เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ไวรัสตับอักเสบบี รักษาหายไหม ยาต้านไวรัสต้องกินตลอดชีวิตหรือเปล่า
คำตอบสั้น: ไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง ส่วนใหญ่ยังกำจัดไวรัสออกจากร่างกายไม่ได้ทั้งหมด เพราะไวรัสฝังสารพันธุกรรมไว้ในเซลล์ตับ แต่ ยาต้านไวรัสคุมไวรัสได้ WHO ระบุว่ายาช่วยชะลอตับแข็ง ลดการเกิดมะเร็งตับ และช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น และคนส่วนใหญ่ที่เริ่มยาต้องกินต่อเนื่องตลอดชีวิต ห้ามหยุดยาเอง เพราะตับอักเสบอาจกำเริบหรือไวรัสดื้อยา
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ตับอักเสบบีเฉียบพลันในผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่ร่างกายกำจัดไวรัสได้เอง
- แบบเรื้อรัง ไวรัสยังอยู่ในเซลล์ตับตลอดชีวิต แม้ตรวจเลือดไม่พบไวรัสแล้ว
- ยาหลักในไทยเป็นยากินวันละ 1 ครั้ง เช่น tenofovir alafenamide (TAF) ตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569
- ไม่ใช่ทุกคนต้องเริ่มยา แพทย์ดูจากพังผืด ปริมาณไวรัส ค่า ALT และประวัติครอบครัว
- ไม่มีหลักฐานว่าสมุนไพรกำจัดไวรัสบีได้ และสมุนไพรบางชนิดทำให้ตับอักเสบได้
ทำไมไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังส่วนใหญ่ยังกำจัดไวรัสไม่ได้ทั้งหมด
เพราะไวรัสซ่อนอยู่ในเซลล์ตับ สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่าไวรัสบีสร้างสารพันธุกรรมรูปวงแหวนชื่อ cccDNA ที่อยู่ในเซลล์ตับ ทำให้ไวรัสยังอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต แม้จะตรวจไม่พบไวรัสในเลือดแล้วก็ตาม
ต่างจากไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งรักษาด้วยยากิน 12 สัปดาห์ตามสิทธิการรักษา อ่านความต่างได้ที่ ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ต่างกันอย่างไร
ตับอักเสบบีเฉียบพลันเป็นอีกเรื่อง WHO ระบุว่าไม่มียาเฉพาะสำหรับระยะเฉียบพลัน ดูแลตามอาการ และคนส่วนใหญ่หายจากอาการเฉียบพลันได้ ส่วนสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยระบุว่าผู้ใหญ่อายุเกิน 20 ปีที่ติดเชื้อ กลายเป็นเรื้อรังเพียงร้อยละ 5–10
ยาต้านไวรัสทำหน้าที่อะไร
ยาไม่ได้ฆ่าไวรัสจนหมด แต่ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยแบ่งยาเป็น 2 กลุ่ม
- ยากิน (กลุ่ม nucleoside/nucleotide analogs) เช่น tenofovir และ entecavir ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ผลข้างเคียงมักไม่รุนแรง แต่ไม่มีระยะเวลารักษาที่แน่นอน
- ยาฉีดอินเตอร์เฟอรอน มีระยะเวลารักษาแน่นอน แต่ผลข้างเคียงพบบ่อย เช่น อาการคล้ายไข้หวัด อ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน และใช้ไม่ได้ในตับแข็งระยะที่ตับเริ่มทำงานไม่ไหว (decompensated cirrhosis)
ผลที่ได้จากการคุมไวรัส WHO ระบุว่า ชะลอการเกิดตับแข็ง ลดการเกิดมะเร็งตับ และช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 อ้างข้อมูล WHO 2024 ว่าการเริ่มยาในคนที่มีข้อบ่งชี้ช่วยลดการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับตามมา
ยาที่ใช้ในไทยมีอะไรบ้าง
แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 ระบุยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ
- Tenofovir alafenamide (TAF) 25 มก. วันละ 1 เม็ด เป็นยาขนานแรก
- Tenofovir disoproxil fumarate (TDF) เป็นยาขนานแรกในหญิงตั้งครรภ์
- Entecavir (ETV) ใช้ในเด็ก และในผู้ที่ใช้ยากลุ่ม tenofovir ไม่ได้ เช่น ไตเสื่อมตามเกณฑ์ หรือกระดูกพรุน
แพทย์จะเลือกยาและปรับขนาดตามค่าไต จึงต้อง ตรวจค่าไต (ครีอะตินีน) และ ALT ทุก 3–6 เดือน ระหว่างกินยา ยาทั้งสามตัวนี้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (บัญชี ง.) ตามแนวทางเดียวกัน
ใครต้องเริ่มยา ใครเฝ้าติดตามได้
แพทย์ตัดสินจากหลายค่าร่วมกัน แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 ให้พิจารณาเริ่มยาเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ตับแข็ง พังผืดในตับมาก (APRI มากกว่า 0.5 หรือ FIB-4 มากกว่า 1.45 หรือไฟโบรสแกนตั้งแต่ 7 kPa) ปริมาณไวรัสมากกว่า 2,000 IU/mL ร่วมกับ ALT ผิดปกติ มีญาติสายตรงเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ ติดเชื้อซีหรือเอชไอวีร่วม หรือต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
คนที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ ให้ตรวจ AST, ALT, เกล็ดเลือด ทุก 6–12 เดือน รายละเอียดเกณฑ์ทั้งหมดอยู่ใน พาหะไวรัสตับอักเสบบี ต้องกินยาไหม และความหมายของ HBV DNA อยู่ใน อ่านผลตรวจไวรัสตับอักเสบบี
ต้องกินยาตลอดชีวิตหรือเปล่า
คนส่วนใหญ่ใช่ WHO ระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่เริ่มยารักษาไวรัสบีต้องกินต่อไปตลอดชีวิต สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่ายากินไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน แพทย์จะประเมินเป้าหมายการรักษาจากผลเลือด เช่น การหายไปของ HBeAg หรือ HBsAg ซึ่งการตัดสินใจหยุดยาต้องเป็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
หยุดยาเองอันตรายอย่างไร
อันตรายมาก แนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 ระบุว่าการกินยาไม่สม่ำเสมอหรือหยุดยาเอง อาจทำให้ไวรัสตับอักเสบบีกำเริบ (hepatitis B flare) หรือไวรัสดื้อยา
- กินยาเวลาเดิมทุกวัน ตั้งปลุกในโทรศัพท์ช่วยได้
- ยาใกล้หมดให้ไปรับยาก่อนวันนัด
- ถ้าลืมกินหรือยาหมด ให้โทรถามโรงพยาบาลหรือเภสัชกร ไม่ใช่รอให้ถึงวันนัด
- ถ้ามีผลข้างเคียง ให้แจ้งแพทย์ อย่าหยุดเอง
กินยาพร้อมยาอื่นและอาหารเสริมต้องแจ้งอะไร
แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่จะเริ่มยาใหม่ สมุนไพร หรืออาหารเสริม MedlinePlus แนะนำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสบีปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาที่ซื้อเองหรือสมุนไพรทุกชนิด รวมถึงพาราเซตามอล แอสไพริน และไอบูโพรเฟน
เรื่องที่ต้องบอกแพทย์ทุกคน (รวมทันตแพทย์และแพทย์เฉพาะทางอื่น)
- กำลังจะได้เคมีบำบัด ยาสเตียรอยด์ หรือยากดภูมิคุ้มกัน: แนวทางไทยให้เริ่มยาต้านไวรัสก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และกินต่ออย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีหลังหยุดยากดภูมิ เพื่อป้องกันไวรัสกำเริบ
- กำลังจะรักษาไวรัสตับอักเสบซี: แนวทางให้รักษาไวรัสบีก่อน เพราะการรักษาซีอาจทำให้ไวรัสบีกำเริบ
- มีโรคไต: ขนาดยาต้านไวรัสต้องปรับตามค่าไต
เรื่องยาแก้ปวด อ่านได้ที่ พาราเซตามอล ห้ามกินเกินกี่เม็ด และเรื่องขมิ้นชันกับยาอยู่ที่ ขมิ้นชันกับยาประจำตัว
ความเชื่อ: สมุนไพรกำจัดไวรัสบีได้ จริงไหม
ไม่มีหลักฐานจากแหล่งที่เราตรวจว่าสมุนไพรชนิดใดกำจัดไวรัสบีได้ ยาที่ WHO และแนวทางไทยระบุคือยาต้านไวรัส เช่น tenofovir และ entecavir
ในทางกลับกัน สมุนไพรอาจทำร้ายตับได้ เครือข่ายเฝ้าระวังตับอักเสบจากยาของสหรัฐ (DILIN) รายงานผู้ป่วยตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย นอนโรงพยาบาล 5 ราย เสียชีวิตจากตับวาย 1 ราย ส่วนฟ้าทะลายโจรอ่านได้ที่ ฟ้าทะลายโจรทำลายตับไหม
ได้ยินว่าค่าตับปกติแล้วหยุดยาได้ จริงไหม ไม่จริง ค่าตับปกติระหว่างกินยาอาจเป็นเพราะยากำลังคุมไวรัสอยู่ การหยุดยาเองเสี่ยงกำเริบ
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ทันที
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอให้มีหลายอาการ
- อาเจียนเป็นเลือด หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
- สับสน ซึมลงผิดปกติ หรือบุคลิกเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน
- เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก
ควรไปพบแพทย์ภายในวันนั้นหรือเร็วที่สุด ถ้ามีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียหรือคลื่นไส้มากผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าเพิ่งขาดยาหรือหยุดยาไป
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ส่วนประกอบตามฉลาก เช่น โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. ผงถั่วนัตโตะ 100 มก. แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และ 40.845 มก. (ฉลากพิมพ์ 2 บรรทัด) สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า)
ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยาต้านไวรัส ไม่มีส่วนประกอบใดในเม็ดนี้ที่มีงานวิจัยในคนเรื่องไวรัสตับอักเสบบี และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ปริมาณไวรัสหรือค่าตับเปลี่ยนแปลง ห้ามใช้แทน ห้ามลด และห้ามหยุดยาต้านไวรัสเพราะเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์ใด ๆ
ฉลากระบุว่าผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ที่กินยาต้านไวรัสบีอยู่จึงต้องนำกล่องไปให้แพทย์ที่ดูแลดูก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องต่อไปนี้
- สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก.: เครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย มักเกิดหลังเริ่มกิน 1–4 เดือน ซึ่งอาจทำให้แพทย์แยกยากว่าค่าตับที่สูงขึ้นมาจากไวรัสกำเริบหรือจากผลิตภัณฑ์
- ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบและตับวาย คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน เพราะงานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินเค 2) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี
- ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
- หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์และพบแพทย์ทันที (ยาต้านไวรัสให้กินต่อตามแพทย์สั่ง)
เรื่องอาหารเสริมกับค่าตับอ่านเพิ่มได้ที่ ค่าตับสูง กินอาหารเสริมและสมุนไพรได้ไหม และ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ไวรัสตับอักเสบบีรักษาหายขาดได้ไหม
แบบเรื้อรังส่วนใหญ่ยังกำจัดไวรัสออกจากร่างกายไม่ได้ทั้งหมด เพราะไวรัสฝังอยู่ในเซลล์ตับ แต่ยาต้านไวรัสคุมไวรัสได้ ช่วยชะลอตับแข็งและลดการเกิดมะเร็งตับตามข้อมูลของ WHO
ยาต้านไวรัสตับอักเสบบีต้องกินตลอดชีวิตไหม
คนส่วนใหญ่ต้องกินต่อเนื่องตลอดชีวิตตามข้อมูลของ WHO การหยุดยาต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินจากผลเลือดเท่านั้น
หยุดยาไวรัสตับอักเสบบีเองได้ไหม
ไม่ได้ แนวทางกระทรวงสาธารณสุข 2569 ระบุว่าการหยุดยาเองหรือกินไม่สม่ำเสมออาจทำให้ไวรัสกำเริบหรือดื้อยา ถ้าลืมกินหรือยาหมดให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที
ยารักษาไวรัสตับอักเสบบีมีอะไรบ้าง
ยาหลักในไทยเป็นยากินวันละครั้ง ได้แก่ tenofovir alafenamide (TAF), tenofovir disoproxil fumarate (TDF) และ entecavir แพทย์เลือกตามค่าไต สภาพกระดูก และการตั้งครรภ์
สมุนไพรช่วยกำจัดไวรัสตับอักเสบบีได้ไหม
ไม่มีหลักฐานจากแหล่งที่เราตรวจว่าสมุนไพรชนิดใดกำจัดไวรัสบีได้ และสมุนไพรบางชนิดทำให้ตับอักเสบได้ ต้องบอกแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางการตรวจคัดกรองและรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี สำหรับแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2569 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1)คณะทำงาน Cancer Warriors กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B infection)สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- Hepatitis B fact sheetWorld Health Organization (WHO)
- Hepatitis BMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Liver Injury Associated with Turmeric—A Growing Problem: Ten Cases from the Drug-Induced Liver Injury Network [DILIN] (Halegoua-DeMarzio 2023)The American Journal of Medicine (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
