เกี่ยวกับ Beta Oil
นิ่วในไตห้ามกินผักอะไร ผักออกซาเลตสูงในครัวไทย ลวกแล้วช่วยไหม
คำตอบสั้น: ไม่มีผักชนิดไหนที่คนเป็นนิ่วทุกคนต้องงดเด็ดขาด เรื่องแรกที่ต้องรู้คือก้อนนิ่วของตัวเองเป็นชนิดไหน ถ้าเป็นนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งพบบ่อยที่สุด สถาบัน NIDDK และ MedlinePlus ของสหรัฐฯ แนะนำให้ลดอาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม ถั่ว และช็อกโกแลต ส่วนศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ระบุผักโขมและผักกะโดนไว้ด้วย งานทดลองพบว่าการต้มผักแล้วเทน้ำทิ้งลดออกซาเลตชนิดละลายน้ำได้ราว 30–87% และสิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกผักคือ ดื่มน้ำให้พอ ลดเค็ม และไม่งดแคลเซียมจากอาหาร
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ถามแพทย์ก่อนว่านิ่วเป็นชนิดไหน คำแนะนำเรื่องลดผักออกซาเลตสูงใช้กับนิ่วแคลเซียมออกซาเลตเป็นหลัก
- ผักที่แหล่งทางการระบุว่าออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม บีทรูท มันเทศ และเอกสารศรีพัฒน์ระบุผักกะโดน กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ด้วย
- การต้มแล้วเทน้ำทิ้งลดออกซาเลตชนิดละลายน้ำได้มากกว่าการนึ่ง เพราะออกซาเลตละลายไปอยู่ในน้ำต้ม
- อย่างดแคลเซียมจากอาหาร MedlinePlus ระบุว่าการจำกัดแคลเซียมอาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว
- การดื่มน้ำให้พอคือเรื่องสำคัญที่สุดในการป้องกันนิ่ว (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
ออกซาเลตคืออะไร ทำไมคนเป็นนิ่วต้องสนใจ
ออกซาเลตเป็นสารที่พบในพืชหลายชนิด และเป็นส่วนประกอบของนิ่วชนิดที่พบบ่อยที่สุด รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต รพ.รามาธิบดี อธิบายว่านิ่วในไตเกิดเมื่อปัสสาวะมีสารบางอย่าง เช่น แคลเซียม ออกซาเลต กรดยูริก ในระดับสูง หรือเมื่อดื่มน้ำน้อยเกินไป ผลึกเล็ก ๆ จะก่อตัว ตกตะกอน และโตขึ้นในไต
NIDDK ระบุว่านิ่วชนิดแคลเซียมพบมากที่สุด และในกลุ่มนี้ชนิดแคลเซียมออกซาเลตพบบ่อยกว่าชนิดแคลเซียมฟอสเฟต งานวิจัยเรื่องการปรุงผักของมหาวิทยาลัยไวโอมิงเขียนไว้ในบทคัดย่อว่า นิ่วในไตราว 75% มีแคลเซียมออกซาเลตเป็นส่วนประกอบหลัก
แต่นิ่วยังมีชนิดอื่น เช่น นิ่วกรดยูริก ซึ่งต้องปรับอาหารคนละแบบ NIDDK จึงแนะนำให้ถามแพทย์ว่าเคยเป็นนิ่วชนิดไหนก่อนปรับอาหาร รายละเอียดเรื่องชนิดนิ่วอ่านต่อได้ที่ นิ่วแคลเซียมออกซาเลตคืออะไร
นิ่วในไตห้ามกินผักอะไรบ้าง
คำว่า “ห้าม” อาจแรงเกินไป ที่ถูกกว่าคือ “ลดปริมาณ” อาหารที่มีออกซาเลตสูง และทำเฉพาะเมื่อแพทย์บอกว่าเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต
อาหารที่ NIDDK และ MedlinePlus ระบุว่ามีออกซาเลตสูง
- ผัก: ผักโขม บีทรูท ต้นกระเทียมหอม (leek) สควอชฤดูร้อน (summer squash) มันเทศ และซุปมะเขือเทศ
- ผลไม้: รูบาร์บ สตรอว์เบอร์รี องุ่นพันธุ์คองคอร์ด ลูกเกดแดง (currant) และผลไม้รวมกระป๋อง
- เครื่องดื่ม: ชา และกาแฟสำเร็จรูป
- อื่น ๆ: ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วลิสง รำข้าวสาลี เต้าหู้ และช็อกโกแลต
ผักในครัวไทยที่เอกสารไทยระบุ
เอกสารของศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ระบุว่าอาหารที่มีออกซาเลตมาก ได้แก่ กะหล่ำปลี มันฝรั่ง ผักโขม ผักกะโดน มะเขือเทศ องุ่น ส้ม และกล้วย และแยกอีกกลุ่มหนึ่งว่าเป็นอาหารที่มีกรดยูริกมาก เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องใน กะปิ หน่อไม้ฝรั่ง และยอดผัก
ใบชะพลู หน่อไม้ ยอดผัก ต้องงดไหม
เราไม่พบตัวเลขออกซาเลตของใบชะพลูและหน่อไม้ไทยจากแหล่งทางการที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ขอฟันธงว่าต้องงด ส่วนหน่อไม้ฝรั่งและยอดผัก เอกสารศรีพัฒน์จัดไว้ในกลุ่มอาหารกรดยูริกสูง ซึ่งเกี่ยวกับนิ่วกรดยูริกมากกว่า
ถ้าบ้านไหนกินแกงหน่อไม้ ห่อหมกใบชะพลู หรือผักชนิดเดียวในปริมาณมากเกือบทุกวัน ให้จดเมนูไปเล่าให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารฟัง เพราะ NIDDK แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องแหล่งออกซาเลตอื่นและปริมาณที่เหมาะกับแต่ละคน
ลวกหรือต้มแล้วเทน้ำทิ้ง ลดออกซาเลตได้แค่ไหน
ช่วยได้จริงในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการต้มแล้วเทน้ำทิ้ง งานวิจัยของ Chai และ Liebman (พ.ศ. 2548) วัดออกซาเลตในผัก 9 ชนิดก่อนและหลังปรุง พบว่า
- การต้มลดออกซาเลตชนิดละลายน้ำได้ 30–87%
- การนึ่งลดได้น้อยกว่า คือ 5–53%
- การอบมันฝรั่งไม่ลดออกซาเลตเลย
- ออกซาเลตที่หายไปเกือบทั้งหมดไปอยู่ในน้ำที่ใช้ต้มหรือนึ่ง
- ออกซาเลตชนิดไม่ละลายน้ำลดลงไม่แน่นอน ตั้งแต่ 0 ถึง 74%
ผู้วิจัยให้เหตุผลว่าออกซาเลตชนิดละลายน้ำน่าจะถูกดูดซึมได้ดีกว่า การปรุงด้วยวิธีที่ลดออกซาเลตชนิดนี้จึงอาจเป็นทางหนึ่งในคนที่เสี่ยงเป็นนิ่ว
นำมาใช้ในครัวไทยได้ง่าย ๆ เช่น ลวกผักโขมแล้วเทน้ำลวกทิ้ง ไม่นำน้ำลวกไปทำน้ำแกง ข้อจำกัดคือผักในงานนี้เป็นผักที่ขายในสหรัฐฯ ไม่ใช่ผักไทยทุกชนิด
คนที่เป็นโรคไตเรื้อรังร่วมด้วย มักต้องลวกผักเพื่อลดโพแทสเซียมอยู่แล้ว อ่านวิธีได้ที่ โรคไตห้ามกินผักอะไรบ้าง
ผักที่กินได้สบายใจกว่ามีอะไรบ้าง
ผักส่วนใหญ่ที่ไม่อยู่ในรายการข้างบน กินได้ตามปกติ และไม่ควรเลิกกินผัก NIDDK ระบุว่างานวิจัยพบว่ารูปแบบอาหาร DASH ซึ่งเน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช ลดความเสี่ยงนิ่วในไตได้ แปลว่าการตัดผักทิ้งทั้งหมดไม่ใช่ทางออก
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก NIDDK สำหรับคนเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต
- ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วลันเตาแห้ง และถั่วเลนทิล เป็นโปรตีนจากพืชที่มีออกซาเลตต่ำ ใช้แทนเนื้อสัตว์บางส่วนได้
- ควรลดเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเครื่องใน เพราะโปรตีนจากสัตว์อาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว
หลักง่าย ๆ คือ กินผักหลายชนิดสลับกัน ไม่กินผักออกซาเลตสูงชนิดเดียวปริมาณมากทุกวัน ผักยังให้ใยอาหารที่ดีต่อลำไส้และหลอดเลือด อ่านเพิ่มที่ ใยอาหารคืออะไร
กินผักออกซาเลตสูงพร้อมอาหารที่มีแคลเซียม ช่วยอย่างไร
แคลเซียมจากอาหารไม่ใช่ตัวร้าย NIDDK อธิบายว่าแคลเซียมจากอาหารไม่ได้เพิ่มโอกาสเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลต และแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสมช่วยจับสารบางอย่างในทางเดินอาหารที่อาจก่อนิ่วไว้
งานทดลองแบบสุ่มในอิตาลี (Borghi และคณะ พ.ศ. 2545) ในผู้ชาย 120 คนที่เป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลตซ้ำ เปรียบเทียบ 2 แบบนาน 5 ปี
- กลุ่มกินแคลเซียมปกติ ลดเนื้อสัตว์และลดเกลือ กลับเป็นนิ่วซ้ำ 12 จาก 60 คน
- กลุ่มกินแคลเซียมต่ำแบบเดิม กลับเป็นซ้ำ 23 จาก 60 คน
- ออกซาเลตในปัสสาวะของกลุ่มแคลเซียมต่ำกลับเพิ่มขึ้น
MedlinePlus แนะนำว่าคนเป็นนิ่วชนิดแคลเซียมไม่ควรกินแคลเซียมหรือวิตามินดีเสริมเพิ่ม เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลเรื่องนิ่วแนะนำ ส่วนแคลเซียมจากอาหารประจำวันยังจำเป็น เรื่องปริมาณแคลเซียมต่อวันอ่านได้ที่ แคลเซียมวันละเท่าไรถึงพอ
ผลไม้และน้ำผลไม้ชนิดไหนต้องระวัง น้ำมะนาวช่วยไหม
ผลไม้ที่แหล่งทางการระบุว่าออกซาเลตสูง ได้แก่ รูบาร์บ สตรอว์เบอร์รี องุ่นพันธุ์คองคอร์ด ลูกเกดแดง และผลไม้รวมกระป๋อง (MedlinePlus) ส่วนเอกสารศรีพัฒน์ระบุองุ่น ส้ม และกล้วย
น้ำมะนาวและส้มมีด้านที่ช่วยได้ NIDDK ระบุว่ามีงานวิจัยพบว่าเครื่องดื่มจากผลไม้ตระกูลส้ม เช่น น้ำมะนาวและน้ำส้ม อาจช่วยป้องกันนิ่ว เพราะมีซิเตรตซึ่งยับยั้งไม่ให้ผลึกรวมตัวเป็นก้อน MedlinePlus ก็แนะนำมะนาว ส้ม หรือน้ำมะนาวคั้นสดสำหรับคนเป็นนิ่วชนิดแคลเซียม แต่เอกสารศรีพัฒน์จัดส้มไว้ในกลุ่มอาหารออกซาเลตสูง ข้อมูลเรื่องส้มจากแหล่งต่างประเทศกับแหล่งไทยจึงต่างกัน ทางที่ปลอดภัยคือกินพอประมาณและถามแพทย์ตามชนิดนิ่วของตัวเอง
ข้อที่ต้องระวังคือ น้ำมะนาวหรือน้ำผลไม้ตามร้านมักหวานจัด รพ.รามาธิบดีอธิบายว่าน้ำตาลโดยเฉพาะฟรุกโตสในน้ำอัดลมและน้ำผลไม้ ทำให้กรดยูริกในเลือดสูงและเกิดนิ่วได้ ให้เลือกแบบไม่ใส่น้ำตาลหรือหวานน้อย
ส่วนยาโพแทสเซียมซิเตรต NIDDK ระบุว่าเป็นยาที่แพทย์ใช้ในนิ่วบางชนิด ต้องใช้ตามแพทย์สั่ง ไม่ควรซื้อกินเอง คนเป็นโรคไตเรื้อรังที่ต้องคุมโพแทสเซียม อ่านเรื่องผลไม้ได้ที่ คนเป็นโรคไตกินผลไม้อะไรได้บ้าง
วิตามินซีขนาดสูงเพิ่มออกซาเลตในปัสสาวะเหมือนผักไหม
ร่างกายเปลี่ยนวิตามินซีส่วนหนึ่งเป็นออกซาเลตได้ Linus Pauling Institute (LPI) อธิบายว่าออกซาเลตเป็นผลผลิตจากการเผาผลาญวิตามินซี บางงานพบว่าวิตามินซีเสริมเพิ่มออกซาเลตในปัสสาวะ แต่บางงานไม่พบ
- รพ.รามาธิบดีระบุว่าการกินวิตามินซีมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ทำให้เกิดออกซาเลตในปัสสาวะมากขึ้น และแนะนำให้กินวิตามินซีเสริมเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- งานติดตามระยะยาวในสหรัฐฯ (Ferraro และคณะ พ.ศ. 2559) พบว่าผู้ชายที่ได้วิตามินซีรวม (จากอาหารและวิตามินเสริม) วันละ 500–999 มิลลิกรัม มีความเสี่ยงนิ่วสูงกว่า และสูงขึ้นอีกเมื่อได้ตั้งแต่วันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป แต่ไม่พบในผู้หญิง และ วิตามินซีจากอาหารไม่สัมพันธ์กับนิ่วทั้งสองเพศ
สรุปคือ ส้ม ฝรั่ง และผักสดที่กินตามปกติไม่ใช่ประเด็นเดียวกับวิตามินซีเม็ดขนาดสูง รายละเอียดเรื่องปริมาณอ่านต่อได้ที่ วิตามินซีทำให้เป็นนิ่วไหม
ความเชื่อที่พบบ่อย: เป็นนิ่วต้องเลิกกินผักและเลิกดื่มนม
ไม่จริงทั้งสองข้อ การเลิกผักทำให้ขาดอาหารที่ NIDDK ระบุว่าช่วยลดความเสี่ยงนิ่ว (รูปแบบ DASH) ส่วนการงดนมและแคลเซียม งานของ Borghi พบว่ากลุ่มกินแคลเซียมต่ำกลับเป็นนิ่วซ้ำมากกว่า
สิ่งที่แหล่งไทยและต่างประเทศพูดตรงกันคือ
- ดื่มน้ำให้พอ รพ.รามาธิบดีแนะนำวันละ 6–8 แก้ว เอกสารศรีพัฒน์แนะนำ 2–3 ลิตร ดูจากปัสสาวะที่ควรเป็นสีเหลืองอ่อน (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ที่ไตวาย)
- ลดเค็ม NIDDK ระบุว่าโซเดียมที่มากขึ้นเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว ระวังน้ำปลา ผงปรุงรส อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- ไม่กินเนื้อสัตว์มากเกินไป และลดเครื่องใน
- ไม่กลั้นปัสสาวะ ตามคำแนะนำของ รพ.รามาธิบดี
เรื่องเครื่องดื่มสำหรับคนที่เป็นโรคไตร่วมด้วยอ่านได้ที่ โรคไตควรดื่มน้ำวันละเท่าไหร่
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ทันที
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที ถ้าอาการหนักหรือเดินทางเองไม่ไหวให้โทร 1669
- ปวดหลังหรือสีข้างรุนแรงและไม่หาย
- ปัสสาวะเป็นสีชมพู แดง หรือน้ำตาล
- มีไข้ หนาวสั่น
- อาเจียน
- ปัสสาวะไม่ออก หรือออกได้น้อยมาก
NIDDK ระบุว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นนิ่วหรือภาวะที่ร้ายแรงกว่า ส่วนปัสสาวะขุ่น กลิ่นแรง หรือแสบขัด ควรรีบพบแพทย์เช่นกัน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องนิ่วคือวิตามินซี ซึ่งมีงานวิจัยด้านความปลอดภัยดังนี้
- กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. — งานติดตามระยะยาวพบความเสี่ยงนิ่วสูงขึ้นในผู้ชายที่ได้วิตามินซีรวมตั้งแต่วันละ 500–999 มิลลิกรัม (HR 1.29) และวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป (HR 1.43) ขนาด 500 มิลลิกรัมมากกว่าในแคปซูลราว 17 เท่า (คำนวณ) และไม่พบในผู้หญิง LPI ระบุว่าผู้ที่มีแนวโน้มเป็นนิ่วอาจพิจารณาเลี่ยงวิตามินซีขนาดสูง (ตั้งแต่ 1 กรัมต่อวัน)
- ไม่มีข้อมูลงานวิจัยที่ขนาด 30 มิลลิกรัม ทั้งในทางที่ว่าปลอดภัยต่อนิ่วแน่นอน หรือในทางที่ว่าทำให้เกิดนิ่ว
ส่วนประกอบอื่นในแคปซูล ไม่พบงานวิจัยในคนที่เกี่ยวกับนิ่วในไต ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้นิ่วละลาย หรือทำให้ความเสี่ยงนิ่วเปลี่ยนไป
ผู้ที่เคยเป็นนิ่วหรือเป็นโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด และนับวิตามินซีจากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินรวมกัน ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากแพทย์ให้หยุด ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ ส่วนยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อตามเดิม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
นิ่วในไตห้ามกินผักอะไร
ถ้าเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต NIDDK และ MedlinePlus แนะนำให้ลดอาหารออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม บีทรูท มันเทศ ถั่ว และช็อกโกแลต เอกสารศรีพัฒน์ระบุผักกะโดนด้วย ไม่จำเป็นต้องเลิกผักทั้งหมด
ลวกผักแล้วเทน้ำทิ้งช่วยลดออกซาเลตได้ไหม
ช่วยได้ งานทดลองผัก 9 ชนิดพบว่าการต้มลดออกซาเลตชนิดละลายน้ำได้ 30–87% มากกว่าการนึ่ง เพราะออกซาเลตละลายไปอยู่ในน้ำต้ม จึงควรเทน้ำลวกทิ้ง
เป็นนิ่วในไตต้องงดนมและแคลเซียมไหม
ไม่ควรงดแคลเซียมจากอาหาร NIDDK ระบุว่าแคลเซียมจากอาหารไม่เพิ่มนิ่วแคลเซียมออกซาเลต และงานทดลองพบว่ากลุ่มกินแคลเซียมต่ำกลับเป็นนิ่วซ้ำมากกว่า แต่ไม่ควรกินแคลเซียมเสริมเองถ้าแพทย์ไม่ได้แนะนำ
น้ำมะนาวช่วยป้องกันนิ่วไหม
NIDDK ระบุว่ามีงานวิจัยพบว่าเครื่องดื่มตระกูลส้ม เช่น น้ำมะนาว อาจช่วยป้องกันนิ่วเพราะมีซิเตรต แต่ควรเลือกแบบไม่หวาน เพราะน้ำตาลในน้ำผลไม้และน้ำอัดลมเพิ่มกรดยูริก
กินผลไม้ที่มีวิตามินซีแล้วเป็นนิ่วไหม
งานติดตามระยะยาวพบว่าวิตามินซีจากอาหารไม่สัมพันธ์กับนิ่ว ความเสี่ยงที่พบอยู่ที่วิตามินซีรวมตั้งแต่วันละ 500 มิลลิกรัมขึ้นไปในผู้ชาย และสูงขึ้นอีกเมื่อถึงวันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนในผู้หญิงไม่พบ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Eating, Diet, & Nutrition for Kidney StonesNIDDK
- Kidney stones - self-careMedlinePlus
- Treatment for Kidney StonesNIDDK
- Effect of different cooking methods on vegetable oxalate content.J Agric Food Chem 2005 (PubMed)
- โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- สาเหตุของนิ่วในไตรามา แชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
หัวใจวายกับหัวใจล้มเหลวต่างกันไหม หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร
หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร ต่างจากหัวใจล้มเหลวและหัวใจหยุดเต้นอย่างไร คราบไขมันแตกจนลิ่มเลือดอุดตัน อาการเตือน และทำไมต้องถึงโรงพยาบาลเร็ว
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินหรืออาหารเสริมบำรุงหัวใจได้ไหม
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินอะไรได้ไหม หลักฐาน CoQ10 วิตามินอี น้ำมันปลา ยาแก้ปวด NSAIDs อาร์จินีนขนาดสูง อาหารเสริมกับยาวาร์ฟาริน และวิธีนำไปให้แพทย์ดู
หัวใจโตเกิดจากอะไร อันตรายไหม รักษาหายได้หรือเปล่า
หัวใจโตเกิดจากอะไร ศิริราชระบุกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่า 90% มาจากความดันสูง เอกซเรย์ต่างจากคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจอย่างไร คุมความดันแล้วกลับปกติไหม
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร เกลือวันละเท่าไร ดื่มน้ำได้แค่ไหน
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร ทำไมต้องคุมโซเดียม MedlinePlus ให้กรอบ 1,500–2,300 มก./วัน ต้องจำกัดน้ำทุกคนไหม เกลือทดแทนกับยาขับปัสสาวะ ชั่งน้ำหนักทุกเช้า เหล้า
