553) ให้ตรวจร่างกาย เช่น น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต ลักษณะการเดิน ข้อบวมและผิดรูป กล้ามเนื้อลีบ จุดกดเจ็บ ปริมาณน้ำในข้อ เสียงกรอบแกรบ พิสัยการเคลื่อนไหว และความมั่นคงของข้อ และให้ส่งภาพเอกซเรย์ท่ายืน ส่วนการตรวจอื่น เช่น ตรวจน้ำไขข้อ CT หรือ MRI ไม่จำเป็น เว้นแต่ต้องแยกโรค สงสัยภาวะแทรกซ้อน หรือประเมินก่อนผ่าตัด
  • เกณฑ์จำแนกโรคของ ACR (ที่แนวทางไทยยกไว้ในภาคผนวก) เช่น ปวดเข่าร่วมกับพบกระดูกงอกในภาพเอกซเรย์ และมีอย่างน้อย 1 ใน 3 ข้อ คือ อายุเกิน 50 ปี ฝืดตอนเช้าน้อยกว่า 30 นาที หรือมีเสียงกรอบแกรบเวลาขยับ

ภาพเอกซเรย์กับอาการไม่ตรงกันเสมอ งานทบทวนจากมหาวิทยาลัยคีลของอังกฤษ (Bedson และ Croft 2008) พบว่าในคนที่ปวดเข่า มีข้อเสื่อมในภาพเอกซเรย์ตั้งแต่ร้อยละ 15 ถึง 76 และในคนที่ภาพเอกซเรย์พบข้อเสื่อม มีอาการปวดตั้งแต่ร้อยละ 15 ถึง 81 ผู้วิจัยสรุปว่าไม่ควรใช้ผลเอกซเรย์อย่างเดียวในการประเมินผู้ป่วยปวดเข่า อ่านเรื่องระยะของโรคที่ ข้อเข่าเสื่อมมีกี่ระยะ

ตรวจเลือดช่วยไหม แนวทางไทยระบุว่าการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นไม่จำเป็น เว้นแต่ต้องการวินิจฉัยแยกโรค สงสัยภาวะแทรกซ้อน หรือประเมินก่อนผ่าตัด

เมื่อไรควรพบแพทย์

นัดพบแพทย์ ถ้าปวดเข่าเรื้อรัง ปวดเวลาใช้งานจนกระทบชีวิตประจำวัน หรือปวดเข่าไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ (NHS) NHS ในหน้าข้อเสื่อมระบุให้พบแพทย์ถ้ามีอาการต่อเนื่อง เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS ให้ขอคำแนะนำเร่งด่วน)

  • ปวดเข่ามาก
  • ขยับเข่าไม่ได้ หรือลงน้ำหนักไม่ได้
  • เข่าบวมมาก หรือรูปร่างเปลี่ยน
  • เข่าล็อก ทรุด หรือมีเสียงคลิกพร้อมเจ็บ
  • มีไข้สูงหรือรู้สึกหนาวสั่น และรอบเข่าแดงหรือร้อน

ผู้ใช้ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบเป็นประจำ ให้แจ้งแพทย์ทุกครั้ง แนวทางไทยให้ใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคตับ ไตบกพร่อง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ ห้ามเพิ่มหรือลดยาเอง

ผู้สูงอายุที่ปวดเข่าจนเดินน้อยลง กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงและเสี่ยงหกล้ม WHO ระบุว่าหกล้มเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจอันดับ 2 ของโลก USPSTF แนะนำการออกกำลังกายเพื่อป้องกันหกล้มในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยง และแนวทางของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (2564) ให้ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปและผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปตรวจมวลกระดูก อ่านที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก และภาพรวมที่ ปวดเข่าในวัย 40 ปีขึ้นไป

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องข้อเข่าเสื่อม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ชะลอข้อเข่าเสื่อม สร้างกระดูกอ่อน ลดปวดเข่า หรือใช้แทนการออกกำลังกาย การคุมน้ำหนัก และการรักษาที่แพทย์ให้ แนวทางหลักอย่าง ACR 2019 และ NICE 2022 วางการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก และการให้ความรู้เป็นแกนหลัก และไม่ได้แนะนำอาหารเสริมกลุ่มนี้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่คนมักถามเรื่องข้อเข่าเสื่อม เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. (40 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) วันละ 40 มก. เทียบกับกลูโคซามีนร่วมคอนดรอยติน และยาหลอก นาน 180 วัน พบคะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบ ตัวเลขต่อวันเท่ากัน แต่ฉลากผลิตภัณฑ์นี้ไม่ระบุว่าเป็นคอลลาเจนชนิดไม่เสียสภาพ จึงสรุปไม่ได้ว่าเป็นขนาดเดียวกับในงานวิจัย และงานรวมปี 2018 จัดคุณภาพหลักฐานของอาหารเสริมในข้อเสื่อมโดยรวมว่าต่ำมาก
  • สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานไทยหลายศูนย์ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. เทียบกับไอบูโพรเฟนวันละ 1,200 มก. นาน 4 สัปดาห์ พบคะแนนปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดในงานมากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ และงานทบทวนรวมปี 2025 จัดคุณภาพหลักฐานส่วนใหญ่ว่าต่ำมาก
  • สารสกัดขิง 10 มก. (20 มก. ต่อวัน คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลอง 593 คน พบขิงชนิดกินลดปวดข้อเสื่อมได้เล็กน้อย แต่ผู้ที่ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ายาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาด จึงเทียบกับในแคปซูลไม่ได้

ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิง: แหล่งข้อมูลสมุนไพรของ MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล หรือยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเหล่านี้เอง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • บาดเจ็บที่เข่าแล้วเท้าเย็นและเขียวคล้ำ
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจไม่ออก
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมของเนื้อเยื่อในข้อ โดยเฉพาะกระดูกอ่อนผิวข้อ ร่วมกับกระดูก เยื่อบุข้อ เอ็น และหมอนรองเข่า NIAMS ระบุว่าไม่ได้เกิดจากการสึกหรอธรรมดา และยังไม่ทราบตัวจุดเริ่มที่แน่ชัด

ข้อเข่าเสื่อม อาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร

ปวดเวลาใช้งาน เช่น เดิน ขึ้นลงบันได และดีขึ้นเมื่อพัก ข้อฝืดหลังตื่นนอนหรือนั่งนานไม่เกิน 30 นาที อาจมีเสียงกรอบแกรบ บวมเล็กน้อยหลังใช้งาน และบางครั้งเข่าทรุด

ใครเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม

NIAMS ระบุว่าอายุมาก น้ำหนักเกิน เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดข้อ ใช้ข้อซ้ำ ๆ ข้อมีรูปร่างผิดปกติ และมีคนในครอบครัวเป็น ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชายโดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี

ข้อเข่าเสื่อมต่างจากรูมาตอยด์อย่างไร

ข้อเข่าเสื่อมปวดเวลาใช้งานและฝืดเช้าไม่เกิน 30 นาที ส่วนรูมาตอยด์เป็นโรคภูมิคุ้มกัน มักเป็นสองข้างเท่ากันที่มือ ข้อมือ เท้า และฝืดเช้านานกว่า 30 นาที ต้องพบแพทย์โรคข้อ

ข้อเข่าเสื่อมต้องเอกซเรย์ไหม

NICE 2022 ให้วินิจฉัยจากอาการในผู้อายุ 45 ปีขึ้นไปที่ปวดเวลาใช้งานและฝืดเช้าไม่เกิน 30 นาที โดยไม่ต้องถ่ายภาพ ส่วนแนวทางไทยปี 2553 ให้ส่งเอกซเรย์ท่ายืน ทั้งนี้ภาพเอกซเรย์กับอาการไม่ตรงกันเสมอ แพทย์จะพิจารณาร่วมกับการตรวจร่างกาย

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท