เกี่ยวกับ MEMORA
เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ เบิกได้ไหม ฟรีไหม เลือกอย่างไร
คำตอบสั้น: ก่อนถามว่าเบิกได้ไหม ต้องตรวจการได้ยินก่อนเสมอ เพราะผลตรวจเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องช่วยฟังช่วยได้หรือไม่ ควรใช้แบบไหน และเป็นเอกสารที่ใช้ยื่นขอสิทธิ เรื่องสิทธิ ผู้สูงอายุที่หูตึงจนแพทย์รับรองความพิการทางการได้ยิน สามารถขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ระบุว่าเปิดทางให้ยื่นขอสวัสดิการและความช่วยเหลือจากรัฐตามกฎหมาย ส่วนเงื่อนไขการรับเครื่องช่วยฟังของแต่ละกองทุน (บัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ) เปลี่ยนแปลงได้และต่างกันตามสิทธิ ควรสอบถามโดยตรง เช่น สายด่วน สปสช. 1330 สำหรับบัตรทอง หรือฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลที่รักษา ส่วนเครื่องขยายเสียงที่ขายทั่วไปออนไลน์ ไม่ใช่สิ่งเดียวกับเครื่องช่วยฟังที่ปรับตามผลตรวจ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ตรวจการได้ยินก่อน NIA ระบุว่าหูตึงมีหลายสาเหตุ บางอย่างแก้ได้ เช่น ขี้หูอุดตัน และแพทย์อาจส่งต่อนักแก้ไขการได้ยินเพื่อวัดระดับการได้ยิน
- บัตรประจำตัวคนพิการ ยื่นขอได้โดยใช้เอกสารรับรองความพิการจากแพทย์ของสถานพยาบาลรัฐหรือสถานพยาบาลเอกชนที่อธิบดีประกาศกำหนด บัตรมีอายุ 8 ปี (พก.)
- สิทธิเครื่องช่วยฟังรายกองทุน บทความนี้ไม่ระบุเงื่อนไขเอง เพราะเปลี่ยนได้ ให้สอบถาม สปสช. 1330 (บัตรทอง) สำนักงานประกันสังคม (ผู้ประกันตน) หรือฝ่ายสวัสดิการต้นสังกัดและฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาล (ข้าราชการ)
- แบบทัดหลังหู ในหู และในช่องหู ต่างกันที่ขนาด ความแรง และความง่ายในการใช้ NIDCD ระบุว่าแบบในช่องหูขนาดเล็กปรับและถอดยากสำหรับบางคน
- เครื่องขยายเสียงส่วนบุคคล สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ระบุว่าออกแบบมาสำหรับคนที่ได้ยินปกติ ไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์แบบเครื่องช่วยฟัง
- ช่วงแรกต้องปรับตัว NIDCD ระบุว่าต้องใช้เวลาและความอดทน อาจรู้สึกไม่สบายหู ได้ยินเสียงตัวเองก้อง หรือมีเสียงหวีด
ทำไมต้องตรวจการได้ยินก่อนเลือกเครื่อง
เครื่องช่วยฟังไม่ใช่ของที่เลือกตามยี่ห้อหรือราคา แต่เลือกตามชนิดและระดับการสูญเสียการได้ยิน NIDCD ระบุว่าเครื่องที่เหมาะขึ้นกับชนิดและความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน และควรเลือกร่วมกับนักแก้ไขการได้ยิน (audiologist) ให้เหมาะกับความต้องการและวิถีชีวิต
เหตุผลที่ต้องตรวจก่อน
- หาสาเหตุที่แก้ได้ NIA ระบุว่าขี้หูหรือน้ำในหูอุดตันทำให้ได้ยินลดลงได้ แก้วหูทะลุก็เป็นอีกสาเหตุ บางคนแค่เอาขี้หูออกก็ได้ยินดีขึ้น ไม่ต้องใช้เครื่อง
- รู้ชนิดของหูตึง NIDCD ระบุว่าเครื่องช่วยฟังมีประโยชน์หลักกับการสูญเสียการได้ยินจากเซลล์ขนในหูชั้นในเสียหาย ซึ่งเกิดจากอายุ เสียงดัง โรค หรือยาบางชนิด ถ้าเป็นชนิดอื่น แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่น
- ตั้งค่าเครื่องให้ตรงหู NIDCD ระบุว่าเครื่องแบบดิจิทัลตั้งโปรแกรมให้ขยายบางความถี่มากกว่าความถี่อื่นได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องใช้ผลตรวจในการปรับ
- ใช้เป็นหลักฐานยื่นสิทธิ การขอบัตรคนพิการต้องมีเอกสารรับรองความพิการจากแพทย์ (พก.) ส่วนการขอรับเครื่องตามสิทธิรักษาพยาบาล ให้ถามหน่วยงานว่าต้องใช้ผลตรวจแบบไหน
- ตัดสินใจว่าใส่ข้างเดียวหรือสองข้าง NIDCD ระบุว่าถ้าหูเสียทั้งสองข้าง มักแนะนำให้ใส่สองข้าง เพราะให้สัญญาณที่เป็นธรรมชาติกว่า ช่วยฟังคำพูดและบอกทิศทางเสียงได้ดีกว่า
ถ้าหูดับหรือได้ยินลดลงอย่างรวดเร็ว NIA ระบุว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ให้ไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอเลือกซื้อเครื่อง
เรื่องหูตึงกับความเสี่ยงสมองเสื่อมอ่านได้ที่ หูตึงทำให้สมองเสื่อมจริงไหม และการดูแลหูตึงทั่วไปที่ ผู้สูงอายุหูตึง
สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ และคนพิการ
ข้อมูลส่วนนี้เขียนเฉพาะสิ่งที่ตรวจได้จากหน้าทางการ ส่วนเงื่อนไขละเอียดของแต่ละกองทุน เช่น ใครได้ ได้กี่เครื่อง เปลี่ยนได้เมื่อไร ต้องเบิกที่โรงพยาบาลไหน มีการปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรถามหน่วยงานโดยตรงก่อนตัดสินใจซื้อเอง
บัตรประจำตัวคนพิการ (ข้อมูลจากหน้าเว็บกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ)
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2556 กำหนดให้คนพิการมีสิทธิได้รับสวัสดิการและความช่วยเหลือจากรัฐ ผู้ที่มีบัตรแล้วยื่นคำขอใช้สิทธิตามมาตรา 20 ของกฎหมายนี้ได้
- เอกสารสำคัญคือเอกสารรับรองความพิการ ที่รับรองโดยแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานพยาบาลเอกชนที่อธิบดีประกาศกำหนด ร่วมกับบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
- ต่างจังหวัด ยื่นคำขอได้ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดหรืออำเภอที่มีศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานรัฐที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ
- ถ้าผู้สูงอายุมายื่นเองไม่ได้ ผู้ดูแลหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นแทนได้ ตามเอกสารที่หน้าเว็บกำหนด
- บัตรมีอายุ 8 ปี นับจากวันออกบัตร
- สอบถามได้ที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัด ส่วนกรุงเทพมหานคร หน้าเว็บระบุศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร โทร. 02-3543388 ต่อ 701–705 ในวันและเวลาราชการ
ผู้สูงอายุที่หูตึงทุกคนไม่ได้เข้าเกณฑ์ความพิการทางการได้ยิน แพทย์เป็นผู้ประเมินจากผลตรวจ ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ ก็ยังมีทางเลือกตามสิทธิรักษาพยาบาลหลักของแต่ละคน
สิทธิรักษาพยาบาลหลัก ให้สอบถามดังนี้
- บัตรทอง (หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ): สอบถามสายด่วน สปสช. 1330 หรือโรงพยาบาลตามสิทธิ ว่าผู้สูงอายุเข้าเกณฑ์รับเครื่องช่วยฟังหรือไม่ และต้องเริ่มที่ไหน
- ประกันสังคม: สอบถามสำนักงานประกันสังคม หรือโรงพยาบาลตามสิทธิ
- สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ: สอบถามฝ่ายการเงินหรือฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาล และฝ่ายสวัสดิการของหน่วยงานต้นสังกัด
- ประกันสุขภาพเอกชน: อ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือโทรถามบริษัท
คำถามที่ควรเตรียมไปถาม เช่น ต้องมีผลตรวจแบบไหน ต้องมีบัตรคนพิการไหม ได้ข้างเดียวหรือสองข้าง ใครเป็นคนปรับเครื่อง แบตเตอรี่และการซ่อมรวมไหม และถ้าซื้อเองก่อนจะเบิกย้อนหลังได้หรือไม่
ระวังคนโทรมาอ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ เสนอเครื่องช่วยฟังฟรีแล้วขอเลขบัญชีหรือให้โอนค่าธรรมเนียม ให้วางสายแล้วโทรกลับเบอร์ทางการเอง สิทธิของผู้สูงอายุอื่น ๆ อ่านต่อที่ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ถือเป็นผู้พิการไหม
เครื่องแบบทัดหลังหู ในหู ในช่องหู ต่างกันอย่างไร
NIDCD แบ่งเครื่องช่วยฟังเป็น 3 แบบหลัก
- แบบทัดหลังหู (BTE): ตัวเครื่องเป็นกล่องพลาสติกเกี่ยวหลังหู ต่อกับที่อุดหูที่พอดีกับใบหู ใช้ได้ทุกวัย ตั้งแต่หูตึงเล็กน้อยถึงรุนแรงมาก มีรุ่น แบบเปิด (open-fit) ที่มีเพียงท่อเล็กเข้าช่องหู ทำให้ช่องหูไม่ถูกปิด เหมาะกับผู้ที่มีขี้หูมาก และลดความรู้สึกเสียงตัวเองก้อง
- แบบในหู (ITE): อยู่ในใบหูด้านนอกทั้งหมด ใช้กับหูตึงเล็กน้อยถึงรุนแรง บางรุ่นมีขดลวดรับเสียง (telecoil) ช่วยฟังโทรศัพท์
- แบบในช่องหู (ITC และ CIC): อยู่ในช่องหู บางรุ่นแทบมองไม่เห็น ใช้กับหูตึงเล็กน้อยถึงค่อนข้างรุนแรง แต่ NIDCD ระบุว่าตัวเล็กจึงปรับและถอดยากสำหรับบางคน มีพื้นที่ใส่แบตเตอรี่และอุปกรณ์เสริมน้อย และไม่เหมาะกับหูตึงรุนแรงมาก
สำหรับผู้สูงอายุ ความง่ายในการใช้สำคัญกว่าความเล็ก ถ้านิ้วไม่คล่อง สายตาไม่ดี หรือเริ่มหลงลืม เครื่องที่ใส่ถอดง่ายและเปลี่ยนแบตง่ายมักใช้ได้จริงมากกว่า
NIDCD ยังระบุว่าไม่ควรใช้ราคาเป็นตัวตัดสินอย่างเดียว เครื่องที่แพงกว่าไม่ได้แปลว่าเหมาะกับคนนั้นกว่า ควรถามเรื่องการรับประกัน การซ่อม การปรับเครื่อง และค่าดูแลรักษาด้วย บทความนี้ไม่แนะนำยี่ห้อ เพราะการเลือกควรทำร่วมกับผู้เชี่ยวชาญตามผลตรวจ
ซื้อเครื่องขยายเสียงออนไลน์ ต่างจากเครื่องช่วยฟังจริงอย่างไร
ในตลาดออนไลน์มีอุปกรณ์หน้าตาคล้ายเครื่องช่วยฟังจำนวนมาก FDA สหรัฐแยกไว้ชัด
- เครื่องช่วยฟัง ออกแบบสำหรับคนที่สูญเสียการได้ยิน และเป็นอุปกรณ์การแพทย์
- เครื่องขยายเสียงส่วนบุคคล (PSAP) ออกแบบสำหรับคนที่ได้ยินปกติ ใช้ขยายเสียงในบางสถานการณ์ เช่น ดูนก และไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์แบบเครื่องช่วยฟัง
ในสหรัฐยังมีเครื่องช่วยฟังแบบซื้อเองได้ (OTC) สำหรับผู้ใหญ่ที่รู้สึกว่าหูตึงเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนหูตึงที่มากกว่านั้นหรือซับซ้อน NIDCD ระบุว่าอาจต้องใช้เครื่องที่ผู้เชี่ยวชาญตั้งโปรแกรมให้
ข้อเสียของการซื้อเครื่องขยายเสียงมาใส่เอง คือไม่ได้ตรวจหาสาเหตุ (อาจเป็นแค่ขี้หูอุดตัน หรือเป็นโรคที่ต้องรักษา) ไม่ได้ตั้งค่าตามความถี่ที่หูเสีย และ NIA ระบุว่าเสียงดังทำลายหูชั้นในได้ ถ้าเปิดเครื่องดังเกินไปก็ไม่ดีต่อหู ถ้าจะซื้อ อย่างน้อยควรตรวจการได้ยินก่อน
ผู้ที่เริ่มหลงลืมหรือเป็นสมองเสื่อม การได้ยินที่ดีขึ้นช่วยการสื่อสารในบ้าน อ่านเทคนิคการพูดคุยที่ คุยกับผู้ป่วยสมองเสื่อมอย่างไรให้เข้าใจ
ช่วงปรับตัวในสัปดาห์แรก ๆ
ผู้สูงอายุจำนวนมากเลิกใส่ในช่วงแรก เพราะคิดว่าเครื่องไม่ดี ทั้งที่เป็นช่วงที่ต้องปรับตัว NIDCD ระบุว่าการใช้เครื่องช่วยฟังให้ได้ผลต้องใช้เวลาและความอดทน และการใส่สม่ำเสมอช่วยให้ปรับตัวได้ ปัญหาที่ NIDCD ระบุว่าพบได้ในช่วงแรก
- รู้สึกไม่สบายหู ให้ถามผู้เชี่ยวชาญว่าช่วงแรกควรใส่วันละนานเท่าไร
- ได้ยินเสียงตัวเองดังก้องในหัว (occlusion effect) พบบ่อยมากในผู้ใช้ใหม่ ส่วนใหญ่ชินได้ และบางครั้งผู้เชี่ยวชาญปรับแก้ได้
- มีเสียงหวีด อาจเกิดจากเครื่องไม่พอดี ทำงานไม่ดี หรือมีขี้หูอุด ให้กลับไปปรับ
- ได้ยินเสียงรอบตัวที่ไม่อยากได้ยิน เครื่องแยกเสียงที่ต้องการกับเสียงรบกวนไม่ได้ทั้งหมด แต่ปรับให้ดีขึ้นได้
- ใช้กับโทรศัพท์มือถือ บางคนมีเสียงรบกวน NIDCD แนะนำให้นำมือถือไปลองตอนปรับเครื่อง
สิ่งที่ลูกหลานช่วยได้ NIDCD แนะนำให้ฝึกใส่และถอด ทำความสะอาด แยกข้างซ้ายขวา และเปลี่ยนแบตเตอรี่ ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญ ลูกหลานจึงควรไปด้วยในวันรับเครื่อง จดวิธีใช้เป็นภาษาง่าย ๆ ติดไว้ข้างที่นอน เริ่มใส่ในที่เงียบที่บ้านก่อน แล้วค่อยใส่ไปที่ที่มีเสียงมากขึ้น และกลับไปปรับเครื่องตามนัด อย่าเก็บใส่ลิ้นชัก
ดูแลแบตเตอรี่และทำความสะอาด
NIDCD แนะนำการดูแลที่ช่วยให้เครื่องใช้ได้นาน
- ทำความสะอาดตามที่ได้รับคำแนะนำ เพราะขี้หูและน้ำจากหูทำให้เครื่องเสียได้
- หลีกเลี่ยงสเปรย์ฉีดผมและผลิตภัณฑ์แต่งผม ขณะใส่เครื่อง
- ปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้
- เปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดทันที
- เก็บให้ห่างความร้อนและความชื้น บ้านเราอากาศชื้น ไม่ควรวางไว้ในห้องน้ำ และถอดก่อนอาบน้ำหรือสระผม
- เก็บแบตเตอรี่สำรองและเครื่องขนาดเล็กให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
ถ้ามีอาการปวดหูหรือมีน้ำไหลจากหู NIA แนะนำให้พบแพทย์ และควรแจ้งแพทย์ว่าใส่เครื่องช่วยฟังอยู่
ผู้สูงอายุที่เริ่มหลงลืม มักลืมว่าวางเครื่องไว้ไหน ให้มีกล่องประจำที่เดียว และให้ผู้ดูแลเช็กแบตทุกเช้า อ่านการจัดระบบของใช้และยาสำหรับผู้ที่หลงลืมได้ที่ ผู้สูงอายุลืมกินยา กินซ้ำ และการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังที่ ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยการได้ยิน และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการตรวจการได้ยินหรือเครื่องช่วยฟัง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่อยู่ในสิทธิการรักษาใด ๆ ที่กล่าวถึงในบทความ
เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัด ทำฟัน หรือผ่าตัดหูเพื่อใส่อุปกรณ์ช่วยการได้ยิน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
- โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องการได้ยินหรือความจำ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม อารมณ์ หรือการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไป
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ชัก สำลักจนหายใจไม่ออก หกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ เบิกได้ไหม ฟรีไหม
ขึ้นกับสิทธิรักษาพยาบาลและผลประเมินของแพทย์ เงื่อนไขของแต่ละกองทุนปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรสอบถามโดยตรง เช่น สายด่วน สปสช. 1330 สำหรับบัตรทอง สำนักงานประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตน หรือฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลและฝ่ายสวัสดิการต้นสังกัดสำหรับข้าราชการ ก่อนซื้อเอง
ผู้สูงอายุหูตึงทำบัตรคนพิการได้ไหม
ได้ถ้าแพทย์ประเมินว่าเข้าเกณฑ์ความพิการทางการได้ยิน หน้าเว็บกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการระบุว่าต้องใช้เอกสารรับรองความพิการจากแพทย์ของสถานพยาบาลรัฐหรือเอกชนที่อธิบดีประกาศ ร่วมกับบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ผู้ดูแลยื่นแทนได้ และบัตรมีอายุ 8 ปี
ต้องตรวจการได้ยินก่อนซื้อเครื่องช่วยฟังไหม
ควรตรวจ เพราะบางสาเหตุแก้ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่อง เช่น ขี้หูอุดตัน และ NIDCD ระบุว่าเครื่องที่เหมาะขึ้นกับชนิดและความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน ผลตรวจยังใช้ในการตั้งค่าเครื่องและยื่นขอสิทธิ
เครื่องขยายเสียงที่ขายออนไลน์ใช้แทนเครื่องช่วยฟังได้ไหม
ไม่ควรใช้แทน FDA สหรัฐระบุว่าเครื่องขยายเสียงส่วนบุคคลออกแบบสำหรับคนที่ได้ยินปกติ ใช้ขยายเสียงบางสถานการณ์ และไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์แบบเครื่องช่วยฟัง ผู้ที่หูตึงควรตรวจการได้ยินก่อนเลือกอุปกรณ์
ใส่เครื่องช่วยฟังใหม่ ๆ ไม่ชิน ทำอย่างไร
NIDCD ระบุว่าการปรับตัวต้องใช้เวลาและความอดทน ช่วงแรกอาจรู้สึกไม่สบายหู ได้ยินเสียงตัวเองก้อง หรือมีเสียงหวีด ให้ใส่สม่ำเสมอ เริ่มในที่เงียบ และกลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญปรับเครื่อง อย่าเลิกใส่เอง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- บัตรประจำตัวคนพิการกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- Hearing AidsNational Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD)
- Hearing Loss: A Common Problem for Older AdultsNational Institute on Aging (NIA)
- Hearing Aids (consumer products)U.S. Food and Drug Administration (FDA)
- Deafness and hearing loss (fact sheet)World Health Organization
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
