บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

พาหะไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร อันตรายไหม ต้องกินยาไหม ตรวจบ่อยแค่ไหน

คำตอบสั้น: คำว่า พาหะไวรัสตับอักเสบบี ที่คนไทยใช้กัน ในทางการแพทย์คือ การติดเชื้อไวรัสบีแบบเรื้อรัง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่ไวรัสยังอยู่ในตับและทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง เกิดพังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ ไม่ใช่ทุกคนต้องกินยา แพทย์ตัดสินจากระดับพังผืด ปริมาณไวรัส ค่า ALT และประวัติครอบครัว แต่ ทุกคนต้องตรวจติดตามสม่ำเสมอ คนที่ยังไม่ต้องกินยาตรวจทุก 6–12 เดือน ส่วนคนที่กินยาอยู่ตรวจทุก 3–6 เดือน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • พาหะ คือติดเชื้อเรื้อรัง มักไม่มีอาการ แต่ยังส่งต่อเชื้อได้
  • แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 ให้แพทย์เริ่มยาต้านไวรัสเมื่อมีตับแข็ง พังผืดมาก ปริมาณไวรัสสูงร่วมกับ ALT ผิดปกติ หรือมีญาติสายตรงเป็นตับแข็ง/มะเร็งตับ
  • คนที่ยังไม่ต้องกินยา ตรวจ AST, ALT และเกล็ดเลือดทุก 6–12 เดือน
  • คนที่มีตับแข็งหรือมีญาติเป็นตับแข็ง/มะเร็งตับ ต้องอัลตราซาวด์ตับร่วมกับพิจารณาตรวจ AFP ทุก 6–12 เดือน
  • ควรงดเหล้า และบอกแพทย์ก่อนใช้ยาหรือสมุนไพรทุกชนิด

พาหะไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ต่างจากตับอักเสบบีที่มีอาการอย่างไร

ต่างกันที่ระยะเวลาและอาการ สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่าการติดเชื้อไวรัสบีแบ่งเป็น 2 แบบ

  • ตับอักเสบบีเฉียบพลัน: มักมีอาการ เช่น ไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวตาเหลือง ปวดชายโครงขวา ส่วนใหญ่ร่างกายกำจัดไวรัสได้เองและไม่กลายเป็นเรื้อรัง
  • ติดเชื้อเรื้อรัง (ที่คนทั่วไปเรียกว่าพาหะ): มักไม่มีอาการ แต่ไวรัสทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง พังผืดสะสม จนเกิดตับแข็งและมะเร็งตับตามมาได้

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ อายุตอนติดเชื้อ ติดตอนแรกเกิดกลายเป็นเรื้อรังได้ถึงร้อยละ 95 แต่ติดตอนเป็นผู้ใหญ่อายุเกิน 20 ปี เป็นเรื้อรังเพียงร้อยละ 5–10 คนไทยที่เป็นพาหะส่วนใหญ่จึงติดตั้งแต่เด็ก ทางติดต่ออ่านต่อได้ที่ ไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อทางไหน

พาหะไวรัสตับอักเสบบีอันตรายไหม

อันตรายในระยะยาวถ้าไม่ได้ติดตาม คู่มือวัคซีนของ CDC สหรัฐ (Pink Book) ระบุว่าราวร้อยละ 25 ของคนที่ติดเชื้อเรื้อรังตั้งแต่วัยเด็ก และร้อยละ 15 ของคนที่ติดเชื้อเรื้อรังหลังวัยเด็ก จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากตับแข็งหรือมะเร็งตับ

แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเป็นตับแข็ง ความเสี่ยงต่างกันมากในแต่ละคน และ WHO ระบุว่ายาต้านไวรัสช่วยชะลอการเกิดตับแข็ง ลดการเกิดมะเร็งตับ และช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นในคนที่มีข้อบ่งชี้ การตรวจติดตามจึงเป็นตัวตัดสินว่าใครต้องเริ่มยาเมื่อไร

พาหะต้องกินยาไหม แพทย์ตัดสินจากค่าอะไร

ไม่ใช่ทุกคน แนวทางการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 ให้แพทย์พิจารณาเริ่มยาต้านไวรัสเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  1. ตับแข็ง จากการตรวจร่างกายร่วมกับภาพรังสี หรือค่า APRI มากกว่า 1 หรือไฟโบรสแกนมากกว่า 12.5 kPa
  2. พังผืดในตับมาก คือ APRI มากกว่า 0.5 หรือ FIB-4 มากกว่า 1.45 หรือไฟโบรสแกนตั้งแต่ 7 kPa ขึ้นไป
  3. มีโรคหรือภาวะร่วม เช่น ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหรือเอชไอวี มีพ่อแม่ พี่น้อง หรือลูกอย่างน้อย 1 คนเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ หรือต้องได้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น เคมีบำบัด หรือยาสเตียรอยด์ตามเกณฑ์
  4. ปริมาณไวรัส (HBV DNA) มากกว่า 2,000 IU/mL ร่วมกับค่า ALT สูงกว่า 30 ในผู้ชาย หรือ 19 ในผู้หญิง หลังแยกสาเหตุอื่นแล้ว เช่น ไขมันพอกตับ หรือตับอักเสบจากยา

ค่า APRI และ FIB-4 คำนวณจากผลเลือด (AST, ALT, เกล็ดเลือด และอายุ) ส่วนไฟโบรสแกนอธิบายไว้ใน ไฟโบรสแกนคืออะไร

ข้อที่ต้องรู้: ถ้าต้องได้รับเคมีบำบัด ยาสเตียรอยด์ หรือยากดภูมิคุ้มกัน แนวทางให้เริ่มยาต้านไวรัสก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไวรัสกำเริบ จึงต้อง บอกแพทย์ทุกคนว่าเป็นพาหะไวรัสบี ก่อนเริ่มยากลุ่มนี้

พาหะต้องตรวจเลือดและอัลตราซาวด์บ่อยแค่ไหน

แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • ยังไม่มีข้อบ่งชี้ให้กินยา: ตรวจติดตามอาการ และตรวจ AST, ALT, เกล็ดเลือด ทุก 6–12 เดือน หรือไฟโบรสแกนทุก 12 เดือนถ้าโรงพยาบาลมีเครื่อง ถ้าพบพังผืดมากขึ้นตามเกณฑ์ แพทย์จะพิจารณาเริ่มยา
  • กินยาต้านไวรัสอยู่: ตรวจ ALT และค่าไต (ครีอะตินีน) ทุก 3–6 เดือน และประเมินว่ากินยาสม่ำเสมอหรือไม่

คัดกรองมะเร็งตับ: แนวทางแนะนำอัลตราซาวด์ตับร่วมกับพิจารณาตรวจ AFP (สารบ่งชี้มะเร็งตับในเลือด) ทุก 6–12 เดือน ในผู้ติดเชื้อเรื้อรังที่ มีตับแข็ง หรือ มีคนในครอบครัวเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ เพราะมะเร็งตับระยะแรกมักไม่มีอาการ อ่านรายละเอียดได้ที่ มะเร็งตับ ตรวจคัดกรองอย่างไร

ค่าตับปกติไม่ได้แปลว่าไม่ต้องตรวจ เหตุผลอยู่ใน ไวรัสตับอักเสบบี แต่ค่าตับปกติ และการอ่านค่า SGOT SGPT อยู่ใน ค่าตับ SGOT SGPT สูง หมายความว่าอะไร

พาหะหายได้ไหม

ส่วนใหญ่ไวรัสไม่หายไปจากร่างกาย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่าไวรัสบีสร้างสารพันธุกรรมที่ฝังอยู่ในเซลล์ตับ (cccDNA) ทำให้ไวรัสยังอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต แม้จะตรวจไม่พบไวรัสในเลือดแล้วก็ตาม เป้าหมายของการติดตามและการรักษาจึงเป็นการคุมไวรัสและป้องกันภาวะแทรกซ้อน รายละเอียดเรื่องยาอยู่ใน ไวรัสตับอักเสบบี รักษาหายไหม

พาหะกินเหล้าได้ไหม บริจาคเลือดได้ไหม ทำงานได้ไหม

เหล้า: MedlinePlus แนะนำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสบี หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะตับถูกไวรัสทำร้ายอยู่แล้ว การดื่มยิ่งเพิ่มภาระต่อตับ ถ้ามีตับแข็งต้องงดเด็ดขาด

บริจาคเลือด: WHO แนะนำให้ตรวจไวรัสบีในเลือดบริจาคทุกถุง ผู้ที่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตามจริง และสอบถามเกณฑ์รับบริจาคกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยโดยตรง

ทำงาน: CDC ระบุว่าไวรัสบีไม่ติดจากการกอด ใช้ภาชนะร่วมกัน อาหาร หรือน้ำ การทำงานทั่วไปร่วมกับผู้อื่นจึงไม่ใช่ทางติดต่อ ส่วนงานที่สัมผัสเลือดให้ปรึกษาแพทย์เป็นรายกรณี

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องพาหะ

ได้ยินว่าเป็นพาหะแค่แพร่เชื้อ ตัวเองไม่เป็นอะไร จริงไหม ไม่จริง พาหะคือผู้ติดเชื้อเรื้อรัง ตับของตัวเองก็เสี่ยงพังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับ

ได้ยินว่าไม่มีอาการไม่ต้องไปหาหมอ จริงไหม ไม่จริง โรคนี้มักเงียบ ผลเลือดและอัลตราซาวด์เป็นสิ่งเดียวที่บอกว่าตับเปลี่ยนไปหรือยัง

เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ทันที

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอให้มีหลายอาการ

  • อาเจียนเป็นเลือด หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • สับสน ซึมลงผิดปกติ หรือบุคลิกเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน
  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก

ควรไปพบแพทย์ภายในวันนั้นหรือเร็วที่สุด ไม่ต้องรอวันนัด ถ้ามีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ท้องบวมโตขึ้นเร็ว หรืออ่อนเพลีย คลื่นไส้มากผิดปกติ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ส่วนประกอบตามฉลาก เช่น โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. ผงถั่วนัตโตะ 100 มก. แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และ 40.845 มก. (ฉลากพิมพ์ 2 บรรทัด) สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า)

พาหะกินอาหารเสริมได้ไหม คำตอบคือต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสิน ฉลากของผลิตภัณฑ์นี้เขียนไว้เองว่า ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และ MedlinePlus แนะนำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสบีปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาที่ซื้อเองหรือสมุนไพรทุกชนิด

ไม่มีส่วนประกอบใดในเม็ดนี้ที่มีงานวิจัยในคนเรื่องไวรัสตับอักเสบบี ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ปริมาณไวรัส ค่าตับ หรือพังผืดเปลี่ยนแปลง และห้ามใช้แทนการตรวจติดตามหรือยาต้านไวรัส

สิ่งที่ต้องแจ้งแพทย์ ให้นำกล่องไปด้วย

  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือมีค่าตับสูง: ส่วนประกอบมีสารสกัดขมิ้นชัน 50 มก. เครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย มักเกิดหลังเริ่มกิน 1–4 เดือน ถ้าแพทย์อนุญาตให้ใช้ ควรตรวจค่าตับตามนัด
  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบและตับวาย คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน เพราะงานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินเค 2) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
  • หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่ง เช่น ยาต้านไวรัส ให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)

เรื่องอาหารเสริมกับค่าตับอ่านเพิ่มได้ที่ ค่าตับสูง กินอาหารเสริมและสมุนไพรได้ไหม และ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

พาหะไวรัสตับอักเสบบีคืออะไร

คือคนที่ติดเชื้อไวรัสบีแบบเรื้อรัง ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่ไวรัสยังอยู่ในตับ ทำให้ตับอักเสบเรื้อรังและเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ จึงต้องตรวจติดตามเป็นประจำ

พาหะไวรัสตับอักเสบบีต้องกินยาทุกคนไหม

ไม่ทุกคน แนวทางกระทรวงสาธารณสุข 2569 ให้เริ่มยาเมื่อมีตับแข็ง พังผืดมาก ปริมาณไวรัสเกิน 2,000 IU/mL ร่วมกับ ALT ผิดปกติ มีญาติสายตรงเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ หรือต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

พาหะไวรัสบีต้องตรวจบ่อยแค่ไหน

ถ้ายังไม่ต้องกินยา ตรวจ AST ALT และเกล็ดเลือดทุก 6–12 เดือน ถ้ากินยาอยู่ตรวจ ALT และค่าไตทุก 3–6 เดือน และคนที่มีตับแข็งหรือมีคนในครอบครัวเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ ต้องอัลตราซาวด์ตับทุก 6–12 เดือน

พาหะไวรัสตับอักเสบบีดื่มเหล้าได้ไหม

ไม่ควร MedlinePlus แนะนำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสบีหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และถ้ามีตับแข็งต้องงดเด็ดขาด

พาหะไวรัสตับอักเสบบีหายได้ไหม

ส่วนใหญ่ไวรัสยังอยู่ในเซลล์ตับตลอดชีวิตแม้ตรวจเลือดไม่พบไวรัส การดูแลจึงเน้นตรวจติดตามและใช้ยาต้านไวรัสตามข้อบ่งชี้เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท