บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ซิติโคลีนคือยาอะไร ต่างจากโคลีนในอาหารเสริมอย่างไร

คำตอบสั้น: ซิติโคลีน (citicoline) หรือซีดีพี-โคลีน (CDP-choline, cytidine 5'-diphosphocholine) เป็นสารที่ร่างกายสร้างเองตามธรรมชาติ และเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสร้างฟอสฟาทิดิลโคลีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ เมื่อนำมาใช้เป็นยาจะเรียกว่าซิติโคลีน บางประเทศใช้เป็นยาในโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนบางประเทศจำหน่ายเป็นอาหารเสริม ซิติโคลีนต่างจากโคลีนไบทาร์เทรตทั้งโครงสร้างและปริมาณโคลีน งานวิจัยของสารหนึ่งยกไปใช้กับอีกสารไม่ได้ และหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่พอจะสรุปว่าซิติโคลีนช่วยความจำ ปัญหาความจำควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุก่อนซื้อสารใดมากินเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ซิติโคลีน = ซีดีพี-โคลีน สารตั้งต้นของฟอสฟาทิดิลโคลีนในเยื่อหุ้มเซลล์
  • โคลีนไบทาร์เทรต = เกลือของโคลีน ที่จับกับกรดทาร์ทาริก เป็นสารอาหาร
  • งานทบทวน Cochrane ปี 2005 รวม 14 งานต่างกันมากทั้งขนาด ระยะเวลา และกลุ่มผู้ป่วย ไม่พบผลด้านความสนใจ ผู้ทบทวนเห็นว่ามีหลักฐานบางส่วนด้านความจำและพฤติกรรมในระยะสั้นถึงกลาง แต่ยังต้องมีงานระยะยาว
  • งานใหญ่ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน 2,298 คน (ICTUS) ไม่ต่างจากยาหลอก
  • ข้อมูลผลข้างเคียงจากงานวิจัยบอกว่าทนยาได้ดี แต่งานส่วนใหญ่สั้น
  • ห้ามซื้อมากินเองแทนการรักษา และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่ง

ซิติโคลีนคืออะไร ใช้ทางการแพทย์ในกรณีไหน

งานทบทวน Cochrane (2005) อธิบายว่าซีดีพี-โคลีนเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง และเมื่อนำสารเดียวกันมาให้เป็นยาจะเรียกว่าซิติโคลีน

ข้อมูลการใช้ที่บทคัดย่อระบุไว้

  • ใช้เป็นหลักในความผิดปกติที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง
  • ในหลายประเทศในยุโรป แพทย์สั่งใช้บ่อยสำหรับปัญหาความคิดความจำ โดยเฉพาะเมื่อมีโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุหลัก แม้ยังไม่แน่นอนเรื่องประสิทธิผล
  • งาน ICTUS ระบุว่าซิติโคลีนได้รับอนุมัติในบางประเทศสำหรับรักษาหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน
  • สถาบันไลนัส พอลลิง (LPI) ระบุว่าซิติโคลีนมีจำหน่ายในรูปอาหารเสริมด้วย

สถานะของซิติโคลีนจึงต่างกันในแต่ละประเทศ บทความนี้ไม่ได้ตรวจสถานะการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ถ้าแพทย์สั่งซิติโคลีนให้ หรือเห็นจำหน่ายในร้านยา ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าใช้ในข้อบ่งใช้ใด และเหมาะกับผู้ป่วยรายนั้นหรือไม่

ซิติโคลีนต่างจากโคลีนไบทาร์เทรตอย่างไร

ต่างกันทั้งโครงสร้าง หน้าที่ที่ศึกษา และปริมาณโคลีนที่ได้

  • โครงสร้าง: ซิติโคลีนประกอบด้วยโคลีนต่อกับไซทิดีนผ่านหมู่ฟอสเฟต ส่วนโคลีนไบทาร์เทรตเป็นเกลือของโคลีนกับกรดทาร์ทาริก
  • บทบาทที่ศึกษา: งานวิจัยซิติโคลีนส่วนใหญ่ศึกษาในฐานะยาในโรคหลอดเลือดสมองและความจำบกพร่อง ส่วนโคลีนไบทาร์เทรตศึกษาในฐานะสารอาหารที่ช่วยให้ได้โคลีนครบ
  • ปริมาณโคลีน: โคลีนไบทาร์เทรตมีตัวโคลีนราว 41% ของน้ำหนัก ดังนั้นโคลีนไบทาร์เทรต 90 มก. ให้โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) อ่านวิธีคำนวณได้ที่ โคลีน ไบทาร์เทรต คือสารอะไร

ข้อสำคัญคือ ห้ามนำงานวิจัยซิติโคลีนมาอ้างกับโคลีนไบทาร์เทรต และกลับกัน เพราะเป็นคนละสาร ใช้คนละขนาด และศึกษาในคนละกลุ่ม งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรตโดยตรง เช่น Lippelt 2016 ที่ให้ 2.0–2.5 กรัมครั้งเดียวในคนหนุ่มสาว ไม่พบผลต่อความจำ

งานวิจัยในผู้มีปัญหาความจำจากหลอดเลือดพบอะไร

สมองเสื่อมจากหลอดเลือดเป็นชนิดที่พบบ่อยอันดับสองรองจากอัลไซเมอร์ในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไป ตามข้อมูล MedlinePlus เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบเล็ก ๆ หลายครั้ง อาการอาจแย่ลงเป็นขั้น ๆ อ่านเพิ่มที่ สมองเสื่อมจากหลอดเลือด

งานวิจัยซิติโคลีนในกลุ่มนี้ที่เราตรวจบทคัดย่อ

  • Cochrane 2005 (Fioravanti และคณะ): รวม 14 งานทดลองแบบมียาหลอก ผู้ร่วมวิจัยมีตั้งแต่ผู้สูงอายุที่รู้สึกว่าความจำแย่ลง ผู้มีปัญหาความคิดจากหลอดเลือดระดับน้อยถึงปานกลาง ไปจนถึงผู้มีสมองเสื่อม 7 งานติดตามเพียง 20–30 วัน มีเพียง 1 งานที่ติดตาม 12 เดือน ขนาดยาและวิธีให้ยาต่างกันมาก ผลคือไม่พบประโยชน์ด้านความสนใจ ผู้ทบทวนเห็นว่ามีหลักฐานบางส่วนด้านความจำและพฤติกรรมในระยะสั้นถึงกลาง และเสนอให้ทำงานระยะยาวที่วินิจฉัยด้วยเกณฑ์มาตรฐาน ข้อสังเกต: งานทบทวนนี้ทำไว้ตั้งแต่ปี 2005 และงานที่นำมารวมส่วนใหญ่สั้น
  • IDEALE 2013 (อิตาลี): ผู้สูงอายุที่มีรอยโรคหลอดเลือดในสมองและบ่นเรื่องความจำ 349 คน กลุ่มได้ซิติโคลีนชนิดกิน 500 มก. วันละ 2 ครั้ง 265 คน กลุ่มเปรียบเทียบ 84 คน ติดตาม 9 เดือน คะแนน MMSE ในกลุ่มซิติโคลีนคงที่ (22.4 เป็น 22.9) และต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบ แต่กิจวัตรประจำวันไม่ต่างกัน งานนี้เป็นงานแบบเปิด (ผู้ป่วยและผู้วิจัยรู้ว่าใครได้อะไร) และไม่มียาหลอก จึงมีโอกาสลำเอียงสูง
  • ICTUS 2012: ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันระดับปานกลางถึงรุนแรง 2,298 คน ได้ซิติโคลีนหรือยาหลอก 6 สัปดาห์ งานยุติก่อนกำหนดเพราะไม่เห็นแนวโน้มว่าจะได้ผล การฟื้นตัวที่ 90 วันใกล้เคียงกันทั้งสองกลุ่ม

สรุปคือ งานที่มีประโยชน์บางด้านมักเล็ก สั้น หรือไม่มีกลุ่มยาหลอก ส่วนงานใหญ่ที่ออกแบบดีในหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันไม่พบผล จึงยังไม่พอจะบอกว่าซิติโคลีนช่วยความจำ และไม่มีงานใดในนี้ศึกษาโคลีนไบทาร์เทรต

ทำไมไม่ควรซื้อซิติโคลีนมากินเองแทนการรักษา

  • ปัญหาความจำมีหลายสาเหตุ แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ระบุว่าราวร้อยละ 9 มีสาเหตุที่อาจแก้ไขได้ เช่น ไทรอยด์ ขาดวิตามินบี 12 ยาบางชนิด ซึมเศร้า การซื้อสารมากินเองอาจทำให้พลาดการตรวจหาสาเหตุเหล่านี้
  • สมองเสื่อมจากหลอดเลือดต้องคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมัน และบุหรี่ ตามที่แพทย์ดูแล ไม่มีสารเสริมตัวใดใช้แทนได้
  • ผู้ป่วยหลายคนกินยาหลายตัว อยู่แล้ว เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด ยาความดัน ยาสมองเสื่อม การเพิ่มสารใดควรให้เภสัชกรตรวจก่อน
  • สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) เตือนว่าผลิตภัณฑ์ที่สัญญาว่าช่วยความจำ "อาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือทั้งสองอย่าง"

ถ้าแพทย์สั่งซิติโคลีนให้อยู่แล้ว ให้ใช้ตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดหรือปรับเอง และถามแพทย์ได้ว่าใช้เพื่อเป้าหมายอะไร จะประเมินผลอย่างไร

ซิติโคลีนมีผลข้างเคียงอะไร

ข้อมูลที่เราตรวจได้มาจากบทคัดย่องานวิจัย ไม่ใช่เอกสารกำกับยา

  • Cochrane 2005 ระบุว่าทนยาได้ดี
  • IDEALE 2013 รายงานว่าไม่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่บันทึกได้
  • ICTUS 2012 รายงานว่าตัวแปรด้านความปลอดภัยไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ

งานส่วนใหญ่ติดตามสั้น และบทคัดย่อไม่ได้ระบุรายละเอียดอาการ จึงยังบอกไม่ได้ว่าปลอดภัยเมื่อกินเองระยะยาวในผู้สูงอายุที่มีโรคร่วมหลายโรค ถ้าซื้อกินเองแล้วมีอาการผิดปกติ ให้หยุดและปรึกษาแพทย์ ถ้าเป็นยาที่แพทย์สั่ง ให้ติดต่อแพทย์ก่อนหยุดหรือปรับยา

อ่านฉลากโคลีนรูปแบบต่าง ๆ อย่างไร

ชื่อบนฉลากบอกว่าเป็นสารอะไร และต้องแยก "น้ำหนักสาร" กับ "น้ำหนักโคลีน" ออกจากกัน

  • โคลีนไบทาร์เทรต (choline bitartrate) และโคลีนคลอไรด์ (choline chloride) เป็นเกลือของโคลีน LPI จัดเป็นอาหารเสริมโคลีน
  • ซิติโคลีน หรือซีดีพี-โคลีน (CDP-choline) เป็นอีกสารหนึ่ง บางประเทศใช้เป็นยา
  • อัลฟา-จีพีซี (alpha-GPC) เป็นสารอีกชนิด งานวิจัยของสารนี้ก็ยกไปใช้กับโคลีนไบทาร์เทรตไม่ได้เช่นกัน
  • ฟอสฟาทิดิลโคลีน หรือเลซิทิน LPI ระบุว่าฟอสฟาทิดิลโคลีนมีโคลีนเพียงราว 13% ของน้ำหนัก และเลซิทินทางการค้ามีฟอสฟาทิดิลโคลีนได้ตั้งแต่ 20–90%

วิธีอ่านง่าย ๆ

  1. ดูว่าฉลากเขียน "โคลีน X มก." หรือ "โคลีนไบทาร์เทรต X มก." สองแบบนี้ไม่เท่ากัน
  2. ถ้าเป็นเกลือหรือสารประกอบ ตัวโคลีนจริงจะน้อยกว่าน้ำหนักที่เขียน
  3. เทียบกับปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวันตาม LPI คือ ชาย 550 มก. หญิง 425 มก.
  4. ระวังโฆษณาที่ยกงานซิติโคลีนหรือยาสมองเสื่อมมาอ้างกับผลิตภัณฑ์ที่มีโคลีนไบทาร์เทรต

อ่านเรื่องโคลีนกับสารสื่อประสาทได้ที่ อะเซทิลโคลีนคืออะไร

ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อไร

MedlinePlus ระบุว่าสมองเสื่อมจากหลอดเลือดเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบเล็ก ๆ หลายครั้ง ครอบครัวจึงควรจำอาการเตือนแบบ BEFAST คือ เสียการทรงตัว ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดลำบาก

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ ขึ้นมาทันที
  • ตามัว มองไม่เห็น หรือเห็นภาพซ้อน ขึ้นมาทันที
  • ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว
  • แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก
  • พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ
  • สับสนขึ้นมาทันที หรือซึมลงปลุกยาก

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

เรื่องโคลีนในแคปซูลนี้: แคปซูลนี้มีโคลีนไบทาร์เทรต ไม่ใช่ซิติโคลีน ให้ตัวโคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) หรือราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานวิจัยซิติโคลีนในบทความนี้จึงใช้กับแคปซูลนี้ไม่ได้ และงานทดลองโคลีนไบทาร์เทรตขนาด 2.0–2.5 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 22–28 เท่า คำนวณ) ไม่พบผลต่อความจำ ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยความจำ ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง หรือป้องกันหลอดเลือดสมองและสมองเสื่อมจากหลอดเลือด

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้านใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์
  • โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน รวมถึงผู้ที่แพทย์ให้ยาเหล่านี้หลังเป็นหลอดเลือดสมอง
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม ยาไทรอยด์ ยากันชัก ยาหัวใจ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง
  • ผู้เป็นลมชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านส่วนประกอบครบทุกตัวได้ที่ ส่วนประกอบเม็มโมร่าครบ 5 รายการ และบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หมดสติแม้ชั่วครู่ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

Citicoline คือยาอะไร

ซิติโคลีนหรือซีดีพี-โคลีนเป็นสารที่ร่างกายสร้างเอง เป็นสารตั้งต้นของฟอสฟาทิดิลโคลีนในเยื่อหุ้มเซลล์ บางประเทศอนุมัติเป็นยาสำหรับหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน และบางประเทศจำหน่ายเป็นอาหารเสริม สถานะในไทยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

ซิติโคลีนกับโคลีนไบทาร์เทรตเหมือนกันไหม

ไม่เหมือน ซิติโคลีนคือโคลีนที่ต่อกับไซทิดีนผ่านหมู่ฟอสเฟต ส่วนโคลีนไบทาร์เทรตเป็นเกลือของโคลีนกับกรดทาร์ทาริก มีตัวโคลีนราว 41% ของน้ำหนัก งานวิจัยของสารหนึ่งนำไปอ้างกับอีกสารไม่ได้

ซิติโคลีนช่วยความจำได้ไหม

ยังสรุปไม่ได้ งานทบทวน Cochrane ปี 2005 รวม 14 งานที่ต่างกันมากและส่วนใหญ่สั้น ไม่พบผลด้านความสนใจ ผู้ทบทวนเห็นว่ามีหลักฐานบางส่วนด้านความจำในระยะสั้นถึงกลาง แต่ต้องมีงานระยะยาว ส่วนงานใหญ่ในหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน 2,298 คนไม่ต่างจากยาหลอก

ซิติโคลีนมีผลข้างเคียงไหม

บทคัดย่องานวิจัยรายงานว่าทนยาได้ดี และตัวแปรด้านความปลอดภัยไม่ต่างจากยาหลอก แต่งานส่วนใหญ่ติดตามสั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้ที่กินยาหลายตัว

ซื้อซิติโคลีนมากินเองแทนไปหาหมอได้ไหม

ไม่ควร ปัญหาความจำมีหลายสาเหตุ บางสาเหตุแก้ไขได้ และสมองเสื่อมจากหลอดเลือดต้องคุมความดัน เบาหวาน ไขมัน ตามที่แพทย์ดูแล ผู้ที่แพทย์สั่งยาอยู่ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท