บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ ความรู้ผู้สูงอายุและผู้ดูแล

ผู้สูงอายุหูตึง สื่อสารอย่างไรให้เข้าใจกันและควรตรวจเมื่อไร

ภาพประกอบบทความ ผู้สูงอายุหูตึง สื่อสารอย่างไรให้เข้าใจกันและควรตรวจเมื่อไร

การได้ยินที่ลดลงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความดื้อหรือความจำ

และผลกระทบใหญ่กว่าที่คนคิด เพราะทำให้ท่านถอยห่างจากบทสนทนา แล้วค่อย ๆ ถอยห่างจากผู้คน

สังเกตอย่างไร

เปิดโทรทัศน์เสียงดังกว่าคนอื่นในบ้าน

ให้พูดซ้ำบ่อย

ตอบไม่ตรงคำถาม

ฟังไม่ได้เมื่อมีเสียงรบกวน เช่น ในร้านอาหารหรือตอนพัดลมเปิด

พูดเสียงดังขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว

ไม่ค่อยเข้าร่วมวงสนทนา หรือพยักหน้าไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่ได้ยิน

ข้อสุดท้ายพบบ่อยมาก และเป็นเหตุผลที่ครอบครัวไม่รู้ว่าท่านมีปัญหา

ทำไมถึงควรตรวจ ไม่ใช่ปล่อยไว้

เพราะบางสาเหตุแก้ได้ทันที เช่น ขี้หูอุดตัน

เพราะการได้ยินเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ทั้งเสียงรถ เสียงเตือน และการทรงตัว

เพราะการไม่ได้ยินทำให้เข้าสังคมน้อยลง ซึ่งเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าและการถอยห่าง อ่านต่อที่ ผู้สูงอายุซึมเศร้า

เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน การปรับตัวกับเครื่องช่วยฟังยิ่งยากขึ้น

เริ่มตรวจที่ไหน

เริ่มจากแพทย์ที่ท่านรักษาอยู่ แล้วขอส่งต่อ

หรือติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิเพื่อขอตรวจการได้ยิน

ถามเรื่องสิทธิเครื่องช่วยฟังด้วย เพราะมีอยู่ในระบบและหลายครอบครัวไม่ทราบ

อย่าซื้อเครื่องขยายเสียงจากอินเทอร์เน็ตมาใช้แทนการตรวจ เพราะไม่ได้ปรับให้ตรงกับระดับการได้ยินของท่าน และอาจดังจนเป็นอันตราย

วิธีพูดให้ท่านเข้าใจ

หันหน้าเข้าหาท่าน ให้ท่านเห็นปาก ข้อนี้ช่วยได้มากกว่าการตะโกน

เข้าไปใกล้ก่อนพูด อย่าพูดจากอีกห้อง

พูดช้าลงและชัดขึ้น ไม่ใช่ดังขึ้น การตะโกนทำให้เสียงเพี้ยนและฟังยากกว่าเดิม

ปิดเสียงรบกวนก่อน เช่น ปิดทีวีหรือพัดลม

ถ้าท่านไม่เข้าใจ ให้เปลี่ยนคำใหม่ ไม่ใช่พูดประโยคเดิมซ้ำ

บอกหัวข้อก่อนเข้าเรื่อง เช่น เรื่องหมอนัดนะ แล้วค่อยพูดต่อ

พูดทีละคน ไม่พูดพร้อมกันหลายคน

เขียนใส่กระดาษถ้าเป็นเรื่องสำคัญ เช่น วันนัดหรือชื่อยา

อย่าพูดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยบอก เพราะทำให้ท่านรู้สึกถูกทิ้งไว้นอกวง

เรื่องที่ครอบครัวควรระวัง

อย่าคุยกันข้ามหัวท่านเหมือนท่านไม่อยู่

อย่าหงุดหงิดเวลาต้องพูดซ้ำ เพราะท่านรู้สึกได้และจะเลิกถาม

เวลาไปหาหมอ ให้บอกหมอว่าท่านได้ยินไม่ชัด ไม่อย่างนั้นท่านจะพยักหน้ารับคำสั่งที่ไม่ได้ยิน แล้วกลับมาทำผิด

ถ้าท่านใช้เครื่องช่วยฟังแล้ว

ตรวจแบตเตอรี่สม่ำเสมอ

ทำความสะอาดตามที่ได้รับคำแนะนำ

ช่วงแรกจะรู้สึกแปลกและเสียงรอบตัวดังผิดปกติ เป็นเรื่องปกติและต้องใช้เวลาปรับ

ถ้าท่านเลิกใส่ ให้ถามว่าทำไม แล้วพากลับไปปรับ ไม่ใช่ปล่อย

จัดสภาพแวดล้อมให้ฟังง่ายขึ้น

ปิดทีวีหรือลดเสียงก่อนเริ่มคุย เสียงพื้นหลังเป็นศัตรูตัวใหญ่ที่สุดของคนหูตึง

นั่งให้ท่านเห็นหน้าเรา และให้แสงส่องหน้าเรา ไม่ใช่ส่องหลัง เพราะท่านอ่านปากไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

อย่าพูดจากอีกห้องหนึ่ง หรือพูดขณะเดินหันหลังให้

เลือกที่นั่งในร้านอาหารที่ห่างจากลำโพงและครัว

ในวงญาติ ให้พูดทีละคน เพราะการพูดพร้อมกันหลายคนทำให้ท่านตามไม่ทันและเงียบไปเอง

ทำไมการปล่อยไว้ถึงกระทบมากกว่าที่คิด

คนที่ไม่ได้ยินจะค่อย ๆ ถอยออกจากวงสนทนา แล้วอยู่คนเดียวมากขึ้น

ซึ่งดูเหมือนซึมเศร้าหรือความจำแย่ลง ทั้งที่ต้นเหตุคือการได้ยิน

และการไม่ได้ยินเสียงเตือนภัย เสียงรถ หรือเสียงคนเรียก เป็นเรื่องความปลอดภัยด้วย

นี่คือเหตุผลที่ควรพาไปตรวจ ไม่ใช่ยอมรับว่าแก่แล้วเป็นธรรมดา

อ่านต่อ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้าวิต เลข อย. 13-1-01566-5-0062 รับประทานวันละ 1 แคปซูล มีแมกนีเซียม 2 รูปแบบ วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินเค 2 จากนัตโตะ วิตามินดี 3 กรดอัลฟาไลโปอิก และโคเอนไซม์ คิวเท็น บทความนี้ไม่ได้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยตรง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ใช้แทนการตรวจการได้ยินตามบทความนี้ เราแสดงไว้ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่าย ถ้าผู้สูงอายุกินอยู่ ให้นำกล่องไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูพร้อมยาอื่น ฉลากเตือนว่าควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่รับประทานยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และเด็กกับสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปสำหรับผู้ดูแล ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

อาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือกลืนลำบากในผู้สูงอายุ อาจมีสาเหตุที่ต้องได้รับการตรวจ จึงควรพาไปพบแพทย์ ไม่ควรแก้เองด้วยการหาอาหารหรือผลิตภัณฑ์มาเสริม

หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือนักกำหนดอาหาร ก่อนเปลี่ยนแปลงสิ่งที่รับประทาน

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

สังเกตอย่างไรว่าผู้สูงอายุหูตึง

เปิดโทรทัศน์เสียงดังกว่าคนอื่น ให้พูดซ้ำบ่อย ตอบไม่ตรงคำถาม ฟังไม่ได้เมื่อมีเสียงรบกวน พูดเสียงดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว และพยักหน้าไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่ได้ยิน ซึ่งข้อสุดท้ายพบบ่อยมาก

ควรตะโกนให้ดังขึ้นไหม

ไม่ควร การตะโกนทำให้เสียงเพี้ยนและฟังยากกว่าเดิม ควรหันหน้าเข้าหาท่านให้เห็นปาก เข้าไปใกล้ก่อนพูด พูดช้าลงและชัดขึ้น ปิดเสียงรบกวน และถ้าไม่เข้าใจให้เปลี่ยนคำใหม่แทนการพูดประโยคเดิมซ้ำ

ซื้อเครื่องขยายเสียงจากอินเทอร์เน็ตมาใช้แทนได้ไหม

ไม่ควร เพราะไม่ได้ปรับให้ตรงกับระดับการได้ยินของท่านและอาจดังจนเป็นอันตราย ควรเริ่มจากแพทย์ที่รักษาอยู่แล้วขอส่งต่อ และถามเรื่องสิทธิเครื่องช่วยฟังซึ่งมีอยู่ในระบบ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-08

อ่านต่อ

ดูแลสมองในวัย 50 ปีขึ้นไป อะไรที่มีหลักฐานรองรับ

คำแนะนำเรื่องบำรุงสมองมีเยอะแต่หลักฐานไม่เท่ากัน หน้านี้รวมสิ่งที่เอกสารของโรงพยาบาลแนะนำ และสิ่งที่ควรตั้งคำถามก่อนเชื่อ

ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน เริ่มจากอะไรก่อน

การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้านมีเรื่องที่ต้องจัดการหลายด้าน หน้านี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำก่อน ตั้งแต่ความปลอดภัย การสื่อสาร จนถึงการดูแลผู้ดูแล

อัลไซเมอร์คืออะไร ต่างจากสมองเสื่อมชนิดอื่นอย่างไร

อัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม หน้านี้อธิบายว่าคืออะไร ดำเนินไปอย่างไร และทำไมการวินิจฉัยต้องเป็นของแพทย์

สัญญาณเตือนสมองเสื่อมที่ครอบครัวควรสังเกต

สมองเสื่อมมักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คนในบ้านสังเกตเห็นก่อน หน้านี้รวมสัญญาณที่เอกสารของโรงพยาบาลระบุ และวิธีจดบันทึกเพื่อไปคุยกับแพทย์

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 81 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท