เกี่ยวกับ Beta Oil
ไขมันในเลือดสูงอันตรายไหม ปล่อยไว้ไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น
คำตอบสั้น: อันตราย แม้ไม่มีอาการ เพราะ LDL ที่สูงนาน ๆ จะสะสมเป็นคราบในผนังหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดตีบ และเมื่อคราบปริแตกจะเกิดลิ่มเลือดอุดตัน กลายเป็นหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หรืออัมพฤกษ์อัมพาต ส่วนไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมากตั้งแต่ 500 มก./ดล. เพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ ข่าวดีคือการลดไขมันตามแผนของแพทย์ช่วยลดโอกาสเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้จริงในงานวิจัย
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- คราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจทำให้เจ็บหน้าอกหรือหัวใจวาย ในหลอดเลือดสมองทำให้สโตรก ที่ขาทำให้หลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (MedlinePlus)
- ไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 500 มก./ดล. เป็นระดับอันตรายสูงสุด เสี่ยงตับอ่อนอักเสบ (โรงพยาบาลรามาธิบดี)
- เบาหวาน ความดันสูง และบุหรี่ ทำให้ความเสี่ยงจากไขมันสูงทวีขึ้น ผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นโรคหัวใจหรือสโตรกเกือบ 2 เท่า (NIDDK)
- ในงานวิจัยที่แนวทางไทยรวบรวม ยาสแตตินในคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจ ลดโอกาสกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดลงราวหนึ่งในสาม
- ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าปล่อยกี่ปีจึงเกิดโรค เพราะขึ้นกับระดับไขมัน ระยะเวลา และปัจจัยเสี่ยงอื่น
ไขมันในเลือดสูงอันตรายอย่างไร ในเมื่อไม่มีอาการ
อันตรายตรงที่ไม่มีอาการ MedlinePlus ระบุว่าไขมันสูงมักไม่มีสัญญาณเตือน คนจำนวนมากจึงไม่รู้ตัวจนเกิดเหตุการณ์แรก เช่น เจ็บหน้าอกหรือสโตรก
ไขมันในเลือดไม่ได้ทำให้ป่วยวันนี้พรุ่งนี้ แต่ทำงานเหมือนตะกอนที่ค่อย ๆ เกาะในท่อน้ำทีละน้อย กว่าน้ำจะไหลไม่สะดวก ตะกอนก็หนามากแล้ว
LDL สูงนาน ๆ ทำให้ผนังหลอดเลือดเปลี่ยนไปอย่างไร
LDL ที่เกินจะแทรกเข้าไปสะสมเป็นคราบ (plaque) ในผนังหลอดเลือดแดง MedlinePlus อธิบายว่าเมื่อเวลาผ่านไป คราบนี้ทำให้หลอดเลือดแคบลง และถ้าคราบปริแตก จะเกิดลิ่มเลือดขึ้นตรงนั้น
- ถ้าเกิดที่หลอดเลือดหัวใจ เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ ทำให้เจ็บหน้าอก (angina) หรือหัวใจวาย
- ถ้าเกิดที่หลอดเลือดไปสมอง ทำให้โรคหลอดเลือดสมอง
- ถ้าเกิดที่ขา ทำให้โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ
อ่านรายละเอียดกระบวนการหลอดเลือดแข็งได้ที่ หลอดเลือดแดงแข็งตัวคืออะไร
ไขมันสูงเกี่ยวกับหัวใจขาดเลือดและอัมพฤกษ์อย่างไร
ไขมันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงของทั้งสองโรค กรมควบคุมโรคระบุปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ความดันสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง บุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย ความเครียด ความอ้วน และโรคหัวใจ และระบุว่าโรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบหรืออุดตันพบราวร้อยละ 80 ของทั้งหมด
คอเลสเตอรอล 300 อันตรายกว่า 240 แค่ไหน
ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งน่ากังวล แต่แพทย์ไม่ได้ตัดสินจากคอเลสเตอรอลรวมตัวเดียว MedlinePlus ให้ค่าที่พึงประสงค์ของคอเลสเตอรอลรวมว่าต่ำกว่า 200 มก./ดล. ทั้ง 240 และ 300 จึงสูงกว่าเกณฑ์
อย่างไรก็ตาม แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2567 ใช้ ค่า LDL ร่วมกับความเสี่ยงโดยรวม ในการตัดสินใจ ไม่ได้ใช้คอเลสเตอรอลรวม เช่น
- ถ้า LDL ตั้งแต่ 190 มก./ดล. ขึ้นไป แนวทางตั้งเป้าให้ LDL ต่ำกว่า 100 และลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
- คนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจใน 10 ปีได้ตั้งแต่ร้อยละ 10 ตั้งเป้า LDL ต่ำกว่า 100
คนสองคนที่คอเลสเตอรอลรวม 300 เท่ากัน อาจมีความเสี่ยงต่างกันมาก ถ้าคนหนึ่งสูบบุหรี่และเป็นเบาหวาน อีกคนไม่มี ดูเป้าของแต่ละกลุ่มได้ที่ LDL ควรต่ำกว่าเท่าไหร่
ไตรกลีเซอไรด์สูงมากทำให้ตับอ่อนอักเสบได้จริงไหม
จริง โรงพยาบาลรามาธิบดีแบ่งระดับไตรกลีเซอไรด์ไว้ว่า ต่ำกว่า 150 มก./ดล. ปกติ 150–199 เริ่มสูง 200–499 สูงมาก และตั้งแต่ 500 ขึ้นไปอันตรายสูงสุด ไตรกลีเซอไรด์สูงเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ สโตรก ตับอ่อนอักเสบ และไขมันพอกตับ
แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ระบุว่าเมื่อไตรกลีเซอไรด์เกิน 500 มก./ดล. แพทย์จะพิจารณาให้ยากลุ่มไฟเบรตเพื่อป้องกันตับอ่อนอักเสบ อ่านต่อที่ ไตรกลีเซอไรด์สูง 300 400 500 อันตรายไหม
ถ้ามีเบาหวาน ความดันสูง หรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย ความเสี่ยงเพิ่มอย่างไร
ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายตัว ความเสี่ยงรวมยิ่งสูง ตัวอย่างจากแหล่งที่เชื่อถือได้
- เบาหวาน สถาบัน NIDDK ของสหรัฐฯ ระบุว่าน้ำตาลที่สูงทำลายหลอดเลือด และผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือสโตรกเกือบ 2 เท่า แนวทางไทยจึงตั้งเป้า LDL ต่ำกว่า 100 สำหรับผู้เป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นไม่เกิน 1 ข้อ และต่ำกว่า 70 ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อ เช่น สูบบุหรี่ ความดันสูง หรือเป็นเบาหวานมานานเกิน 10 ปี
- ความดันสูง ทำร้ายผนังหลอดเลือดเพิ่มอีกทาง อ่านต่อที่ ความดันสูงกระทบอวัยวะใดบ้าง
- บุหรี่ สาขาหทัยวิทยา รพ.รามาธิบดี ระบุว่าบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
แนวทางไทยใช้เครื่องมือ Thai CV Risk Score ในคนอายุ 35–70 ปี เพื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวเลขความเสี่ยงเดียว ดูวิธีประเมินได้ที่ Thai CV Risk Score
ปล่อยไว้นานเท่าไรถึงจะเกิดปัญหา
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับว่าไขมันสูงแค่ไหน สูงมานานเท่าไร และมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ตัวอย่างที่ชัดคือภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม (FH) ซึ่ง MedlinePlus Genetics ระบุว่ามี LDL สูงตั้งแต่เกิด และเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย
ข้อนี้บอกเราว่า ระยะเวลาที่หลอดเลือดสัมผัส LDL สูงมีความหมาย การรู้เร็วและดูแลเร็วจึงดีกว่ารอให้มีอาการ
ลดไขมันลงแล้วความเสี่ยงลดลงตามไหม
ลดลงได้ และมีตัวเลขจากงานวิจัย แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ สรุปว่าในคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจ การใช้ยาสแตตินราว 6 ปี สัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลงราวร้อยละ 8 สโตรกลดลงราวร้อยละ 22 และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดลดลงราวร้อยละ 33 ส่วนในคนที่เคยเป็นโรคแล้ว ยาลดการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ราวร้อยละ 18–30
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลของยาที่ศึกษาในคนจำนวนมาก การปรับอาหารและเลิกบุหรี่ยังต้องทำควบคู่ไป อ่านวิธีปรับอาหารที่ ลดไขมันในเลือดภายใน 1 เดือน ทำได้จริงไหม
ได้ยินว่าไม่มีอาการ ไม่ต้องรักษาก็ได้ จริงไหม
ไม่จริง การไม่มีอาการคือธรรมชาติของโรคนี้ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ถ้ารอให้มีอาการ อาการแรกอาจเป็นหัวใจวายหรืออัมพฤกษ์ ซึ่งบางครั้งไม่มีโอกาสแก้ตัว ส่วนคนที่ได้ยาลดไขมันแล้ว ห้ามหยุดยาเองแม้ค่าจะดีขึ้น อ่านเหตุผลได้ที่ ยาลดไขมันต้องกินตลอดชีวิตไหม
เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอให้มีหลายอาการ
- เจ็บแน่นกลางหน้าอก อาจมีเหงื่อแตก นานเกิน 20 นาที
- หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
- แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที
- พูดไม่ชัด ตามัวหรือเห็นภาพซ้อนทันที เวียนหัวเดินเซทันที
- หายใจหอบรุนแรง หมดสติ
ผู้ที่มีอาการโรคหลอดเลือดสมองควรถึงโรงพยาบาลภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค จำสัญญาณเตือนได้ที่ สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องไขมันและหลอดเลือด มีหลักฐานดังนี้
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งาน PREDIMED ในสเปน (7,447 คน) ให้ผู้มีความเสี่ยงสูงกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนร่วมกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินอย่างน้อยวันละ 4 ช้อนโต๊ะ พบเหตุการณ์หัวใจและสโตรกน้อยกว่ากลุ่มควบคุม แต่เป็นผลของการเปลี่ยนอาหารทั้งหมด ไม่ใช่น้ำมันมะกอกเดี่ยว ๆ ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายร้อยเท่า และฉลากไม่ได้ระบุว่าเป็นชนิดเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวมผลการทดลองในคน 27 งานพบ LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.4 มก./ดล. เมื่อใช้เป็นน้ำมันหลักในอาหารทั้งวัน ไม่ใช่ในปริมาณ 0.2 กรัม
- น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานในคนใช้ปริมาณระดับปรุงอาหาร เช่น วันละ 30 มิลลิลิตรในงานของ ม.มหิดล มากกว่าในแคปซูลหลายร้อยเท่า
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — ขนาดที่ศึกษาว่าช่วยลด LDL คือวันละ 1.5–3 กรัม มากกว่าในแคปซูลราว 750–1,500 เท่า และงานทบทวนในปี 2566 ระบุว่ายังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่ดูผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ลดโอกาสหัวใจวายหรือสโตรก และไม่ใช่ทางเลือกแทนการรักษาที่แพทย์วางแผนไว้
ข้อควรระวัง: วิตามินอีในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ส่วนแอล-อาร์จินีน งานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (วันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิต 6 รายในกลุ่มอาร์จินีน เทียบกับ 0 รายในกลุ่มยาหลอก จนต้องยุติงานก่อนกำหนด ผู้ที่เคยหัวใจวายหรือใช้ยาเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ไขมันในเลือดสูงอันตรายไหม
อันตราย แม้ไม่มีอาการ LDL ที่สูงนานจะสะสมเป็นคราบในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบหรือเกิดลิ่มเลือด นำไปสู่หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง
คอเลสเตอรอล 300 อันตรายไหม
สูงกว่าค่าที่พึงประสงค์ซึ่งต่ำกว่า 200 มก./ดล. ควรพบแพทย์ แต่แพทย์จะตัดสินใจจากค่า LDL ร่วมกับความเสี่ยงโดยรวม เช่น อายุ เบาหวาน ความดัน และบุหรี่
ไตรกลีเซอไรด์สูงเท่าไรอันตราย
ตั้งแต่ 500 มก./ดล. ถือว่าอันตรายสูงสุดและเพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อลดความเสี่ยงนี้
ลดไขมันแล้วความเสี่ยงโรคหัวใจลดลงไหม
ลดลงได้ งานวิจัยที่แนวทางไทยรวบรวมพบว่ายาสแตตินในคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจ ลดโอกาสกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดลงราวหนึ่งในสาม
ไขมันสูงร่วมกับเบาหวานอันตรายกว่าไหม
ใช่ ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายตัว ความเสี่ยงรวมยิ่งสูง ผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือสโตรกเกือบ 2 เท่า แนวทางไทยจึงตั้งเป้า LDL ให้ต่ำกว่า 100 มก./ดล. ในผู้เป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป และต่ำกว่า 70 มก./ดล. ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่นตั้งแต่ 2 ข้อ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- CholesterolMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ
- Triglyceride ไตรกลีเซอไรด์ ตัวชี้วัดสุขภาพRama Channel โรงพยาบาลรามาธิบดี (ภาควิชาอายุรศาสตร์)
- High blood cholesterol levelsMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Diabetes, Heart Disease, & StrokeNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- รู้จักสัญญาณโรคหลอดเลือดสมอง รีบพบแพทย์ภายใน 4.5 ชั่วโมงสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กรมควบคุมโรค
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน
สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร
หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า
หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง
