เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
เกาต์กำเริบ ปวดมากต้องทำอย่างไร ประคบอะไร กินยาอะไรได้
คำตอบสั้น: เมื่อเกาต์กำเริบ NHS แนะนำให้กินยาที่แพทย์สั่งไว้โดยเร็วที่สุด พักและยกข้อให้สูง ประคบเย็นด้วยน้ำแข็งห่อผ้าครั้งละไม่เกิน 20 นาที ดื่มน้ำมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) และไม่ลงน้ำหนักกดข้อ แนวทางเกาต์ของไทย พ.ศ. 2569 (สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย) ให้ใช้โคลชิซีน สเตียรอยด์ หรือยาต้านอักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เป็นลำดับแรก โดยแพทย์เลือกตามโรคร่วม เช่น โรคไตรุนแรง โรคหัวใจ หรือเคยเลือดออกในทางเดินอาหาร ควรเลี่ยงเอ็นเสด และห้ามหยุดยาลดกรดยูริกเอง NHS ระบุว่าต้องกินยาลดกรดยูริกสม่ำเสมอแม้ไม่มีอาการ ถ้าข้อปวดบวมพร้อมไข้สูง หนาวสั่น หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- กินยาที่แพทย์สั่งไว้ทันทีเมื่อเริ่มปวด NHS ระบุว่ายาควรเริ่มได้ผลภายใน 2 วัน
- พัก ยกข้อสูง ไม่ลงน้ำหนักกดข้อ และอย่าให้ผ้าห่มทับข้อตอนกลางคืน (NHS)
- ประคบเย็น ไม่ใช่ประคบร้อน น้ำแข็งห่อผ้าครั้งละไม่เกิน 20 นาที (NHS) แนวทางไทยพบว่าประคบร้อนทำให้ปวดแย่ลง
- ยาที่แพทย์ใช้: โคลชิซีน สเตียรอยด์ หรือเอ็นเสด เลือกตามโรคร่วม
- ยาลดกรดยูริก: ห้ามหยุดเองระหว่างกำเริบ
- ตัวกระตุ้นที่พบบ่อย: แอลกอฮอล์ อาหารมื้อใหญ่ ขาดน้ำ ไข้หรือเจ็บป่วย บาดเจ็บที่ข้อ ยาบางชนิด
เกาต์กำเริบเกิดจากอะไร อะไรเป็นตัวกระตุ้น
NHS (ทบทวน 24 ส.ค. 2566) ระบุว่าอาจเกิดเกาต์กำเริบเมื่อ
- เจ็บป่วยจนมีไข้สูง
- ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือกินอาหารมื้อใหญ่มาก
- ขาดน้ำ
- บาดเจ็บที่ข้อ
- กินยาบางชนิด
NIAMS ระบุตัวกระตุ้นในทำนองเดียวกัน ได้แก่ อาหารบางชนิด แอลกอฮอล์ ยาบางชนิด การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยบางอย่าง และระบุว่าเครื่องดื่มใส่น้ำตาล เช่น น้ำอัดลม กับอาหารพิวรีนสูงซึ่งมักมาจากสัตว์ เพิ่มโอกาสเป็นเกาต์ ACR (ปรับปรุง ก.พ. 2568) ยกตัวอย่างอาหารพิวรีนสูง เช่น เนื้อแดง ปลาซาร์ดีน ปลาแอนโชวี และเครื่องดื่มที่ใส่น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง
ยาที่ทำให้ยูริกสูงขึ้น NIAMS ระบุ ยาขับปัสสาวะ แอสไพรินขนาดต่ำ ไนอะซินขนาดสูง และไซโคลสปอริน ผู้ใช้ยาเหล่านี้ห้ามหยุดยาเอง แนวทางไทย 2569 ระบุว่าใช้ยาขับปัสสาวะและแอสไพรินได้ถ้ามีข้อบ่งชี้ และแนะนำแบบมีเงื่อนไขให้หลีกเลี่ยงยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ การเปลี่ยนยาให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา อ่านต่อที่ กรดยูริกสูงเกิดจากอะไร
ช่วงเริ่มยาลดกรดยูริก ก็อาจกำเริบได้ แนวทาง ACR 2020 ระบุว่าการเริ่มยาลดกรดยูริกในขนาดต่ำช่วยลดความเสี่ยงกำเริบช่วงเริ่มยา และแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้ยาป้องกันการกำเริบร่วมด้วยในช่วงแรก ผู้ที่เพิ่งเริ่มยาแล้วปวดข้อ ให้แจ้งแพทย์ อย่าหยุดยาเอง
ปวดเกาต์ตอนนี้ ทำอย่างไรได้บ้าง
NHS แนะนำสิ่งที่ทำได้ระหว่างกำเริบ
- กินยาที่แพทย์สั่งไว้โดยเร็วที่สุด ควรเริ่มได้ผลภายใน 2 วัน
- พักและยกขาหรือแขนข้างนั้นให้สูง
- ทำให้ข้อเย็น ด้วยถุงน้ำแข็งหรือถุงผักแช่แข็งห่อผ้า ครั้งละไม่เกิน 20 นาที
- ดื่มน้ำมาก ๆ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ
- อย่าให้ผ้าห่มทับข้อตอนกลางคืน
- อย่าลงน้ำหนักหรือกดข้อ เพราะทำให้ปวดมากขึ้น
NIAMS แนะนำในทำนองเดียวกัน คือประคบน้ำแข็งเพื่อลดบวมและปวด ยกข้อให้สูงถ้าทำได้ และพักข้อ
ประคบร้อนหรือประคบเย็น
ประคบเย็น แนวทางเกาต์ของไทย พ.ศ. 2569 (คำแนะนำที่ 4) อาจพิจารณาประคบเย็นบริเวณข้อที่อักเสบร่วมกับการใช้ยา อ้างงานทดลอง 2 งาน
- งานแรก 19 ราย พบว่าประคบเย็นร่วมกับยาลดปวดได้มากกว่ายาอย่างเดียว
- งานที่สองเปรียบเทียบประคบร้อนกับประคบเย็น พบว่าประคบเย็นช่วยบรรเทาปวดและบวม ส่วนผู้ที่ประคบร้อนกลับปวดแย่ลง
แนวทางระบุว่าหลักฐานทั้งสองงานมีคุณภาพต่ำมาก (ไม่ปกปิด ตัวอย่างน้อย) จึงเป็นคำแนะนำแบบมีเงื่อนไข แนวทาง ACR 2020 ก็แนะนำแบบมีเงื่อนไขให้ประคบน้ำแข็งเป็นการรักษาเสริม ข้อสำคัญคือประคบเย็นเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวแทนยา อ่านเรื่องร้อนเย็นสำหรับข้ออื่นที่ ปวดข้อ ประคบร้อนหรือเย็น
เกาต์กำเริบ แพทย์ใช้ยาอะไร
บทความนี้ไม่ได้บอกขนาดยา เพราะแพทย์ต้องเลือกยาและขนาดตามโรคร่วม ไต ตับ และยาที่ใช้อยู่ของแต่ละคน
แนวทางเกาต์ของไทย พ.ศ. 2569 (คำแนะนำที่ 1) แนะนำให้ใช้โคลชิซีน กลูโคคอร์ติคอยด์ (สเตียรอยด์) หรือ NSAIDs เป็นลำดับแรก โดยระบุว่ายาทั้งสามกลุ่มลดปวดและการอักเสบได้ใกล้เคียงกัน แต่ต่างกันที่ความปลอดภัยและวิธีให้ยา
- NSAIDs (ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) แนวทางไทยให้หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยไตวายระยะรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือมีประวัติเลือดออกในทางเดินอาหาร
- โคลชิซีน แนวทางไทยระบุว่าโคลชิซีนขนาดสูงสัมพันธ์กับผลข้างเคียงทางเดินอาหารสูง ขณะที่ขนาดต่ำได้ผลไม่ต่างกันและผลข้างเคียงน้อยกว่า ACR 2020 ก็แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้ขนาดต่ำมากกว่าขนาดสูง NIAMS ระบุว่าโคลชิซีนได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มตั้งแต่มีอาการแรก
- สเตียรอยด์ชนิดกิน ฉีดเข้ากล้าม หรือฉีดเข้าข้อ แนวทางไทยระบุว่าลดปวดได้ไม่ต่างจาก NSAIDs ผลข้างเคียงทางเดินอาหารต่ำกว่า และผู้สูงอายุกับผู้ป่วยไตเรื้อรังมักทนสเตียรอยด์ได้ดีกว่า NSAIDs ส่วนการฉีดเข้าข้ออาจพิจารณาเมื่อกำเริบข้อเดียว
- ยาอื่น เมื่อใช้ยาลำดับแรกไม่ได้ แนวทางไทยให้พิจารณา ACTH ซึ่งไม่มีในทุกโรงพยาบาล และแพทย์อาจใช้ยาผสมที่ออกฤทธิ์ต่างกัน
แนวทางไทยแนะนำให้ใช้ยาช่วงกำเริบจนหายจากอาการ โดยแพทย์ปรับระยะเวลาตามความรุนแรงและการตอบสนอง MedlinePlus ระบุว่าอาการปวดมักหายไปภายใน 12 ชั่วโมงหลังเริ่มรักษา และส่วนใหญ่หายหมดภายใน 48 ชั่วโมง
ผู้ที่เคยได้ยาเกาต์จากแพทย์ ให้ใช้ตามที่แพทย์สั่งไว้ อย่าซื้อยาแก้อักเสบมากินเองเพิ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ หรือกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน อ่านเรื่องยาแก้ปวดข้อเพิ่มที่ ยาแก้ปวดข้อ
เป็นโรคไต เกาต์กำเริบต้องระวังอะไร
ผู้ป่วยเกาต์จำนวนมากมีโรคไตร่วม NIAMS ระบุว่าโรคไตเรื้อรังเป็นโรคที่พบร่วมกับเกาต์บ่อย และยูริกที่สูงทำให้เกิดนิ่วไตได้
- NSAIDs แนวทางไทยให้หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยไตวายระยะรุนแรง
- สเตียรอยด์ แนวทางไทยระบุว่าผู้ป่วยไตเรื้อรังมักทนได้ดีกว่า NSAIDs
- ยาลดกรดยูริก ACR 2020 แนะนำอย่างยิ่งให้เลือกอัลโลพูรินอลหรือฟีบูโซสแตทมากกว่าโพรเบเนซิดในผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะ 3 ขึ้นไป
ผู้ป่วยโรคไตต้องให้แพทย์เลือกยาเสมอ อ่านต่อที่ เกาต์ลงไตได้ไหม
เกาต์กำเริบ ต้องหยุดยาลดกรดยูริกไหม
ห้ามหยุดเองถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง
- NHS ระบุว่าต้องกินยาลดกรดยูริกสม่ำเสมอ แม้ไม่มีอาการแล้ว
- แนวทางไทย 2569 (คำแนะนำที่ 16) แนะนำให้พิจารณาให้ยาลดกรดยูริกต่อเนื่อง และไม่แนะนำให้หยุดยา เว้นแต่เกิดผลข้างเคียงจนใช้ยาทุกชนิดไม่ได้ อ้างงานที่พบว่าผู้ที่หยุดยาหลังคุมยูริกได้ 1–5 ปี กลับมากำเริบซ้ำร้อยละ 36.4–81
- แนวทางไทย 2569 (คำแนะนำที่ 6) ระบุว่าการเริ่มยาลดกรดยูริกระหว่างข้ออักเสบเฉียบพลันทำได้ แบบมีเงื่อนไข
- ACR 2020 แนะนำแบบมีเงื่อนไขให้ใช้ยาลดกรดยูริกต่อเนื่องไปตลอดมากกว่าหยุดยา
ถ้าปวดมากขึ้นหลังเริ่มหรือปรับยา ให้โทรถามแพทย์หรือเภสัชกรที่จ่ายยา อ่านเรื่องยาที่ อัลโลพูรินอล กินอย่างไร
ป้องกันเกาต์กำเริบครั้งต่อไปอย่างไร
สิ่งที่ NHS แนะนำ
- ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน แต่เลี่ยงการอดอาหารแบบหักโหม
- กินอาหารสุขภาพ แพทย์อาจให้รายการอาหารที่ควรกินหรือควรจำกัด
- มีวันที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละสัปดาห์
- ดื่มน้ำให้พอ ไม่ให้ขาดน้ำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่เลี่ยงการออกกำลังหนักหรือกดข้อมาก
- เลิกบุหรี่
- ไม่กินเครื่องดื่มและขนมหวานมาก
สิ่งที่แนวทางไทย 2569 แนะนำ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด จำกัดเนื้อแดง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และน้ำผลไม้ และลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกิน NIAMS เพิ่มว่าเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ก็ควรลด และให้เลี่ยงเครื่องในสัตว์ อ่านการจัดจานที่ อาหารสำหรับคนเป็นเกาต์
ยาลดกรดยูริก แนวทางไทย 2569 ให้พิจารณาเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ ข้ออักเสบกำเริบตั้งแต่ 2 ครั้งต่อปี มีก้อนโทฟัส หรือเอกซเรย์พบข้อถูกทำลาย และเป้าหมายคือกรดยูริกในเลือดต่ำกว่า 6 มก./ดล. NIAMS ระบุว่าเมื่อกำเริบบ่อยหรือมีโทฟัส การปรับพฤติกรรมอย่างเดียวไม่พอ ยาลดยูริกที่แพทย์สั่งคือหลักในการป้องกัน
อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS ให้ขอนัดแพทย์เร่งด่วนหรือขอความช่วยเหลือเร่งด่วน เพราะอาจเป็นข้อติดเชื้อ)
- ข้อปวดและบวมขึ้นมาทันที และปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- ข้อปวดบวมพร้อมไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
- ข้อปวดบวมพร้อมคลื่นไส้หรือกินอาหารไม่ได้
นัดพบแพทย์ (NHS) ถ้ามีอาการแบบเกาต์เป็นครั้งแรก หรือเป็นเกาต์อยู่แล้วแต่การรักษาเดิมไม่ได้ผล อ่านอาการเริ่มต้นที่ เกาต์อาการเริ่มต้น
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องเกาต์กำเริบ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดเกาต์ ลดกรดยูริก ป้องกันการกำเริบ หรือใช้แทนโคลชิซีน ยาแก้อักเสบ สเตียรอยด์ หรือยาลดกรดยูริกที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ระหว่างกำเริบให้ใช้ยาที่แพทย์สั่งและพบแพทย์ตามอาการ
เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. (200 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานติดตามผู้ป่วยเกาต์ 633 คนพบว่าช่วงที่กินเชอร์รี่สัมพันธ์กับโอกาสกำเริบต่ำกว่า แต่เป็นงานสังเกต บอกเหตุและผลไม่ได้ และผลที่ดูดีในกลุ่มที่กินเชอร์รี่ร่วมกับอัลโลพูรินอล ไม่ได้แปลว่าเชอร์รี่ใช้แทนอัลโลพูรินอลได้ งานทดลองในผู้ป่วยเกาต์ 50 คน ที่ให้น้ำเชอร์รี่ทาร์ตเข้มข้น 28 วัน ไม่ลดกรดยูริกและจำนวนครั้งกำเริบไม่ต่างกัน งานนำร่อง 84 คนใช้สารสกัดในขนาด 3,600 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 18 เท่า (คำนวณ) ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่เพราะหลักฐานคุณภาพต่ำหรือต่ำมาก และเราไม่พบการกล่าวถึงเชอร์รี่ในแนวทางเกาต์ของไทย พ.ศ. 2569
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานที่อ้างบ่อยเป็นงานไทยในข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่เกาต์ ใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. นาน 4 สัปดาห์ เทียบกับไอบูโพรเฟน ขนาดในงานมากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) จึงนำไปอ้างกับอาการปวดเกาต์ไม่ได้
ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิงกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ผลิตภัณฑ์มีสารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. และสารสกัดขิง 10 มก. ต่อแคปซูล MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ที่ได้ยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสดระหว่างกำเริบ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ป่วยเกาต์บางคนมีนิ่วไตร่วมด้วยตามที่ NIAMS และ NHS ระบุ
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- บาดเจ็บที่เข่าแล้วเท้าเย็นและเขียวคล้ำ
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
เกาต์กำเริบ ปวดมาก ทำอย่างไรได้บ้าง
NHS แนะนำให้กินยาที่แพทย์สั่งไว้โดยเร็ว พักและยกข้อให้สูง ประคบเย็นด้วยน้ำแข็งห่อผ้าครั้งละไม่เกิน 20 นาที ดื่มน้ำมาก ๆ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ อย่าให้ผ้าห่มทับข้อ และไม่ลงน้ำหนักกดข้อ
เกาต์ประคบร้อนหรือเย็น
ประคบเย็น แนวทางเกาต์ของไทย พ.ศ. 2569 อาจพิจารณาประคบเย็นร่วมกับการใช้ยา โดยอ้างงานที่พบว่าประคบเย็นช่วยลดปวดและบวม ส่วนผู้ที่ประคบร้อนกลับปวดแย่ลง แม้หลักฐานจะมีคุณภาพต่ำมาก
เกาต์กำเริบกินยาอะไร
แนวทางไทย 2569 ให้แพทย์ใช้โคลชิซีน สเตียรอยด์ หรือยาต้านอักเสบกลุ่มเอ็นเสดเป็นลำดับแรก เลือกตามโรคร่วม เช่น ผู้ป่วยไตวายรุนแรง โรคหัวใจ หรือเคยเลือดออกในทางเดินอาหาร ควรเลี่ยงเอ็นเสด ขนาดยาต้องให้แพทย์กำหนด
เกาต์กำเริบต้องหยุดยาอัลโลพูรินอลไหม
ห้ามหยุดเองถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง NHS ระบุว่าต้องกินยาลดกรดยูริกสม่ำเสมอแม้ไม่มีอาการ แนวทางไทย 2569 ไม่แนะนำให้หยุดยาลดกรดยูริก และระบุว่าเริ่มยาระหว่างข้ออักเสบเฉียบพลันได้
อะไรทำให้เกาต์กำเริบ
NHS ระบุว่า ได้แก่ การเจ็บป่วยจนมีไข้ ดื่มแอลกอฮอล์มากหรือกินมื้อใหญ่มาก ขาดน้ำ บาดเจ็บที่ข้อ และยาบางชนิด NIAMS ระบุเครื่องดื่มใส่น้ำตาลและอาหารพิวรีนสูงด้วย ช่วงเริ่มยาลดกรดยูริกก็อาจกำเริบได้
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์และกรดยูริกในเลือดสูง พ.ศ. 2569สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
- GoutNHS
- Gout: Diagnosis, Treatment, and Steps to TakeNIAMS
- 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of GoutArthritis Care & Research (PMC)
- GoutMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
- GoutAmerican College of Rheumatology
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
