เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
โคลีนช่วยอะไร ขาดโคลีนทำให้ไขมันพอกตับจริงไหม มีในอาหารอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: โคลีน (choline) เป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายใช้สร้าง ฟอสฟาทิดิลโคลีน ซึ่งตับต้องใช้ห่อไขมันส่งออกไปในเลือด ใช้สร้างสารสื่อประสาท และอื่น ๆ งานทดลองในคนพบว่า การงดโคลีนในอาหารทำให้เกิดไขมันพอกตับได้จริง และกลับเป็นปกติเมื่อได้โคลีนคืน แต่ ยังไม่มีหลักฐานพอว่าการกินโคลีนเสริมรักษาไขมันพอกตับที่เกิดจากความอ้วนหรือเบาหวานได้ ผู้ใหญ่ต้องการวันละ 550 มก. (ชาย) และ 425 มก. (หญิง) แหล่งที่ดีคือไข่ ตับ เนื้อสัตว์ ปลา นม และถั่ว
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ค่าแนะนำต่อวัน (AI) ผู้ใหญ่ ชาย 550 มก. หญิง 425 มก. ขีดสูงสุด (UL) 3,500 มก. ต่อวัน (สถาบัน Linus Pauling)
- อาสาสมัคร 57 คนที่กินอาหารแทบไม่มีโคลีน ผู้ชาย 77% และหญิงวัยหมดประจำเดือน 80% เกิดไขมันพอกตับหรือกล้ามเนื้อเสียหาย
- ไข่ 1 ฟองใหญ่มีโคลีนราว 151 มก. ตับวัว 3 ออนซ์ราว 355 มก.
- โคลีนขนาดสูงมากทำให้มีกลิ่นตัวคาวปลา เหงื่อออก อาเจียน และความดันลด
- ไขมันพอกตับส่วนใหญ่เกิดจากน้ำหนักเกินและเมแทบอลิซึม หลักของการดูแลยังเป็นการลดน้ำหนัก
โคลีนคืออะไร ทำหน้าที่อะไรในร่างกาย
โคลีนเป็นสารอาหารจำเป็น แม้ไม่ถูกจัดเป็นวิตามินตามนิยาม สถาบัน Linus Pauling มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต อธิบายว่าร่างกายสร้างโคลีนได้เองเพียงเล็กน้อย ไม่พอกับความต้องการ จึงต้องได้จากอาหาร
หน้าที่หลักของโคลีน ได้แก่
- สร้างเยื่อหุ้มเซลล์ ผ่านสารฟอสฟาทิดิลโคลีน
- ช่วยขนไขมันออกจากตับ ตับต้องใช้ฟอสฟาทิดิลโคลีนประกอบ VLDL (อนุภาคที่ขนไขมันและคอเลสเตอรอลจากตับไปยังเนื้อเยื่ออื่น) ถ้าฟอสฟาทิดิลโคลีนไม่พอ ไขมันและคอเลสเตอรอลจะคั่งอยู่ในตับ
- สร้างอะเซทิลโคลีน สารสื่อประสาทที่เกี่ยวกับการควบคุมกล้ามเนื้อ ความจำ และวงจรการนอน
- เป็นแหล่งหมู่เมทิล ผ่านสาร betaine ที่ใช้ในปฏิกิริยาเคมีหลายอย่างของร่างกาย
รูปแบบของโคลีนในอาหารเสริม เช่น โคลีน ไบทาร์เทรต อธิบายไว้ใน โคลีน ไบทาร์เทรต คืออะไร
ขาดโคลีนทำให้ไขมันพอกตับจริงไหม
จริง ในภาวะขาดโคลีน มีหลักฐานจากการทดลองในคนหลายงาน
งดโคลีน 3 สัปดาห์ ค่าตับเริ่มขึ้น (Zeisel 1991)
การทดลองในชายสุขภาพดีที่อยู่ในโรงพยาบาล เปรียบเทียบกลุ่มที่ได้โคลีน 500 มก. ต่อวันกับกลุ่มที่งดโคลีน 3 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มงดโคลีน ระดับโคลีนในเลือดลดลงราว 30% และค่า ALT ค่อย ๆ สูงขึ้น ผู้วิจัยสรุปว่าเป็นหลักฐานว่าโคลีนเป็นสารอาหารจำเป็นของมนุษย์
อาหารแทบไม่มีโคลีน เกิดไขมันพอกตับในหลายคน (Fischer 2007)
อาสาสมัคร 57 คนกินอาหารที่มีโคลีนน้อยกว่า 50 มก. ต่อวัน (ต่อน้ำหนัก 70 กก.) นานสูงสุด 42 วัน ภายใต้การควบคุม ผลคือ
- ผู้ชาย 77% เกิดไขมันพอกตับ ตับเสียหาย หรือกล้ามเนื้อเสียหาย
- หญิงวัยหมดประจำเดือน 80%
- หญิงก่อนหมดประจำเดือน 44%
- อาการกลับเป็นปกติเมื่อเติมโคลีนคืน
Linus Pauling อธิบายว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฟอสฟาทิดิลโคลีนได้เอง ผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือนจึงทนต่อการขาดได้ดีกว่า และ ยีนบางแบบทำให้บางคนต้องการโคลีนมากกว่าคนอื่น
ผู้ป่วยที่ได้อาหารทางหลอดเลือดดำ (Buchman 2001)
ผู้ป่วยที่ได้สารอาหารทางหลอดเลือดดำระยะยาวและขาดโคลีน มีไขมันพอกตับ เมื่อสุ่มเติมโคลีนคลอไรด์ 2 กรัมต่อวันเข้าทางหลอดเลือด 24 สัปดาห์ ไขมันในตับและค่า ALT ลดลง และไขมันกลับมาหลังหยุด 10 สัปดาห์ แต่นี่เป็นผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะมาก (15 คน) ที่ได้ทางหลอดเลือด ไม่ใช่การกิน
การกินโคลีนน้อยกับพังผืด (Guerrerio 2012)
การศึกษาผู้ป่วยไขมันพอกตับที่ยืนยันด้วยชิ้นเนื้อ 664 คน พบว่า หญิงวัยหมดประจำเดือนที่กินโคลีนน้อยกว่าครึ่งของค่าแนะนำ มีพังผืดมากกว่า แต่ไม่พบในผู้ชายหรือหญิงก่อนหมดประจำเดือน งานนี้เป็นการสังเกต ณ จุดเวลาเดียว พิสูจน์ไม่ได้ว่าโคลีนน้อยเป็นสาเหตุ
ร่างกายต้องการโคลีนวันละเท่าไร
ค่าแนะนำจากสถาบัน Linus Pauling (อ้างอิงค่าของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)
- ค่าที่ควรได้รับต่อวัน (AI) ผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ชาย 550 มก. หญิง 425 มก. หญิงตั้งครรภ์ 450 มก. ให้นมบุตร 550 มก.
- ขีดสูงสุดต่อวัน (UL) ผู้ใหญ่ 3,500 มก.
ข้อมูลการสำรวจของสหรัฐฯ (NHANES 2015–2018) พบว่าคนส่วนใหญ่ได้รับต่ำกว่าค่าแนะนำ ผู้หญิงเฉลี่ย 284 มก. ผู้ชาย 390 มก. ต่อวัน ประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลในแหล่งที่เราตรวจ
อย่างไรก็ตาม Linus Pauling ระบุว่า ยังไม่รู้ว่าการกินโคลีนต่ำกว่าเหมาะสมเล็กน้อยในคนสุขภาพดี จะเพิ่มความเสี่ยงไขมันพอกตับหรือไม่ หลักฐานเรื่องไขมันพอกตับมาจากภาวะขาดที่รุนแรงในการทดลอง
อาหารที่มีโคลีนสูง มีอะไรบ้าง
Linus Pauling ระบุว่า ไข่ ตับ ผักตระกูลกะหล่ำ และถั่วลิสง มีโคลีนสูงเป็นพิเศษ และ ถ้าไม่กินไข่ จะได้โคลีนถึงค่าแนะนำจากอาหารได้ยากมาก
ตัวอย่างปริมาณโคลีน (3 ออนซ์ ประมาณ 85 กรัม หรือราวหนึ่งฝ่ามือ)
- ตับวัวผัด 3 ออนซ์ ราว 355 มก.
- ไข่ 1 ฟองใหญ่ ราว 151 มก.
- หอยเชลล์นึ่ง 3 ออนซ์ ราว 94 มก.
- ปลาแซลมอนกระป๋อง 3 ออนซ์ ราว 75 มก.
- เนื้อวัว 3 ออนซ์ ราว 71 มก.
- ปลาค็อด 3 ออนซ์ ราว 71 มก.
- กุ้งกระป๋อง 3 ออนซ์ ราว 69 มก.
- อกไก่อบ 3 ออนซ์ ราว 62 มก.
- บรอกโคลีต้ม 1 ถ้วย ราว 62 มก.
- นมไขมันต่ำ 1 แก้ว (240 มล.) ราว 43 มก.
- ถั่วลิสง 1 ออนซ์ ราว 15 มก.
จัดในจานอาหารไทยอย่างไร
- ไข่ต้มหรือไข่ตุ๋น วันละ 1 ฟองเป็นทางที่ง่ายที่สุด คนไขมันในเลือดสูงถามแพทย์เรื่องจำนวนไข่ต่อสัปดาห์ อ่านเพิ่มที่ ไขมันพอกตับ กินไข่ได้ไหม
- ปลานึ่ง ปลาย่าง อกไก่ แทนเนื้อติดมัน
- ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี ผัดน้ำมันน้อยหรือลวก
- ตับ มีโคลีนสูง ถ้ากินต้องปรุงสุกทั่วถึง
ส่วนเลซิตินจากถั่วเหลืองที่พบในอาหารเสริมหลายชนิด อ่านแยกได้ที่ เลซิตินจากถั่วเหลือง คืออะไร
กินโคลีนเสริมแล้วรักษาไขมันพอกตับได้ไหม
ยังไม่มีหลักฐานพอ เหตุผลคือ
- งานที่พบผลชัดเป็นงาน ภาวะขาดโคลีน ที่จัดขึ้นในการทดลอง หรือผู้ป่วยที่ได้อาหารทางหลอดเลือด ไม่ใช่ไขมันพอกตับจากความอ้วนหรือเบาหวานซึ่งเป็นสาเหตุหลักในคนไทย
- งานในผู้ป่วยไขมันพอกตับที่ใช้สารกลุ่มนี้ เช่น การทดลองในอียิปต์ 79 คน (Sedhom 2025) ให้ ฟอสฟาทิดิลโคลีน 2,400 มก. ต่อวัน ร่วมกับการดูแลมาตรฐาน 12 สัปดาห์ เทียบกับการดูแลมาตรฐานอย่างเดียว พบค่าไขมันในตับ (CAP) และค่าตับต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ แต่ไม่มียาหลอก ปกปิดฝ่ายเดียว และสั้น ผู้วิจัยเองระบุว่าต้องมีงานที่ใหญ่และนานกว่านี้
- แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับคั่งไขมันของไทย พ.ศ. 2569 ไม่ได้แนะนำโคลีนเป็นการรักษา หลักของการดูแลยังเป็นการลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ออกกำลังกาย และงดแอลกอฮอล์
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริง: กินอาหารให้ได้โคลีนพอ เป็นเรื่องดีต่อสุขภาพโดยรวม แต่ อย่าคาดหวังว่าอาหารเสริมโคลีนจะแทนการลดน้ำหนัก พื้นฐานเรื่องโรคอ่านที่ ไขมันพอกตับคืออะไร
โคลีนมากเกินไปมีผลอะไร
สถาบัน Linus Pauling ระบุว่า
- การได้รับโคลีน ตั้งแต่ราว 7,500 มก. สัมพันธ์กับความดันเลือดลดลง เหงื่อออก กลิ่นตัวคาวปลา และอาการทางเดินอาหาร
- ขนาด 10,000–16,000 มก. ต่อวัน ทำให้มีกลิ่นตัวคาวปลา อาเจียน น้ำลายมาก และเหงื่อออกมาก กลิ่นคาวเกิดจากสาร trimethylamine
- คนที่เป็นโรคตับ โรคไต โรคพาร์กินสัน หรือภาวะซึมเศร้า อาจเสี่ยงผลไม่พึงประสงค์มากขึ้นเมื่อได้รับใกล้ระดับขีดสูงสุด
- มีงานเชิงสังเกตบางงานพบว่าสาร TMAO ที่ร่างกายสร้างจากโคลีน สัมพันธ์กับโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่บางงานไม่พบ จึงยังสรุปไม่ได้
ปริมาณจากอาหารปกติห่างจากระดับเหล่านี้มาก ความเสี่ยงจึงเกิดจากการกินอาหารเสริมขนาดสูงเป็นหลัก
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องโคลีน
ได้ยินว่าโคลีนบำรุงตับ กินเยอะยิ่งดี จริงไหม ไม่จริง หลักฐานบอกว่าการขาดทำให้ตับมีปัญหา ไม่ได้บอกว่ากินเกินแล้วตับดีขึ้น และกินมากเกินมีผลข้างเคียง
ได้ยินว่าคนไขมันพอกตับห้ามกินไข่ จริงไหม ไม่มีแหล่งที่เราตรวจห้ามไว้ ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่สำคัญ แต่คนที่มีไขมันในเลือดสูงควรถามแพทย์เรื่องปริมาณที่เหมาะกับตัวเอง
ได้ยินว่าผู้หญิงไม่ต้องกังวลเรื่องโคลีน จริงไหม ไม่ทั้งหมด งานของ Fischer พบว่าหญิงวัยหมดประจำเดือนเกิดความผิดปกติเมื่อขาดโคลีนในสัดส่วนใกล้เคียงผู้ชาย
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. วันละ 1 เม็ด ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ตามฉลาก ได้แก่
- โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. — คิดเป็นตัวโคลีนราว 49 มก. (ค่าคำนวณจากเปอร์เซ็นต์บนฉลากและน้ำหนักโมเลกุล) โคลีนเป็นสารอาหารจำเป็น งานทดลองในคนพบว่าการงดโคลีนในอาหารทำให้เกิดไขมันพอกตับได้ ปริมาณในเม็ดราว 9% ของค่าแนะนำต่อวันของผู้ชาย และราว 12% ของผู้หญิง (คำนวณ) หรือน้อยกว่าโคลีนในไข่ 1 ฟอง งานในผู้ป่วยไขมันพอกตับใช้ฟอสฟาทิดิลโคลีน 2,400 มก. ต่อวัน ซึ่งเป็นสารคนละรูปแบบและขนาดสูงกว่ามาก จึงนำผลมาใช้กับเม็ดนี้ไม่ได้
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดไขมันในตับ และยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง
ข้อควรระวัง: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน (ส่วนประกอบมีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. และสารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก.) เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน มีนมและถั่วเหลือง ผู้แพ้ไม่ควรรับประทาน ส่วนประกอบมีผงถั่วนัตโตะ 100 มก. (ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินเค 2) ผงเก๋ากี้ โคเอนไซม์ คิวเท็น และวิตามินอี ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านเกล็ดเลือดต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5 แนะนำว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบหรือมีค่าตับสูง ให้นำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ไม่ใช่ยาที่แพทย์สั่ง) และพบแพทย์ทันที
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
โคลีนช่วยอะไร
โคลีนเป็นสารอาหารจำเป็น ใช้สร้างเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยให้ตับส่งไขมันออกไปในเลือดผ่านอนุภาค VLDL ใช้สร้างสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีน และเป็นแหล่งหมู่เมทิลของร่างกาย
ขาดโคลีนทำให้ไขมันพอกตับจริงไหม
จริงในภาวะขาด งานทดลองในอาสาสมัคร 57 คนที่กินอาหารแทบไม่มีโคลีน พบผู้ชาย 77% และหญิงวัยหมดประจำเดือน 80% เกิดไขมันพอกตับหรือกล้ามเนื้อเสียหาย และกลับเป็นปกติเมื่อได้โคลีนคืน
ร่างกายต้องการโคลีนวันละเท่าไร
ผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ผู้ชาย 550 มก. ผู้หญิง 425 มก. ต่อวัน ขีดสูงสุดคือ 3,500 มก. ต่อวัน ตามข้อมูลของสถาบัน Linus Pauling
โคลีนมีในอาหารอะไรบ้าง
ไข่ 1 ฟองใหญ่มีราว 151 มก. ตับวัว 3 ออนซ์ราว 355 มก. เนื้อวัว ปลา และอกไก่ 3 ออนซ์ราว 60–75 มก. บรอกโคลีต้ม 1 ถ้วยราว 62 มก. นมและถั่วลิสงก็มีโคลีน
กินโคลีนเสริมรักษาไขมันพอกตับได้ไหม
ยังไม่มีหลักฐานพอ งานที่เห็นผลชัดเป็นงานภาวะขาดโคลีน ไม่ใช่ไขมันพอกตับจากความอ้วนหรือเบาหวาน หลักการดูแลยังเป็นการลดน้ำหนักร้อยละ 5–10 ออกกำลังกาย และงดแอลกอฮอล์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- CholineLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Choline, an essential nutrient for humans (Zeisel 1991)FASEB Journal (PubMed)
- Sex and menopausal status influence human dietary requirements for the nutrient choline (Fischer 2007)American Journal of Clinical Nutrition (PubMed)
- Choline deficiency causes reversible hepatic abnormalities in patients receiving parenteral nutrition (Buchman 2001)Journal of Parenteral and Enteral Nutrition (PubMed)
- Choline intake in a large cohort of patients with nonalcoholic fatty liver disease (Guerrerio 2012)American Journal of Clinical Nutrition (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
